เลขเสร็จ

239/2521

เรื่อง

 

_                                              _บันทึก

   _    _เรื่อง  ขอให้ตีความในข้อ 40 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ

                    ฉบับที่ 218 ลงวันที่ 28 กันยายน พ.ศ.2515

_                                              _-------

เนื้อหา

 

          ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือ ปกปิด ที่ มท.0204/530 ลงวันที่

18 พฤษภาคม 2521 ขอให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความในข้อ 40 แห่ง

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 ลงวันที่ 28 กันยายน พ.ศ.2515 อย่างเคร่งครัด

ว่า ในการที่กระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาจะกำหนดอัตราตำแหน่งผู้ช่วยปลัดกระทรวง

ขึ้นตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าว

          (1) ผู้ช่วยปลัดกระทรวงจะรักษาราชการแทนและปฏิบัติราชการแทน

ปลัดกระทรวงตามข้อ 40 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าวได้หรือไม่

          (2) ถ้าผู้ช่วยปลัดกระทรวงรักษาราชการแทนและปฏิบัติราชการแทน

ปลัดกระทรวงไม่ได้ ตาม (1) แล้วจะต้องแก้ไขอย่างไร จึงจะรักษาราชการแทน

และปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงได้

          สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวและบทกฎหมาย

ที่เกี่ยวข้องแล้วมีความเห็นดังต่อไปนี้

          สำหรับในปัญหาข้อแรก ที่ว่า ผู้ช่วยปลัดกระทรวงจะปฏิบัติราชการแทน

และรักษาราชการแทนปลัดกระทรวง ตามข้อ 40*(1) แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ

ฉบับที่ 218

----------------------------------------------------------

     *(1) ข้อ 40  แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 ลงวันที่ 28 กันยายน

พ.ศ.2515 บัญญัติว่า

          "ในกรณีที่มีรองปลัดกระทรวงหรือผู้ช่วยปลัดกระทรวง หรือมีทั้งรองปลัด

กระทรวงและผู้ช่วยปลัดกระทรวง ปลัดกระทรวงจะมอบหมายให้รองปลัดกระทรวงหรือ

ผู้ช่วยปลัดกระทรวงปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงก็ได้

                                                                                                  [มีต่อหน้าถัดไป]

 

ได้หรือไม่ นั้น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นว่า ในปัญหาข้อนี้จะต้องแยก

พิจารณาออกเป็น 2 กรณี คือ กรณีการปฏิบัติราชการแทนกรณีหนึ่ง และกรณีการรักษา

ราชการแทนอีกกรณีหนึ่ง

          (1) ในกรณีการปฏิบัติราชการแทนนั้น จะต้องพิจารณาความในวรรคหนึ่ง

และวรรคสี่ของข้อ 40 ประกอบกัน กล่าวคือ สำหรับการปฏิบัติราชการทั่วไปนั้น

ปลัดกระทรวงจะมอบหมายให้รองปลัดกระทรวงหรือผู้ช่วยปลัดกระทรวงปฏิบัติราชการ

แทนก็ได้  ทั้งนี้ ตามความในวรรคหนึ่งของข้อ 40 แต่อย่างไรก็ตาม การมอบหมาย

------------------------------------------------------------

[ต่อจากเชิงอรรถที่ (1)]

              ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติ

ราชการได้ ให้รองปลัดกระทรวงเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้ามีรองปลัดกระทรวง

หลายคน ให้นายกรัฐมนตรีสำหรับสำนักนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวง

แต่งตั้งรองปลัดกระทรวงคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีผู้ดำรงตำแหน่ง

รองปลัดกระทรวง หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้นายกรัฐมนตรีสำหรับสำนัก

นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแต่งตั้งข้าราชการในกระทรวงซึ่งดำรง

ตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือเทียบเท่า เป็นผู้รักษาราชการแทน

              ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง หรือมีแต่ไม่อาจ

ปฏิบัติราชการได้ปลัดกระทรวงจะแต่งตั้งข้าราชการในกระทรวงซึ่งดำรงตำแหน่ง

ไม่ต่ำกว่าผู้อำนวยการกองหรือเทียบเท่าเป็นผู้รักษาราชการแทนก็ได้

              อำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ หรือการปฏิบัติราชการ

ที่ปลัดกระทรวงจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือ

คำสั่งใด หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องใด ถ้ากฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือ

