เลขเสร็จ

๒๖๗/๒๕๔๑

เรื่อง

                                                       บันทึก

       เรื่อง  ปัญหาข้อหารือเกี่ยวกับการดำเนินคดีเครื่องหมายการค้า

                  กับนายวิชิต วิรุณรัตนกิจ

                                                 ---------------

เนื้อหา

                        กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ มีหนังสือ ที่ พณ ๐๗๐๖/๔๐๙

ลงวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๔๐ ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาความว่า กรมทรัพย์สินทาง

ปัญญามีปัญหาข้อหารือเกี่ยวกับการดำเนินคดีเครื่องหมายการค้ากับนายวิชิต วิรุณรัตนกิจ

โดยมีรายละเอียดดังนี้

                        นายวิชิต วิรุณรัตนกิจ โดยนายเอกชัย จิรารัตน์ ตัวแทน ได้ยื่นขอจดทะเบียน

เครื่องหมายการค้าคำขอเลขที่ ๒๙๑๕๐๗ ๒๙๑๘๘๕ ๒๙๑๘๘๖ ๒๙๑๘๘๗ ๒๙๑๘๙๐

๒๙๑๘๙๒ ๒๙๑๘๙๓ ๒๙๓๗๒๒ ๒๙๓๗๒๔ ๒๙๓๗๒๕ ๒๙๓๗๒๖ ๒๙๓๗๒๗

๒๙๓๗๒๘ และ ๒๙๖๗๗๙ สำหรับสินค้าจำพวกที่ ๒๕ รายการสินค้า เสื้อกีฬา รวม ๑๔ คำขอ

คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทั้ง ๑๔ คำขอดังกล่าว นายทะเบียนได้สั่งให้ผู้ขอจดทะเบียน

ส่งหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าตามที่ยื่นขอจดทะเบียนไว้ นายวิชิต วิรุณ

รัตนกิจ ได้ส่งหนังสือรับรอง โดยรับรองว่าเป็นผู้ประดิษฐ์เครื่องหมายการค้าทั้ง ๑๔ คำขอ ขึ้นเอง

                        นายทะเบียนได้พิจารณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวแล้วมีความเห็น

ดังนี้

                        ๑. คำขอเลขที่ ๒๙๑๕๐๗ เป็นเครื่องหมายที่เหมือนกับเครื่องหมายคำว่า

"MC EWAN'S LAGER" ซึ่งเป็นผู้ให้การสนับสนุนทีมฟุตบอล BLACKBURNS

ROVERS สโมสรฟุตบอลอาชีพที่มีชื่อเสียงในประเทศอังกฤษ

                        ๒. คำขอเลขที่ ๒๙๑๘๘๕ เป็นเครื่องหมายที่เหมือนกับตราสัญลักษณ์ประจำ

ทีมสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อเสียงของประเทศเยอรมันนี

                        ๓. คำขอเลขที่ ๒๙๑๘๘๖ เป็นเครื่องหมายที่มีลักษณะเหมือนกับตราสัญลักษณ์

ประจำทีมชาติฟุตบอลประเทศเดนมาร์ก ซึ่งเป็น ๑ ใน ๑๖ ทีมฟุตบอลในการแข่งขันฟุตบอล

EURO ๙๖ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

                        ๔. คำขอเลขที่ ๒๙๑๘๘๗ เป็นเครื่องหมายที่เหมือนกับตราสัญลักษณ์ประจำทีมสโมสร

ฟุตบอล BORUSSIA MONCHENGLADBACH ซึ่งเป็นทีมสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อเสียงของ

ประเทศเยอรมันนี

                        ๕. คำขอเลขที่ ๒๙๑๘๙๐ เป็นเครื่องหมายที่เหมือนกับตราสัญลักษณ์ประจำ

ทีมสโมสรฟุตบอล QUEEN'S PARK RANGERS ซึ่งเป็นทีมสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อเสียง

ของประเทศอังกฤษ

                        ๖. คำขอเลขที่ ๒๙๑๘๙๒ เป็นเครื่องหมายที่มีลักษณะเหมือนกับตราสัญลักษณ์

ทีมชาติฟุตบอลในการแข่งขันฟุตบอล EURO ๙๖ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

                        ๗. คำขอเลขที่ ๒๙๑๘๙๓ เป็นเครื่องหมายที่มีลักษณะเหมือนกับตรา

สัญลักษณ์ทีมชาติฟุตบอลประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็น ๑ ใน ๑๖ ทีมชาติฟุตบอลในการแข่งขัน

