พระราชกฤษฎีกา

แบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการ

กองบัญชาการทหารสูงสุด  กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๓๕

------------

                                                            ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

                                                ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๕

                                                            เป็นปีที่ ๔๗ ในรัชกาลปัจจุบัน

                        พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  มีพระบรมราชโองการ

โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

                        โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการแบ่งส่วนราชการ

และกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองบัญชาการทหารสูงสุด  กระทรวงกลาโหม

                        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร และ

มาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม  พ.ศ. ๒๕๐๓ จึงทรง

พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

 

                        มาตรา ๑  พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและ

กำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองบัญชาการทหารสูงสุด  กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๒) 

พ.ศ. ๒๕๓๕"

 

                        มาตรา ๒  พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราช

กิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

                        มาตรา ๓  ให้ยกเลิกความใน (๑๖) (๑๗) และ (๑๙)  ของมาตรา ๔ แห่งพระราช

กฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองบัญชาการทหารสูงสุด  กระทรวง

กลาโหม  พ.ศ. ๒๕๓๓  และให้ใข้ความต่อไปนี้แทน

                                      "(๑๖)  กรมยุทธบริการทหาร

                                       (๑๗)  กรมการสนเทศทหาร

                                       (๑๙)  กรมยุทธศึกษาทหาร"

 

                        มาตรา ๔   ให้ยกเลิกความใน (๓) (๔) (๖) (๑๖) (๑๗) (๑๘) และ (๑๙)  ของ

มาตรา ๕ แห่งพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองบัญชา

ทหารสูงสุด  กระทรวงกลาโหม พ.ศ.  ๒๕๓๓  และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                                        "(๓)  กรมข่าวทหาร  มีหน้าที่พิจารณาเสนอความเห็นเกี่ยวกับ

นโยบาย  การข่าวกรอง  และการต่อต้านการข่าวกรอง  วางแผนการข่าวกรองทางทหารเพื่อรักษา

ความมั่นคงแห่งชาติตลอดจนอำนายการและดำเนินการให้เป็นไปตามแผน  ประสานงานและกำกับ

ดูแลกิจการข่าวกรองของทหาร  รวมทั้งติดตามงานข่าวกรองกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง  พิจารณา

กำหนดผู้แทนฝ่ายทหารเข้าร่วมในกิจกรรมข่าวกรองของชาติและระหว่างชาติ  ผลิตและการจาย

ข่าวกรองทางทหาร  อำนายการรักษาความปลอดภัยในกองบัญชาการทหารสูงสุด  รวมทั้งการ

พิจารณาและประสานการใช้ประมวลและรหัส  ควบคุมนโยบายและดำเนินการทูตฝ่ายทหาร 

ดำเนินงานทาบพิธีการทูตและกิจกรรมการทูต  ฝ่ายทหารต่างประเทศ  อำนวยการและดำเนินการ

ฝึกศึกษาด้านการข่าว  ประสานความต้องการและพิจารณากำหนดการแจกจ่ายแผนที่  อำนวยการ

วิจัยพัฒนาและเผยแพร่วิทยาการข่าวกรอง  ดำเนินการในด้านภาษาต่างประเทศเพื่อสนับสนุนกิจ

กรรมข่าวกรองของกองบัญชาการทหารสูงสุด  และประสานการอุตุนิยมวิทยา

                                        (๔)  กรมยุทธการทหาร  มีหน้าที่พิจารณาเสนอความเห็นเกี่ยวกับ

นโยบายการทหารและวางแผนยุทธศาสตร์  ประสานแผนการยุทธของกองทัพบก  กองทัพเรือและ

กองทัพอากาศ  และแผนการป้องกันร่วมตามสัญญาระหว่างประเทศและสนธิสัญญาทางทหาร 

ประสานกิจการรักษาดินแดนกับกระทรวงมหาดไทย  ประสานแผนการป้องกันภัยทางอากาศของ

ทหารที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายพลเรือน  ดำเนินการเกี่ยวกับกิจการทหารต่างประเทศ  พิจารณาเสนอ

ความเห็นและนโยบายเกี่ยวกับการจัดส่วนราชการต่างๆ ของกองบัญชาการทหารสูงสุด  พิจารณา

เสนอนโยบายและแผนการฝึกผสม  การฝึกร่วม  การยุทธพิเศษ  และการปกครองในยามสงคราม

                                        (๖)  กรมการสื่อสารทหาร  มีหน้าที่อำนวยการและดำเนินการเกี่ยว

กับกิจการสื่อสาร  และการสงครามอิเล็กทรอนิกส์  พิจารณาวางแผนการสื่อสารเพื่อสนับสนุน

