ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร

เรื่อง  การพัสดุ

พ.ศ.๒๕๓๘

-------------------------

 

                        โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร  เรื่อง   การพัสดุ 

พ.ศ.๒๕๓๒  และข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร  เรื่อง  การจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษา  สำรวจ 

ออกแบบ  และควบคุมงาน พ.ศ. ๒๕๓๔   ให้เหมาะสมเป็นข้อบัญญัติเดียวกันเพื่อสะดวก

ในการปฏิบัติยิ่งขึ้น

                        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา  ๙๗  แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร

ราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.๒๕๒๘ กรุงเทพมหานครโดยความเห็นชอบของสภากรุงเทพ

มหานคร จึงตราข้อบัญญัติขึ้นไว้  ดังต่อไปนี้

 

                        ข้อ    ข้อบัญญัตินี้เรียกว่า  "ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร  เรื่อง  การพัสดุ 

พ.ศ.๒๕๓๘"

 

                        ข้อ     ข้อบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด  ๓๐  วัน  นับแต่วันถัดจากวัน

ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

                        ข้อ    ให้ยกเลิก

                        (๑)  ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร  เรื่อง  การพัสดุ  พ.ศ. ๒๕๓๒

                        (๒)  ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษา สำรวจ  ออกแบบ

และควบคุมงาน  พ.ศ.๒๕๓๔

                        บรรดาข้อบัญญัติ  เทศบัญญัติ  กฎ  ข้อบังคับ  ระเบียบ  คำสั่งอื่นใดในส่วนที่ได้

ตราไว้แล้วในข้อบัญญัตินี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบัญญัตินี้  ให้ใช้ข้อบัญญัตินี้แทน

 

                        ข้อ    ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครรักษาการตามข้อบัญญัตินี้และให้มี

อำนาจออกข้อบังคับ  ระเบียบ  คำสั่ง  เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้

 

 

 

 

 

                                                                      หมวด 

                                                                 ข้อความทั่วไป

                                                                      ส่วนที่ 

                                                                       นิยาม

                                                             ---------------------

 

                        ข้อ    ในข้อบัญญัตินี้

                        "การพัสดุ" หมายความว่า  การจัดทำเอง  การซื้อ  การจ้าง  การจ้างที่ปรึกษา

การจ้างออกแบบและควบคุมงาน  การแลกเปลี่ยน   การเช่า  การควบคุม การจำหน่าย  และการ

ดำเนินการอื่น    ที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัตินี้

                         "พัสดุ" หมายความว่า  วัสดุ  ครุภัณฑ์  ที่ดินและสิ่งก่อสร้างที่กำหนดไว้ใน

ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการกำหนดประเภทรายรับ  รายจ่าย  และการปฏิบัติเกี่ยวกับงบ

ประมาณ

                         "การซื้อ" หมายความว่า   การซื้อพัสดุทุกชนิดทั้งที่มีการติดตั้งทดลอง และ

บริการที่เกี่ยวเนื่องอื่น    แต่ไม่รวมถึงการจัดหาพัสดุในลักษณะการจ้าง

                         "การจ้าง"  ให้หมายความรวมถึงการจ้างทำของและการรับขนตามประมวล

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์  การจ้างออกแบบและก่อสร้าง     และการจ้างเหมาบริการ แต่ไม่รวมถึง

การจ้างลูกจ้างของกรุงเทพมหานคร  การรับขนในการเดินทางไปราชการตามกฎหมายว่าด้วยค่า

ใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ  การจ้างที่ปรึกษา  การจ้างออกแบบและควบคุมงาน และการจ้าง

แรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

                         "การจ้างที่ปรึกษา" หมายความว่า  การจ้างบริการจากที่ปรึกษาแต่ไม่รวมถึง

การจ้างออกแบบและควบคุมงานก่อสร้างอาคารด้วยเงินงบประมาณ

                         "การจ้างออกแบบและควบคุมงาน"  หมายความว่า การจ้างบริการจากนิติ

บุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่ประกอบธุรกิจบริการด้านงานออกแบบและควบคุมงานก่อสร้างอาคาร

ด้วยเงินงบประมาณ

                         "ผู้สั่งซื้อ"           หมายความว่า  ผู้มีอำนาจสั่งอนุญาตให้ซื้อ

                         "ผู้สั่งจ้าง" หมายความว่า  ผู้มีอำนาจสั่งอนุญาตให้จ้าง

                         "เงินงบประมาณ" หมายความว่า  งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ

รายจ่ายเพิ่มเติม   และเงินซึ่งหน่วยงานได้รับไว้  โดยได้รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ให้ไม่ต้องส่งเป็นรายรับของกรุงเทพมหานครตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ  หรือตาม

กฎหมายและระเบียบอื่นกำหนดให้ไม่ต้องนำส่งเป็นรายรับของกรุงเทพมหานคร แต่ไม่รวมถึงเงินกู้

และเงินช่วยเหลือตามข้อบัญญัตินี้

                         "เงินกู้"  หมายความว่า  เงินกู้ตามกฎหมายว่าด้วยการใช้อำนาจกระทรวงการ

คลังกู้เงินจากต่างประเทศ  และตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร

                         "เงินช่วยเหลือ" หมายความว่า  เงินที่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลต่าง

ประเทศ  องค์การระหว่างประเทศ  สถาบันการเงินระหว่างประเทศ องค์การต่างประเทศทั้งใน

ระดับรัฐบาล   และที่มิใช่ระดับรัฐบาล   มูลนิธิหรือเอกชนต่างประเทศ

                         "อาคาร" หมายความว่า  สิ่งปลูกสร้างถาวรที่บุคคลอาจเข้าอยู่หรือใช้สอยได้  เช่น 

อาคารที่ทำการโรงพยาบาล  โรงเรียน   สนามกีฬา   สถานีนำร่อง   หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นที่มี

ลักษณะทำนองเดียวกัน   และรวมตลอดถึงสิ่งก่อสร้างอื่น    ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ใช้สอย 

สำหรับอาคารนั้น    เช่น เสาธง  รั้ว  ท่อระบายน้ำ  หอถังน้ำ  ถนน  ประปา  และสิ่งอื่น    ซึ่งเป็น

ส่วนประกอบของตัวอาคาร  เช่น  เครื่องปรับอากาศ  ลิฟต์  เฟอร์นิเจอร์  เป็นต้น

                         "พัสดุที่ผลิตในประเทศ"  หมายความว่า  ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตสำเร็จรูปแล้ว  โดย

สถานที่ผลิตตั้งอยู่ในประเทศไทย

                         "กิจการของคนไทย"  หมายความว่า  กิจการที่เป็นของบุคคลธรรมดาหรือนิติ

บุคคลสัญชาติไทย

                         "ที่ปรึกษา"  หมายความว่า  บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจ หรือ

สามารถให้บริการเป็นที่ปรึกษาทางวิศกรรม  สถาปัตยกรรม  เศรษฐศาสตร์  หรือสาขาอื่น รวมทั้ง

ให้บริการด้านการศึกษา  สำรวจ ออกแบบและควบคุมงานและการวิจัย แต่ไม่รวมถึงการให้บริการ

ออกแบบและควบคุมงานก่อสร้างอาคารด้วยเงินงบประมาณ

                         "ที่ปรึกษาไทย" หมายความว่า  ที่ปรึกษาที่มีสัญชาติไทย  และได้จดทะเบียนไว้

กับศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษาของกระทรวงการคลัง หรือที่ได้จดทะเบียนเป็นที่ปรึกษาไว้กับ

กรุงเทพมหานคร

                         "หน่วยงาน" หมายความว่า  หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหาร

ราชการกรุงเทพมหานคร      และส่วนราชการตามประกาศกรุงเทพมหานครว่าด้วยการแบ่งส่วน

ราชการภายในหน่วยงานและการกำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการกรุงเทพมหานครที่ไม่ต่ำกว่า

ระดับกอง

                        "ส่วนราชการ" หมายความว่า   กระทรวง   ทบวง   กรม  สำนักงานหรือหน่วย

งานอื่นใดของรัฐทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค  หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหาร

ราชการส่วนท้องถิ่น  หน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น

แต่ไม่รวมถึงหน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร

                         "หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ"  หมายความว่า  หัวหน้าหน่วยงานระดับกองซึ่งปฏิบัติ

งานในสายงานที่เกี่ยวกับการพัสดุ  ตามที่คณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครกำหนดหรือ

หัวหน้าหน่วยงานระดับกอง  ระดับฝ่าย  ระดับงาน  หรือผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งหรือได้รับมอบหมายจาก

ปลัดกรุงเทพมหานครให้เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ

                         "เจ้าหน้าที่พัสดุ" หมายความว่า  เจ้าหน้าที่ซึ่งดำรงตำแหน่งที่มีหน้าที่เกี่ยวกับ

การพัสดุหรือผู้ได้รับแต่งตั้งหรือได้รับมอบหมายจากปลัดกรุงเทพมหานครให้มีหน้าที่หรือปฏิบัติงาน

เกี่ยวกับการพัสดุตามข้อบัญญัตินี้

                         "ผู้อำนวยการโครงการ" หมายความว่า  ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งหรือมอบหมายให้มี

หน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการเกี่ยวกับการพัสดุตามโครงการเงินกู้หรือโครงการเงินช่วยเหลือ

 

                                                                    ส่วนที่ 

                                                 การใช้บังคับและการมอบอำนาจ

                                                          -----------------------

 

                        ข้อ    ข้อบัญญัตินี้ใช้บังคับแก่หน่วยงานของกรุงเทพมหานคร  ซึ่งดำเนินการ

เกี่ยวกับการพัสดุโดยใช้เงินงบประมาณ  เงินกู้         และเงินช่วยเหลือ

 

                        ข้อ    ผู้มีอำนาจดำเนินการตามข้อบัญญัตินี้จะมอบอำนาจเป็นหนังสือให้แก่ผู้

ดำรงตำแหน่งใดก็ได้โดยให้คำนึงถึงระดับ  ตำแหน่ง  หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ที่ได้รับมอบ

อำนาจเป็นสำคัญ  หากเกิดการเสียหายขึ้น  ผู้มอบและผู้รับมอบจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย

                        เพื่อความคล่องตัวในการจัดหา  ให้ผู้มีอำนาจจัดหาตามข้อบัญญัตินี้มอบ

อำนาจในการสั่งการและดำเนินการจัดหาให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งรองลงไปเป็นลำดับ

                        การทำนิติกรรมตามข้อบัญญัตินี้  ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะมอบอำนาจให้แก่

ผู้ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าหัวหน้าหน่วยงานปฏิบัติราชการแทนก็ได้

                        สำหรับโครงการเงินกู้หรือเงินช่วยเหลือ         ผู้มีอำนาจดำเนินการตามข้อบัญญัตินี้

จะแต่งตั้งข้าราชการคนหนึ่งทำหน้าที่ผู้อำนวยการโครงการ  และมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบ

ในการดำเนินการตามข้อบัญญัตินี้ให้เป็นการเฉพาะก็ได้

                        ให้ผู้มอบส่งสำเนาหลักฐานการมอบอำนาจให้สำนักการคลัง     และสำนักงาน

ตรวจเงินแผ่นดินทราบทุกครั้ง

 