ฟุตบอล EURO ๙๖ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

                        ๘. คำขอเลขที่ ๒๙๓๗๒๒ เป็นเครื่องหมายที่มีลักษณะเหมือนกับตรา

สัญลักษณ์ประจำทีมสโมสรฟุตบอลอาชีพในประเทศญี่ปุ่น หรือ SANFRECCE

HIROCHIMA FC ที่มีชื่อเสียงแพร่หลาย

                        ๙. คำขอเลขที่ ๒๙๓๗๒๔ เป็นเครื่องหมายที่มีลักษณะเหมือนกับตรา

สัญลักษณ์ประจำทีมสโมสรฟุตบอลอาชีพในประเทศญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงแพร่หลาย

                        ๑๐. คำขอเลขที่ ๒๙๓๗๒๕ เป็นเครื่องหมายที่มีลักษณะเหมือนกับตรา

สัญลักษณ์ประจำทีมสโมสรฟุตบอลอาชีพในประเทศญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงแพร่หลาย

                        ๑๑. คำขอเลขที่ ๒๙๓๗๒๖ เป็นเครื่องหมายที่เหมือนกับเครื่องหมายคำว่า

"THISTLE HOTELS" และรูปลวดลาย ซึ่งเป็นผู้ให้การสนับสนุนทีมฟุตบอล LEED

UNITED ที่มีชื่อเสียงแพร่หลาย

                        ๑๒. คำขอเลขที่ ๒๙๓๗๒๗ เป็นเครื่องหมายที่มีลักษณะเหมือนกับตรา

สัญลักษณ์ประจำทีมสโมสรฟุตบอลอาชีพในประเทศญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงแพร่หลาย

                        ๑๓. คำขอเลขที่ ๒๙๓๗๒๘ เป็นเครื่องหมายที่มีลักษณะเหมือนกับตรา

สัญลักษณ์ประจำทีมสโมสรฟุตบอล NAGOYA GRAMPUS EIGHT ที่มีชื่อเสียง

แพร่หลายในประเทศญี่ปุ่น

                        ๑๔. คำขอเลขที่ ๒๙๖๗๗๙ เป็นเครื่องหมายที่เหมือนกับตราสัญลักษณ์ทีมชาติ

ฟุตบอลประเทศโปรตุเกส ซึ่งเป็น ๑ ใน ๑๖ ทีมชาติฟุตบอล EURO ๙๖ ที่มีชื่อเสียงเจ้าหน้าที่ตรวจ

สอบเครื่องหมายการค้าเห็นว่า ควรดำเนินคดีกับผู้ขอตามมาตรา ๑๐๗*(๑) แห่งพระราชบัญญัติ

เครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ สำหรับการยื่นหนังสือรับรองซึ่งมีการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ

และไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวตามมาตรา ๘(๑๑)*(๒) แห่งพระราชบัญญัติ

ดังกล่าว ต่อมาในการประชุมคณะนายทะเบียน ครั้งที่ ๔ ในวันศุกร์ ที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๓๙

ที่ประชุมได้พิจารณาเครื่องหมายการค้าของนายวิชิต วิรุณรัตนกิจ ทั้ง ๑๔ คคำขดังกล่าวข้างต้น

แล้วมีมติเป็นเอกฉันท์ดังนี้ คือ ไม่รับจดทะเบียนทุกคำขอ เนื่องจากเครื่องหมายดังกล่าวเป็น

เครื่องหมายที่เหมือนกับเครื่องหมายที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปจนอาจทำให้สาธารณชนสับสน

หลงผิดในความเป็นเจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า ต้องห้ามรับจดทะเบียนตามมาตรา ๘(๑๑)

แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าฯ จึงมีปัญหาว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาควรจะดำเนินคดี

กับนายวิชิตวิรุณรัตนกิจ ตามมาตรา ๑๐๗ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าฯหรือไม่

                        เจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้พิจารณาปัญหาดังกล่าวแล้วมีความเห็น

เป็นสองฝ่าย ดังนี้

                        ฝ่ายแรก เห็นว่าไม่ควรดำเนินคดีกับนายวิชิต วิรุณรัตนกิจ ตามมาตรา ๑๐๗

โดยมีเหตุผลดังนี้

                        ๑. หนังสือรับรองที่ยื่นโดยนายวิชิต วิรุณรัตนกิจ ไม่มีข้อความที่แสดงว่าเป็นการ

รับรองหรือยื่นต่อนายทะเบียน ดังนั้น จึงไม่น่าที่จะดำเนินคดีตามมาตรา ๑๐๗ ได้

                        ๒. เนื่องจากองค์ประกอบความผิดประการหนึ่งของมาตรา ๑๐๗ คือ มีเจตนา

ที่จะแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อนายทะเบียนหรือคณะกรรมการ การที่จะนำสืบถึงเจตนาดังกล่าว

