พระราชกฤษฎีกา

การจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน

พ.ศ. ๒๕๓๕

----------------

 

                                                      ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

                                       ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๓๕

                                                เป็นปีที่ ๔๗ ในรัชกาลปัจจุบัน

 

                        พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ

โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า

                        โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการจ่ายเงินเดือน

เงินปี บำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน

                        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕  ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

และมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติการกำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายเงินบางประเภทตามงบประมาณ

รายจ่าย พ.ศ. ๒๕๑๘  จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

                        มาตรา ๑  พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือน เงินปี

บำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน พ.ศ. ๒๕๓๕"

                        มาตรา ๒  พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราช

กิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

                        มาตรา ๓  ให้ยกเลิก

                        (๑) พระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือน  เงินปี  บำเหน็จ  บำนาญ  และเงินอื่น

ในลักษณะเดียวกัน พ.ศ. ๒๕๒๒

                        (๒) พระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นใน

ลักษณะเดียวกัน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๖

                        บรรดากฎ  ข้อบังคับ  และระเบียบอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราช

กฤษฎีกานี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชกฤษฎีกานี้  ให้ใช้พระราชกฤษฎีกานี้แทน

                        มาตรา ๔  ในพระราชกฤษฎีกานี้

                        "เงินเดือน" หมายความว่า เงินเดือนและเงินอื่นที่มีกำหนดจ่ายเป็นรายเดือน

จากเงินงบประมาณรายจ่ายหมวดเงินเดือน

                        "เงินปี" หมายความว่า เงินที่มีกำหนดจ่ายเป็นรายปีจากเงินงบประมาณรายจ่าย

หมวดเงินอุดหนุนของสำนักพระราชวัง

                        "บำเหน็จ" หมายความว่า บำเหน็จตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญ

ข้าราชการ และหมายความรวมถึงเงินทดแทนข้าราชการวิสามัญตามระเบียบกระทรวงการคลัง

ด้วย

                        "บำนาญ" หมายความว่า บำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

และหมายความรวมถึงเบี้ยหวัดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมด้วย

                        "ข้าราชการ" หมายความว่า บุคคลซึ่งรับราชการโดยได้รับเงินเดือนจากเงิน

งบประมาณรายจ่ายหมวดเงินเดือน

                        "ปี" หมายความว่า ปีงบประมาณ

                        มาตรา ๕  การเบิกจ่ายเงินเดือน  เงินปี  และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน  ให้เป็น

ไปตามระเบียบปฏิบัติที่กระทรวงการคลังกำหนด

                        มาตรา ๖  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

 

                                                                 ลักษณะ ๑

                                          เงินเดือนและเงินอื่นที่จ่ายในลักษณะเงินเดือน

 

                                                                 หมวด ๑

                                                        การถือจ่ายเงินเดือน

 

                        มาตรา ๗  ภายใต้บังคับมาตรา ๘ การจ่ายเงินเดือนแต่ละปี ให้กระทรวง  ทบวง

กรม จ่ายตามบัญชีถือจ่ายเงินเดือนประจำปีที่กรมบัญชีกลางอนุมัติ

                        การปฏิบัติเกี่ยวกับการถือจ่ายเงินเดือน ให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวง

การคลังกำหนด

                        มาตรา ๘  เมื่อขึ้นปีใหม่  ถ้ากรมบัญชีกลางยังมิได้อนุมัติบัญชีถือจ่ายเงินเดือน

ประจำปีให้จ่ายเงินเดือนไปก่อนได้ตามบัญชีถือจ่ายปีที่แล้ว  ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่

กระทรวงการคลังกำหนด

                        มาตรา ๙  การจ่ายเงินเดือนของข้าราชการที่ได้เลื่อนเงินเดือนเพราะถึงแก่ความ

ตายเนื่องจากปฏิบัติหน้าที่ราชการ  ให้จ่ายจากอัตราเงินเดือนที่ผู้นั้นครองอยู่  หรือเงินเดือนเหลือ

จ่ายหรือให้โอนเงินหมวดอื่นมาตั้งจ่าย

 

                                                                   หมวด ๒

                                                               การจ่ายเงินเดือน

 

