กฎสำนักนายกรัฐมนตรี

ฉบับที่ ๘๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)

ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน

พุทธศักราช ๒๔๗๘

----------

 

                        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ และมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติเครื่อง

แบบข้าราชการ ฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘ นายกรัฐมนตรีออกกฎสำนักนายกรัฐมนตรีไว้

ดังต่อไปนี้

                        ข้อ ๑  ให้ยกเลิกกฎสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ ๕๒ (พ.ศ. ๒๕๐๔) ออกตาม

ความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘

                        ข้อ ๒  ลักษณะ ชนิด และประเภทของเครื่องแบบพิเศษของข้าราชการกรม

ราชทัณฑ์กับการแต่งเครื่องแบบให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎสำนักนายกรัฐมนตรีนี้

 

                                                                     ภาค ๑

                                     เครื่องแบบสำหรับข้าราชการกรมราชทัณฑ์ชาย

                                                                  ----------

                                                                   หมวด ๑

                                                          ชนิดและเครื่องแบบ

                                                                  ----------

 

                        ข้อ ๓  เครื่องแบบสำหรับข้าราชการชาย มี ๒ ชนิด คือ

                        (๑) เครื่องแบบปกติสีกากี ประกอบด้วย

                        (ก) หมวกทรงหม้อตาลสีกากี

                        (ข) เสื้อคอพับสีกากี

                        (ค) กางเกงขายาวแบบปกติสีกากี

                        (ง) เข็มขัดหนังหรือเข็มขัดด้ายถักสีดำ

                        (จ) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังสีดำชนิดผูกเชือกหรือมีซิป

                        (ฉ) ถุงเท้าสีดำ

                        (๒) เครื่องแบบปฏิบัติการสีกากี ประกอบด้วย

                        (ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนมีกระบังสีกากี หรือหมวกนิรภัยสีเหลือง

                        (ข) เสื้อคอแบะแขนยาวสีกากี

                        (ค) กางเกงขายาวแบบปฏิบัติการสีกากี

                        (ง) เข็มขัดหนังหรือเข็มขัดด้ายถักสีดำ

                        (จ) รองเท้าสูงครึ่งน่องหรือหุ้มข้อ หรือหุ้มส้นหนังสีดำชนิดผูกเชือก หรือมีซิป

                        (ฉ) ถุงเท้าสีดำ

                        เสื้อกันหนาวให้ใช้ได้กับเครื่องแบบทุกชนิดในโอกาสอันควร

 

                                                                   หมวด ๒

                                                           ส่วนของเครื่องแบบ

                                                                  ----------

 

                        ข้อ ๔  หมวก มี ๓ แบบ คือ

                        (๑) หมวกทรงหม้อตาลสีกากี มีเครื่องประกอบ ดังนี้

                        (ก) กระบังทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ สำหรับข้าราชการระดับ ๗ และ

ระดับ ๘ ที่ขอบโค้งของกระบังหมวกด้านบนซ้ายขวาปักด้วยดิ้นทอง หรือวัตถุเทียมดิ้นทองเป็นรูป

ช่อชัยพฤกษ์ ด้านละ ๑ ช่อ โดยปักหรือทำมาบรรจบกันที่ตรงกลางของกระบังหมวก สำหรับข้า

ราชการระดับ ๙ และระดับ ๑๐ ที่ขอบโค้งของกระบังหมวกด้านบนซ้ายขวาปักด้วยดิ้นทองหรือ

วัตถุเทียมดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์ ด้านละ ๒ ช่อ โดยปักหรือทำมาบรรจบกันที่ตรงกลางของ

กระบังหมวก

                        (ข) สายรัดคางกว้าง ๑.๓ เซนติเมตร สำหรับข้าราชการระดับ ๑ ถึงระดับ ๖ ทำ

ด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ สำหรับข้าราชการระดับ ๗ ถึงระดับ ๑๐ ทำด้วยดิ้นทองหรือวัตถุ

เทียมดิ้นทอง ปลายสายมีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดอยู่ที่ริมขอบหมวกข้างละ ๑ ดุม