ย่อมเป็นไปได้ยาก

                        ฝ่ายที่สอง  เห็นว่าควรดำเนินคดีกับนายวิชิต วิรุณรัตนกิจ ตามมาตรา ๑๐๗

โดยมีเหตุผลดังนี้

                        ๑. ในประเด็นเกี่ยวกับการแสดงข้อความอันเป็นเท็จซึ่งเป็นองค์ประกอบความ

ผิดประการหนึ่งของมาตรา ๑๐๗ มีความเห็นว่า กรณีที่เครื่องหมายนั้นคล้ายกับเครื่องหมายอื่นที่มี

อยู่ก่อนแล้ว การจะเอาผิดตามมาตรา ๑๐๗ กับผู้ยื่นคำขอซึ่งรับรองว่าได้ประดิษฐ์เครื่องหมายการ

ค้าขึ้นเอง ย่อมเป็นไปได้ยาก เพราะผู้ยื่นคำขออาจกล่าวอ้างได้ว่าเขาได้ประดิษฐ์ส่วนที่แตกต่างของ

เครื่องหมายนั้นขึ้นเอง ดังนั้น การรับรองดังกล่าวจึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นการแสดงข้อความอันเป็น

เท็จ

                        แต่ในกรณีที่เครื่องหมายนั้นเหมือนกับเครื่องหมายอื่นที่มีอยู่ก่อนแล้วมีความ

เห็นว่า น่าที่จะดำเนินคดีกับผู้ยื่นคำขอและคำรับรองดังกล่าวได้ ถ้าสามารถนำพยานหลักฐานมา

แสดงให้ศาลเห็นได้ว่าเครื่องหมายนั้นเหมือนกับเครื่องหมายอื่นที่มีอยู่แล้ว อันจะเป็นการพิสูจน์ได้

ว่าผู้ยื่นคำขอไม่ได้ประดิษฐ์เครื่องหมายนั้นขึ้นเอง

                        ๒. เนื่องจากองค์ประกอบประการหนึ่งของมาตรา ๑๐๗ คือ มีการยื่นเอกสารที่มี

ข้อความอันเป็นเท็จต่อนายทะเบียน ดังนั้น แม้หนังสือรับรองจะไม่มีข้อความที่แสดงว่าเป็นการรับ

รองหรือยื่นต่อนายทะเบียน ก็ไม่ทำให้ผู้ยื่นเอกสารดังกล่าวพ้นความรับผิดตามมาตรา ๑๐๗ ได้

                        ๓. ต้องการให้คดีนี้เป็นคดีตัวอย่างเพื่อป้องปรามไม่ให้มีการนำเอาเครื่องหมาย

การค้าของบุคคลอื่นมาใช้ ขอรับการจดทะเบียน หรือแสวงหาประโยชน์โดยมิได้รับอนุญาตจาก

เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น

                        กรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงขอส่งเรื่องมายังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

เพื่อโปรดนำเสนอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาวินิจฉัยเพื่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะได้ยึด

ถือเป็นแนวทางปฏิบัติต่อไป

                        คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการร่างกฎหมาย คณะที่ ๑) ได้พิจารณาข้อหารือ

ดังกล่าวข้างต้นโดยรับฟังคำชี้แจงของผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ (กรมทรัพย์สินทางปัญญา) แล้ว เห็น

ว่า โดยที่นายวิชิตฯได้ส่งหนังสือรับรองตามคำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๑๒(๑)*(๓) แห่ง

พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าฯ จึงถือได้ว่านายวิชิตฯ ได้ยื่นหนังสือรับรองซึ่งเป็นเอกสารอื่นใด

เกี่ยวกับการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าต่อนายทะเบียนแล้ว

                        สำหรับปัญหาที่ว่า นายวิชิตฯได้ยื่นหนังสือรับรองโดยมีเจตนาแสดงข้อความ

อันเป็นเท็จแก่นายทะเบียนอันเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๐๗*(๔) แห่งพระราชบัญญัติ

เครื่องหมายการค้าหรือไม่ นั้น เห็นว่า เครื่องหมายการค้าตามคำขอจดทะเบียนของนายวิชิตฯ

ทั้ง ๑๔ คำขอ เป็นเครื่องหมายการค้าสำหรับเสื้อกีฬาประเภทกีฬาฟุตบอล และสมาคมหรือทีม

