เลขเสร็จ

392/2532

เรื่อง

 

                                                   บันทึก

เรื่อง  การมอบอำนาจในการสั่งลงโทษข้าราชการให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด

         ผู้มอบอำนาจยังคงมีอำนาจในการสั่งลงโทษนั้นอยู่อีกหรือไม่ (ปัญหาการ

         ลงโทษนายทวีวัฒน์ ไกรวงศ์ ตามมาตรา 86 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติ

         ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2518)

                                                 -----------

เนื้อหา

                           

          สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติได้มีหนังสือ ปกปิด

ที่ ศธ 1482/1077 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2532 ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ความว่า สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติมีปัญหาแนวปฏิบัติราชการ

เกี่ยวกับการสั่งลงโทษข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ 4 ลงไป สังกัดสำนักงาน

การประถมศึกษาจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ

ได้มอบอำนาจการรักษาวินัย รวมตลอดถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน การสั่ง

ให้ออกจากราชการ การสั่งพักราชการ การสั่งลงโทษทางวินัย และการลาออกจาก

ราชการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทน ตามคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการ

การประถมศึกษาแห่งชาติ ที่ 84/2523 ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2523 กรณีนายทวีวัฒน์

ไกรวงศ์ ข้าราชการพลเรือนสามัญระดับ 4 ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป สังกัด

สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอเบตง สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดยะลา สำนัก

งานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ มีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่าง

ร้ายแรงในเรื่องละทิ้งหน้าที่ราชการเกินกว่า 15 วัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรและมี

พฤติการณ์จงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ดำเนิน

การสืบสวนข้อเท็จจริงแล้ว เห็นว่า นายทวีวัฒน์ ไกรวงศ์ กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง

 

 

 

และเป็นกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้งตามกฎ ก.พ.ฉบับที่ 7 (พ.ศ.2518)

ข้อ 1 (2)*(1) สมควรลงโทษไล่ออกจากราชการ และสำนักงานคณะกรรมการ

การประถมศึกษาแห่งชาติเห็นว่าเป็นกรณีกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง กรณีเป็น

ความผิดที่ปรากฏชัดแจ้งตามกฎ ก.พ. ฉบับที่ 7 (พ.ศ.2518) ข้อ 1 (2) ควร

ลงโทษไล่ออกจากราชการ และได้รายงานกระทรวงศึกษาธิการเพื่อนำเสนอ

อ.ก.พ.กระทรวงศึกษาธิการพิจารณา อ.ก.พ. กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาแล้ว

มีมติให้ลงโทษไล่ออกจากราชการ สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ

ได้ส่งเรื่องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งลงโทษไล่นายทวีวัฒน์ ไกรวงศ์ ออกจากราชการ

ตามมติ อ.ก.พ. กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งจังหวัดได้มีคำสั่งลงโทษไล่นายทวีวัฒน์

ไกรวงศ์ ออกจากราชการแล้ว จึงขอหารือว่า กรณีดังกล่าวเมื่อ อ.ก.พ.กระทรวง

ศึกษาธิการมีมติเป็นประการใดแล้ว เลขาธิการคณะกรรมการการประถมศึกษา

แห่งชาติจะมีอำนาจสั่งลงโทษได้หรือไม่ หรือจะต้องส่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดผู้รับมอบ

อำนาจเป็นผู้สั่งลงโทษต่อไป

          คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการร่างกฎหมาย คณะที่ 4) ได้พิจารณา

ปัญหาดังกล่าวประกอบกับฟังคำชี้แจงของผู้แทนสำนักนายกรัฐมนตรี (สำนักงาน ก.พ.)

และผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการ (สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ)

แล้ว ผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการ (สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ)

-----------------------------------------------------------

     *(1) กฎ ก.พ.ฉบับที่ 7 (พ.ศ.2518) ออกตามความในพระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2518 ว่าด้วยกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง

                        ฯลฯ                  ฯลฯ

          ข้อ 1 ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง

ในกรณีดังต่อไปนี้เป็นกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง คือ

                         ฯลฯ                  ฯลฯ

           (2) ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่า

สิบห้าวัน และผู้บังคับบัญชาได้ดำเนินการสืบสวนแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุอันสมควร

หรือเห็นว่ามีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ

 

ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า เลขาธิการคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติได้มอบอำนาจ

การปกครองบังคับบัญชา และการสั่งลงโทษ ฯลฯ ข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่

ระดับ 4 ลงมา ฯลฯ ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดตามคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการ

การประถมศึกษาแห่งชาติ ที่ 84/2523 ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2523 ดังกล่าวข้างต้น

ซึ่งถ้าเป็นกรณีกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงสมควรลงโทษถึงให้ออก ปลดออก หรือ

ไล่ออก ผู้ว่าราชการจังหวัดก็จะต้องรายงานเลขาธิการคณะกรรมการการประถม

ศึกษาแห่งชาติเพื่อให้นำเสนอ อ.ก.พ.กระทรวงฯพิจารณาตามนัยมาตรา 86 ทวิ*(2)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2518 แก้ไขเพิ่มเติมโดย

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 19 ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2520 กรณีการลงโทษ

นายทวีวัฒน์ ไกรวงศ์ นี้ สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติได้

รายงานการดำเนินการทางวินัยไปยังสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการเพื่อนำเสนอ

อ.ก.พ.กระทรวงศึกษาธิการพิจารณา โดยผู้ว่าราชการจังหวัดมิได้ให้ความเห็น

ในเรื่องระดับโทษว่าสมควรลงโทษสถานใด สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

จึงได้ขอให้สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด และสำนักงาน

คณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติทำความเห็นในเรื่องระดับโทษมาก่อนที่จะ