                        (ค) ผ้าพันหมวกทำด้วยผ้าหรือสักหลาดสีดำกว้าง ๔ เซนติเมตร และมีผ้าหรือ

สักหลาดสีเลือดหมูกว้าง ๐.๕ เซนติเมตร คาดตรงกลางของผ้าพันหมวก

                        (ง) ตราหน้าหมวก เป็นตราครุฑพ่าห์ในบัวกระหนก สำหรับข้าราชการระดับ ๑

ถึงระดับ ๖ ทำด้วยโลหะสีทอง สูง ๖.๕ เซนติเมตร สำหรับข้าราชการระดับ ๗ ถึงระดับ ๑๐ ทำ

ด้วยผ้าปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองบนหมอนสักหลาดสีดำสูง ๖ เซนติเมตร

                        (๒) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากีทำด้วยผ้า ตอนหน้ามีกระบังสีเดียวกับหมวก มี

ตราหน้าหมวกเป็นตราครุฑพ่าห์ในบัวกระหนก ทำด้วยผ้า สูง ๔.๕ เซนติเมตร สำหรับข้าราชการ

ระดับ ๑ ถึงระดับ ๖ ปักด้วยไหมสีทอง สำหรับข้าราชการระดับ ๗ ถึงระดับ ๑๐ ปักด้วยดิ้นทอง

หรือวัตถุเทียมดิ้นทอง

                        (๓) สำหรับข้าราชการที่ผ่านการอบรมหลักสูตรการปราบจลาจล ในกรณีที่ต้อง

ปฏิบัติหน้าที่ป้องกันหรือระงับเหตุร้าย มีสิทธิใช้หมวกนิรภัยสีเหลืองทอง หน้าหมวกติดตราครุฑ

พ่าห์ในบัวกระหนกทำด้วยโลหะสีทอง

                        ข้อ ๕  เสื้อ มี ๒ แบบ คือ

                        (๑) เสื้อคอพับสีกากี แขนยาวรัดข้อมือ มีดุมที่ข้อมือข้างละ ๑ ดุมหรือแขนสั้น

เหนือศอกเล็กน้อย ที่อกเสื้อมีกระเป๋าปะมีปกกระเป๋าสองข้าง ข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋ามี

แถบอยู่ตรงกลางตามทางดิ่ง กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร มีปกกระเป๋ารูปมนชายกลางแหลม หรือเป็น

กระเป๋าเสื้อชนิดไม่มีแถบกลางกระเป๋าและมีปกกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มุมกระเป๋าและมุม

ปกกระเป๋าเป็นรูปตัดพองามที่ปากกระเป๋าทั้งสองข้างติดดุมข้างละ ๑ ดุม สำหรับปิดปกกระเป๋าตัว

เสื้อผ่าอกตลอด มีสาบกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ติดดุมตามแนวอกเสื้อ ๕ ดุม ระยะห่างกันพอสม

ควร ดุมทั้งหมดเป็นรูปกลมแบนทำด้วยวัตถุสีเดียวกับสีเสื้อ เมื่อสวมเสื้อให้ขัดดุมทุกดุม ยกเว้น

ดุมบนสุดที่อกเสื้อติดกับคอและให้สอดชายเสื้อไว้ในกางเกง

                        (๒) เสื้อคอแบะสีกากี  แขนยาวทรงกระบอกพับปลายแขนขึ้นมาเพียงศอก ปก

เสื้อแบะมุมปกแหลม ตัวเสื้อผ่าอกตลอดไม่มีสาบ ติดดุมที่คอและแนวอกเสื้อ ๕ ดุม ที่กระเป๋าเสื้อ

มีสาบกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ที่อกเสื้อทั้งสองข้างมีกระเป๋าปะรูปสี่เหลี่ยมมีแถบอยู่ตรงกลางตาม

ทางดิ่ง กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร มีปกกระเป๋า ขัดดุมข้างละ ๑ ดุม มุมกระเป๋าด้านล่างและมุมปก

กระเป๋าเป็นรูปตัดพองามดุมทั้งหมดเป็นรูปกลมแบนทำด้วยวัตถุสีเดียวกับสีเสื้อ มีเส้นผ่าศูนย์

กลาง ๑.๕ เซนติเมตร รองไหล่ทั้งสองข้างหนุนฟองน้ำเย็บเป็นลอน เมื่อสวมเสื้อให้ขัดดุมทุกดุม

และสอดชายเสื้อไว้ในกางเกง

                        ข้อ ๖  กางเกง มี ๒ แบบ คือ

                        (๑) กางเกงขายาวแบบปกติสีกากี ขาตรงไม่พับปลายขา ปลายขายาว ปิดตาตุ่ม

กว้างไม่น้อยกว่า ๒๒ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๒๖ เซนติเมตร ที่ขอบเอวมีห่วงสำหรับสอดเข็มขัดทำ