                                                                         ส่วนที่ 

                                                                    บทกำหนดโทษ

                                                                 -----------------------

 

                        ข้อ    ผู้มีอำนาจหรือหน้าที่ดำเนินการตามข้อบัญญัตินี้  หรือผู้หนึ่งผู้ใดกระทำ

การโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อไม่ปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้  หรือกระทำการโดยมีเจตนาทุจริตหรือ

กระทำการโดยปราศจากอำนาจ  หรือนอกเหนืออำนาจหน้าที่  รวมทั้งมีพฤติกรรมที่ส่อให้มีการสม

ยอมกันในการเสนอราคา   ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยตามกฎหมายที่กรุงเทพมหานครนำมาบังคับ

อยู่ในขณะนั้นโดยอนุโลม  หรือตามกฎหมายเฉพาะของกรุงเทพมหานคร  ภายใต้หลักเกณฑ์ดังนี้

                        (๑)  ถ้าการกระทำมีเจตนาทุจริตหรือเป็นเหตุให้กรุงเทพมหานครเสียหายอย่าง

ร้ายแรงให้ดำเนินการลงโทษอย่างต่ำปลดออกจากราชการหรือให้เลิกจ้างแล้วแต่กรณี

                        (๒)  ถ้าการกระทำเป็นเหตุให้กรุงเทพมหานครเสียหายแต่ไม่ร้ายแรงให้ลงโทษอย่าง

ต่ำตัดเงินเดือนหรือตัดค่าจ้าง

                        (๓)  ถ้าการกระทำไม่เป็นเหตุให้กรุงเทพมหานครเสียหาย  ให้ลงโทษภาคทัณฑ์หรือ

ว่ากล่าวตักเตือน  โดยทำคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร

                        การลงโทษทางวินัยตาม  (๑)  หรือ  (๒)  ไม่เป็นเหตุให้ผู้กระทำหลุดพ้นจาก

ความรับผิดในทางแพ่งตามระเบียบความรับผิดของข้าราชการในทางแพ่งหรือความรับผิดทาง

อาญา  (ถ้ามี)

 

                                                               ส่วนที่ 

                                                คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ

                                                          --------------------

 

                        ข้อ    ให้มีคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ  ประกอบด้วย ปลัดกรุงเทพมหานคร

หรือผู้ซึ่งปลัดกรุงเทพมหานครมอบหมาย  เป็นประธานกรรมการ ผู้อำนวยการสำนักการคลัง ที่

ปรึกษากฎหมายกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการกองกฎหมายและคดี  ผู้อำนวยการกองงบประมาณ

ผู้อำนวยการกองทะเบียนทรัพย์สินและพัสดุ  ผู้แทนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตและ

ประพฤติมิชอบในวงราชการ           ผู้แทนสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน  ผู้แทนสำนักงานมาตรฐานผลิต

ภัณฑ์อุตสาหกรรม  ผู้แทนสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง  และผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด  แห่ง

ละ    คน   ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีหนังสือเชิญมาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ทรง

คุณวุฒิซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้งอีกไม่เกิน    คน  เป็นกรรมการผู้อำนวยการกอง

ระบบการคลัง    เป็นกรรมการและเลขานุการกับให้คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุแต่งตั้งผู้ช่วย

เลขานุการไม่เกิน    คน

                        ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้งมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราว

ละ    ปี  ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้

 

                        ข้อ  ๑๐  คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุมีอำนาจกน้าที่ดังนี้

                        (๑)  ตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อบัญญัติ

                        (๒)  พิจารณาการอนุมัติยกเว้น  หรือผ่อนผันการไม่ปฏิบัติตามข้อบัญญัติ

                        (๓)  พิจารณาคำร้องเรียนเกี่ยวกับการที่หน่วยงานไม่ปฏิบัติตามข้อบัญญัติ

                        (๔)  เสนอแนะการแก้ไขปรับปรุงข้อบัญญัติต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

                        (๕)  กำหนดแบบหรือตัวอย่าง  รวมทั้งการแก้ไขเพิ่มเติม  เปลี่ยนแปลงและกำหนด

แนวทางวิธีปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้

                        (๖)  เสนอความเห็นต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในการพิจารณาและแจ้งเวียน

ชื่อผู้ทิ้งงานและการสั่งเปลี่ยนแปลงเพิกถอนผู้ทิ้งงานของกรุงเทพมหานคร

                        (๗)  กำหนดอัตราร้อยละของราคาตามข้อ ๑๔ (๘) และ (๙)

                        (๘)  กำหนดประเภทหรือชนิดของพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อจากต่างประเทศตามข้อ ๖๓

                        (๙)  เรียกข้าราชการและลูกจ้างของกรุงเทพมหานครมาชี้แจง  สอบถาม หรือให้ข้อ

เท็จจริง  หรือเชิญข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการอื่น  รัฐวิสาหกิจหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมา

สอบถามหรือให้ข้อเท็จจริง รวมทั้งเรียกเอกสารจากหน่วยงาน

                        (๑๐)  แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อทำหน้าที่ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

                        (๑๑)  พิจารณาดำเนินการตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมอบหมาย

 

                                                                       หมวดที่ ๒

                                                                       การจัดหา

                                                                        ส่วนที่  

                                                                        บททั่วไป

                                                              -------------------

 

                        ข้อ  ๑๑  หลังจากที่ได้ทราบยอดเงินที่จะนำมาใช้ในการจัดหาแล้ว ให้หน่วยงาน

รีบดำเนินการตามขั้นตอนของข้อบัญญัตินี้  ในส่วนที่ ๒ ส่วนที่ ๓ หรือส่วนที่ ๔ แล้วแต่กรณี เพื่อให้

พร้อมที่จะทำสัญญาได้ทันทีเมื่อได้รับอนุมัติทางการเงินแล้ว

 

                        ข้อ  ๑๒  การได้มาซึ่งพัสดุหรือบริการนอกเหนือจากที่ข้อบัญญัตินี้ได้กำหนดไว้และ

ไม่มีระเบียบของทางราชการหรือกฎหมายกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ  ให้ถือปฏิบัติโดยอนุโลมตามวิธี

การจัดหาลักษณะใดลักษณะหนึ่งที่กำหนดไว้ในหมวดนี้

 

                        ข้อ  ๑๓  กรณีที่มีการจัดทำเอง ให้หัวหน้าหน่วยงานแต่งตั้งผู้ควบคุมรับผิดชอบ

ในการจัดทำเองนั้น  และแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจการปฏิบัติงานโดยมีคุณสมบัติและหน้าที่

เช่นเดียวกับคณะกรรมการตรวจการจ้างเว้นแต่หน่วยงานที่กำหนดให้มีเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบโดย

เฉพาะอยู่แล้ว

 

                                                                          ส่วนที่ 

                                                                       การซื้อการจ้าง

                                                                   ---------------------

 

                        ข้อ  ๑๔  ให้หน่วยงานใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศและกิจการของคนไทย  ตาม

หลักเกณฑ์ดังนี้

                        (๑)  ห้ามกำหนดรายละเอียดหรือคุณลักษณะเฉพาะ  ซึ่งอาจมีผลกีดกันไม่ให้ผู้ผลิต

หรือผู้ขายพัสดุที่ผลิตในประเทศหรือกิจการของคนไทยสามารถเข้าแข่งขันในการเสนอราคากับ

กรุงเทพมหานคร

                        (๒)  ในกรณีพัสดุที่ต้องการซื้อหรือจ้างทำ มีประกาศกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์

อุตสาหกรรม  หรือที่กรุงเทพมหานครได้จดทะเบียนและรับรองแล้วให้กำหนดรายละเอียดหรือ

คุณลักษณะเฉพาะ หรือรายการในการก่อสร้างตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือเพื่อความ

สะดวกจะระบุหมายเลขมาตรฐานก็ได้ และหากมีผู้ได้รับใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐาน

ประเภท ชนิด หรือขนาดเดียวกัน ตั้งแต่ ๓ รายขึ้นไปให้ระบุความต้องการเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ทำใน

ประเทศไทยซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานเท่านั้น

                        (๓)  ในกรณีพัสดุที่ต้องการซื้อหรือจ้างทำ ยังไม่มีประกาศกำหนดมาตรฐานผลิต

ภัณฑ์อุตสาหกรรมแต่มีผู้ได้รับการจดทะเบียนไว้กับกระทรวงอุตสาหกรรม หรือที่กรุงเทพมหานคร

ได้จดทะเบียนและรับรองแล้ว  ให้กำหนดรายละเอียดหรือคุณลักษณะเฉพาะหรือรายการในการก่อสร้าง

ให้สอดคล้องกับรายละเอียดหรือคุณลักษณะเฉพาะตามที่ระบุไว้ในคู่มือผู้ซื้อหรือใบแทรกคู่มือผู้ซื้อที่

กระทรวงอุตสาหกรรมหรือที่กรุงเทพมหานครจัดทำขึ้น

                        (๔)  ในกรณีที่พัสดุที่ต้องการซื้อหรือจ้างทำ มีประกาศกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์

อุตสาหกรรม หรือที่กรุงเทพมหานครได้จดทะเบียนและรับรองแล้ว  แต่มีผู้ได้รับใบอนุญาตให้แสดง

เครื่องหมายมาตรฐานไม่ถึง ๓ ราย  และหรือมีผู้ได้รับการจดทะเบียนไว้กับกระทรวงอุตสาหกรรมหรือที่

กรุงเทพมหานครได้จดทะเบียนและรับรองแล้ว ให้กำหนดรายละเอียดหรือคุณลักษณะเฉพาะหรือราย

การในการก่อสร้างตาม (๒) หรือ (๓) และระบุความต้องการเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ทำในประเทศไทย

                        (๕)  การกำหนดรายละเอียด หรือคุณลักษณะเฉพาะหรือรายการในการก่อสร้าง

ตาม (๒) (๓) หรือ (๔)  ให้ถือตามที่ปรากฏในบัญชีคู่มือผู้ซื้อหรือใบแทรกคู่มือผู้ซื้อที่กระทรวง

อุตสาหกรรมหรือที่กรุงเทพมหานครจัดทำขึ้นถึงเดือนก่อนหน้าเดือนที่จะประกาศซื้อหรือจ้าง

                        (๖)  ในกรณีมีความจำเป็นพิเศษที่จะต้องกำหนดรายละเอียดหรือคุณลักษณะ

เฉพาะหรือรายการในการก่อสร้างแตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ตาม (๒) (๓) หรือ (๔) หรือได้ดำเนินการ

ตาม (๒) (๓) หรือ (๔) แล้วแต่ไม่สามารถซื้อหรือจ้างได้ หรือมีหลักฐานปรากฏชัด ว่าหากซื้อหรือจ้าง

แล้วจะเกิดความเสียหายแก่กรุงเทพมหานคร  ให้แจ้งสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและ

เมื่อได้รับหนังสือกระทรวงอุตสาหกรรมตอบรับทราบหรือไม่ทักท้วงแล้ว  ให้ดำเนินการซื้อหรือจ้างต่อไป