ฟุตบอลที่มีลักษณะเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายของสมาคมหรือทีมฟุตบอลที่เป็นที่รู้จักกันแพร่

หลายทั่วโลก โดยผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการกีฬาฟุตบอล และประชาชนทั่วไปที่สนใจกีฬาฟุตบอลจะรู้จัก

กันดี  ดังนั้น ในกรณีที่เครื่องหมายการค้าที่ขอจดทะเบียนเหมือนกับเครื่องหมายการค้าอื่นที่มีอยู่

ก่อนและมีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไป การพิสูจน์ถึงเจตนาของนายวิชิตฯสามารถกระทำได้โดยการ

พิสูจน์ถึงความแพร่หลายของเครื่องหมายการค้าที่มีอยู่ก่อนนั้น  ซึ่งในกรณีนี้วิญญูชนโดยทั่วไปมี

โอกาสรับรู้ลักษณะของเครื่องหมายการค้าที่มีอยู่ก่อนนั้นแล้ว กรณีจึงถือได้ว่านายวิชิตฯ มีเจตนา

ยื่นเอกสารโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่นายทะเบียนตามมาตรา ๑๐๗ แห่งพระราชบัญญัติ

เครื่องหมายการค้าฯ  สำหรับกรณีที่เครื่องหมายการค้าที่ขอจดทะเบียนเพียงแต่คล้ายกับเครื่อง

หมายการค้าอื่นที่มีอยู่ก่อนแล้ว จะต้องพิจารณาในรายละเอียดของแต่ละคำขอว่า ความคล้ายคลึง

ของเครื่องหมายการค้าที่ขอจดทะเบียนกับเครื่องหมายการค้าที่มีอยู่ก่อนมีมากน้อยเพียงใด หาก

ความคล้ายคลึงมีมากถึงขนาดที่เห็นได้ว่าผู้ขอจดทะเบียนมีเจตนาลอกเลียนเครื่องหมายการค้า

ของผู้อื่นแล้วก็ถือเป็นการยื่นเอกสารโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่นายทะเบียนตามมาตรา

๑๐๗ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าฯ ได้เช่นเดียวกัน

                        ดังนั้น กรณีตามปัญหาที่ขอหารือข้างต้น  จึงเป็นกรณีที่กรมทรัพย์สินทาง

ปัญญาอาจพิจารณาดำเนินการตามมาตรา ๑๐๗ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าฯ

ต่อไปได้

 

                                                (ลงชื่อ)  อักขราทร จุฬารัตน

                                                            (นายอักขราทร จุฬารัตน)

                                                        เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

 

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

            พฤษภาคม ๒๕๔๑

---------------------------------------

                        *(๑) มาตรา ๑๐๗  บุคคลใดยื่นคำขอ คำคัดค้าน หรือเอกสารอื่นใดเกี่ยวกับการ

ขอจดทะเบียน การแก้ไขเปลี่ยนแปลงการจดทะเบียน การต่ออายุการจดทะเบียน หรือการเพิกถอน

การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วม

หรือการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายบริการ โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ

แก่นายทะเบียนหรือคณะกรรมการ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่น

บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

                        *(๒) มาตรา ๘  เครื่องหมายการค้าที่ประกอบด้วยลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด

ดังต่อไปนี้ ห้ามมิให้รับจดทะเบียน

                                                ฯลฯ                                          ฯลฯ

                                (๑๑) เครื่องหมายที่เหมือนกับเครื่องหมายที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไป

หรือคล้ายกับเครื่องหมายดังกล่าวจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิดในความเป็นเจ้าของหรือ

แหล่งกำเนิดของสินค้าไม่ว่าจะได้จดทะเบียนไว้แล้วหรือไม่ก็ตาม

                                                ฯลฯ                                          ฯลฯ

                        *(๓) มาตรา ๑๒  ในการพิจารณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้

นายทะเบียนมีอำนาจดังนี้

                                (๑) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกผู้ขอจดทะเบียนมาให้ถ้อยคำหรือทำคำ

ชี้แจงเป็นหนังสือ หรือให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานใดเกี่ยวกับการขอจดทะเบียนเพื่อตรวจสอบหรือ

เพื่อประกอบการพิจารณาได้

                                                ฯลฯ                                          ฯลฯ

                        *(๔) โปรดดูเชิงอรรถที่ ๑,ข้างต้น

 

 

ชไมพร/แก้ไข

๑๖ ตุลาคม ๒๕๔๕

A+B(C)