ด้วยผ้าสีเดียวกับกางเกงกว้างไม่เกิน ๑ เซนติเมตร จำนวน ๗ ห่วง ที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างมี

กระเป๋าเจาะข้างละ ๑ กระเป๋า ด้านหลังมีกระเป๋าเจาะ ๒ ข้าง ข้างละ ๑ กระเป๋า ไม่มีปกกระเป๋า

                        (๒) กางเกงขายาวแบบปฏิบัติการสีกากี ขาตรงไม่พับปลายขา ปลายขายาวปิด

ตาตุ่ม กว้างไม่น้อยกว่า ๒๒ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๒๖ เซนติเมตร ด้านหน้ามีกระเป๋าปะปาก

กระเป๋าเฉียงไม่มีปกกระเป๋า ที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างบริเวณเหนือเข่าเป็นกระเป๋าปะมีสอง

ตะเข็บ มีปกกระเป๋าขัดดุม ๒ ดุม ด้านหลังมีกระเป๋าหลังสองข้าง เป็นกระเป๋าปะมีปกรูปสี่เหลี่ยม

มุมปกกระเป๋าเป็นรูปตัดพองามขัดดุม ๒ ดุม ดุมทั้งหมดเป็นรูปกลมแบนทำด้วยวัตถุสีเดียวกับสี

กางเกง มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๕ เซนติเมตร ให้สวมใส่กับเสื้อคอแบะแขนยาวสีกากี หากสวม

ประกอบกับรองเท้าครึ่งน่อง ใช้สอดปลายขากางเกงไว้ในรองเท้า ในบางโอกาสจะไม่สอดปลายขา

ไว้ในรองเท้าก็ได้

                        ข้อ ๗  เข็มขัด มี ๒ แบบ คือ

                        (๑) เข็มขัดหนังสีดำ กว้าง ๔ เซนติเมตร หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองรูปสี่

เหลี่ยมผืนผ้าทางตั้งมุมบน กว้าง ๔.๕ เซนติเมตร ยาว ๕.๕ เซนติเมตร มีเข็มสำหรับสอดรู ๒ เข็ม

                        (๒) เข็มขัดด้ายถักสีดำ กว้าง ๓ เซนติเมตร หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูป

สี่เหลี่ยมผืนผ้าทางนอน มุมบนกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ยาว ๕ เซนติเมตร มีรูปครุฑดุนนูนอยู่กึ่ง

กลางหัวเข็มขัดไม่มีเข็มสำหรับสอดรู ปลายสายเข็มขัดตัดตรงและหุ้มด้วยโลหะสีทองกว้าง ๑

เซนติเมตร ใช้กับเครื่องแบบปกติสีกากี และเครื่องแบบปฏิบัติการสีกากีสำหรับข้าราชการระดับ

๗ ขึ้นไป

                        ข้อ ๘  รองเท้า มี ๓ แบบ คือ

                        (๑) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ

                        (๒) รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ

                        (๓) รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังสีดำ

                        รองเท้าทุกแบบต้องมีส้น ไม่มีริ้วและลวดลายเป็นชนิดผูกเชือกหรือมีซิป

                        ข้อ ๙  ถุงเท้าสีดำ

 

                                                                     ภาค ๒

                                    เครื่องแบบสำหรับข้าราชการกรมราชทัณฑ์หญิง

                                                                  ----------

                                                                   หมวด ๑

                                                           ชนิดของเครื่องแบบ

                                                                  ----------

 

                        ข้อ ๑๐  เครื่องแบบสำหรับข้าราชการหญิง ประกอบด้วย

                        (๑) หมวกทรงกลมพับปีกสีกากี

                        (๒) เสื้อคอพับสีกากี หรือเสื้อคอพับปล่อยชายเสื้อสีกากี

                        (๓) กระโปรงสีกากี หรือกางเกงขายาวสีกากี

                        (๔) เข็มขัดหนังหรือเข็มขัดด้ายถักสีดำหรือเข็มขัดผ้าสีกากีคาดทับเสื้อ

                        (๕) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ

 

                                                                   หมวด ๒

                                                          ส่วนของเครื่องแบบ

                                                                  ----------

 