                        มาตรา ๑๐  การจ่ายเงินเดือนข้าราชการแต่ละเดือน  ให้จ่ายตามบัญชีถือจ่าย

เงินเดือนที่กรมบัญชีกลางอนุมัติแล้วตามความในหมวด ๑

                        มาตรา ๑๑  การจ่ายเงินเดือนข้าราชการซึ่งมีสิทธิได้รับเงินเดือนไม่เต็มเดือน

ให้จ่ายตามส่วนของจำนวนวันที่มีสิทธิได้รับเงินเดือนในเดือนนั้น

                        มาตรา ๑๒  การจ่ายเงินเดือนข้าราชการกรณีบรรจุใหม่หรือกลับเข้ารับราชการ

ใหม่ให้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่เริ่มเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการ

                        มาตรา ๑๓  การจ่ายเงินเดือนกรณีที่มีการเลื่อนชั้น เลื่อนระดับ หรือเลื่อนขั้น

เงินเดือนให้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ระบุในคำสั่งของผู้มีอำนาจสั่งเลื่อน

                        มาตรา ๑๔  การจ่ายเงินเดือนข้าราชการซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใหม่ ให้เป็นไปตามคำสั่งของผู้มีอำนาจแต่งตั้ง  ซึ่งต้องระบุด้วยว่าให้ได้รับเงินเดือนในอัตราใด  และให้ขาดจากอัตราเงินเดือนเดิมไปรับอัตราเงินเดือนตำแหน่งใหม่หรือให้โอนอัตราเงินเดือนเดิม

ไปตั้งจ่ายสำหรับตำแหน่งใหม่ตั้งแต่เมื่อใด

                        มาตรา ๑๕  การจ่ายเงินเดือนในกรณีโอนข้าราชการ ให้จ่ายทางสังกัดใหม่และ

งดจ่ายเงินเดือนทางสังกัดเดิมตั้งแต่วันที่ระบุในคำสั่งของผู้มีอำนาจสั่งโอน

                        ในกรณีที่มีการจ่ายเงินเดือนทางสังกัดเดิมล่วงล้ำไป ให้เบิกเงินเดือนทางสังกัด

ใหม่ส่งใช้สังกัดเดิมโดยวิธีเบิกหักผลักส่ง แล้วในเจ้าสังกัดใหม่แจ้งการเบิกหักผลักส่งให้เจ้าสังกัด

เดิมทราบ ห้ามมิให้เบิกเป็นตัวเงิน

                        มาตรา ๑๖  ข้าราชการที่ละทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือ

หนีราชการ ห้ามมิให้จ่ายเงินเดือนสำหรับวันที่ละทิ้งหน้าที่ราชการหรือหนีราชการดังกล่าว

                        ข้าราชการที่มิได้มาปฏิบัติราชการในกรณีอื่น จะมีสิทธิได้รับเงินเดือนหรือไม่

ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น หรือตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเห็นสมควร

แล้วแต่กรณี

                        มาตรา ๑๗  การจ่ายเงินเดือนของผู้ซึ่งถูกลงโทษตัดเงินเดือน  ถ้าภายหลังผู้นั้น

ได้รับการแต่งตั้ง โอน หรือปรับเงินเดือน โดยได้รับเงินเดือนต่างจากเดิมและยังไม่พ้นโทษตัด

เงินเดือน ให้คงตัดเงินเดือนต่อไปตามจำนวนเดิม  หรือถ้าเป็นกรณีตัดเงินเดือนตามส่วนของ

เงินเดือนก็ให้ตัดตามส่วนของเงินเดือนเดิม

                        มาตรา ๑๘  ข้าราชการผู้ใดตายในระหว่างรับราชการ  ให้จ่ายเงินเดือนจนถึง

วันที่ถึงแก่ความตาย

                        มาตรา ๑๙  การจ่ายเงินเดือนในกรณีต่าง ๆ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังนี้