คำสั่งนั้น หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องนั้นมิได้กำหนดเรื่องการมอบอำนาจไว้

เป็นอย่างอื่น ปลัดกระทรวงจะมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้รองปลัดกระทรวง

ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงก็ได้ แต่ถ้าจะมอบให้อธิบดีในสังกัด หรือผู้ว่า

ราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี

และให้ทำเป็นคำสั่งและประกาศในราชกิจจานุเบกษา

 

ให้ปฏิบัติราชการแทนตามวรรคหนึ่งนั้นมีข้อจำกัดตามวรรคสี่อยู่ด้วย เพราะวรรคสี่

ได้บัญญัติความไว้ "อำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ หรือการปฏิบัติราชการ

ที่ปลัดกระทรวงจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือ

คำสั่งใด หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องใด ถ้ากฎหมายระเบียบ ข้อบังคับหรือ

คำสั่งนั้น หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องนั้น มิได้กำหนดเรื่องการมอบอำนาจไว้

เป็นอย่างอื่น ปลัดกระทรวงจะมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้รองปลัดกระทรวง

ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงก็ได้ แต่ถ้าจะมอบให้อธิบดีในสังกัด หรือผู้ว่า

ราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวง ต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี

และให้ทำเป็นคำสั่งและประกาศในราชกิจจานุเบกษา" ความในวรรคสี่แสดงให้

เห็นว่ามุ่งหมายจะให้ปลัดกระทรวงเป็นผู้ปฏิบัติหรือดำเนินการ และเมื่อกฎหมาย

ระเบียบ ฯลฯ ดังกล่าวมิได้กำหนดเรื่องการมอบอำนาจไว้เป็นอย่างอื่น กรณีเช่นนี้

ปลัดกระทรวงจะมอบอำนาจการปฏิบัติราชการแทนได้เฉพาะแต่รองปลัดกระทรวง

และโดยทำเป็นหนังสือเท่านั้น พึงสังเกตว่าวรรคสี่ของ ข้อ 40 ไม่ได้ระบุให้มีการ

มอบอำนาจแก่ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเพื่อปฏิบัติราชการแทนแต่ประการใด หรือถ้าปลัด

กระทรวงจะมอบให้อธิบดี*(2) ในสังกัดหรือผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทน

ก็จะต้องกระทำตามที่กำหนดไว้ กล่าวคือ ต้องได้รับอนุญาตจากคณะรัฐมนตรีและต้อง

ทำเป็นคำสั่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา

          ปัญหาในทางปฏิบัติจึงอาจมีได้ว่า จะทราบได้อย่างไรว่ากรณีใดเป็น

อำนาจปฏิบัติราชการทั่วไปซึ่งปลัดกระทรวงอาจมอบอำนาจได้ตามวรรคหนึ่งของ

ข้อ 40 และกรณีใดที่ปลัดกระทรวงจะต้องดำเนินการมอบอำนาจตามความในวรรคสี่

ของข้อ 40 เพราะเป็นอำนาจปฏิบัติราชการที่กฎหมายหรือระเบียบ ฯลฯ มีความ

------------------------------------------------------------

     *(2) เมื่อเปรียบเทียบการใช้ถ้อยคำในที่นี้ กับถ้อยคำในวรรคสองของข้อ 40

ซึ่งใช้คำว่า "ข้าราชการในกระทรวงซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือเทียบเท่า"

ย่อมจะเข้าใจได้ว่า คำว่า "อธิบดี" ในที่นี้ ไม่ได้หมายความรวมถึงผู้ที่ดำรงตำแหน่ง

เทียบเท่าด้วย  ทั้งนี้ เว้นแต่บุคคลนั้นจะปฏิบัติราชการในฐานะอธิบดี เพราะปฏิบัติ

ราชการแทนอธิบดี ตามความในข้อ 42 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 นี้

 

มุ่งหมายให้ปลัดกระทรวงเป็นผู้ปฏิบัติหรือดำเนินการโดยเฉพาะ ซึ่งในปัญหาข้อนี้

จะต้องพิจารณาและวินิจฉัยเป็นเรื่อง ๆ ไป โดยอาศัยหลักการตีความโดยจะต้อง

วิเคราะห์ถึงเจตนารมณ์หรือถ้อยคำตามแต่กรณี

          (2) สำหรับกรณีการแต่งตั้งให้รักษาราชการแทน ซึ่งเป็นกรณีที่กฎหมาย

กำหนดไว้ในเมื่อไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้นั้น  ในเรื่องนี้