                        ข้อ ๑๑  หมวกเป็นหมวกทรงกลมพับปีกสีกากี มีเครื่องประกอบดังนี้

                        (๑) กระบัง ทำด้วยผ้าสำหรับข้าราชการระดับ ๗ ถึงระดับ ๑๐ ที่ขอบโค้งของ

กระบังหมวกด้านบนซ้ายขวาปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์ สำหรับ

ข้าราชการระดับ ๗ และระดับ ๘ ด้านละ ๑ ช่อ และข้าราชการระดับ ๙ และระดับ ๑๐ ด้านละ 

๒ ช่อ โดยปักหรือทำมาบรรจบกันที่ตรงกลางของกระบังหมวก

                        (๒) ตราหน้าหมวก เป็นตราครุฑพ่าห์ในบัวกระหนก สำหรับข้าราชการระดับ ๑

ถึงระดับ ๖ ทำด้วยโลหะสีทองสูง ๔.๕ เซนติเมตร สำหรับข้าราชการระดับ ๗ ขึ้นไปปักด้วยดิ้น

ทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทอง

                        (๓) สายรัดคาง ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ กว้าง ๑ เซนติเมตร ปลาย

สายมีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดอยู่ที่ริมขอบหมวก ข้างละ ๑ ดุม สำหรับข้าราชการ

ระดับ ๗ ขึ้นไปสายรัดคางทำด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทอง

                        (๔) ผ้าพันหมวก ทำด้วยผ้าหรือสักหลาดสีดำกว้าง ๓ เซนติเมตร และมีผ้าหรือ

สักหลาดสีเลือดหมู กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร คาดตรงกลางผ้าพันหมวก

                        ข้อ ๑๒  เสื้อ มี ๒ แบบ คือ

                        (๑) เสื้อคอพับสีกากี มีลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อคอพับสีกากีของข้าราชการกรม

ราชทัณฑ์ชาย

                        (๒) เสื้อคอพับปล่อยชายเสื้อสีกากีตัวเสื้อผ่าอกไปตลอดไม่มีสาบ ด้านหน้ามีคิ้ว

ตามสาบมีดุม ๔ ดุม แขนยาวจรดข้อมือ หรือแขนสั้นเหนือศอกเล็กน้อย ตลบชาย กว้างประมาณ

๕ เซนติเมตร เดินคิ้วด้านหน้าเสื้อต่อจากเส้นบ่า มีตะเข็บผ่านกลางอกยาวตลอดตัวเสื้อทั้งสองด้าน

ด้านหลังจากเส้นต่อบ่าหลังมีตะเข็บผ่านตามตัวเสื้อทั้งสองด้านเช่นเดียวกับด้านหน้า ความยาว

ของเสื้อให้คลุมสะโพกพองาม

                        ข้อ ๑๓  กระโปรงและกางเกง มี ๒ แบบ คือ

                        (๑) กระโปรงสีกากี ยาวปิดเข่าพอสมควร ตรงกลางด้านหลังมีจีบพับทบ และผ่า

สูงจากชายกระโปรงประมาณ ๒๐ เซนติเมตร ถึง ๒๕ เซนติเมตร ทางด้านหน้าขวาและซ้ายมี

กระเป๋าเจาะข้างละ ๑ กระเป๋า ไม่มีปกกระเป๋าปากกระเป๋าเฉียงลงทางข้างเล็กน้อย หรือจะไม่มี

กระเป๋าก็ได้ชายกระโปรงบานเล็กน้อย ขอบกระโปรงมีห่วงสำหรับสอดเข็มขัดทำด้วยผ้าสีเดียวกับ

กระโปรง กว้างไม่เกิน ๑ เซนติเมตร จำนวน ๔ ห่วง หรือจะไม่มีห่วงสำหรับสอดเข็มขัดก็ได้

                        (๒) กางเกงขายาวสีกากี มีลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวแบบปกติของข้า

ราชการกรมราชทัณฑ์ชาย

                        ข้อ ๑๔  เข็มขัด มี ๓ แบบ คือ

                        (๑) เข็มขัดหนังสีดำ มีลักษณะเช่นเดียวกับเข็มขัดของข้าราชการกรมราชทัณฑ์

ชายใช้คาดทับกระโปรงหรือกางเกง

                        (๒) เข็มขัดด้ายถักสีดำ มีลักษณะเช่นเดียวกับเข็มขัดด้ายถักสีดำของข้าราชการ

กรมราชทัณฑ์ชาย ใช้คาดทับกระโปรงหรือกางเกงใช้กับข้าราชการระดับ ๗ ขึ้นไป

                        (๓) เข็มขัดผ้าสีกากี สีเดียวกับสีเสื้อ กว้าง ๒.๕ เซนติเมตร หัวสี่เหลี่ยมหุ้มผ้าใช้