                        (๑) ลาออก ให้จ่ายได้ถึงวันก่อนวันถึงกำหนดลาออก  แต่ถ้าถึงกำหนดลาออก

แล้วยังไม่ได้รับทราบคำสั่งอนุญาตให้ลาออก และข้าราชการผู้นั้นยังคงรับราชการต่อมา

ให้จ่ายได้ถึงวันรับทราบคำสั่ง หรือควรได้รับทราบคำสั่ง

                        (๒) ให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก ให้จ่ายได้ถึงวันก่อนวันที่ระบุในคำสั่ง

แต่ถ้ายังไม่ได้รับทราบคำสั่ง และข้าราชการผู้นั้นยังคงรับราชการต่อมาให้จ่ายได้ถึงวันรับทราบ

คำสั่ง หรือควรได้รับทราบคำสั่ง

                        (๓) ในกรณีตาม (๑)  และ (๒)  หากจำเป็นต้องส่งมอบงานในหน้าที่ก็ให้จ่าย

ต่อไปได้จนถึงวันส่งมอบงานเสร็จภายในเวลาอันไม่ชักช้าตามที่ผู้บังคับบัญชาจะกำหนดตามสภาพ

ของงานแต่ทั้งนี้ จะต้องไม่เกินสิบห้าวันนับแต่วันที่ระบุในคำสั่งหรือวันรับทราบคำสั่งหรือควรได้

รับทราบคำสั่ง แล้วแต่กรณี

                        (๔) พ้นจากราชการเพราะเกษียณอายุตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญ

ข้าราชการให้จ่ายได้ถึงวันสิ้นปี  สำหรับกรณีที่ได้รับการต่อเวลาราชการ ให้จ่ายได้ถึงวันครบ

การต่อเวลาราชการ

                        มาตรา ๒๐  การจ่ายเงินเดือนข้าราชการประจำเดือน ให้จ่ายในวันทำการสุดท้าย

ของเดือนสำหรับกรณีที่ต้องเบิกเงินจากธนาคาร ให้จ่ายในวันทำการสุดท้ายของธนาคารในเดือน

นั้น  แต่ทั้งนี้กระทรวงการคลังจะกำหนดวันจ่ายเป็นอย่างอื่นก็ได้

 

                                                                   หมวด ๓

                                          การจ่ายเงินเดือนข้าราชการผู้ถูกสั่งพักราชการ

                              ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน และผู้อุทธรณ์คำสั่งลงโทษ

 

                        มาตรา ๒๑  การจ่ายเงินเดือนของข้าราชการผู้ถูกสั่งพักราชการ ให้จ่ายตาม

กฎหมายว่าด้วยเงินเดือนของข้าราชการผู้ถูกสั่งพักราชการ  หรือระเบียบข้อบังคับของกระทรวง

กลาโหมที่ได้ทำความตกลงไว้กับกระทรวงการคลัง

                        อัตราเงินเดือนข้าราชการระหว่างพักราชการ ไม่ถือเป็นอัตราว่าง

                        ข้าราชการผู้ใดตายในระหว่างถูกสั่งพักราชการ ถ้าเจ้ากระทรวงหรือผู้มีอำนาจ

พิจารณาและวินิจฉัยตามกฎหมายว่าด้วยเงินเดือนของข้าราชการ ผู้ถูกสั่งพักราชการหรือตาม

ระเบียบข้อบังคับกระทรวงกลาโหมที่ได้ทำความตกลงไว้กับกระทรวงการคลังให้จ่ายเงินเดือน

ในระหว่างพักราชการอย่างใดก็ให้จ่ายเงินเดือนตามที่วินัจฉัยนั้นจนถึงวันที่ถึงแก่ความตาย

                        มาตรา ๒๒  ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๒๑ มาใช้บังคับแก่การจ่ายเงินเดือน

ข้าราชการผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน และผู้อุทธรณ์คำสั่งลงโทษให้ออก ปลดออก

หรือไล่อออกด้วย โดยอนุโลม

 

                                                                      หมวด ๔

                              การจ่ายเงินช่วยพิเศษในกรณีที่ข้าราชการถึงแก่ความตาย

 

                        มาตรา ๒๓  ข้าราชการผู้ใดถึงแก่ความตายในระหว่างรับราชการให้จ่ายเงิน

ช่วยพิเศษจำนวนสามเท่าของเงินเดือนเต็มเดือนที่ข้าราชการผู้นั้นมีสิทธิได้รับในเดือนที่ถึงแก่