ต้องแยกกรณีที่ผู้ช่วยปลัดกระทรวงรักษาราชการแทนปลัดกระทรวงออกจากกรณีที่รักษา

ราชการแทนรองปลัดกระทรวง

          สำหรับกรณีการรักษาราชการแทนปลัดกระทรวงนั้น  ความในวรรคสอง

ของข้อ 40 อาจสรุปได้เป็น 2 ประการ คือ

          ประการแรก ในขณะที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงหรือผู้ดำรง

ตำแหน่งปลัดกระทรวงไม่อาจปฏิบัติราชการได้ และในขณะเดียวกันก็ยังมีผู้ดำรง

ตำแหน่งรองปลัดกระทรวงอยู่ กรณีเช่นนี้ถ้ามีรองปลัดกระทรวงเพียงคนเดียว รอง

ปลัดกระทรวงนั้นก็จะเป็นผู้รักษาราชการแทนโดยอัตโนมัติตามบทบัญญัติของกฎหมาย

แต่ถ้ามีรองปลัดกระทรวงหลายคนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงก็จะเป็นผู้ใช้ดุลพินิจเลือก

และแต่งตั้งรองปลัดกระทรวงคนหนึ่งให้เป็นผู้รักษาราชการแทนปลัดกระทรวง

          ประการที่สอง คือ ในขณะที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงหรือ

ผู้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงไม่อาจปฏิบัติราชการได้ และในขณะเดียวกันก็ไม่มี

ผู้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงหรือผู้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงไม่อาจ

ปฏิบัติราชการได้ด้วย กรณีเช่นนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงจะแต่งตั้งข้าราชการ

ในกระทรวงซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือเทียบเท่าเป็นผู้รักษาราชการ

          ฉะนั้น ในส่วนที่เป็นปัญหาเกี่ยวกับตำแหน่งผู้ช่วยปลัดกระทรวง

จึงจะเห็นได้ว่ากฎหมายไม่ได้กำหนดให้ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเป็นผู้รักษาราชการ

แทนปลัดกระทรวงได้สำหรับกรณีที่มีรองปลัดกระทรวงอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม

ถ้าเป็นกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงหรือผู้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง

ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงก็อาจได้รับแต่งตั้งให้รักษาราชการแทน

ปลัดกระทรวงได้ถ้าตำแหน่งผู้ช่วยปลัดกระทรวงนั้นเป็นตำแหน่งที่ไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือ

เทียบเท่า

 

          นอกจากข้อพิจารณา 2 ประการดังกล่าวข้างต้น เห็นควรพิจารณาถึง

วรรคสาม ของข้อ 40 ไว้ด้วย เพราะมีบางกรณีที่เกี่ยวเนื่องถึงการรักษาราชการ

แทนปลัดกระทรวงโดยผู้ช่วยปลัดกระทรวง

          กรณีตามวรรคสามของข้อ 40 นั้นเป็นกรณีที่เกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้ช่วย

ปลัดกระทรวงรักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวง ซึ่งไม่เกี่ยวกับปัญหาที่กระทรวง

มหาดไทยได้ถามมาโดยตรงเพราะปัญหาที่กระทรวงมหาดไทยถามมานั้นเป็นปัญหา

เกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้ช่วยปลัดกระทรวงรักษาราชการแทนปลัดกระทรวง ไม่ใช่แทน

รองปลัดกระทรวง  แต่อย่างไรก็ตามอาจมีปัญหาสงสัยได้ในบางประการเกี่ยวกับ

เรื่องนี้ คือในกรณีที่ปลัดกระทรวงได้แต่งตั้งผู้ช่วยปลัดกระทรวงให้รักษาราชการแทน

รองปลัดกระทรวงตามความในวรรคสามของข้อ 40 นี้ไว้ก่อน และต่อมาปรากฏว่า

ผู้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงต้องพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุใดเหตุหนึ่งหรือปรากฏ