คาดทับเสื้อ

                        ข้อ ๑๕  รองเท้า ให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำชนิดไม่ผูกเชือก

แบบปิดปลายเท้า ไม่มีริ้วและลวดลาย ส้นสูงไม่เกิน ๑๐ เซนติเมตร

 

                                                                     ภาค ๓

                                                       อินทรธนูและเครื่องหมาย

                                                                  ----------

 

                        ข้อ ๑๖  อินทรธนู มีลักษณะแข็งทำด้วยสักหลาดสีดำ เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า

ปลายตัดมุมเป็นสามเหลี่ยม สำหรับชาย กว้าง ๕ เซนติเมตร ยาว ๑๓ เซนติเมตร สำหรับหญิง

กว้าง ๔.๕ เซนติเมตร ยาว ๑๑ เซนติเมตร ที่ตอนปลายติดดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็ก

๑ ดุม

                        ข้อ ๑๗  เครื่องหมายแสดงระดับ ซึ่งให้ติดที่อินทรธนู มีดังนี้

                        "เครื่องหมายพระยมทรงสิงห์" หมายถึง โลหะสีทองดุนนูนมีลักษณะเป็นรูปพระ

ยมทรงสิงห์ฉลุโปร่งอยู่ในวงกลมล้อมรอบด้วยลายกระหนกเปลวเพลิง สำหรับชาย กว้าง ๒.๕

เซนติเมตรสูง ๔ เซนติเมตร สำหรับหญิง กว้าง ๒ เซนติเมตร สูง ๓ เซนติเมตร

                        "เครื่องหมายดาว" หมายถึง โลหะสีทองลักษณะเป็นรูปดาวแปดแฉก ตอนกลาง

ดุนนูนและลาดลงทางปลายแฉก มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร สำหรับชาย และ ๑.๕

เซนติเมตร สำหรับหญิง

                        "เครื่องหมายช่อชัยพฤกษ์" หมายถึง โลหะสีทองมีลักษณะเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์ ๒

ช่อบรรจบกัน ปลายช่อทั้งสองปลายโค้งขึ้นพองาม กว้าง ๓ เซนติเมตร และสูง ๓ เซนติเมตร

                        "แถบหมอน" หมายถึง โลหะสีทองมีลักษณะเป็นรูปหมอน กว้าง ๐.๘ เซนติเมตร

ยาว ๔ เซนติเมตร

                        ข้อ ๑๘  การประดับเครื่องหมายแสดงระดับ ให้ปฏิบัติดังนี้

                        (๑) สำหรับข้าราชการระดับ ๑๐ ประดับเครื่องหมายช่อชัยพฤกษ์ที่ริมอินทรธนู

ทางด้านไหล่ให้ปลายช่อโค้งขึ้น เหนือเครื่องหมายช่อชัยพฤกษ์ประดับเครื่องหมายดาว ๔ ดวง

เรียงเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ให้มุมแหลมวางตามยาวกึ่งกลางด้านกว้างของอินทรธนู และ

ประดับเครื่องหมายพระยมทรงสิงห์ เหนือเครื่องหมายดาว

                        (๒) สำหรับข้าราชการระดับ ๙ ประดับเครื่องหมายช่อชัยพฤกษ์ที่ริมอินทรธนู

ทางด้านไหล่ให้ปลายช่อโค้งขึ้น เหนือเครื่องหมายช่อชัยพฤกษ์ประดับเครื่องหมายดาว ๓ ดวง

เรียงเป็นรูปสามเหลี่ยม ให้มุมแหลมวางลงล่างตามยาวตรงกึ่งกลางด้านกว้างของอินทรธนู และ

ประดับเครื่องหมายพระยมทรงสิงห์ เหนือเครื่องหมายดาว

                        (๓) สำหรับข้าราชการระดับ ๘ ประดับเครื่องหมายช่อชัยพฤกษ์ที่ริมอินทรธนู

ทางด้านไหล่ให้ปลายช่อโค้งขึ้น เหนือเครื่องหมายช่อชัยพฤกษ์ประดับเครื่องหมายดาว ๒ ดวง

