เลขเสร็จ

 238/2529

เรื่อง

 

                                                      บันทึก

เรื่อง  การตีความมาตรา 97 (4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพ

         มหานคร พ.ศ.2528 กับข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง วิธีการงบประมาณ

        พ.ศ.2529 (ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจออกระเบียบหรือข้อบังคับ

        เกี่ยวกับการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงิน และ

        การตรวจเงิน ขึ้นใช้บังคับตามข้อ 18 (2) แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร

        เรื่อง วิธีการงบประมาณ พ.ศ.2529 หรือไม่)

                                                      ---------

เนื้อหา

 

          กรุงเทพมหานครได้มีหนังสือ ที่ กท 0100/6851 ลงวันที่ 14 พฤษภาคม

2529 ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ความว่า  กรุงเทพมหานคร มีปัญหาการ

ตีความมาตรา 97 (4)*(1) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพ

----------------------------------------------------------------

     *(1) มาตรา 97  ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครจะตราขึ้นได้โดยความเห็นชอบ

ของสภากรุงเทพมหานคร  ในกรณีดังต่อไปนี้

          (1) เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามอำนาจเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร

          (2) เมื่อมีกฎหมายบัญญัติให้กรุงเทพมหานครมีอำนาจตราเป็น

ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร

          (3) การดำเนินการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

          (4) การคลัง การงบประมาณ การเงิน การทรัพย์สิน การจัดหาผล

ประโยชน์จากทรัพย์สิน การจ้าง และการพัสดุ

          ในข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครจะกำหนดโทษผู้ละเมิดข้อบัญญัติไว้ด้วยก็ได้

แต่มิให้กำหนดโทษจำคุกเกินหกเดือน และหรือปรับเกินหนึ่งหมื่นบาท

 

 

 

มหานคร พ.ศ.2528 กับข้อ 18 (2)*(2) แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง

วิธีการงบประมาณ พ.ศ.2529 ซึ่งมีข้อความตามลำดับดังนี้

          "มาตรา 97  ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครจะตราขึ้นได้

    โดยความเห็นชอบของสภากรุงเทพมหานคร ในกรณีดังต่อไปนี้

                   ฯลฯ            ฯลฯ

           (4) การคลัง การงบประมาณ _การเงิน_ การทรัพย์สิน

    การจัดหาประโยชน์จากทรัพย์สิน การจ้าง และการพัสดุ

                   ฯลฯ            ฯลฯ

          "ข้อ 18  ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้รับผิดชอบใน

     การควบคุมงบประมาณเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ

     หรือข้อบังคับ และให้มีอำนาจเจ้าหน้าที่ดังต่อไปนี้ด้วย

                         ฯลฯ            ฯลฯ

--------------------------------------------------------------

     *(2) ข้อ 18  ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้รับผิดชอบในการ

ควบคุมงบประมาณเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับ และ

ให้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ด้วย

          (1) จัดให้มีการควบคุมการรับและเบิกจ่ายเงินให้เป็นไปตาม

งบประมาณและเงินประจำงวด

          (2) กำหนดระเบียบ หรือข้อบังคับเกี่ยวกับการรับเงิน การเบิก

จ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงิน และการตรวจเงิน

          (3) จัดให้มีการตรวจเอกสารการขอเบิกเงิน การจ่ายเงิน และการ

ก่อหนี้ผูกพัน ตลอดจนเอกสารต่าง ๆ เกี่ยวกับการรับเงิน การเก็บรักษาเงิน และ

การนำส่งเงิน

          (4) จัดให้มีการกำหนดและควบคุมระบบบัญชี แบบรายงานและ

เอกสารอื่นเกี่ยวกับการรับจ่ายและหนี้

          (5) กำหนดระเบียบ หรือข้อบังคับว่าด้วยเงินทดรองราชการ

 

 

 

           ปัญหามีว่า ข้อ 18 (2)*(3) แห่งข้อบัญญัติดังกล่าวให้อำนาจ

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในการกำหนดระเบียบหรือข้อบังคับที่เกี่ยวกับการเงิน

หลายเรื่อง ซึ่งแท้จริงแล้วก็อยู่ในเนื้อหาของเรื่องการเงินทั้งสิ้น  ดังนั้น ถ้าผู้ว่า

