เลขที่ฎีกา  5590/2530 มาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ.2497

เป็นบทบังคับให้ทหารกองเกินมาและให้คณะกรรมการตรวจเลือกทำการตรวจ

เลือกรับราชการทหารกองประจำการตามหมายเรียกของนายอำเภอจนเสร็จ

สิ้นกระบวนการในการตรวจเลือกนั้น  กรณีจึงมีบทบัญญัติ ซึ่งเป็นข้อสันนิษฐาน

ของกฎหมายให้ถือว่าผู้ที่มาแต่ไม่เข้ารับการตรวจเลือก อันรวมถึงการไม่เข้า

รับการตรวจเลือกให้ครบตามกระบวนการในการตรวจเลือก    เช่นไม่ยอม

จับสลาก     เป็นผู้หลีกเลี่ยงขัดขืนไม่มาให้คณะกรรมการตรวจเลือกทำการ

ตรวจเลือกด้วย    ทั้งโดยไม่ต้องคำนึงว่าผู้นั้นมีเจตนาหลีกเลี่ยงขัดขืนหรือมี

เจตนาพิเศษ   เพื่อจะไม่ให้เข้ารับราชการทหารกองประจำการด้วยหรือไม่

ด้วยเหตุนี้จึงถือไม่ได้ว่าเจตนาพิเศษเพื่อจะไม่ให้เข้ารับราชการทหาร  เป็น

องค์ประกอบของความผิดตามมาตรา 27 ประกอบกับมาตรา 45

    แม้จำเลยจะมิได้ฎีกาขอให้รอการลงโทษด้วย เพราะคดีต้องห้ามฎีกาใน

ปัญหาข้อเท็จจริง   แต่ศาลฎีกาก็ยังคงมีอำนาจที่จะพิพากษาลงโทษจำเลยให้

เหมาะสมแก่ความผิดได้   ซึ่งเมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีที่มีเหตุสมควรที่

ทำให้จำเลยเข้าใจว่า   จำเลยและบรรดาผู้รับการตรวจเลือกอื่นที่ไม่ได้ให้

เงินแก่คณะกรรมการตรวจเลือกจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในการตรวจเลือก

จำเลยกับผู้รับการตรวจเลือกส่วนใหญ่จึงพร้อมใจไม่ยอมจับสลาก   แต่ขอให้

เลื่อนการจับสลากออกไปก่อนเพื่อให้มีการคัดเลือกผู้ที่จะต้องเข้าจับสลากเสีย

ให้ถูกต้องเป็นธรรม   ถือได้ว่ามีเหตุอันควรปรานีตามประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 56 สมควรรอการลงโทษจำเลย