พระราชกฤษฎีกา

แบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก

กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ 6)

พ.ศ. 2524

----------------

                                                                    ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

                                                    ให้ไว้ ณ วันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2524

                                                              เป็นปีที่ 36 ในรัชกาลปัจจุบัน

 

                        พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ

ให้ประกาศว่า

                        โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการแบ่งส่วนราชการและ

กำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม

                        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 18

แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2503 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ

ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

                        มาตรา 1  พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่

ของส่วนราชการกองทัพบก กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2524"

                        มาตรา 2  พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

                        มาตรา 3  ให้ยกเลิกความใน (34) ของมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการ

และกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2513

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก

กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                        "(34) กรมกิจการพลเรือนทหารบก"

                        มาตรา 4  ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (35) ของมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วน

ราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม

พ.ศ. 2513 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการ

กองทัพบก กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2522

                        "(35) หน่วยทหารอื่นซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากองร้อย กองพัน กรมหรือกองพลซึ่งขึ้นตรงต่อ

กองทัพบก"

                        มาตรา 5  ให้ยกเลิกความใน (7) (22) และ (24) ของมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกา

แบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวง

กลาโหม พ.ศ. 2513 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                        "(7) กรมการกำลังสำรองทหารบก มีหน้าที่

                        (ก) ประสานงาน แนะนำ และกำกับการในเรื่องการเตรียมการกำหนดความต้องการ

การควบคุมการปกครองและบำรุงขวัญ การฝึกและศึกษาเกี่ยวกับกิจการกำลังสำรองทั้งปวง

                        (ข) ดำเนินการเกี่ยวกับการสัสดี และร่วมมือกับกรมสารบรรณทหารบกในเรื่องการฝึก

และศึกษาวิชาการสัสดี

                        (22) กองทัพภาคที่ 1 มีหน้าที่ปกครองบังคับบัญชามณฑลทหารบกที่ 1 มณฑลทหารบก

ที่ 2 จังหวัดทหารบกลพบุรี จังหวัดทหารบกชลบุรี และหน่วยทหารที่กระทรวงกลาโหมกำหนด

                        (24) กองทัพภาคที่ 3 มีหน้าที่ปกครองบังคับบัญชามณฑลทหารบกที่ 4 มณฑลทหารบก

ที่ 7 จังหวัดทหารบกเชียงใหม่ และหน่วยทหารที่กระทรวงกลาโหมกำหนด"

                        มาตรา 6  ให้ยกเลิกความใน (25) ของมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการ

และกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2513

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก

กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2517 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                        "(25) กองทัพภาคที่ 4 มีหน้าที่ปกครองบังคับบัญชามณฑลทหารบกที่ 5

จังหวัดทหารบกสงขลา และหน่วยทหารที่กระทรวงกลาโหมกำหนด"

                        มาตรา 7  ให้ยกเลิกความใน (34) ของมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการ

และกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2513

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก

กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                        "(34) กรมกิจการพลเรือนทหารบก มีหน้าที่

                        (ก) เสนอนโยบาย วางแผน ประสานงาน กำกับการและอำนวยการเกี่ยวกับกิจการพลเรือน

ดำเนินการทางการเมืองในหน่วยทหาร และปฏิบัติการจิตวิทยาทั้งปวงที่จำเป็นต่อการสนับสนุน

การปฏิบัติการทางทหาร

                        (ข) เสนอนโยบาย วางแผน ประสานงาน กำกับการ และอำนวยการเกี่ยวกับการฝึกและ

ศึกษาด้านกิจการพลเรือน งานการเมืองในหน่วยทหาร และการปฏิบัติการจิตวิทยา"

                        มาตรา 8  ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (35) ของมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วน

ราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม

พ.ศ. 2513 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการ

กองทัพบก กองบัญชาการทหารสูงสุดกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2522

                        "(35) หน่วยทหารอื่นซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากองร้อย กองพัน กรมหรือกองพล ซึ่งขึ้นตรงต่อ

กองทัพบก มีหน้าที่ตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด"

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

      พลเอก ป. ติณสูลานนท์

            นายกรัฐมนตรี

 

+----------------------------------------------------------------------------------------------------------------+

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่งานในด้านกิจการพลเรือนของ

กองทัพบกยังไม่มีกรมของฝ่ายเสนาธิการที่จะรับผิดชอบของงานนี้ทั้งหมดโดยตรง สมควรจัดตั้ง

กรมกิจการพลเรือนทหารบกขึ้นรับผิดชอบ นอกจากนี้เพื่อความเหมาะสมแก่การปกครองบังคับบัญชา

สมควรกำหนดให้จังหวัดทหารบกชลบุรีซึ่งเดิมขึ้นอยู่กับมณฑลทหารบกที่ 2 จังหวัดทหารบกเชียงใหม่

ซึ่งเดิมขึ้นอยู่กับมณฑลทหารบกที่ 7 และจังหวัดทหารบกสงขลาซึ่งเดิมขึ้นอยู่กับมณฑลทหารบกที่ 5

ไปขึ้นต่อกองทัพภาคที่ 1 กองทัพภาคที่ 3 และกองทัพภาคที่ 4 ตามลำดับ จึงจำเป็นต้องตรา

พระราชกฤษฎีกานี้

 

[รก.2524/43/1พ/19 มีนาคม 2524]