ความตาย และหากข้าราชการผู้นั้นมีสิทธิได้รับเงินเพิ่มพิเศษค่าวิชาเงินประจำตำแหน่งที่ต้องฝ่า

อันตรายเป็นปกติเงินเพิ่มพิเศษสำหรับการสู้รบ และเงินเพิ่มพิเศษสำหรับการปราบปรามผู้

กระทำผิด ให้รวมเงินดังกล่าวกับเงินเดือนเพื่อคำนวณเป็นเงินช่วยพิเศษจำนวนสามเท่าด้วย

                        ความในวรรคหนึ่ง ให้ใช้บังคับแก่ข้าราชการผู้ถูกสั่งพักราชการ ผู้ถูกสั่งให้ออก

จากราชการไว้ก่อน และผู้อุทธรณ์คำสั่งลงโทษ ซึ่งมีสิทธิได้รับเงินเดือนตามมาตรา ๒๑ หรือ

มาตรา ๒๒ โดยอนุโลม

                        ข้าราชการผู้ใดตายในระหว่างละทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือ

หนีราชการห้ามมิให้จ่ายเงินช่วยพิเศษ

                        มาตรา ๒๔  เงินช่วยพิเศษตามมาตรา ๒๓  ให้จ่ายแก่บุคคลซึ่งข้าราชการผู้ตาย

แสดงเจตนาโดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อส่วนราชการเจ้าสังกัดตามแบบที่กระทรวงการคลังกำหนด

                        ถ้าข้าราชการผู้ตายมิได้แสดงเจตนาไว้ตามวรรคหนึ่ง  หรือบุคคลซึ่งข้าราชการ

ผู้ตายแสดงเจตนาไว้ตายก่อนข้าราชการผู้ตายหรือก่อนมีการจ่ายเงิน ก็ให้จ่ายแก่บุคคลตามลำดับ

ดังนี้

                        (๑) คู่สมรส

                        (๒) บุตร

                        (๓) บิดามารดา

                        เมื่อปรากฏว่าบุคคลในลำดับก่อนตามวรรคสองมีชีวิตอยู่ บุคคลในลำดับถัดไป

ไม่มีสิทธิได้รับเงินช่วยพิเศษ

                        ถ้าผู้มีสิทธิได้รับเงินช่วยพิเศษตามความในวรรคสองในลำดับเดียวกันมีหลายคน

ให้จ่ายให้แก่ผู้ซึ่งบุคคลในลำดับนั้นมอบหมายเป็นหนังสือ หรือบุคคลหนึ่งบุคคลใดที่จัดการศพ

                        มาตรา ๒๕  การขอรับเงินช่วยพิเศษ  ให้กระทำภายในเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่

ข้าราชการผู้ซึ่งมีสิทธิรับเงินเดือนตาย เว้นแต่กรณีที่ผู้นั้นเป็นผู้ถูกสั่งพักราชการ  ผู้ถูกสั่งให้ออก

จากราชการไว้ก่อนหรือผู้อุทธรณ์คำสั่งลงโทษ  ระยะเวลาหนึ่งปีให้นับแต่วันที่การถูกสั่งพักราชการ 

การออกราชการไว้ก่อนหรือการอุทธรณ์คำสั่งลงโทษสิ้นสุดลง แล้วแต่กรณี

                        มาตรา ๒๖  ในกรณีที่ทางราชการมีความจำเป็นต้องเข้าจัดการศพข้าราชการ

ผู้ตายเพราะไม่มีผู้ใดเข้าจัดการในเวลาอันสมควร  ให้ทางราชการหักค่าใช้จ่ายจากเงินช่วยพิเศษ

ได้เท่าที่จ่ายจริง แล้วมอบส่วนที่เหลือ  ถ้ามี  ให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับตามมาตรา ๒๔

 

                                                                 หมวด ๕

                                                   การจ่ายเงินเดือนระหว่างลา

 

                        มาตรา ๒๗  ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการสงเคราะห์ข้าราชการผู้ได้รับ

อันตราย หรือป่วยเจ็บเพราะเหตุปฏิบัติราชการ ให้ข้าราชการที่ลาป่วย ได้รับเงินเดือนระหว่าง