ได้ หรือไม่รับพิจารณารายนั้น แล้วแต่กรณี

                        (๗)  การซื้อหรือการจ้างตาม (๒) (๓) หรือ (๔)  ถ้ามีผู้เสนอราคาเสนอผลิตภัณฑ์ที่

อยู่ในระหว่างการขอรับใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐาน หรือการขอจดทะเบียนไว้กับกระทรวง

อุตสาหกรรม หรือกรุงเทพมหานครโดยแนบใบรับมาพร้อมกับใบเสนอราคา หากผลิตภัณฑ์นั้นได้รับใบ

อนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐานหรือได้รับการจดทะเบียนไว้กับกระทรวงอุตสาหกรรมหรือ

กรุงเทพมหานครภายใน ๑๐ วันทำการนับจากวันถัดจากวันเสนอราคา  แต่ทั้งนี้จะต้องก่อนการ

พิจารณาตัดสินราคาของคณะกรรมการ ให้ถือเสมือนเป็นผู้เสนอราคาผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตแสดง

เครื่องหมายมาตรฐานหรือได้รับการจดทะเบียนไว้กับกระทรวงอุตสาหกรรมหรือกรุงเทพมหานครแล้ว

แต่กรณี

                        (๘)  การซื้อหรือการจ้างตาม (๓) หรือ (๔) นอกจากการจ้างก่อสร้างในกรณีที่ผู้เสนอ

ราคาผลิตภัณฑ์แสดงเครื่องหมายมาตรฐาน  หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการจดทะเบียนไว้กับกระทรวง

อุตสาหกรรมหรือกรุงเทพมหานครเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้เข้าแข่งขันราคารายอื่นไม่เกิน

ร้อยละ ๑๕ ให้ต่อรองราคาของผู้เสนอผลิตภัณฑ์ที่แสดงเครื่องหมายมาตรฐานหรือผลิตภัณฑ์ที่ได้รับ

การจดทะเบียนไว้กับกระทรวงอุตสาหกรรมหรือกรุงเทพมหานครรายที่เสนอราคาต่ำสุด หากต่อรองแล้ว

ราคาที่ลดลงสูงกว่าราคาต่ำสุด ไม่เกินร้อยละ ๑๐ หรืออัตราที่คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุกำหนด

ตามข้อ ๑๐ (๗) ให้ซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอราคารายนั้น

                        (๙)  การซื้อและการจ้างนอกจากกรณีที่กล่าวใน (๒) (๓) หรือ (๔)  แต่ไม่รวมถึงการ

จ้างก่อสร้าง ให้กำหนดเงื่อนไขให้ผู้เสนอราคาระบุแหล่งกำเนิดหรือประเทศที่ผลิตด้วยในกรณีที่ผู้เสนอ

ราคาผลิตภัณฑ์ที่มีแหล่งกำเนิดหรือผลิตในประเทศไทยหรือกิจการของคนไทยเสนอราคาสูงกว่าผลิต

ภัณฑ์ที่ไม่ใช่มีแหล่งกำเนิดหรือไม่ได้ผลิตในประเทศไทยหรือกิจการที่ไม่ใช่ของคนไทย ไม่เกินร้อยละ ๕

ให้ต่อรองราคาของผู้เสนอราคาผลิตภัณฑ์ที่มีแหล่งกำเนิดหรือผลิตในประเทศไทยหรือกิจการของคน

ไทยรายที่เสนอถูกต้องตามเงื่อนไขที่กำหนดซึ่งมีคุณสมบัติเป็นประโยชน์ต่อกรุงเทพมหานคร และเสนอ

ราคาต่ำสุด  หากต่อรองราคาแล้วราคาที่ลดลงสูงกว่าราคาต่ำสุด ไม่เกินร้อยละ ๓ หรืออัตราที่คณะ

กรรมการว่าด้วยการพัสดุกำหนดตามข้อ ๑๐ (๗) ให้ซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอราคารายนั้น

                        (๑๐)  การเปรียบเทียบราคาให้พิจารณาราคาที่อยู่ในฐานเดียวกัน โดยให้พิจารณา

ราคารวมภาษี ราคาแยกภาษี หรือราคายกเว้นภาษี ตามหลักเกณฑ์ที่ได้ประกาศให้ผู้เสนอราคาทราบ

แล้วแต่กรณี

                        (๑๑)  ราคาที่ซื้อหรือจ้าง ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดสำหรับวิธีซื้อหรือจ้าง

แต่ละวิธี เว้นแต่จะเข้าหลักเกณฑ์ตาม (๘) หรือ (๙)

                        การซื้อหรือการจ้าง ที่ดำเนินการด้วยเงินกู้หรือเงินช่วยเหลือซึ่งไม่สามารถ

เจรจากับแหล่งเงินกู้ หรือเงินช่วยเหลือกำหนดเงื่อนไขตามวรรคหนึ่งได้ ให้หน่วยงานส่งเสริมพัสดุที่

ผลิตในประเทศ หรือกิจการของคนไทย ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

                        ในกรณีที่พัสดุใด ผลิตได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ ให้คณะ

กรรมการว่าด้วยการพัสดุมีอำนาจยกเว้นการส่งเสริมพัสดุประเภทหรือชนิดดังกล่าวได้ ตามความ

เหมาะสมและจำเป็น

 

วิธีซื้อและจ้าง

 

                        ข้อ  ๑๕  การซื้อหรือการจ้างกระทำได้    วิธี คือ

                        (๑)  วิธีตกลงราคา

                        (๒)  วิธีสอบราคา

                        (๓)  วิธีประกวดราคา

                        (๔)  วิธีพิเศษ

                        (๕)  วิธีกรณีพิเศษ

 

                        ข้อ  ๑๖  การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคา ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างครั้ง

หนึ่งซึ่งมีราคาไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท

 

                        ข้อ  ๑๗  การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคา  ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างครั้ง

หนึ่งซึ่งมีราคาไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท

 

                        ข้อ  ๑๘  การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีประกวดราคา ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างครั้ง

หนึ่งซึ่งมีราคาเกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท

 

                        ข้อ  ๑๙  การซื้อหรือการจ้างตามข้อ ๑๖ และข้อ ๑๗ ถ้าผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างเห็น

สมควรจะสั่งให้กระทำโดยวิธีที่กำหนดไว้สำหรับวงเงินที่สูงกว่าก็ได้

                        การแบ่งซื้อหรือแบ่งจ้างโดยลดวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างในครั้งเดียวกันเพื่อให้วง

เงินต่ำกว่าที่กำหนดโดยวิธีหนึ่งวิธีใด  หรือเพื่อให้อำนาจสั่งซื้อสั่งจ้างเปลี่ยนไปจะกระทำมิได้

                        การซื้อหรือการจ้างซึ่งดำเนินการด้วยเงินกู้หรือเงินช่วยเหลือ ผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างจะ

สั่งให้กระทำตามวงเงินที่สัญญาเงินกู้หรือสัญญาเงินช่วยเหลือกำหนดก็ได้

                        ข้อ  ๒๐  การซื้อโดยวิธีพิเศษ ได้แก่การซื้อครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน ๕๐,๐๐๐ บาท

ให้กระทำได้เฉพาะกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้

                        (๑)  เป็นพัสดุที่จะขายทอดตลาดโดยการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร  ส่วนราชการ 

รัฐวิสาหกิจ องค์การระหว่างประเทศ หรือหน่วยงานของต่างประเทศ

                        (๒)  เป็นพัสดุที่ต้องซื้อเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่กรุงเทพมหานคร

                        (๓)  เป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อโดยตรงจากต่างประเทศหรือดำเนินการโดยผ่าน

องค์การระหว่างประเทศ

                        (๔)  เป็นพัสดุที่โดยลักษณะของการใช้งานหรือมีข้อจำกัดทางเทคนิคที่จำเป็นต้อง

ระบุยี่ห้อเป็นการเฉพาะ ซึ่งหมายความรวมถึง อะไหล่ รถประจำตำแหน่ง หรือยารักษาโรคที่ไม่ต้อง

จัดซื้อตามชื่อสามัญในบัญชียาหลักแห่งชาติ ตามข้อ ๕๖

                        (๕)  เป็นพัสดุที่เป็นที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้างซึ่งจำเป็นต้องซื้อเฉพาะแห่ง

                        (๖)  เป็นพัสดุที่ได้ดำเนินการซื้อโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดี

 

                        ข้อ  ๒๑  การจ้างโดยวิธีพิเศษ  ได้แก่  การจ้างครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน  ๕๐,๐๐๐ บาท

ให้กระทำได้เฉพาะกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้

                        (๑)  เป็นงานที่ต้องจ้างช่างผู้มีฝีมือโดยเฉพาะ หรือผู้มีความชำนาญเป็นพิเศษ

                        (๒)  เป็นงานจ้างซ่อมพัสดุที่จำเป็นต้องถอดตรวจให้ทราบความชำรุดเสียหายเสีย

ก่อน จึงจะประมาณค่าซ่อมได้ เช่น งานจ้างซ่อมเครื่องจักร เครื่องมือกล เครื่องยนต์ เครื่องไฟฟ้าหรือ

เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

                        (๓)  เป็นงานที่ต้องกระทำโดยเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่กรุงเทพมหานคร

                        (๔)  เป็นงานที่ได้ดำเนินการจ้างโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดี

 

                        ข้อ  ๒๒  การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีกรณีพิเศษ ได้แก่  การซื้อหรือการจ้างจากการ

พาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร ส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ ในกรณีดังต่อไปนี้

                        (๑)  เป็นผู้ผลิตพัสดุหรือทำงานจ้างนั้นเอง แบะผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอนุมัติ

ให้ซื้อหรือจ้าง

                        (๒)  มีกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้ซื้อหรือจ้าง และกรณีนี้ให้รวมถึง

หน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดด้วย

 

รายงานขอซื้อหรือขอจ้าง

 

                        ข้อ  ๒๓  ก่อนดำเนินการซื้อหรือจ้างทุกวิธี นอกจากการซื้อที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้าง

ตามข้อ ๒๔ ให้เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำรายงานเสนอผู้สั่งซื้อหรือสั่งจ้างตามรายการดังต่อไปนี้

                        (๑)  เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องซื้อหรือจ้าง

                        (๒)  รายละเอียดของพัสดุที่จะซื้อหรืองานที่จะจ้าง

                        (๓)  ราคามาตรฐานหรือราคากลางของทางราชการ หรือราคาที่เคยซื้อหรือจ้างครั้ง

หลังสุดภายในระยะเวลา ๒ ปีงบประมาณ

                        (๔)  วงเงินที่จะซื้อหรือจ้างโดยให้ระบุวงเงินงบประมาณวงเงินตามโครงการเงินกู้

หรือเงินช่วยเหลือที่จะซื้อหรือจ้างในครั้งนั้นทั้งหมด ถ้าไม่มีวงเงินดังกล่าวให้ระบุวงเงินที่ประมาณ

ว่าจะซื้อหรือจ้างในครั้งนั้น

                        (๕)  กำหนดเวลาที่ต้องการให้พัสดุนั้น หรือให้งานนั้นแล้วเสร็จ

                        (๖)  วิธีที่จะซื้อหรือจ้าง และเหตุผลที่ต้องซื้อหรือจ้างโดยวิธีนั้น

                        (๗)  ข้อเสนออื่น ๆ เช่น การขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ ที่จำเป็นในการซื้อ