ว่าปลัดกระทรวงไม่อาจปฏิบัติราชการได้  ปัญหามีว่า ผู้ช่วยปลัดกระทรวงซึ่งรักษา

ราชการแทนรองปลัดกระทรวงโดยคำสั่งของปลัดกระทรวงที่ได้สั่งไว้ก่อนนั้น จะรักษา

ราชการแทนปลัดกระทรวงในทันทีโดยอัตโนมัติตามบทบัญญัติวรรคสองของข้อ 40 นี้

หรือไม่

          ในปัญหานี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่า ผู้ช่วยปลัดกระทรวง

ซึ่งรักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวงโดยคำสั่งแต่งตั้งของปลัดกระทรวงนั้น ไม่อาจ

รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงได้อีกชั้นหนึ่งโดยอัตโนมัติ  ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นกรณีที่

ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้และในขณะเดียว

กันนั้นก็ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ด้วย

ซึ่งในกรณีเช่นว่านี้กฎหมายได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะเจาะจงแล้ว กล่าวคือ ได้กำหนด

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนจากข้าราชการในกระทรวง

ซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือเทียบเท่า  ฉะนั้น ผู้ช่วยปลัดกระทรวงซึ่งรักษา

ราชการแทนรองปลัดกระทรวง หากจะเข้ามาเป็นผู้รักษาราชการแทนปลัดกระทรวง

ได้ก็ต้องมีคำสั่งแต่งตั้งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอีกครั้งหนึ่ง

 

 

 

          กล่าวโดยสรุป สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นว่า

ประการแรกปลัดกระทรวงอาจมอบหมายให้ผู้ช่วยปลัดกระทรวงปฏิบัติราชการแทนได้

ถ้าราชการนั้นเป็นราชการบริหารทั่วไป และปลัดกระทรวงจะมอบหมายให้ผู้ช่วยปลัด

กระทรวงปฏิบัติราชการแทนไม่ได้ถ้าราชการนั้นเป็นราชการที่กฎหมาย ระเบียบ ฯลฯ

กำหนดให้ปลัดกระทรวงปฏิบัติหรือดำเนินการโดยเฉพาะ  ทั้งนี้ โดยนัยวรรคหนึ่งและ

วรรคสี่ของข้อ 40 และประการที่สอง ผู้ช่วยปลัดกระทรวงไม่อาจเข้ามารักษาราชการ

แทนปลัดกระทรวงได้โดยอัตโนมัติ แต่จะต้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงใช้ดุลพินิจเลือก

แต่งตั้งขึ้นจากบรรดาบุคคลซึ่งเป็นข้าราชการในกระทรวงซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่า

อธิบดีหรือเทียบเท่า อีกทั้งกรณีนั้นจะต้องเป็นกรณีที่ใน ขณะนั้นไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรอง

ปลัดกระทรวงหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ด้วย

          สำหรับปัญหาข้อที่สอง ที่ถามมาว่า ถ้าผู้ช่วยปลัดกระทรวงรักษาราชการ

แทนและปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงไม่ได้ตาม (1) แล้ว จะต้องแก้ไขอย่างไร

ผู้ช่วยปลัดกระทรวงจึงจะรักษาราชการแทนและปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงได้

          สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่า เมื่อกฎหมายได้บัญญัติให้ผู้ช่วย

ปลัดกระทรวงสามารถรักษาราชการแทนปลัดกระทรวงได้ในบางกรณี และรักษาราชการ

แทนไม่ได้ในบางกรณี  ทั้งนี้ โดยบทบัญญัติดังกล่าวคงจะได้คำนึงถึงลำดับความสำคัญ

ของตำแหน่งหน้าที่ราชการเท่าที่เป็นอยู่ และคำนึงถึงความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชา

ซึ่งจะใช้ดุลพินิจแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนอยู่แล้ว  ฉะนั้น หากกระทรวงมหาดไทยเห็นว่า

บทบัญญัติดังกล่าวยังไม่เหมาะสมและเห็นควรแก้ไขประการใดก็คงจะต้องตรากฎหมาย

แก้ไขเพิ่มเติมความข้อนี้

 

                                                                   (ลงชื่อ)  ส. โหตระกิตย์

                                                                         (นายสมภพ โหตระกิตย์)

                                                                    เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

      มิถุนายน 2521.

 _ _                                                                                                      __ไพบูลย์ - คัด/ทาน__