ลาได้ในปีหนึ่งไม่เกินหกสิบวันทำการ  แต่ถ้าผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ตำแหน่งอธิบดีหรือตำแหน่ง

เทียบเท่าขึ้นไปเห็นสมควรจะให้จ่ายเงินเดือนต่อไปอีกก็ได้ แต่ไม่เกินหกสิบวันทำการ

                        มาตรา ๒๘  ข้าราชการลาเนื่องจากการคลอดบุตร  ให้ได้รับเงินเดือนระหว่าง

ลาได้ไม่เกินหกสิบวัน

                        มาตรา ๒๙  ให้ข้าราชการลากิจส่วนตัวโดยได้รับเงินเดือนในปีหนึ่งไม่เกิน

สี่สิบห้าวันทำการแต่ในปีที่เริ่มรับราชการ ให้ได้รับเงินเดือนระหว่างลาได้ไม่เกินสิบห้าวันทำการ

                        มาตรา ๓๐  ให้ข้าราชการที่ลาพักผ่อนประจำปีได้รับเงินเดือนระหว่างลาไม่เกิน

ระยะเวลาที่กำหนดในระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการ

                        มาตรา ๓๑  ตั้งแต่เริ่มรับราชการ ข้าราชการผู้ใดยังไม่เคยอุปสมบทในพระพุทธ

ศาสนา หรือยังไม่เคยประกอบพิธีฮัจย์ ณ เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย หากประสงค์จะลา

อุปสมบทหรือลาไปประกอบพิธีฮัจย์  ณ เมืองเมกกะ แล้วแต่กรณี  ให้ลาโดยได้รับเงินเดือน

ระหว่างลาได้ไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน ทั้งนี้ ต้องรับราชการมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบสองเดือน

                        มาตรา ๓๒  ข้าราชการซึ่งลาเข้ารับการตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพลให้ได้

รับเงินเดือนในระหว่างนั้นได้  แต่ถ้าพ้นระยะเวลาดังกล่าวแล้วไม่รายงานตัวเพื่อเข้าปฏิบัติราชการ

ภายในเจ็ดวันให้งดจ่ายเงินเดือนหลังจากนั้นไว้จนถึงวันเข้าปฏิบัติราชการ เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุ

จำเป็น ผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ตำแหน่งอธิบดีหรือเทียบเท่าขึ้นไปจะให้จ่ายเงินเดือนระหว่างนั้นต่อไป

อีกก็ได้  แต่ไม่เกินสิบห้าวัน

                        มาตรา ๓๓  ข้าราชการซึ่งได้รับอนุญาตให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือ

ปฏิบัติการวิจัยให้ได้รับเงินเดือนในระหว่างลาไม่เกินสี่ปี นับแต่วันไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือ

ปฏิบัติการวิจัยจนถึงวันก่อนวันมารายงานตัวเพื่อเข้าปฏิบัติราชการ

                        ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจอนุญาตการลา เห็นสมควรให้ข้าราชการลาไป

ศึกษา ฝึกอบรม  ดูงาน  หรือปฏิบัติการวิจัยเกินสี่ปี  ก็ให้ได้รับเงินเดือนระหว่างลาได้ แต่ทั้งนี้

เมื่อรวมทั้งสิ้นจะต้องไม่เกินหกปี

                        มาตรา ๓๔  ข้าราชการที่ลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศไม่ให้ได้รับ

เงินเดือนระหว่างลา  เว้นแต่อัตราเงินเดือนที่ได้รับจากองค์การระหว่างประเทศต่ำกว่าอัตรา

เงินเดือนของทางราชการที่ผู้นั้นได้รับอยู่ในขณะนั้น  ให้ได้รับเงินเดือนจากทางราชการสมทบ

ซึ่งเมื่อรวมกับเงินเดือนจากองค์การระหว่างประเทศแล้วไม่เกินอัตราเงินเดือนของทางราชการ

ที่ข้าราชการผู้นั้นได้รับอยู่ในขณะนั้น

                        มาตรา ๓๕  ข้าราชการที่ลาติดตามคู่สมรส ไม่ให้ได้รับเงินเดือนระหว่างลา

                        มาตรา ๓๖  การจ่ายเงินเดือนระหว่างลาของข้าราชการสังกัดกระทรวงกลาโหม

ให้เป็นไปตามข้อบังคับของกระทรวงกลาโหม

 