หรือจ้างการออกประกาศสอบราคาหรือประกาศประกวดราคา

                        ในกรณีเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการซื้อหรือจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๒๐ (๒) หรือข้อ

๒๑ (๓) ซึ่งไม่อาจทำรายงานตามปกติได้ เจ้าหน้าที่พัสดุหรือเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติราชการ

นั้นจะทำรายงานตามวรรคหนึ่งเฉพาะรายการที่เห็นว่าจำเป็นก็ได้

 

                        ข้อ  ๒๔  ก่อนดำเนินการซื้อที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้าง ให้เจ้าหน้าที่พัสดุทำรายงาน

เสนอผู้สั่งซื้อตามรายการดังต่อไปนี้

                        (๑)  เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องซื้อ

                        (๒)  รายละเอียดของที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้างที่ต้องการซื้อรวมทั้งเนื้อที่และท้องที่ที่ต้องการ

                        (๓)  ราคาประเมินของทางราชการในท้องที่นั้น

                        (๔)  ราคาซื้อขายของที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้างใกล้เคียงบริเวณที่จะซื้อครั้งหลังสุด

ประมาณ    ราย

                        (๕)  วงเงินที่จะซื้อ  โดยให้ระบุวงเงินงบประมาณ วงเงินตามโครงการเงินกู้หรือเงิน

ช่วยเหลือที่จะซื้อในครั้งนั้นทั้งหมด ถ้าไม่มีวงเงินดังกล่าว ให้ระบุวงเงินที่ประมาณว่าจะซื้อในครั้งนั้น

                        (๖)  วิธีจะซื้อและเหตุผลที่ต้องซื้อวิธีนั้น

                        (๗)  ข้อเสนออื่น ๆ เช่นการขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ ที่จำเป็นในการซื้อ

การออกประกาศสอบราคาหรือประกาศประกวดราคา

                        การซื้อที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้างให้ติดต่อกับเจ้าของโดยตรง

 

                        ข้อ  ๒๕  เมื่อผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างให้ความเห็นชอบตามรายงานที่เสนอตามข้อ ๒๓

หรือข้อ ๒๔ แล้ว ให้เจ้าหน้าที่พัสดุดำเนินการตามวิธีการซื้อหรือการจ้างนั้นต่อไปได้

 

การคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเบื้องต้นในการซื้อและการจ้าง

 

                        ข้อ  ๒๖  หน่วยงานใดประสงค์จะคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเบื้องต้นในการซื้อและการ

จ้าง ให้กระทำได้เฉพาะการซื้อหรือการจ้างที่มีลักษณะหรือประเภทเดียวกันซึ่งต้องดำเนินการเป็น

ประจำและจำเป็นต้องจำกัดเฉพาะผู้ที่มีความสามารถ  โดยกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือก

ประกาศให้ผู้ที่สนใจทราบโดยเปิดเผย พร้อมทั้งส่งให้คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุทราบด้วย

                        ในการดำเนินการคัดเลือก ให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องจัดทำรายงานเสนอขออนุมัติผู้

สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้าง ผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ พร้อมด้วยเอกสารการคัดเลือกคุณสมบัติเบื้องต้น

โดยให้มีรายละเอียดอย่างน้อยดังต่อไปนี้

                        (๑)  เหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องทำการคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเบื้องต้น

                        (๒)  ประเภท  วงเงิน  และรายละเอียดของพัสดุหรืองานที่จะต้องซื้อหรือจ้าง

                        (๓)  คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือก ซึ่งเป็นเกณฑ์ความต้องการขั้นต่ำ

เช่น ประสบการณ์ และผลงานที่ผ่านมา สมรรถภาพในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ และโรง

งาน  ฐานะการเงิน เป็นต้น

                        (๔)  หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือก

 

                        ข้อ  ๒๗  เมื่อผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างสั่งการอนุมัติในข้อ ๒๖ แล้ว ให้เจ้าหน้าที่พัสดุจัด

ทำประกาศเชิญชวนเพื่อคัดเลือกคุณสมบัติเบื้องต้น

                        ประกาศเชิญชวน อย่างน้อยให้แสดงรายการดังต่อไปนี้

                        (๑)  รายละเอียดเฉพาะของที่ต้องการซื้อหรืองานที่ต้องการจ้าง

                        (๒)  ประสบการณ์และผลงานของผู้เสนอที่มีลักษณะและประเภทเดียวกัน

                        (๓)  สมรรถภาพในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ เครื่องมือและโรงงาน

                        (๔)  ฐานะการเงิน

                        (๕)  หลักเกณฑ์ทั่วไปในการพิจารณาคัดเลือก

                        (๖)  สถานที่ในการขอรับหรือขอซื้อเอกสารคุณสมบัติเบื้องต้น

                        ในประกาศครั้งแรก ให้กำหนดสถานที่ วัน เวลารับข้อเสนอ ปิดการรับข้อเสนอ และ

เปิดซองข้อเสนอ พร้อมทั้งประกาศโฆษณาและแจ้งลักษณะโดยย่อของพัสดุที่ต้องการซื้อหรืองานที่

ต้องการจ้างและกำหนดเวลาให้พอเพียงเพื่อเปิดโอกาสให้แก่ผู้ที่สนใจจัดเตรียมข้อเสนอ ทั้งนี้จะต้อง

กระทำก่อนวันรับซองข้อเสนอไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน โดยประกาศทางวิทยุกระจายเสียง และลงประกาศใน

หนังสือพิมพ์ หากเห็นสมควรจะส่งประกาศเชิญชวนไปยังผู้มีอาชีพขายหรือรับจ้างทำงานนั้นโดยตรง

หรือโฆษณาด้วยวิธีอื่นก็ได้

                        สำหรับการคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเบื้องต้นในการประกวดราคานานาชาติ ให้

ประกาศโฆษณาก่อนวันรับซองข้อเสนอไม่น้อยกว่า ๖๐ วัน และดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของแหล่ง

เงินกู้หรือเงินช่วยเหลืออีกด้วย

 

                        ข้อ  ๒๘  ให้ผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้าง แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกผู้มีคุณ

สมบัติเบื้องต้นประกอบด้วย ประธานกรรมการ ๑ คน และกรรมการอย่างน้อย ๔ คน โดยแต่งตั้งจากข้า

ราชการระดับ ๕ หรือเทียบเท่าขึ้นไป และจะต้องมีผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย ๑ คน

                        คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเบื้องต้น มีหน้าที่พิจารณาคุณสมบัติ

เบื้องต้นตามหลักเกณฑ์และภายในระยะเวลาที่ผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างกำหนด

                        ให้คณะกรรมการรายงานผลการพิจารณาและความเห็นพร้อมด้วยเอกสารที่ได้รับไว้

ทั้งหมดต่อผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ เพื่อพิจารณาประกาศรายชื่อผู้มีคุณสมบัติ

เบื้องต้นในการซื้อหรือการจ้างต่อไป

 

                        ข้อ  ๒๙  หลังจากที่ได้มีการประกาศรายชื่อผู้มีคุณสมบัติเบื้องต้นในการซื้อการจ้าง

แล้วให้หน่วยงานเปิดโอกาสให้ผู้ที่ประสงค์ขอเข้ารับการพิจารณาคัดเลือกยื่นคำขอได้ตลอดเวลา โดยใช้

หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือก ตามข้อ ๒๗ และข้อ ๒๘

                        ให้หน่วยงานมีการพิจารณาทบทวนบัญชีรายชื่อผู้มีคุณสมบัติเบื้องต้นในการซื้อการ

จ้างที่ได้ประกาศไปแล้วอย่างน้อยทุกรอบ ๓ ปี

 

กรรมการ

 

                        ข้อ  ๓๐  ในการดำเนินการซื้อหรือการจ้างแต่ละครั้ง ให้ผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างแต่งตั้ง

คณะกรรมการขึ้นเพื่อปฏิบัติการตามข้อบัญญัตินี้ พร้อมกับกำหนดระยะเวลาในการพิจารณาของคณะ

กรรมการ แล้วแต่กรณี คือ

                        (๑)  คณะกรรมการเปิดซองสอบราคา

                        (๒)  คณะกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคา

                        (๓)  คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา

                        (๔)  คณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ

                        (๕)  คณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ

                        (๖)  คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

                        (๗)  คณะกรรมการตรวจการจ้าง

                        ให้คณะกรรมการแต่ละคณะ รายงานผลการพิจารณาต่อผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างภายใน

ระยะเวลาที่กำหนด ถ้ามีเหตุที่ทำให้การรายงานล่าช้า ให้เสนอผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างพิจารณาขยายเวลา

ให้ตามความจำเป็น

 

                        ข้อ  ๓๑  คณะกรรมการตามข้อ ๓๐  แต่ละคณะให้ประกอบด้วยประธานกรรมการ

๑ คน และกรรมการอย่างน้อย ๒ คน โดยปกติให้แต่งตั้งจากข้าราชการตั้งแต่ระดับ ๓ หรือเทียบเท่าขึ้น

ไป  ในกรณีจำเป็นหรือเพื่อประโยชน์ของกรุงเทพมหานครจะแต่งตั้งบุคคลที่มิใช่ข้าราชการร่วมเป็น

กรรมการด้วยก็ได้ ถ้าประธานกรรมการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างแต่งตั้งข้าราช

การที่มีคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้นทำหน้าที่ประธานกรรมการแทน

                        ในกรณีเมื่อถึงกำหนดเวลาการเปิดซองสอบราคาหรือรับซองประกวดราคาแล้ว

ประธานกรรมการยังไม่มาปฏิบัติหน้าที่ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมคนหนึ่งทำหน้าที่ประธาน

กรรมการในเวลานั้น โดยให้คณะกรรมการดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่เฉพาะข้อ ๓๘ (๑) หรือข้อ ๔๕ แล้วแต่

กรณี  แล้วรายงานประธานกรรมการซึ่งผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างแต่งตั้งเพื่อดำเนินการต่อไป

                        ในการซื้อหรือจ้างครั้งเดียวกัน ห้ามแต่งตั้งผู้ที่เป็นกรรมการรับและเปิดซอง

ประกวดราคาเป็นกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา หรือแต่งตั้งผู้เป็นกรรมการเปิดซองสอบราคา

หรือกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา เป็นกรรมการตรวจรับพัสดุ

                        คณะกรรมการทุกคณะ เว้นแต่คณะกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคาควรแต่ง

ตั้งผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับพัสดุหรืองานจ้างนั้น ๆ เข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย

                        สำหรับการซื้อหรือจ้างในวงเงินไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท จะแต่งตั้งข้าราชการหรือลูก

จ้างประจำคนหนึ่งซึ่งมิใช่ผู้จัดซื้อหรือจัดจ้างเป็นผู้ตรวจรับพัสดุหรืองานจ้างนั้น โดยให้ปฏิบัติหน้าที่เช่น

เดียวกับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือคณะกรรมการตรวจการจ้างก็ได้

 