เรียงไปตามส่วนยาวตรงกึ่งกลางด้านกว้างของอินทรธนู และประดับเครื่องหมายพระยมทรงสิงห์

เหนือเครื่องหมายดาว

                        (๔) สำหรับข้าราชการระดับ ๗ ประดับเครื่องหมายช่อชัยพฤกษ์ที่ริมอินทรธนู

ทางด้านไหล่ให้ปลายช่อโค้งขึ้น เหนือเครื่องหมายช่อชัยพฤกษ์ประดับเครื่องหมายดาว ๑ ดวง

ตรงกึ่งกลางด้านกว้างของอินทรธนู และประดับเครื่องหมายพระยมทรงสิงห์ เหนือเครื่องหมาย

ดาว

                        (๕) สำหรับข้าราชการระดับ ๖ ประดับเครื่องหมายดาว ๓ ดวง เรียงเป็นรูป

สามเหลี่ยม ให้มุมแหลมวางขึ้นบนตามยาวตรงกึ่งกลางด้านกว้างของอินทรธนู และประดับเครื่อง

หมายพระยมทรงสิงห์ เหนือเครื่องหมายดาว

                        (๖) สำหรับข้าราชการระดับ ๕ ประดับเครื่องหมายดาว ๓ ดวง เริ่มต้นจากริม

อินทรธนูทางด้านไหล่  เรียงไปตามส่วนยาวตรงกึ่งกลางด้านกว้างของอินทรธนู และประดับเครื่อง

หมายพระยมทรงสิงห์ เหนือเครื่องหมายดาว

                        (๗) สำหรับข้าราชการระดับ ๔ ประดับเครื่องหมายดาว ๒ ดวง เริ่มต้นจากริม

อินทรธนูทางด้านไหล่ เรียงไปตามส่วนยาวตรงกึ่งกลางด้านกว้างของอินทรธนู และประดับเครื่อง

หมายพระยมทรงสิงห์ เหนือเครื่องหมายดาว

                        (๘) สำหรับข้าราชการระดับ ๓ ประดับเครื่องหมายดาว ๑ ดวง ที่ริมอินทรธนู

ทางด้านไหล่ตรงกึ่งกลางด้านกว้างของอินทรธนู และประดับเครื่องหมายพระยมทรงสิงห์ เหนือ

เครื่องหมายดาว

                        (๙) สำหรับข้าราชการระดับ ๒ มีแถบหมอน ๓ แถบ ประดับตามขวางบนอินทร

ธนูทั้งสองข้าง เริ่มต้นจากริมอินทรธนูทางด้านไหล่ เรียงไปตามส่วนยาวของอินทรธนู เว้นระยะ

ห่างพองาม และประดับด้วยเครื่องหมายพระยมทรงสิงห์ เหนือแถบหมอน

                        (๑๐) สำหรับข้าราชการระดับ ๑ มีแถบหมอน ๒ แถบ ประดับตามขวางบน

อินทรธนูทั้งสองข้าง เริ่มต้นจากริมอินทรธนูทางด้านไหล่ เรียงไปตามส่วนยาวของอินทรธนู เว้น

ระยะห่างพองาม และประดับด้วยเครื่องหมายพระยมทรงสิงห์ เหนือแถบหมอน

                        (๑๑) สำหรับข้าราชการทดลองปฏิบัติราชการ ประดับเครื่องหมายพระยมทรง

สิงห์ที่ริมอินทรธนูทางด้านไหล่ ตรงกึ่งกลางด้านกว้างของอินทรธนู

                        ข้อ ๑๙ เครื่องหมายแสดงสังกัด ทำด้วยโลหะโปร่งสีทองเป็นรูปราชสีห์ เครื่อง

แบบปกติให้ติดที่ปกเสื้อตอนหน้าทั้งสองข้าง และสำหรับเครื่องแบบปฏิบัติการให้ปักรูปราชสีห์

ด้วยไหมสีดำบนบ่าเสื้อด้านซ้าย

                        ข้อ ๒๐  เครื่องแบบปฏิบัติการสีกากี ให้ปักเครื่องหมายแสดงระดับด้วยไหมปักสี

ดำบนปกเสื้อด้านขวา

                        ข้อ ๒๑  เครื่องหมายราชทัณฑ์ ทำด้วยผ้ากว้าง ๖.๕ เซนติเมตร ยาว ๗

เซนติเมตร ปักด้วยไหมเป็นรูปพระยมทรงสิงห์สีเหลืองทองบนพื้นสีดำอยู่ในวงกลมขอบขาวบน

พื้นสีเลือดหมูขอบดำมีคำว่า "กรมราชทัณฑ์" สีดำอยู่ใต้รูปพระยมทรงสิงห์ ใช้ติดที่โคนแขนเสื้อ