                                                                ลักษณะ ๒

                                                   เงินปีและเงินประจำตำแหน่ง

                   ที่จ่ายจากเงินงบประมาณรายจ่ายหมวดเงินอุดหนุนของสำนักพระราชวัง

 

                        มาตรา ๓๗  ผู้มีสิทธิได้รับเงินปีในปีใด   ให้จ่ายเงินปีในปีนั้นให้เต็มทั้งปีไม่ว่า

กรณีจะเป็นประการใด

                        มาตรา ๓๘  การจ่ายเงินประจำตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ประธาน

องคมนตรีหรือองคมนตรี  ให้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ  แต่งตั้งเป็นต้นไป

สำหรับเงินประจำตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ให้เป็นไปตามอัตราที่คณะรัฐมนตรี

กำหนด

                        การจ่ายเงินประจำตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์  ประธานองคมนตรี

หรือองคมนตรีที่พ้นจากตำแหน่ง ให้จ่ายได้เพียงวันก่อนวันพ้นจากตำแหน่ง ในกรณีที่ถึงแก่ความ

ตาย ให้จ่ายสำหรับเดือนที่ถึงแก่ความตายนั้นให้เต็มเดือน

                        มาตรา ๓๙  การจ่ายเงินประจำตำแหน่งตามมาตรา ๓๘  ให้จ่ายในลักษณะ

เงินเดือนแต่ไม่ต้องทำบัญชีถือจ่าย

 

                                                                ลักษณะ ๓

                             บำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นที่จ่ายในลักษณะบำเหน็จ บำนาญ

 

                                                                 หมวด ๑

                                                     การจ่ายบำเหน็จ บำนาญ

 

                        มาตรา ๔๐  การจ่ายบำเหน็จหรือบำนาญ ให้กรมบัญชีกลางเป็นผู้พิจารณาสั่งจ่าย

ตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด

                        การจ่ายบำเหน็จหรือบำนาญในกรณีผู้เคยรับบำนาญอยู่แล้วกลับเข้ารับราชการ

ใหม่แล้วออกจากราชการครั้งหลังโดยมีสิทธิได้รับบำนาญในครั้งหลังด้วย  ถ้าการรับราชการใน

ครั้งก่อนกับครั้งหลังต่างกระทรวง ทบวง กรมกัน ให้รวมจ่ายบำนาญทางส่วนราชการที่ออกจาก

ราชการครั้งหลัง

                        ในกรณีที่มีการลดหรืองดบำนาญในระหว่างเวลาที่ข้าราชการกลับเข้ารับราชการ

ใหม่ และต่อมาออกจากราชการครั้งหลังโดยไม่มีสิทธิได้รับบำนาญ  การจ่ายบำนาญที่เคยได้รับ

อยู่เดิมตั้งแต่วันออกจากราชการครั้งหลังจะจ่ายได้ต่อเมื่อกรมบัญชีกลางสั่งจ่ายให้แล้ว  และ

ให้จ่ายทางส่วนราชการเดิมที่จ่ายบำนาญนั้น

                        มาตรา ๔๑  บำนาญปกติและบำนาญพิเศษเหตุทุพพลภาพ ให้จ่ายได้ตั้งแต่วัน

ขาดจากอัตราเงินเดือนเป็นต้นไป

                        บำนาญพิเศษในกรณีถึงแก่ความตายหรือสูญหาย  ให้จ่ายได้ตั้งแต่วันถัดจากวัน

ที่ถึงแก่ความตาย หรือวันถัดจากวันที่สันนิษฐานว่าถึงแก่ความตายตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จ

บำนาญข้าราชการแล้วแต่กรณี

                        มาตรา ๔๒  ถ้าผู้มีสิทธิรับบำนาญถึงแก่ความตาย  ให้จ่ายบำนาญให้จนถึงวันที่

ถึงแก่ความตาย  นอกจากนี้  ให้จ่ายเงินช่วยพิเศษจำนวนเท่ากับบำนาญรวมกับเงินช่วยค่าครอง

ชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ถ้ามี)  สามเดือน  แต่ในกรณีที่ผู้มีสิทธิรับบำนาญที่ถึงแก่ความตายเป็น

ผู้รับบำนาญตกทอดหรือบำนาญพิเศษในฐานะทายาท ผู้อุปการะ หรือผู้อยู่ในอุปการะ ไม่ให้จ่าย

เงินช่วยพิเศษ

                        ให้นำความในมาตรา ๒๔  และมาตรา ๒๕   มาใช้บังคับแก่การจ่ายเงินช่วย

พิเศษตามวรรคหนึ่งโดยอนุโลม

                        ในกรณีที่ผู้มีสิทธิรับบำนาญถึงแก่ความตายก่อนที่กรมบัญชีกลางจะสั่งจ่าย

บำนาญให้นับระยะเวลาเพื่อขอรับเงินช่วยพิเศษตามความในมาตรา ๒๕ ตั้งแต่วันที่กรมบัญชีกลาง

สั่งจ่ายบำนาญ

                        มาตรา ๔๓  การจ่ายบำนาญประจำเดือน ให้จ่ายในวันทำการก่อนวันทำการ

สุดท้ายของเดือนสองวันทำการ สำหรับกรณีที่ต้องเบิกเงินจากธนาคาร หรือผู้มีสิทธิรับบำนาญได้

รับบำนาญทางธนาคารให้จ่ายในวันทำการก่อนวันทำการสุดท้ายของธนาคารในเดือนนั้นสองวัน

ทำการ แต่ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะกำหนดวันจ่ายเป็นอย่างอื่นก็ได้

                        มาตรา ๔๔  ผู้รับบำนาญจะต้องแสดงตนหรือส่งใบรับรองการมีชีวิตต่อพนักงาน

เจ้าหน้าที่ผู้จ่ายปีละครั้ง  ตามแบบและระยะเวลาที่กรมบัญชีกลางกำหนดและในกรณีที่กรมบัญชี

กลางเห็นสมควร จะสั่งให้ผู้รับบำนาญแสดงตนหรือส่งใบรับรองการมีชีวิตในระยะเวลาใด ๆ อีก

ก็ได้

                        ผู้รับบำนาญจะรับบำนาญไม่ได้จนกว่าจะได้แสดงตนหรือส่งใบรับรองการมีชีวิต

แล้ว

 

                                                                 หมวด ๒

                                     การจ่ายเงินอื่นที่จ่ายในลักษณะบำเหน็จ บำนาญ

 

                        มาตรา ๔๕  การจ่ายเงินตามกฎหมายว่าด้วยการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยเนื่องใน

การรบกฎหมายว่าด้วยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเนื่องจากการช่วยเหลือราชการ  การปฏิบัติงาน

ของชาติ หรือการปฏิบัติหน้าที่มนุษยธรรม  กฎหมายว่าด้วยบำนาญพิเศษสมาชิกกองอาสารักษา

ดินแดน หรือเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน ให้นำความในลักษณะ ๓ หมวด ๑ มาใช้บังคับโดย

อนุโลม

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

       อานันท์  ปันยารชุน

         นายกรัฐมนตรี

 

+------------------------------------------------------------------------------------------------+

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชกฤษฎีกา

การจ่ายเงินเดือน  เงินปี บำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน พ.ศ.๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือน  เงินปี  บำเหน็จ  บำนาญ  และเงินอื่น

ในลักษณะเดียวกัน (ฉบับที่ ๒)  พ.ศ. ๒๕๒๖  มีบทบัญญัติหลายประการที่ไม่เหมาะสมกับ

กาลสมัย และสภาวการณ์ในปัจจุบัน  ประกอบกับสิทธิและประโยชน์ของข้าราชการเกี่ยวกับ

การลาได้ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม สมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการจ่ายเงินเดือน

 เงินปี  บำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกันให้เหมาะสมยิ่งขึ้นและสอดคล้องกับสิทธ

ิและประโยชน์ของข้าราชการดังกล่าวด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

 

[รก. ๒๕๓๕/๓๒/๒๕/๑ เมษายน ๒๕๓๕]