                        ข้อ  ๓๒  ในการประชุมปรึกษาของคณะกรรมการแต่ละคณะ ต้องมีกรรมการมา

พร้อมกันไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด ให้ประธานกรรมการและกรรมการแต่ละคนมี

เสียงหนึ่งในการลงมติ

                        มติของคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธาน

กรรมการออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาดเว้นแต่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุและคณะ

กรรมการตรวจการจ้าง ให้ถือมติเอกฉันท์ 

                        กรรมการของคณะใดไม่เห็นด้วยกับมติของคณะกรรมการให้บันทึกความเห็นแย้งไว้

ด้วย

 

                        ข้อ  ๓๓  ในการจ้างก่อสร้างแต่ละครั้ง  หรือการจัดหาอื่นใดที่หน่วยงานเห็นว่ามี

ความจำเป็นต้องมีผู้ควบคุมงานโดยเฉพาะ  ให้ผู้สั่งจ้างแต่งตั้งผู้ควบคุมงานที่มีความรู้ความชำนาญ

ทางด้านช่างตามลักษณะของงานที่ดำเนินการนั้น จากข้าราชการในสังกัด  หรือข้าราชการในสังกัดอื่น

ตามที่ได้รับความยินยอมจากหัวหน้าหน่วยงานหรือหัวหน้าส่วนราชการของข้าราชการผู้นั้นแล้ว ในกรณี

ที่ลักษณะของงานก่อสร้างหรืองานจัดหาอื่นใดมีความจำเป็นต้องใช้ความรู้ความชำนาญหลายด้าน  จะ

แต่งตั้งผู้ควบคุมงานเฉพาะด้านหรือเป็นกลุ่มบุคคลก็ได้

                        ผู้ควบคุมงานควรมีคุณวุฒิตามที่ผู้ออกแบบเสนอแนะ และโดยปกติจะต้องมีคุณวุฒิ

ไม่ต่ำกว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ

                        ในกรณีจำเป็นจะต้องจ้างที่ปรึกษาหรือเอกชนเป็นผู้ควบคุมงานแทนข้าราชการตาม

วรรคหนึ่งให้ถือปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้ ในส่วนที่ ๓ หรือส่วนที่ ๔ แล้วแต่กรณี

 

                        ข้อ  ๓๔  ในการซื้อ  หรือการจ้างทำพัสดุที่มีเทคนิคพิเศษ  และจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยว

ชาญในการพิจารณาเป็นการเฉพาะ ให้อยู่ในดุลพินิจของปลัดกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการ

กรุงเทพมหานคร ในกรณีที่มีวงเงินเกินอำนาจปลัดกรุงเทพมหานครเพื่อว่าจ้างที่ปรึกษามาให้ความเห็น

ประกอบการพิจารณาในการจัดซื้อหรือจัดจ้างในขั้นตอนหนึ่งขั้นตอนใดได้ตามความจำเป็น โดยให้

ดำเนินการจ้างโดยถือปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้ในส่วนที่ ๓

 

วิธีตกลงราคา

 

                        ข้อ  ๓๕  การซื้อหรือจ้างโดยวิธีตกลงราคา ให้เจ้าหน้าที่พัสดุติดต่อตกลงราคากับผู้

ขายหรือผู้รับจ้างโดยตรง แล้วให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุจัดซื้อหรือจ้างได้ภายในวงเงินที่ได้รับความเห็น

ชอบจากผู้สั่งซื้อหรือสั่งจ้างตามข้อ ๒๕

                        การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคาในกรณีจำเป็นและเร่งเด่วนที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้

คาดหมายไว้ก่อนและไม่อาจดำเนินการตามปกติได้ทัน ให้เจ้าหน้าที่พัสดุหรือเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบการ

ปฏิบัติราชการนั้นดำเนินการไปก่อน แล้วรีบรายงานขอความเห็นชอบต่อผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างและเมื่อผู้

สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ถือว่ารายงานดังกล่าวเป็นหลักฐานการตรวจรับโดยอนุโลม

 

วิธีสอบราคา

 

                        ข้อ  ๓๖  ให้เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำเอกสารสอบราคาโดยอย่างน้อยให้แสดงรายการดัง

ต่อไปนี้

                        (๑)  คุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่ต้องการซื้อและจำนวนที่ต้องการหรือแบบรูปราย

การละเอียดและปริมาณงานที่ต้องการจ้าง

                        ในกรณีที่จำเป็นต้องดูสถานที่ หรือชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมประกอบตามวรรคหนึ่ง

ให้กำหนดสถานที่ วัน เวลาที่นัดหมายไว้ด้วย

                        (๒)  คุณสมบัติของผู้เข้าเสนอราคาซึ่งจะต้องมีอาชีพขายหรือรับจ้างตาม (๑) โดยให้

ผู้เสนอราคาแสดงหลักฐานดังกล่าวด้วย

                        (๓)  ในกรณีจำเป็นให้ระบุผู้เข้าเสนอราคาส่งตัวอย่าง แคตตาล็อกหรือแบบรูปและ

รายการละเอียดไปพร้อมกับใบเสนอราคา

                        (๔)  ถ้าจำเป็นต้องมีการตรวจทดลอง  ให้กำหนดจำนวนตัวอย่างให้พอแก่การตรวจ

ทดลองและเหลือไว้สำหรับการทำสัญญาด้วย ทั้งนี้ ให้มีข้อกำหนดไว้ด้วยว่าทางราชการไม่รับผิดชอบใน

ความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการทดสอบตัวอย่างนั้น

                        (๕)  สถานที่ติดต่อเกี่ยวกับแบบรูปรายการละเอียด ในกรณีที่มีการขายให้ระบุราคา

ขายไว้ด้วย

                        (๖)  ข้อกำหนดให้ผู้เข้าเสนอราคาเสนอราคารวมทั้งสิ้น และราคาต่อหน่วยหรือต่อ

รายการ (ถ้าทำได้) พร้อมทั้งระบุหลักเกณฑ์โดยชัดเจนว่า จะพิจารณาราคารวมหรือราคาต่อหน่วยหรือ

ต่อรายการในกรณีที่ไม่ได้กำหนดไว้ในเอกสารสอบราคาให้พิจารณาราคารวม

                        (๗)  แบบใบเสนอราคา โดยกำหนดไว้ด้วยว่าในการเสนอราคาให้ลงราคารวมทั้งสิ้น

เป็นตัวเลขและต้องมีตัวหนังสือกำกับ  ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ

                        ในการสอบราคาจ้างก่อสร้าง ให้กำหนดแบบบัญชีรายการก่อสร้างตามความเหมาะ

สมของลักษณะและประเภทของงาน เพื่อให้ผู้เข้าเสนอราคากรอกปริมาณวัสดุและราคาด้วย

                        (๘)  กำหนดระยะเวลายืนราคาเท่าที่จำเป็นต่อทางราชการ และมีเงื่อนไขด้วยว่า

ซองเสนอราคาที่ยื่นต่อทางราชการและลงทะเบียนรับซองแล้วจะถอนคืนมิได้

                        (๙)  กำหนดสถานที่ส่งมอบพัสดุและวันส่งมอบโดยประมาณ (สำหรับการซื้อ) หรือ

กำหนดวันที่จะเริ่มทำงานและวันแล้วเสร็จโดยประมาณ (สำหรับการจ้าง)

                        (๑๐)  กำหนดสถานที่ วัน เวลา เปิดซองสอบราคา

                        (๑๑)  ข้อกำหนดให้ผู้เสนอราคาผนึกซองราคาให้เรียบร้อยก่อนยื่นต่อทางราชการ

จ่าหน้าถึงประธานกรรมการเปิดซองสอบราคาการซื้อการจ้างครั้งนั้นและส่งถึงหน่วยงานก่อนวันเปิด

ซอง โดยให้ส่งเอกสารหลักฐานต่าง ๆ พร้อมจัดทำบัญชีรายการเอกสาร เสนอไปพร้อมกับซองราคา

ด้วย สำหรับกรณีที่จะให้มีการยื่นซองทางไปรษณีย์ได้ ให้กำหนดวิธีการปฏิบัติไว้ให้ชัดเจนด้วย

                        (๑๒)  กำหนดเงื่อนไขในการสงวนสิทธิ์ที่จะถือว่าผู้ที่ไม่ไปทำสัญญาหรือข้อตกลงกับ

ทางกรุงเทพมหานครเป็นผู้ทิ้งงาน

                        (๑๓)  ข้อกำหนดว่าผู้เข้าเสนอราคาที่ได้รับการคัดเลือกให้ไปทำสัญญาจะต้องวาง

หลักประกันสัญญาตามชนิดและอัตราในข้อ ๑๒๙ และข้อ ๑๓๐

                        (๑๔)  ร่างสัญญา รวมทั้งการแบ่งงวดงาน การจ่ายเงินเงื่อนไขการจ่ายเงินล่วงหน้า

(ถ้ามี) และอัดตราค่าปรับ

                        (๑๕)  ข้อสงวนสิทธิ์ว่า กรุงเทพมหานครจะไม่พิจารณาผู้เสนอราคาที่เป็นผู้ทิ้งงาน

ของทางราชการและกรุงเทพมหานครทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะงดซื้อหรือจ้างหรือเลือกซื้อหรือจ้างโดยไม่จำเป็น

ต้องซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอราคาต่ำสุดเสมอไป รวมทั้งจะพิจารณายกเลิกการสอบราคา และลงโทษผู้

เสนอราคาเสมือนเป็นผู้ทิ้งงาน หากมีเหตุที่เชื่อได้ว่าการเสนอราคากระทำไปโดยไม่สุจริตหรือมีการสม

ยอมกันในการเสนอราคา

 

                        ข้อ  ๓๗  การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคา  ให้ดำเนินการดังนี้

                        (๑)  ก่อนวันเปิดซองสอบราคาไม่น้อยกว่า  ๑๐  วัน สำหรับการสอบราคาในประเทศ

หรือไม่น้อยกว่า ๔๕ วัน สำหรับการสอบราคานานาชาติ  ให้เจ้าหน้าที่พัสดุส่งประกาศเผยแพร่การสอบ

ราคาและเอกสารสอบราคาไปยังผู้มีอาชีพขายหรือรับจ้างทำงานนั้นโดยตรง หรือโดยทางไปรษณีย์ลง

ทะเบียนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  กับให้ปิดประกาศเผยแพร่การสอบราคาไว้โดยเปิดเผย ณ ที่ทำการ

ของหน่วยงานนั้น

                        (๒)  ในการยื่นซองสอบราคา ผู้เสนอราคาจะต้องผนึกซองจ่าหน้าถึงประธานคณะ

กรรมการเปิดซองสอบราคาการซื้อหรือการจ้างครั้งนั้น และส่งถึงหน่วยงานผู้ดำเนินการสอบราคาก่อน

วันเปิดซองสอบราคาโดยยื่นโดยตรงต่อหน่วยงานหรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนในกรณีที่หน่วยงาน

กำหนดให้กระทำได้

                        (๓)  ให้เจ้าหน้าที่ลงรับโดยไม่เปิดซองพร้อมระบุวันและเวลาที่รับซองในกรณีที่ผู้

เสนอราคามายื่นซองโดยตรง ให้ออกใบรับให้แก่ผู้ยื่นซอง สำหรับกรณีที่เป็นการยื่นซองทางไปรษณีย์ ให้