-------------------------------------------------------------

     *(2) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2518 แก้ไขเพิ่มเติม

โดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 19 ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2520

          มาตรา 86 ทวิ ในกรณีที่คณะกรรมการสอบสวนหรือผู้มีอำนาจตาม

มาตรา 86 เห็นว่าข้าราชการผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง สมควรลงโทษถึง

ให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

          (1) สำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งตั้งแต่ระดับ 11 ลงมา

ในราชการบริหารส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ให้นายกรัฐมนตรีตามมาตรา 86

วรรคสาม หรือผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 44 ส่งเรื่องให้ อ.ก.พ.กระทรวง

ซึ่งข้าราชการผู้สอบสวนสังกัดอยู่พิจารณา และเมื่อ อ.ก.พ.กระทรวงมีมติเป็น

ประการใด ให้นายกรัฐมนตรีหรือผู้มีอำนาจสั่งบรรจุดังกล่าว แล้วแต่กรณี สั่งให้

เป็นไปตามนั้น

                         ฯลฯ             ฯลฯ

 

เสนอ อ.ก.พ.กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาลงมติ สำนักงานคณะกรรมการการ

ประถมศึกษาแห่งชาติเห็นว่า การดำเนินการทางวินัยในกรณีเช่นนี้มีขั้นตอนมากมาย

ต้องส่งเรื่องกลับไปกลับมาระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ

กับผู้ว่าราชการจังหวัดหลายครั้ง ทั้ง ๆ ที่เลขาธิการฯได้มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการ

จังหวัดปฏิบัติราชการแทนดังกล่าวมาแล้ว  จึงขอหารือว่าเมื่อเลขาธิการฯได้มอบ

อำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดไปแล้ว สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษา

แห่งชาติยังจะต้องทำความเห็นในเรื่องการดำเนินการทางวินัยของผู้ว่าราชการ

จังหวัดด้วยหรือไม่ และเมื่อ อ.ก.พ. กระทรวงฯมีมติให้ลงโทษอย่างใดแล้ว

เลขาธิการฯ จำเป็นจะต้องส่งเรื่องไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้สั่งลงโทษหรือไม่

กล่าวคือ เลขาธิการฯ ซึ่งได้มอบอำนาจการลงโทษให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดไปแล้ว

ยังคงมีอำนาจในการสั่งลงโทษนั่นอยู่อีกหรือไม่

          คณะกรรมการกฤษฎีกา(กรรมการร่างกฎหมาย คณะที่ 4)ได้พิจารณา

ปัญหาดังกล่าวแล้วมีความเห็นว่า การที่เลขาธิการคณะกรรมการการประถมศึกษา

แห่งชาติได้มอบอำนาจการปกครองบังคับบัญชา และการสั่งลงโทษ ฯลฯ ให้แก่

ผู้ว่าราชการจังหวัดตามคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ

ที่ 84/2523 โดยอาศัยอำนาจตามข้อ 42 วรรคสี่*(3) แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ

ฉบับที่ 218 ลงวันที่ 29 กันยายน 2515 นั้น ก็เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระการปฏิบัติ

---------------------------------------------------------------

     *(3) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 ลงวันที่ 29 กันยายน 2515

                          ฯลฯ             ฯลฯ

               ข้อ 42

               อำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ หรือการปฏิบัติราชการ

ที่อธิบดีจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งใด หรือ

มติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องใด ถ้ากฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งนั้น หรือ

มติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องนั้น มิได้กำหนดเรื่องการมอบอำนาจไว้เป็นอย่างอื่น

อธิบดีจะมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้รองอธิบดีปฏิบัติราชการแทนอธิบดีก็ได้ แต่ถ้า

จะมอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทนอธิบดี ต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี

และให้ทำเป็นคำสั่งและประกาศในราชกิจจานุเบกษา

 

ราชการของเลขาธิการคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ และเพื่อความสะดวก

รวดเร็วแก่การดำเนินการทางวินัยต่อผู้ถูกลงโทษ และแม้จะได้มอบอำนาจให้

ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทนแล้ว เพื่อให้การลงโทษเป็นไปตามมาตรฐาน

เดียวกัน เลขาธิการคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติจะเสนอความเห็นใน

เรื่องระดับโทษต่อ อ.ก.พ.กระทรวงฯ ไปพร้อมกับความเห็นของผู้ว่าราชการจังหวัด

ด้วยก็ได้ สำหรับปัญหาที่ว่าเมื่อ อ.ก.พ.กระทรวงฯมีมติเป็นประการใดแล้วเลขาธิการฯ

จะมีอำนาจสั่งลงโทษได้หรือไม่ หรือจะต้องส่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดผู้รับมอบอำนาจ

เป็นผู้สั่งลงโทษต่อไป นั้น เห็นว่า แม้เลขาธิการฯ จะได้มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการ

จังหวัดปฏิบัติราชการแทนแล้ว เลขาธิการฯก็ยังคงมีอำนาจในการสั่งลงโทษตามกฎหมาย

ดังนั้นเลขาธิการฯ จะสั่งลงโทษเสียเองหรือจะส่งเรื่องไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัด

เป็นผู้สั่งลงโทษก็ย่อมทำได้ สุดแล้วแต่จะเห็นสมควร

 

                                                            (ลงชื่อ)  วัฒนา รัตนวิจิตร

                                                                    (นายวัฒนา รัตนวิจิตร)

                                                                         รองเลขาธิการฯ

                                                  ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

 

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

            กันยายน 2532

.

.                                                                                                                       ไพบูลย์  - คัด/ทาน

.