ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร

เรื่อง  การช่วยเหลือในการรักษาพยาบาล

พ.ศ. 2530

----------

     โดยที่เป็นการสมควรตราข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร  เรื่อง  การช่วยเหลือในการรักษาพยาบาล

     อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร

พ.ศ. 2528  กรุงเทพมหานคร  โดยความเห็นชอบของสภากรุงเทพมหานคร  จึงตราข้อบัญญัติขึ้นไว้

ดังต่อไปนี้

     ข้อ 1  ข้อบัญญัตินี้เรียกว่า `ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร  เรื่องการช่วยเหลือในการรักษาพยาบาล

พ.ศ. 2530'

     ข้อ 2  ข้อบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

     ข้อ 3  บรรดาข้อบัญญัติ  เทศบัญญัติ  กฎ  ข้อบังคับ  ระเบียบคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ได้ตราไว้แล้ว

ในข้อบัญญัตินี้  หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบัญญัตินี้  ให้ใช้ข้อบัญญัตินี้แทน

     ข้อ 4  ในข้อบัญญัตินี้

           `ข้อบัญญัติ'  หมายความว่า  ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร

           `บุคคลในครอบครัว'  หมายความว่า  คู่สมรส  บิดา  มารดา  ของผู้มีสิทธิได้รับการ

ช่วยเหลือ    และบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ   หรือบุตรชอบด้วยกฎหมายซึ่งบรรลุ

นิติภาวะแต่เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ  และอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของบิดา

มารดาซึ่งเป็นผู้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือ  แต่ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม  หรือบุตรซึ่งได้ยกให้เป็นบุตร

บุญธรรมของบุคคลอื่นแล้ว

           `สถานพยาบาล'  หมายความว่า  สถานพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร  และให้หมาย

ความรวมถึงสถานพยาบาลตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

           `ค่ารักษาพยาบาล'  หมายความว่า  เงินที่สถานพยาบาลเรียกเก็บในการรักษาพยาบาล

ดังนี้

           (1)  ค่ายา  ค่าเลือดและส่วนประกอบของเลือดหรือสารทดแทน  ค่าน้ำยา  หรืออาหาร

ทางเส้นเลือด  ค่าออกซิเจน  และอื่น ๆ ทำนองเดียวกันที่ใช้ในการบำบัดรักษาโรค

           (2)  ค่าอวัยวะเทียมหรืออุปกรณ์ในการบำบัดรักษาโรครวมทั้งค่าซ่อมแซม

           (3)  ค่าบริการทางการแพทย์  ค่าตรวจ  ค่าวิเคราะห์โรคแต่ไม่รวมถึงค่าจ้างผู้พยาบาล

พิเศษ  ค่าธรรมเนียมพิเศษ  และค่าบริการอื่นทำนองเดียวกันที่มีลักษณะเป็นเงินตอบแทนพิเศษ

           (4)  ค่าห้องและค่าอาหารตลอดเวลาที่เข้ารับการรักษาพยาบาล

           `ยาสามัญ'  หมายความว่า  ยาที่ซื้อจากเงินงบประมาณที่ตั้งไว้ในแต่ละปีของสถาน

พยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร

           `ยาพิเศษ'  หมายความว่า  ยาที่ซื้อจากเงินทุนหมุนเวียนของสถานพยาบาลในสังกัด

กรุงเทพมหานคร

     ข้อ 5  ผู้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือในการรักษาพยาบาลเป็นพิเศษ  แบ่งออกเป็นเก้าประเภท  คือ

           (1)  ประเภท ก.

           (2)  ประเภท ข.

           (3)  ประเภท ค.

           (4)  ประเภท ง.

           (5)  ประเภท จ.

           (6)  ประเภท ฉ.

           (7)  ประเภท ช.

           (8)  ประเภท ซ.

           (9)  ประเภท ฌ.