ถือวันและเวลาที่หน่วยงานนั้นลงรับจากไปรษณีย์เป็นเวลารับซอง และให้ส่งมอบซองให้แก่หัวหน้าเจ้า

หน้าที่พัสดุทันที

                        (๔)  ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุเก็บรักษาซองเสนอราคาทุกรายโดยไม่เปิดซองและ

เมื่อถึงกำหนดเวลาเปิดซองสอบราคาแล้ว ให้ส่งมอบซองเสนอราคาพร้อมทั้งรายงานผลการรับซองต่อ

คณะกรรมการเปิดซองสอบราคา เพื่อดำเนินการต่อไป

 

                        ข้อ  ๓๘  คณะกรรมการเปิดซองสอบราคามีหน้าที่ดังนี้

                        (๑)  เปิดซองใบเสนอราคาและอ่านแจ้งราคาพร้อมบัญชีรายการเอกสารหลักฐาน

ต่าง ๆ ของผู้เสนอราคาทุกราย โดยเปิดเผย ตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนด และตรวจสอบรายการ

เอกสารตามบัญชีของผู้เสนอราคาทุกราย แล้วให้กรรมการทุกคนลงลายมือชื่อกำกับไว้ในใบเสนอราคา

และเอกสารประกอบใบเสนอราคาทุกแผ่น

                        (๒)  ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคา ใบเสนอราคา แคตตาล็อก หรือแบบรูป

และรายการละเอียด แล้วคัดเลือกผู้เสนอราคาที่ถูกต้องตามเงื่อนไขในเอกสารสอบราคา

                        (๓)  พิจารณาคัดเลือกพัสดุหรืองานจ้างของผู้เสนอราคาที่ถูกต้องตาม (๒) ที่มีคุณ

ภาพและคุณสมบัติเป็นประโยชน์ต่อกรุงเทพมหานครและเสนอให้ซื้อหรือจ้างจากรายที่คัดเลือกไว้แล้ว

ซึ่งเสนอราคาต่ำสุด

                        ในกรณีที่ผู้เสนอราคาต่ำสุดดังกล่าว ไม่ยอมเข้าทำสัญญาหรือข้อตกลงกับ

กรุงเทพมหานครในเวลาที่กำหนดตามเอกสารสอบราคา ให้คณะกรรมการพิจารณาจากผู้เสนอราคาต่ำ

รายถัดไปตามลำดับ

                        ถ้ามีผู้เสนอราคาเท่ากันหลายราย ให้เรียกผู้เสนอราคาดังกล่าวมาขอให้เสนอราคา

ใหม่พร้อมกันด้วยวิธียื่นซองเสนอราคา

                        ถ้าปรากฏว่าราคาของผู้เสนอราคาขายที่คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อหรือจ้างสูง

กว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างให้คณะกรรมการเปิดซองสอบราคาดำเนินการตามข้อ ๓๙

                        (๔)  ในกรณีที่มีผู้เสนอราคาถูกต้องตรงตามรายการละเอียดและเงื่อนไขที่กำหนดไว้

ในเอกสารสอบราคาเพียงรายเดียว ให้คณะกรรมการดำเนินการตาม (๓) โดยอนุโลม

                        (๕)  ให้คณะกรรมการรายงานผลการพิจารณาและความเห็นพร้อมด้วยเอกสารที่ได้

รับไว้ทั้งหมดต่อผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างเพื่อสั่งการ โดยเสนอผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ

 

                        ข้อ  ๓๙  การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคาที่ปรากฏว่า ราคาของผู้เสนอราคาราย

ที่คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อหรือจ้างยังสูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ให้คณะกรรมการเปิดซองสอบ

ราคาดำเนินการตามลำดับ ดังนี้

                        (๑)  เรียกผู้เสนอราคารายนั้นมาต่อรองราคาให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้หากผู้เสนอ

ราคารายนั้นยอมลดราคาแล้วราคาที่เสนอใหม่ไม่สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างหรือสูงกว่า แต่ส่วนที่สูง

กว่านั้นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง หรือต่อรองแล้วไม่ยอมลดราคาลงอีก แต่ส่วนที่สูง

กว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างนั้นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ถ้าเห็นว่าราคาดังกล่าวเป็น

ราคาที่เหมาะสมก็ให้เสนอซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอราคารายนั้น

                        (๒)  ถ้าดำเนินการตาม (๑) แล้วไม่ได้ผล ให้เรียกผู้เสนอราคาที่คณะกรรมการเห็น

สมควรซื้อหรือจ้างทุกรายมาต่อรองราคาใหม่พร้อมกัน ด้วยวิธียื่นซองเสนอราคาภายในกำหนดระยะ

เวลาอันสมควร หากรายใดไม่มายื่นซองให้ถือว่ารายนั้นยืนราคาตามที่เสนอไว้เดิม หากผู้เสนอราคาต่ำ

สุดในการต่อรองราคาครั้งนี้เสนอราคาไม่สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างหรือสูงกว่า แต่ส่วนที่สูงกว่านั้น

ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ถ้าเห็นว่าราคาดังกล่าวเป็นราคาที่เหมาะสมแล้ว ก็ให้เสนอ

ซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอราคารายนั้น

                        (๓)  ถ้าดำเนินการตาม (๒) แล้วไม่ได้ผล ให้เสนอความเห็นต่อผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้าง

เพื่อประกอบการใช้ดุลพินิจว่าจะสมควรลดรายการ ลดจำนวน หรือลดเนื้องาน หรือขอเงินเพิ่มเติม หรือ

ยกเลิกการสอบราคาเพื่อดำเนินการสอบราคาใหม่

 

วิธีประกวดราคา

 

                        ข้อ  ๔๐  ให้เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำเอกสารประกวดราคาตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ

ว่าด้วยการพัสดุกำหนด หรือตามแบบที่ผ่านการตรวจพิจารณาของกฎหมายและคดี สำนักปลัด

กรุงเทพมหานคร แล้ว

                        การจัดเอกสารประกวดราคมรายใด จำเป็นต้องมีข้อความหรือรายการแตกต่างไปจากที่คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุกำหนดหรือแบบที่

ผ่านการตรวจพิจารณาของกองกฎหมายและคดี สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร โดยมีสาระสำคัญตามที่กำหนดไว้ในตัวอย่างหรือแบบดังกล่าว และไม่ทำ

ให้กรุงเทพมหานครเสียเปรียบก็ให้กระทำได้ เว้นแต่ผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างเห็นว่าจะมีปัญหาในทาง

เสียเปรียบหรือไม่รัดกุมพอ ก็ให้ส่งร่างเอกสารประกวดราคาไปให้กองกฎหมายและคดี สำนักปลัด

กรุงเทพมหานคร ตรวจพิจารณาก่อน

                        การเผยแพร่เอกสารการประกวดราคาให้จัดทำเป็นประกาศ และมีสาระสำคัญดังนี้

                        (๑)  รายพัสดุที่ต้องการซื้อหรืองานที่ต้องการจ้าง

                        (๒)  คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้าประกวดราคา

                        (๓)  กำหนดวัน เวลา รับซอง ปิดการรับซอง และเปิดซองประกวดราคา

                        (๔)  สถานที่และระยะเวลาในการขอรับหรือขอซื้อเอกสารการประกวดราคาและ

ราคาของเอกสาร

                        (๕)  แหล่งเงินกู้และประเทศผู้มีสิทธิเข้าประกวดราคา  ในกรณีประกวดราคานานา

ชาติ

 

                        ข้อ  ๔๑  การซื้อหรือจ้างโดยวิธีประกวดราคา ให้เจ้าหน้าที่พัสดุปิดประกาศประกวด

ราคาโดยเปิดเผย ณ ที่ทำการของหน่วยงานนั้น และส่งใบประกาศประกวดราคาไปที่กองประชาสัมพันธ์

และให้กองประชาสัมพันธ์จัดส่งไปประกาศทางวิทยุกระจายเสียงของกรุงเทพมหานคร  และหรือลง

ประกาศในหนังสือพิมพ์ และให้กองประชาสัมพันธ์ประกาศประกวดราคาไปให้กรมประชาสัมพันธ์ องค์

การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย ศูนย์รวมข่าวประกวดราคาและสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หาก

หน่วยงานเห็นควรจะส่งประกาศไปยังผู้มีอาชีพหรือรับจ้างทำงานนั้นโดยตรงหรือจะโฆษณาโดยวิธีอื่น

อีกด้วยก็ได้

                        การส่งประกาศประกวดราคาให้ศูนย์รวมข่าวประกวดราคา และสำนักงานตรวจเงิน

แผ่นดินให้ส่งเอกสารประกวดราคาไปพร้อมกันด้วย

                        การดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง หน่วยงานต้องกระทำก่อนวันรับซอง

ประกวดราคาไม่น้อยกว่า ๒๐ วัน และกองประชาสัมพันธ์ต้องกระทำก่อนวันรับซองประกวดราคาไม่

น้อยกว่า ๑๕ วัน

                        สำหรับการซื้อการจ้างโดยวิธีประกวดราคานานาชาติ ให้หน่วยงานถือปฏิบัติตาม

หลักเกณฑ์ของแหล่งเงินกู้หรือแหล่งให้เงินช่วยเหลือ

 

                        ข้อ  ๔๒  การให้หรือขายเอกสารประกวดราคาในการประกวดราคา ซึ่งรวมทั้งคุณ

ลักษณะเฉพาะหรือรายละเอียด ให้กระทำ ณ สถานที่ที่ผู้ต้องการสามารถติดต่อได้โดยสะดวก และไม่

เป็นเขตหวงห้าม กับจะต้องจัดเตรียมไว้ให้มากพอสำหรับความต้องการของผู้มาขอรับหรือขอซื้อ ที่มี

อาชีพขายหรือรับจ้างทำงานนั้นอย่างน้อยรายละ ๑ ชุด โดยไม่มีเงื่อนไขอื่นในการให้หรือขาย ทั้งนี้ให้

เผื่อเวลาไว้สำหรับการคำนวณราคาของผู้ประสงค์จะเข้ามาเสนอราคา โดยจะต้องเริ่มดำเนินการให้หรือ

ขายก่อนวันรับซองประกวดราคาไม่น้อยกว่า ๑๐ วัน และให้มีช่วงเวลาในการให้หรือขายไม่น้อยกว่า

๑๐ วันด้วย

                        ในกรณีที่มีการขาย ให้กำหนดราคาพอสมควรกับค่าใช้จ่ายที่กรุงเทพมหานครจะ

ต้องเสียไปในการจัดทำสำเนาเอกสารประกวดราคานั้น

                        ถ้ามีการยกเลิกการประกวดราคาครั้งนั้น และมีการประกวดราคาใหม่ ให้ผู้รับหรือ

ซื้อเอกสารประกวดราคาในการประกวดราคาครั้งก่อน มีสิทธิใช้เอกสารประกวดราคานั้น หรือได้รับ

เอกสารประกวดราคาใหม่ โดยไม่ต้องเสียค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอีก

 