ราชการกรุงเทพมหานครออกระเบียบในเรื่องการเงินเหล่านี้ใช้บังคับโดยมิได้ออก

เป็นข้อบัญญัติ จะเป็นการขัดกับมาตรา 97 (4)*(4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ

บริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 ที่บัญญัติว่าเรื่องการเงินให้ตราเป็น

ข้อบัญญัติ หรือไม่

           เรื่องนี้กรุงเทพมหานครได้ให้คณะกรรมการประสานงานและศึกษา

ข้อมูลเกี่ยวกับงานในหน้าที่ของกรุงเทพมหานครพิจารณา  คณะกรรมการดังกล่าว

ได้พิจารณาแล้วมีความเห็นเป็นสองฝ่าย ดังนี้

           ฝ่ายที่หนึ่ง เห็นว่า  ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องวิธีการงบประมาณ

นั้นตราขึ้นโดยอาศัยมาตรา 97*(5) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพ

มหานคร พ.ศ.2528 โดยผ่านความเห็นชอบของสภากรุงเทพมหานครแล้ว เมื่อข้อ 18

(2)*(6) แห่งข้อบัญญัตินี้กำหนดให้อำนาจผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครออกระเบียบหรือ

ข้อบังคับในเรื่องการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงิน และ

การตรวจเงินได้  ก็ชอบที่จะดำเนินการตามที่ข้อบัญญัตินี้ให้อำนาจไว้  มาตรา 99*(7)

แห่งพระราชบัญญัตินี้ได้ให้ความหมายของข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครที่เกี่ยวด้วยการเงินว่า

หมายความถึงร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยข้อความต่อไปนี้ทั้งหมดหรือแต่ข้อใด

ข้อหนึ่ง คือ

-----------------------------------------------------------------

     *(3) โปรดดูเชิงอรรถที่ (2)

     *(4) โปรดดูเชิงอรรถที่ (1)

     *(5) โปรดดูเชิงอรรถที่ (1)

     *(6) โปรดดูเชิงอรรถที่ (2)

     *(7) มาตรา 99  ร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครที่เกี่ยวด้วยการเงิน

หมายความถึงร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยข้อความต่อไปนี้ทั้งหมดหรือแต่ข้อใด

ข้อหนึ่ง

                                                                                              [มีต่อหน้าถัดไป]

 

           (1) การตั้งขึ้นหรือยกเลิก หรือลด หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือผ่อน

หรือวางระเบียบการบังคับอันเกี่ยวกับภาษีอากร

           (2) การจัดสรร รับ รักษา หรือจ่ายเงินของกรุงเทพมหานคร หรือ

การโอนงบประมาณรายจ่ายของกรุงเทพมหานคร

           (3) การกู้เงิน การค้ำประกัน หรือการใช้เงินกู้

           (4) การคลัง การงบประมาณ การเงิน การทรัพย์สิน การจัดหา

ผลประโยชน์จากทรัพย์สิน การจ้างและการพัสดุ

           (5) การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

           (6) การออกพันธบัตรของกรุงเทพมหานคร

 

---------------------------------------------------------------

[ต่อจากเชิงอรรถที่ (7)]

          (1) การตั้งขึ้นหรือยกเลิก หรือลด หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือผ่อน

หรือวางระเบียบการบังคับอันเกี่ยวกับภาษีอากร

          (2) การจัดสรร รับ รักษา หรือจ่ายเงินของกรุงเทพมหานครหรือการ

โอนงบประมาณรายจ่ายของกรุงเทพมหานคร

          (3) การกู้เงิน การค้ำประกัน หรือการใช้เงินกู้

          (4) การคลัง การงบประมาณ การเงิน การทรัพย์สิน การจัดหา

ผลประโยชน์จากทรัพย์สิน การจ้างและการพัสดุ

          (5) การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

          (6) การออกพันธบัตรของกรุงเทพมหานคร

          ในกรณีเป็นที่สงสัยว่าร่างข้อบัญญัติใดเป็นร่างข้อบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน

ที่จะต้องมีคำรับรองของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือไม่ ให้ประธานสภากรุงเทพ

มหานครเป็นผู้วินิจฉัย

 

 

 

           ดังนั้น การที่ข้อ 18 (2)*(8) แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเรื่อง

วิธีการงบประมาณ ได้บัญญัติความไว้เช่นนี้  ย่อมถือได้ว่าเรื่องการเงินในส่วนที่เกี่ยว

กับการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงิน และการตรวจเงิน

ได้ตราเป็นข้อบัญญัติแล้ว  และสภากรุงเทพมหานครได้ให้ความเห็นชอบแล้วว่าเรื่อง

การเงินในกรณีดังกล่าวให้อยู่ในอำนาจของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่จะออก

ระเบียบหรือข้อบังคับได้ โดยมิได้ก้าวล่วงไปถึงเรื่องการเงินในกรณีอื่น ๆ ตาม

มาตรา 99*(9) ซึ่งยังต้องกำหนดโดยข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครอยู่เช่นเดิม

           ความเห็นตามแนวของฝ่ายที่หนึ่งนี้ เกิดจากการเทียบเคียงข้อบัญญัติ

กรุงเทพมหานครเรื่องวิธีการงบประมาณ กับพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ.2502

ซึ่งมาตรา 21 (2)*(10) บัญญัติว่า  ให้รัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดระเบียบหรือข้อบังคับ

----------------------------------------------------------------

     *(8) โปรดดูเชิงอรรถที่ (2)

     *(9) โปรดดูเชิงอรรถที่ (7)

    *(10) มาตรา 21  ให้รัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบในการควบคุมงบประมาณ

เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับ และให้มีอำนาจหน้าที่

ดังต่อไปนี้ด้วย

          (1) จัดให้มีการประมวลบัญชีการเงินแผ่นดิน

          (2) กำหนดระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินจากคลัง

การเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลัง ด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

          (3) จัดให้มีการตรวจเอกสารการขอเบิกเงิน การจ่ายเงินและการ

ก่อหนี้ผูกพัน ตลอดจนเอกสารต่าง ๆ เกี่ยวกับการรับเงิน การเก็บรักษาเงินและ

การนำเงินส่งคลัง

          (4) กำหนดและควบคุมระบบบัญชี แบบรายงาน และเอกสารเกี่ยวกับ

การรับจ่ายเงินและหนี้

          (5) กำหนดระเบียบหรือข้อบังคับว่าด้วยเงินทดรองราชการด้วยความ

เห็นชอบของคณะรัฐมนตรีและให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

 

 

 

เกี่ยวกับการเบิกจ่ายจากคลัง การเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลัง ด้วยความ

เห็นชอบของคณะรัฐมนตรี  เมื่อพิจารณามาตรา 124*(11) ของรัฐธรรมนูญแห่ง

ราชอาณาจักรไทย ประกอบแล้วก็เห็นได้ชัดว่า  เรื่องเกี่ยวด้วยการเงินนั้นต้องตรา

เป็นพระราชบัญญัติ และการที่พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ.2502 บัญญัติความ

ตามมาตรา 21 (2)*(12) ดังกล่าวแล้วข้างต้น ก็หมายความว่า เรื่องการเงิน

ในกรณีเบิกจ่ายจากคลัง การเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส่งคลังนั้น รัฐมนตรีว่าการ

กระทรวงการคลังสามารถกำหนดเป็นระเบียบหรือข้อบังคับโดยความเห็นของคณะรัฐมนตรี

ได้  โดยมิต้องตราเป็นพระราชบัญญัติขึ้นมาต่างหากแต่อย่างใด และหากเทียบเคียง

ต่อไปถึงการใช้อำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังดังกล่าวข้างต้นแล้ว ก็จะ

--------------------------------------------------------------

     *(11) มาตรา 125 ร่างพระราชบัญญัติจะเสนอได้ก็แต่โดยคณะรัฐมนตรี

หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน สมาชิกสภา

ผู้แทนราษฎรจะเสนอได้ก็ต่อเมื่อมีคำรับรองของนายกรัฐมนตรี

          การเสนอร่างพระราชบัญญัติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะกระทำได้

เมื่อพรรคการเมืองที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้นั้นสังกัดมีมติให้เสนอได้ และต้องมี

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคการเมืองนั้นไม่น้อยกว่ายี่สิบคนรับรอง

          (1) การตั้งขึ้นหรือยกเลิกหรือลดหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือผ่อน หรือ