ด้านไหล่ทั้งสองข้างของเสื้อเครื่องแบบปฏิบัติการสีกากี

 

                                                                     ภาค ๔

                                                                   เบ็ดเตล็ด

                                                                   ----------

 

                        ข้อ ๒๒  เครื่องแบบพิเศษของข้าราชการกรมราชทัณฑ์ แบบใดจะต้องแต่งใน

โอกาสใด ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์กำหนด

                        ข้อ ๒๓  ข้าราชการกรมราชทัณฑ์ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือ

ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ ให้ประดับ

แพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้าย เว้นแต่เครื่องราชอิสริยาภรณ์ซึ่งมี

กฎหมายกำหนดให้ประดับที่อกเสื้อข้างขวาให้ติดแพรแถบที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา และ

สำหรับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ใดมีกฎหมายกำหนดให้มีเครื่องหมายสำหรับแพรแถบให้

ประดับเครื่องหมายสำหรับแพรแถบนั้นด้วย

                        ข้อ ๒๔  ข้าราชการกรมราชทัณฑ์ซึ่งได้รับเครื่องหมายแสดงความสามารถ หรือ

เข็มแสดงวิทยฐานะของสถาบันการศึกษาของทางราชการ ให้ประดับเครื่องหมาย หรือเข็มนั้นได้

ตามที่สถาบันการศึกษาหรือหน่วยราชการนั้นกำหนด

                        ข้อ ๒๕  ข้าราชการกรมราชทัณฑ์ซึ่งแต่งเครื่องแบบพิเศษตามกฎสำนักนายกรัฐ

มนตรีนี้ ต้องติดป้ายชื่อพื้นสีดำ กว้างไม่เกิน ๒.๕ เซนติเมตร ยาวไม่เกิน ๗.๕ เซนติเมตร แสดง

ชื่อตัว ชื่อสกุลและชื่อตำแหน่งในการบริหารงาน หรือชื่อตำแหน่งในสายงานตามที่องค์การกลาง

บริหารงานบุคคลกำหนดประดับที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา

                        ข้อ ๒๖  ให้กรมราชทัณฑ์จัดทำหรือเขียนรูปตัวอย่างเครื่องแบบพิเศษนี้ไว้เป็น

มาตรฐานและควบคุมดูแลการแต่งเครื่องแบบให้เป็นไปตามกฎสำนักนายกรัฐมนตรีนี้

 

                                                            ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๗

                                                                                ชวน หลีกภัย

                                                                               นายกรัฐมนตรี

 

+----------------------------------------------------------------------------------------------------+

หมายเหตุ :-  เหตุผลในการประกาศใช้กฎสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับนี้ คือ เนื่องจากเครื่องแบบ

พิเศษของข้าราชการกรมราชทัณฑ์ที่กำหนดไว้เดิมตามกฎสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ ๕๒

(พ.ศ. ๒๕๐๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช

๒๔๗๘ ไม่เหมาะสมเนื่องจากได้กำหนดเครื่องแบบพิเศษไว้เฉพาะเจ้าพนักงานเรือนจำและ

ทัณฑสถาน ตำแหน่งหัวหน้าแผนกหรือเทียบเท่าลงมา ส่วนตำแหน่งอื่นและข้าราชการกรม

ราชทัณฑ์ผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องขังซึ่งเป็นงานที่มีลักษณะพิเศษจากข้าราชการ

ทั่วไปยังไม่ได้กำหนดเครื่องแบบพิเศษไว้ สมควรปรับปรุงกฎสำนักนายกรัฐมนตรีดังกล่าว โดย

กำหนดเครื่องแบบพิเศษของข้าราชการกรมราชทัณฑ์ขึ้นใหม่ทุกระดับเพื่อให้เหมาะสมกับงาน

และหน้าที่ซึ่งต้องปฏิบัติยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎสำนักนายกรัฐมนตรีนี้

 

[รก.๒๕๓๗/๕๓ก/๖๔/๒ ธันวาคม ๒๕๓๗]