                        ข้อ  ๔๓  ก่อนวันเปิดซองประกวดราคา หากมีความจำเป็นที่จะต้องชี้แจงหรือให้ราย

ละเอียดเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์แก่กรุงเทพมหานคร หรือมีความจำเป็นต้องแก้ไขคุณลักษณะเฉพาะหรือ

รายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญซึ่งมิได้กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาตั้งแต่ต้น ให้จัดทำเป็นเอกสาร

ประกวดราคาเพิ่มเติมและดำเนินการตามข้อ ๔๑ โดยอนุโลม กับแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ที่ขอรับหรือขอซื้อ

เอกสารประกวดราคาไปแล้วทุกรายด้วย

                        การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง หากจะเป็นเหตุให้ผู้เสนอราคาไม่สามารถยื่นซอง

ประกวดราคาได้ทันตามกำหนดเดิม ให้เลื่อนวัน เวลา รับซอง ปิดการรับซองและเปิดซองประกวดราคา

ตามความจำเป็นด้วย

 

                        ข้อ  ๔๔  นอกจากกรณีที่กำหนดไว้ตามข้อ ๔๓ เมื่อถึงกำหนดวันรับซองประกวด

ราคา ห้ามมิให้ร่นหรือเลื่อน หรือเปลี่ยนแปลงกำหนดเวลารับซองและเปิดซองประกวดราคา

                        การรับซองทางไปรษณีย์จะกระทำมิได้ เว้นแต่การประกวดราคมนานาชาติซึ่ง

กำหนดให้มีการยื่นซองทางไปรษณีย์ได้ โดยให้ถือปฏิบัติตามข้อ ๓๗ (๒) (๓)และ(๔) โดยอนุโลม

 

                        ข้อ  ๔๕  คณะกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคา มีหน้าที่ดังนี้

                        (๑)  รับซองประกวดราคา ลงทะเบียนรับซองไว้เป็นหลักฐานลงชื่อกำกับซองกับ

บันทึกไว้ที่หน้าซองว่าเป็นของผู้ใด

                        (๒)  ตรวจสอบหลักประกันซองร่วมกับเจ้าหน้าที่การเงิน และให้เจ้าหน้าที่การเงิน

ออกใบรับให้แก่ผู้ยื่นซองไว้เป็นหลักฐาน หากไม่ถูกต้อง ให้หมายเหตุในใบรับและบันทึกในรายงานด้วย

กรณีหลักประกันซองเป็นหนังสือค้ำประกันให้ส่งสำเนาหนังสือค้ำประกันให้ธนาคารหรือบริษัทเงินทุนผู้

ออกหนังสือค้ำประกันทราบโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับด้วย

                        (๓)  รับเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ตามบัญชีรายการเอกสารของผู้เสนอราคาพร้อมทั้ง

พัสดุตัวอย่าง แคตตาล็อก หรอแบบรูปและรายการละเอียด (ถ้ามี) หากไม่ถูกต้องให้บันทึกในรายงานไว้

ด้วย

                        (๔)  เมื่อพ้นกำหนดเวลารับซองแล้ว ห้ามรับซองประกวดราคาหรือเอกสารหลักฐาน

ต่าง ๆ ตามเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวดราคาอีก เว้นแต่กรณีตามข้อ ๑๔ (๗)

                        (๕)  เปิดซองในเสนอราคา และอ่านแจ้งราคาพร้อมบัญชีรายการเอกสารหลักฐาน

ต่าง ๆ ของผู้เสนอราคาทุกราย โดยเปิดเผย ตามเวลาและสถานที่ที่กำหนด และให้กรรมการทุกคนลง

ลายมือชื่อกำกับไว้ในใบเสนอราคา และเอกสารประกอบใบเสนอราคาทุกแผ่น

                        ในกรณีที่มีการยื่นซองข้อเสนอทางเทคนิคและข้อเสนออื่น ๆ แยกจากซองข้อเสนอ

ด้านราคาซึ่งต้องพิจารณาทางเทคนิคและอื่น ๆ ก่อน ตามเงื่อนไขที่ได้กำหนดไว้ตามข้อ ๕๐ และข้อ ๕๒

คณะกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคาไม่ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง โดยให้เป็นหน้าที่ของ

คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาที่จะต้องดำเนินการต่อไป

                        (๖)  ส่งมอบใบเสนอราคาทั้งหมด และเอกสารหลักฐานต่าง ๆ พร้อมด้วยบันทึกราย

งานการดำเนินการต่อคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา ทันทีในวันเดียวกัน

 

                        ข้อ  ๔๖  คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา มีหน้าที่ดังนี้

                        (๑)  ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคา ใบเสนอราคา เอกสารหลักฐานต่าง ๆ

พัสดุตัวอย่าง แคตตาล็อก หรือแบบรูปและรายการละเอียดแล้วคัดเลือกผู้เสนอราคาที่ถูกต้องตามเงื่อน

ไขในเอกสารประกวดราคา

                        ในกรณีที่ผู้เสนอราคารายใด เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดใน

เอกสารประกวดราคาในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญ และความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้เปรียบเสีย

เปรียบต่อผู้เสนอราคารายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อยให้พิจารณาผ่อนปรนให้ผู้เข้าประกวดราคา

โดยไม่ตัดผู้เข้าประกวดราคารายนั้นออก

                        ในการพิจารณาคณะกรรมการอาจสอบถามข้อเท็จจริงจากผู้เสนอราคารายใดก็ได้

แต่จะให้ผู้เสนอราคารายใดเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญที่เสนอไว้แล้วมิได้

                        (๒)  พิจารณาคัดเลือกสิ่งของ หรืองานจ้าง หรือคุณสมบัติของผู้เสนอราคาที่ตรวจ

สอบแล้วตาม (๑) ซึ่งมีคุณภาพและคุณสมบัติเป็นประโยชน์ต่อกรุงเทพมหานคร แล้วเสนอให้ซื้อหรือ

จ้างผู้เสนอราคารายที่คัดเลือกไว้แล้ว ซึ่งเสนอราคาต่ำสุด

                        ในกรณีที่ผู้เสนอราคาต่ำสุดดังกล่าว ไม่ยอมเข้าทำสัญญาหรือข้อตกลงกับ

กรุงเทพมหานครในเวลาที่กำหนดตามเอกสารประกวดราคาให้คณะกรรมการพิจารณาจากผู้เสนอราคา

ต่ำรายถัดไปตามลำดับ

                        ถ้ามีผู้เสนอราคาเท่ากันหลายราย ให้เรียกผู้เสนอราคาดังกล่าวมาขอให้เสนอราคา

ใหม่พร้อมกันด้วยวิธียื่นซองเสนอราคา

                        ถ้าปรากฏว่าราคราของผู้เสนอราคารายที่คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อหรือจ้างสูง

กว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ให้คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาดำเนินการตามข้อ ๓๙

โดยอนุโลม

                        (๓)  ให้คณะกรรมการรายงานผลการพิจารณา และความเห็นพร้อมด้วยเอกสารที่ได้

รับไว้ทั้งหมดต่อผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้าง โดยเสนอผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ

 

                        ข้อ  ๔๗  เมื่อคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา ได้พิจารณาตามข้อ ๔๖

(๑) แล้ว ปรากฏว่ามีผู้เสนอราคารายเดียวหรือมีผู้เสนอราคาหลายรายแต่ถูกต้องตรงตามรายการ

ละเอียดและเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวดราคาเพียงรายเดียวโดยปกติให้เสนอผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่ง

จ้างยกเลิกการประกวดราคาครั้งนั้น แต่ถ้าคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาเห็นว่า มีเหตุผล

สมควรที่จะดำเนินการต่อไปโดยไม่ต้องยกเลิกการประกวดราคา ก็ให้ดำเนินการตามข้อ ๔๖ (๒) โดย

อนุโลม

 

                        ข้อ  ๔๘  ในกรณีไม่มีผู้เสนอราคา หรือมีแต่ไม่ถูกต้องตรงตามรายการละเอียดและ

เงื่อนไขที่กำหนด ให้เสนอผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างยกเลิกการประกวดราคาครั้งนั้นเพื่อดำเนินการประกวด

ราคาใหม่ หากผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างเห็นว่า การประกวดราคาใหม่จะไม่ได้ผลดีจะสั่งให้ดำเนินการซื้อ

หรือจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๒๐ (๖) หรือข้อ ๒๑ (๕) แล้วแต่กรณีก็ได้

 

                        ข้อ  ๔๙  หลังจากการประกวดราคาแล้วแต่ยังไม่ได้ทำสัญญาหรือตกลงซื้อหรือจ้าง

กับผู้เสนอราคารายใด ถ้ามีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ของกรุงเทพมหานครเป็นเหตุให้ต้องเปลี่ยนแปลง

สาระสำคัญในรายการละเอียดหรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาซึ่งทำให้เกิดการได้

เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้เข้าเสนอราคาด้วยกัน ให้ผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างพิจารณายกเลิกการประกวด

ราคาครั้งนั้น

 

                        ข้อ  ๕๐  การซื้อหรือการจ้างที่มีลักษณะจำเป็นจะต้องคำนึงถึงเทคโนโลยีของพัสดุ

และหรือข้อกำหนดคุณสมบัติของผู้เข้าเสนอราคา ซึ่งอาจจะมีข้อเสนอที่ไม่อยู่ในฐานเดียวกันเป็นเหตุให้

มีปัญหาในการพิจารณาตัดสิน และเพื่อขจัดปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องให้มีการปรับปรุงข้อเสนอให้

ครบถ้วนและเป็นไปตามความต้องการก่อนพิจารณาด้านราคา ให้ถือปฏิบัติเช่นเดียวกับการประกวด

ราคาทั่วไป เว้นแต่กำหนดให้ผู้เข้าเสนอราคายื่นซองประกวดราคาโดยแยกเป็น

                        (๑)  ซองข้อเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนออื่น ๆ

                        (๒)  ซองข้อเสนอด้านราคา

                        ทั้งนี้ ให้กำหนดวิธีการ ขั้นตอน และหลักเกณฑ์การพิจารณาไว้เป็นเงื่อนไขใน

เอกสารประกวดราคาด้วย

 

                        ข้อ  ๕๑  เพื่อให้เป็นไปตามข้อ ๕๐ ให้คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา

ทำหน้าที่เปิดซองเทคนิคของผู้เสนอราคา แทนคณะกรรมการรับและเปิดซองตามข้อ ๔๕ (๕) และ

พิจารณาผลการประกวดราคาตามข้อ ๕๐ โดยถือปฏิบัติตามข้อ ๔๖ ในส่วนที่ไม่ขัดกับการดำเนินการ

ดังต่อไปนี้

                        (๑)  พิจารณาข้อเสนอทางเทคนิค และข้อเสนออื่นของผู้เข้าเสนอราคาทุกรายและ

คัดเลือกเฉพาะรายที่เสนอได้ตรงหรือใกล้เคียงตามมาตรฐานความต้องการของหน่วยงานมากที่สุด ใน

กรณีจำเป็นสามารถเรียกผู้เสนอราคามาชี้แจงในรายละเอียดข้อเสนอเป็นการเพิ่มเติมข้อหนึ่งข้อใดก็ได้