แผนปฎิบัติการทางทหารในการป้องกันประเทศ  ประสานแผนการสื่อสารของฝ่ายทหารและพล

เรือน  ปฎิบัติการสื่อสารให้แก่กองบัญชาการทหารสูงสุดทั้งยามปกติและยามสงคราม  รวมทั้ง

ดำเนินการสื่อสารร่วมกับต่างประเทศตามสัญญาระหว่างประเทศและสนธิสัญญาทางทหาร

                                       (๑๖)  กรมยุทธบริการทหาร  มีหน้าที่พิจารณาเสนอความเห็น  วาง

แผนอำนวยการประสานงาน  และดำเนินการเกี่ยวกับการสนับสนุนทางการส่งกำลังบำรุงและการ

บริการในด้านการ พลาธิการ การขนส่ง การยุทธโยธา  การสวัสดิการ การกีฬาทหารของกองทัพ

ไทยและระหว่างประเทศ  การบริการทางการแพทย์  การสารวัตรทหาร  การดุริยางค์  การจัดกอง

ทหารเกียรติยศ  และการรักษาความปลอดภัยภานในกองบัญชาการทหารสูงสุด

                                       (๑๗)  กรมการสนเทศทหาร  มีหน้าที่วางแผน  ดำเนินการวิจัยและ

พัฒนาให้บริการเกี่ยวกับการดำเนินกรรมวิธีข้อมูล  เป็นศูนย์กลางวิทยาการคอมพิวเตอร์ การฝึกอบ

รม  การดำเนินกรรมวิธีข้อมูลแบบเชื่อมโยง  กำหนดมาตรฐานการมี  การใช้และดำเนินกรรมวิธีข้อ

มูล  ดำเนินการพัฒนาระบบกรรมวิธีข้อมูลไปสู่ระบบการบังคับบัญชา การควบคุม  การสื่อสาร 

และการข่าวกรองของกองทัพไทย

                                       (๑๘)  สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ  มีหน้าที่พิจารณาเสนอความ

เห็นวางแผน  อำนวยการ ประสานงาน  กำกับดูแล  และดำเนินการเกี่ยวกับการศึกษาในระดับสูง 

การประศาสน์วิทยา  การทางด้านความมั่นคงแห่งชาติ การป้องกันราชอาณาจักร  การยุทธผสม 

การยุทธร่วมและการอำนวยการในระดับสูง  การศึกษาอบรมเกี่ยวกับการสงครามการเมืองและ

การปฎิบัติการจิตวิทยา รวมทั้งวิจัยทางยุทธศาสตร์

                                       (๑๙)  กรมยุทธศึกษาทหาร  มีหน้าที่พิจารณาเสนอความเห็น 

อำนวยการ  ประสานงาน  กำกับดูแล  และดำเนินการเกี่ยวกับการฝึกศึกษาทางทหาร  การเผยแพร่

วิทยาการเกี่ยวกับการทหาร  การศึกษาและรวบรวมประวัติศาสตร์และโบราณคดีเกี่ยวกับการทหาร 

จัดและดำเนินการพิพิธภัณฑ์ทหารและห้องสมุดของกองบัญชาการทหารสูงสุด  รวมทั้งดำเนินงาน

เกี่ยวกับกิจการของสภาการศึกษาวิชาการทหาร"

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

            ชวน  หลีกภัย

            นายกรัฐมนตรี

 

+--------------------------------------------------------------------------------------------------------+

หมายเหตุ:-  เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้  คือ  โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขชื่อ

ของกรมยุทธบริการ  ศูนย์กรรมวิธีข้อมูลและกรมการศึกษา  และแก้ไขเพิ่มเติมหน้าที่ของกรมข่าว

ทหาร  กรมยุทธการทหาร กรมการสื่อสารทหาร  กรมยุทธบริการทหาร  กรมการสนเทศทหาร 

สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ  และกรมยุทธศึกษาทหารเสียใหม่ให้เหมาะสมกับแนวทางการ

กำหนดชื่อของส่วนราชการในกองบัญชาการทหารสูงสุด  และเพื่อให้สอดคล้องกับหน้าที่ที่ปฎิบัติ

อยู่จริง  จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

 

[รก.๒๕๓๕/๑๒๕/๓๕/๒๙ ธันวาคม ๒๕๓๕]                                              ปรียนันท์/พิมพ์