     ข้อ 6  ผู้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือประเภท ก. ได้แก่บุคคลดังต่อไปนี้

           (1)  ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญชัยสมรภูมิและบุคคลในครอบครัว

           (2)  ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญราชการชายแดน

           (3)  ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชน

           (4)  ทหารผ่านศึกนอกประจำการชั้นที่ 1  และบุคคลในครอบครัว

           (5)  ทหารหรือเจ้าหน้าที่ผู้ซึ่งไปร่วมรบกับสหประชาชาติ ณ ประเทศเกาหลี  หรือซึ่งไป

ทำการรบ ณ สาธารณรัฐเวียตนาม  และบุคคลในครอบครัว

           (6)  ทหารหรือเจ้าหน้าที่ผู้ไปทำการรบในงานพระราชสงครามในทวีปยุโรป  หรือที่ไปทำ

การรบในกรณีพิพาทกับอินโดจีน  หรือที่ไปทำการรบในสงครามมหาเอเซียบูรพา  และบุคคลในครอบครัว

     ข้อ   ผู้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือประเภท ข. ได้แก่บุคคลดังต่อไปนี้

          (1)  ข้าราชการประจำ

          (2)  ข้าราชการบำนาญ

          (3)  ลูกจ้างประจำของทางราชการที่ได้รับค่าจ้างจากงบประมาณ  หมวดค่าจ้างประจำ

          (4)  สมาชิกวุฒิสภา

          (5)  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

          (6)  พนักงานเทศบาล

          (7)  สมาชิกสภาจังหวัด  สมาชิกสภาเทศบาล

          (8)  สมาชิกสภาตำบล

          (9)  กำนัน  สารวัตรกำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน  และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน

         (10)  แพทย์ประจำตำบล

         (11)  กรรมการอิสลาม

         (12)  ผู้สื่อข่าวสาธารณสุข  (ผสส.)  อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และ

อาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.)  ตามโครงการของกรุงเทพมหานครและตามโครงการของกระทรวง

สาธารณสุข

     ผู้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือประเภท ข. ให้หมายความรวมถึงบุคคลในครอบครัวของผู้มีสิทธิดังกล่าว

ด้วย  ยกเว้นบุคคลใน (12) ให้มีสิทธิเฉพาะตัว

     ข้อ 8  ผู้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือประเภท ค. ได้แก่บุคคลต่อไปนี้

           (1)  ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  เลขานุการ

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  ประธานที่ปรึกษาและที่

ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

           (2)  สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร  เลขานุการประธานสภากรุงเทพมหานคร  และ

เลขานุการรองประธานสภากรุงเทพมหานคร

           (3)  สมาชิกสภาเขต

           (4)  ข้าราชการกรุงเทพมหานคร

           (5)  ลูกจ้างประจำ  และลูกจ้างชั่วคราว  ของกรุงเทพมหานคร

           (6)  ข้าราชการอื่นที่มาช่วยปฏิบัติราชการในกรุงเทพมหานคร

           (7)  นักกีฬาในสังกัดกรุงเทพมหานคร  ตามระเบียบที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

กำหนด

     ผู้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือประเภท ค. (1) (2) (3) (4) และ (5) ให้หมายความรวมถึง

บุคคลในครอบครัวด้วย  สำหรับ (6) และ (7) ให้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือเฉพาะตัว

     ข้อ 9  ผู้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือประเภท ง. ได้แก่ทหารผ่านศึกนอกประจำการ  ชั้น 2 ชั้น 3

และชั้น 4  และบุคคลในครอบครัว

     ข้อ 10  ผู้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือประเภท จ.  ได้แก่บุคคล  ดังต่อไปนี้

            (1)  สมาชิกคุรุสภา  ที่มิได้เป็นข้าราชการประจำ

            (2)  บุคคลที่โจรผู้ร้ายทำร้ายร่างกายหรืออุบัติเหตุเนื่องจากการกระทำตนเป็นพลเมือง

ดีช่วยเหลือการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

     ข้อ 11  ผู้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือประเภท ฉ. ได้แก่  ผู้บริจาคโลหิตให้แก่สถานพยาบาลใน

สังกัดกรุงเทพมหานคร  หรือศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทย  ตั้งแต่เจ็ดครั้งขึ้นไป  หรือผู้

บริจาคเงินให้แก่สถานพยาบาลหรือมูลนิธิของสถานพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครตั้งแต่ 30,000

บาทขึ้นไป

     ข้อ 12  ผู้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือประเภท ช. ได้แก่  ผู้บริจาคเงินให้สถานพยาบาลหรือมูลนิธิ

ของสถานพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร  ตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป  และบุคคลในครอบครัว

     ข้อ 13  ผู้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือประเภท ซ. ได้แก่  พระภิกษุ  สามเณร  และแม่ชี

     ข้อ 14  ผู้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือประเภท ฌ. ได้แก่  นักเรียนพยาบาลของวิทยาลัยพยาบาลใน

สังกัดกรุงเทพมหานคร  แพทย์ฝึกหัดนิสิตเวชปฏิบัติ  และแพทย์ประจำบ้านของสถานพยาบาลในสังกัดกรุง

เทพมหานคร

     ข้อ 15  การเรียกเก็บเงินค่ารักษาพยาบาลจากคนไข้ใน  เฉพาะสถานพยาบาลในสังกัดกรุงเทพ

มหานคร  ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือประเภทต่าง ๆ ในข้อ 6 ถึงข้อ 14  ให้เป็นไปตามข้อ

บัญญัตินี้

     ข้อ 16  ในการเบิกเงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลให้นำพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเงินสวัสดิการ

เกี่ยวเก็บการรักษาพยาบาลมาใช้กับบุคคลตามข้อ 8 (1) (2) (3) (4) และ (5)  โดยอนุโลม

     สำหรับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร  สมาชิกสภาเขต  และบุคคลในครอบครัว  ให้ใช้สิทธิเบิกค่า

รักษาพยาบาลได้เฉพาะการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของทางราชการเท่านั้น

     ข้อ 17  ผู้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือที่มารับการตรวจ  รักษาในฐานะคนไข้นอกของสถานพยาบาล

ให้แสดงบัตรประจำตัวหรือหนังสือรับรองของผู้บังคับบัญชาอย่างใดอย่างหนึ่งแก่เจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับการ

ตรวจรักษาเพื่อเป็นหลักฐาน  ทั้งนี้  ให้เจ้าหน้าที่พิจารณาดูตามความเหมาะสมด้วยความระมัดระวังอย่า

ให้มีการแอบอ้างเกิดขึ้นได้

     ถ้าผู้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลในฐานะคนไข้พิเศษ (คนไข้ใน) ของ

สถานพยาบาล  โดยได้ลดอัตราค่ารักษาพยาบาลหรือได้รับการยกเว้นโดยไม่ต้องเสียเงิน  ให้เจ้าหน้าที่

ของสถานพยาบาลขอหนังสือรับรองของผู้บังคับบัญชา  หรือหนังสือรับรองของทางราชการซึ่งผู้ออกหนังสือ

รับรองต้องดำรงตำแหน่งตั้งแต่หัวหน้ากองขึ้นไป  สำหรับผู้มีสิทธิตามข้อ 8 (1) ให้หัวหน้าสำนักงาน

เลขานุการ  ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้รับรอง ข้อ 8 (2) ให้เลขานุการสภากรุงเทพมหานครเป็นผู้

รับรอง  ข้อ 8 (3) ให้ผู้อำนวยการเขตเป็นผู้รับรอง ทั้งนี้ เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบ

     สำหรับผู้มีบัตรเหรียญชัยสมรภูมิ  ให้ผู้นั้นกรอกข้อความรับรองตัวเองตามแบบแนบท้ายข้อบัญญัตินี้แล้ว

เก็บไว้เป็นหลักฐานต่อไป

     ข้อ 18  ในกรณีที่มีเหตุพิเศษหรือมิได้กำหนดไว้ในข้อบัญญัตินี้  ให้ขออนุมัติผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

เป็นกรณี ๆ ไป

                     ประกาศ ณ วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2530

                             พลตรี จำลอง ศรีเมือง

                           ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

 

     บัญชีแนบท้ายข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การช่วยเหลือในการรักษาพยาบาล

พ.ศ.2530

 

 

หมายเหตุ:- เหตุผลที่ประกาศใช้ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครฉบับนี้ คือ  เพื่อให้การช่วยเหลือในการรักษา

พยาบาลได้ตราเป็นข้อบัญญัติใช้บังคับตามนัยมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพ

มหานคร พ.ศ. 2528 ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องตราข้อบัญญัตินี้