วางระเบียบการบังคับอันเกี่ยวกับภาษีหรืออากร

          (2) การจัดสรร รับ รักษาหรือจ่ายเงินแผ่นดิน หรือการโอนงบประมาณ

รายจ่ายของแผ่นดิน

          (3) การกู้เงิน หรือการค้ำประกันหรือการใช้เงินกู้

          (4) เงินตรา

          ในกรณีที่เป็นที่สงสัยว่าร่างพระราชบัญญัติใดเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยว

ด้วยการเงินที่จะต้องมีคำรับรองของนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ให้เป็นอำนาจของประธาน

สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้วินิจฉัย

     *(12) โปรดดูเชิงอรรถที่ (11)

 

 

 

เห็นได้ว่า  คำว่า การเบิกจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส่งคลัง

มีความหมายในขอบเขตที่กว้างขวาง ดังจะเห็นได้จากระเบียบต่าง ๆ ที่วางไว้  เช่น

ระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง พ.ศ.2520  ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการ

เบิกจ่ายเงินของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในและกองอำนวยการกลาง

สำนักผู้บัญชาการทหารสูงสุด(กรป.กลาง) พ.ศ.2525  ระเบียบการจ่ายเงินสมนาคุณ

กรรมการสอบสวนวินัยข้าราชการ พ.ศ.2522  ระเบียบการจ่ายเงินประจำตำแหน่ง

ผู้บริหารในวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา พ.ศ.2524  ระเบียบการจ่ายเงินค่าสอน

พิเศษในมหาวิทยาลัย พ.ศ.2520  ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ่ายเงินรางวัล

กรรมการและเจ้าหน้าที่สอบแข่งขันหรือสอบคัดเลือกข้าราชการ พ.ศ.2519  ระเบียบ

กระทรวงการคลังว่าด้วยการจ่ายเงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลสำหรับข้าราชการซึ่งมี

ตำแหน่งหน้าที่ประจำอยู่ในต่างประเทศ พ.ศ.2514  ระเบียบการจ่ายเงินค่ารับรอง

ชาวต่างประเทศ พ.ศ.2520  ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงิน

ค่าตอบแทนอาสาสมัครทหารพรานกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2427 เป็นต้น  กล่าวโดย

สรุปก็คือ หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

มีอำนาจในการกำหนดระเบียบหรือข้อบังคับใด ๆ  เกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินจากคลัง

การเก็บรักษาเงิน และการนำส่งเงิน ตามอำนาจที่ได้รับจากความในมาตรา 21

(2)*(13) แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ.2502 แล้ว  ผู้ว่าราชการ

กรุงเทพมหานครก็ควรมีอำนาจในการกำหนดระเบียบหรือข้อบังคับได้ในทำนองเดียวกัน

เท่าที่อยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของการบริหารงานกรุงเทพมหานคร

           ฝ่ายที่สอง เห็นว่า  เรื่องนี้จำเป็นต้องยึดมาตรา 97*(14) แห่ง

พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 เป็นหลัก

เพราะเป็นกฎหมายที่มีฐานะสูงกว่าข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเรื่องวิธีการงบประมาณ 

 

--------------------------------------------------------------

     *(13) โปรดดูเชิงอรรถที่ (10)

     *(14) โปรดดูเชิงอรรถที่ (1)

 

 

 

นอกจากนั้น เรื่องที่เกี่ยวกับการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การนำ

ส่งเงิน และการตรวจเงิน ก็คือส่วนหนึ่งของเรื่องการเงิน  ฉะนั้น จึงต้องตราเป็น

ข้อบัญญัติโดยอาศัยมาตรา 97*(15) ดังกล่าว

           ส่วนการออกระเบียบตามข้อ 18 (2)*(16) แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพ

มหานคร เรื่องวิธีการงบประมาณ พ.ศ.2529  น่าจะกระทำในกรณีเป็นการกำหนด

รายละเอียดของเรื่องการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงิน

และการตรวจเงิน  ตัวอย่างเช่น  เรื่องการเบิกจ่ายเงิน กรณีที่ว่าใครมีหน้าที่เป็น

ผู้เบิกเงินฎีกาเบิกเงินมีประเภทใดบ้าง การเบิกเงินงบประมาณจะกระทำได้เฉพาะ

ที่ได้รับอนุมัติจัดสรรแล้ว การเบิกเงินตัดปีจะกระทำได้โดยมีเงื่อนไขอย่างไร ฯลฯ

เหล่านี้น่าจะเป็นสาระสำคัญของเรื่องการเบิกจ่ายที่จะต้องตราเป็นข้อบัญญัติ

ส่วนรายละเอียด เช่น ฎีกาต้องเขียนด้วยหมึกหรือพิมพ์ให้ชัดเจน การแก้ไขจำนวน

เงินมีหลักเกณฑ์ต้องปฏิบัติอย่างไร การกำหนดให้หน่วยงานที่เบิกเงินต้องส่งเอกสาร

อะไรบ้างให้หน่วยการคลังตรวจสอบ ฯลฯ เหล่านี้ น่าจะเป็นรายละเอียดที่ควรออก

เป็นเพียงระเบียบได้

           กรุงเทพมหานครเห็นว่า  เรื่องนี้เป็นปัญหาสำคัญที่เกี่ยวกับการตีความ

ข้อกฎหมาย จึงขอหารือว่า  ในเรื่องเกี่ยวกับการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การเก็บ

รักษาเงิน การนำส่งเงิน และการตรวจเงิน  ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจ

ออกระเบียบขึ้นใช้บังคับโดยอาศัยอำนาจตามข้อ 18 (2)*(17) แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพ

มหานคร  เรื่องวิธีการงบประมาณ พ.ศ.2529  หรือจะต้องตราเป็นข้อบัญญัติโดยอาศัย

ความตามมาตรา 97 (4)*(18) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพ

มหานคร พ.ศ.2528  และหากความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นไปตามกรณี

หลังนี้แล้ว ขอทราบว่าข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องวิธีการงบประมาณ พ.ศ.2529

จะมีที่ใช้ในกรณีใด

---------------------------------------------------------------

     *(15) โปรดดูเชิงอรรถที่ (1)

     *(16) โปรดดูเชิงอรรถที่ (2)

     *(17) โปรดดูเชิงอรรถที่ (2)

     *(18) โปรดดูเชิงอรรถที่ (1)

 

           คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการร่างกฎหมาย คณะที่ 7) ได้พิจารณา

ปัญหาดังกล่าวพร้อมทั้งฟังคำชี้แจงของผู้แทนกรุงเทพมหานครและผู้แทนสำนักงานประมาณ

แล้ว ประเด็นที่จะพิจารณาอยู่ที่ว่า  กิจการเกี่ยวกับการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน

การเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงิน และการตรวจเงิน  ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

มีอำนาจออกเป็นระเบียบหรือข้อบังคับได้ตามข้อ 18 (2)*(19) แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพ

มหานคร  เรื่องวิธีการงบประมาณ พ.ศ.2529 หรือจะต้องตราเป็นข้อบัญญัติกรุงเทพ

มหานคร คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการร่างกฎหมาย คณะที่ 7) เห็นว่า กิจการ

ดังกล่าวได้ออกเป็นข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครแล้ว และข้อบัญญัตินั้นได้มอบอำนาจให้

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกำหนดเป็นระเบียบหรือข้อบังคับได้เพื่อควบคุมงบประมาณ

และปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมาย  ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจึงมีอำนาจออก

ระเบียบหรือข้อบังคับได้   มิฉะนั้นข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง วิธีการงบประมาณ

พ.ศ.2429 ข้อ 18 (2)*(20) จะไม่มีผลใช้บังคับ  ส่วนระเบียบหรือข้อบังคับที่ออก

ตามข้อบัญญัตินี้ข้อใดกำหนดนอกเหนืออำนาจที่ให้ไว้ต้องพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไป หาใช่

ไม่มีอำนาจออกระเบียบหรือข้อบังคับดังข้อโต้แย้งของฝ่ายที่สองไม่ คณะกรรมการกฤษฎีกา

(กรรมการร่างกฎหมาย คณะที่ 7) จึงเห็นว่า ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจ

ออกระเบียบหรือข้อบังคับตามข้อบัญญัติดังกล่าวได้

 

                                                  (ลงชื่อ) อมร จันทรสมบูรณ์

                                                        (นายอมร จันทรสมบูรณ์)

                                                     เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

        มิถุนายน 2529

 

----------------------------------------------------------------

     *(19) โปรดดูเชิงอรรถที่ (2)

     *(20) โปรดดูเชิงอรรถที่ (2)

<

                                                    __ไพบูลย์ฯ - คัด/ทาน

                                                           __