                        (๒)  เปิดซองราคาเฉพาะรายที่ได้ผ่านการพิจารณาคัดเลือกตาม (๑) แล้วสำหรับ

รายที่ไม่ผ่านการพิจารณาให้ส่งคืนซองข้อเสนอด้านราคาโดยไม่เปิดซอง

 

                        ข้อ  ๕๒  การซื้อหรือการจ้างที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าเสนอราคายื่นข้อเสนอทางการเงิน

มาด้วยให้กำหนดให้ผู้เสนอราคายื่นซองข้อเสนอทางการเงินแยกมาต่างหากและให้เปิดซองข้อเสนอ

ทางการเงินพร้อมกับการเปิดซองราคาตามข้อ ๕๑ (๒) เพื่อทำการประเมินเปรียบเทียบต่อไป ทั้งนี้

ให้กำหนดวิธีการขั้นตอนและหลักเกณฑ์การพิจารณาไว้เป็นเงื่อนไขในเอกสารการประกวดราคาด้วย

 

วิธีพิเศษ

 

                        ข้อ  ๕๓  การซื้อโดยวิธีพิเศษ ให้ผู้สั่งซื้อแต่งตั้งคณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษขึ้น

เพื่อดำเนินการดังต่อไปนี้

                        (๑)  ในกรณีเป็นพัสดุจะขายทอดตลาดให้ดำเนินการซื้อโดยวิธีเจรจาตกลงราคา

                        (๒)  ในกรณีเป็นพัสดุที่ต้องซื้อเร่งด่วน หากล่าช้าอาจเสียหายแก่ราชการ ให้เชิญผู้มี

อาชีพขายพัสดุนั้นโดยตรงมาเสนอราคา หากเห็นว่าราคาที่เสนอนั้นยังสูงกว่าราคาในท้องตลาด หรือ

ราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควร ให้ต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้

                        (๓)  ในกรณีเป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อโดยตรงจากต่างประเทศ ให้เสนอผู้สั่งซื้อเพื่อ

ติดต่อสั่งซื้อโดยตรงจากต่างประเทศ หรือสืบราคาจากต่างประเทศโดยขอความร่วมมือให้สถานเอกอัคร

ราชทูตหรือส่วนราชการอื่นในต่างประเทศช่วยสืบราคา คุณภาพตลอดจนรายละเอียด ส่วนการซื้อโดย

ผ่านองค์การระหว่างประเทศให้ติดต่อกับสำนักงานขององค์การระหว่างประเทศ ที่มีอยู่ในประเทศโดย

ตรง เว้นแต่กรณีที่ไม่มีสำนักงานในประเทศ ให้ติดต่อกับสำนักงานในต่างประเทศได้

                        (๔)  ในกรณีเป็นพัสดุที่โดยลักษณะของการใช้งานหรือมีข้อจำกัดทางเทคนิคที่จำ

เป็นต้องระบุยี่ห้อเป็นการเฉพาะ ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับ (๒)

                        (๕)  ในกรณีเป็นพัสดุที่ได้ดำเนินการซื้อโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดีให้สืบราคาจากผู้มี

อาชีพขายพัสดุนั้นโดยตรงและผู้เสนอราคาในการสอบราคาหรือประกวดราคาซึ่งถูกยกเลิกไป (ถ้ามี)

หากเห็นว่าผู้เสนอราคารายที่เห็นสมควรซื้อเสนอราคาสูงกว่าราคาในท้องตลาด หรือราคาที่คณะ

กรรมการเห็นสมควรให้ต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้

                        (๖)  ในกรณีพัสดุที่เป็นที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้างซึ่งจำเป็นต้องซื้อเฉพาะแห่ง ให้เชิญ

เจ้าของที่ดินโดยตรงมาเสนอราคา หากเห็นว่าราคาที่เสนอนั้นยังสูงกว่าราคาในท้องตลาดหรือราคาที่

คณะกรรมการเห็นสมควรให้ต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้

                        ให้คณะกรรมการ รายงานผลการพิจารณาและความเห็นพร้อมด้วยเอกสารที่ได้รับไว้

ทั้งหมดต่อผู้สั่งซื้อเพื่อสั่งการ โดยเสนอผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ

 

                        ข้อ  ๕๔  การจ้างโดยวิธีพิเศษให้ผู้สั่งจ้างแต่งตั้งคณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ

ขึ้นเพื่อดำเนินการดังต่อไปนี้

                        (๑)  การจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๒๑ (๑) (๒) (๓) และ(๔) ให้เชิญผู้มีอาชีพรับจ้าง

ทำงานนั้นโดยตรงมาเสนอราคา หากเห็นว่าราคาที่เสนอนั้นยังสูงกว่าราคาในท้องถิ่นหรือราคาที่

ประมาณได้หรือราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควรให้ต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้

                        (๒)  การจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๒๑ (๕) กรณีเป็นพัสดุที่ได้ดำเนินการจ้างโดยวิธี

อื่นแล้วไม่ได้ผลดี ให้สืบราคาจากผู้มีอาชีพรับจ้างทำงานนั้นโดยตรง และผู้เสนอราคาในการสอบราคา

หรือประกวดราคาซึ่งถูกยกเลิกไป (ถ้ามี) หากเห็นว่าผู้เสนอราคารายที่เห็นสมควรจ้างเสนอราคาสูงกว่า

ราคาในท้องถิ่นหรือราคาที่ประมาณได้หรือราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควรให้ต่อรองราคาลงเท่าที่จะ

ทำได้

                        ให้คณะกรรมรายงานผลการพิจารณาและความเห็น พร้อมด้วยเอกสารที่ได้รับไว้ทั้ง

หมดต่อผู้สั่งจ้างเพื่อสั่งการ โดยเสนอผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ

 

วิธีกรณีพิเศษ

                        ข้อ  ๕๕  การดำเนินการซื้อหรือจ้างโดยวิธีกรณีพิเศษ ให้ผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างสั่งซื้อ

หรือสั่งจ้างจากผู้ขายหรือผู้รับจ้างตามข้อ ๒๒ ได้โดยตรง เว้นแต่การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่งซึ่งมีราคา

ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุจัดซื้อหรือจ้างได้ภายในวงเงินที่ได้รับความเห็นชอบจาก

ผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างตามข้อ ๒๕

 

การจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์

 

                        ข้อ  ๕๖  การซื้อยาของหน่วยงาน ให้จัดซื้อตามชื่อสามัญในบัญชียาหลักแห่งชาติ

ตามที่คณะกรรมการแห่งชาติทางด้านยากำหนด โดยให้ใช้เงินงบประมาณจัดซื้อยาดังกล่าว ไม่น้อย

กว่าร้อยละ ๖๐

 

                        ข้อ  ๕๗  การซื้อยา และเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยา เช่น ผ้าก๊อส สำลี หลอดฉีดยา เข็มฉีดยา

เฝือก วัสดุทันตกรรม ฟิล์มเอกซเรย์ และเภสัชเคมีภัณฑ์ ซึ่งองค์การเภสัชกรรมได้ผลิตออกจำหน่ายแล้ว

ให้จัดซื้อจากองค์การเภสัชกรรม โดยให้ดำเนินการด้วยวิธีกรณีพิเศษ แต่ทั้งนี้ ราคายาที่องค์การเภสัช

กรรมจำหน่ายต้องไม่สูงกว่าราคากลางของยาชื่อสามัญเดียวกันที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดเกิน

ร้อยละ ๓

 

                        ข้อ  ๕๘  การซื้อยาตามชื่อสามัญในบัญชียาหลักแห่งชาติและเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาซึ่ง

องค์การเภสัชกรรมมิได้เป็นผู้ผลิต แต่มีจำหน่าย หน่วยงานจะจัดซื้อจากองค์การเภสัชกรรมหรือผู้ขาย

หรือผู้ผลิตรายใดก็ได้ภายใต้หลักเกณฑ์ ดังนี้

                        (๑)  การจัดซื้อโดยวิธีสอบราคาหรือประกวดราคาให้หน่วยงานแจ้งให้องค์การเภสัช

กรรมทราบด้วยทุกครั้ง และถ้าผลการสอบราคาหรือประกวดราคาปรากฏว่า องค์การเภสัชกรรมเสนอ

ราคาเท่ากันหรือต่ำกว่าผู้เสนอราคารายอื่นให้หน่วยงานซื้อจากองค์การเภสัชกรรม

                        (๒)  การจัดซื้อโดยวิธีตกลงราคาหรือวิธีพิเศษให้ซื้อในราคาที่ไม่สูงกว่าราคากลางที่

กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

 

                        ข้อ  ๕๙  ในกรณีที่มีกฎหมาย หรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้ความสนับสนุนให้ซื้อ

ยาและเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาจากหน่วยงานใด ก็ให้หน่วยงานขจัดซื้อยา หรือเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาจากหน่วย

งานดังกล่าวได้ โดยวิธีกรณีพิเศษด้วย

 

อำนาจในการสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง

 

                        ข้อ  ๖๐  การสั่งซื้อหรือสั่งจ้างครั้งหนึ่ง นอกจากวิธีพิเศษและวิธีกรณีพิเศษให้เป็น

อำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งและภายในวงเงินดังต่อไปนี้

                        (๑)  ผู้อำนวยการเขต ผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาล เลขานุการสภา

กรุงเทพมหานคร เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการ

กรุงเทพมหานคร ไม่เกิน ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท

                        (๒)  ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ไม่เกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท

                        (๓)  ผู้อำนวยการสำนัก ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท

                        (๔)  ปลัดกรุงเทพมหานคร ไม่เกิน ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท

                        (๕)  ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เกินกว่า ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท

 

                        ข้อ  ๖๑  การสั่งซื้อหรือสั่งจ้างโดยวิธีพิเศษครั้งหนึ่ง ให้เป็นอำนาจของผู้ดำรง

ตำแหน่งและภายในวงเงินดังต่อไปนี้

                        (๑)  ผู้อำนวยการเขต ผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาล เลขานุการสภา

กรุงเทพมหานคร เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการ

กรุงเทพมหานคร ไม่เกิน ๖๐๐,๐๐๐ บาท

                        (๒)  ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท

                        (๓)  ผู้อำนวยการสำนัก ไม่เกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท

                        (๔)  ปลัดกรุงเทพมหานคร ไม่เกิน ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท

                        (๕)   ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เกินกว่า ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท

 

 

                        ข้อ  ๖๒  การสั่งซื้อหรือสั่งจ้างโดยวิธีกรณีพิเศษ ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสั่ง

ซื้อหรือสั่งจ้างโดยไม่จำกัดวงเงิน

 

การจ่ายเงินล่วงหน้า

 

                        ข้อ  ๖๓  การจ่ายเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้างล่วงหน้าให้แก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างจะกระทำ

มิได้ เว้นแต่ผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างเห็นว่า มีความจำเป็นจะต้องจ่าย และมีการกำหนดเงื่อนไขไว้ก่อนการ

ทำสัญญาหรือข้อตกลง ให้กระทำได้เฉพาะกรณีและตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

                        (๑)  การซื้อหรือการจ้างจากส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ จ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๕๐

ของราคาซื้อหรือราคาจ้าง

                        (๒)  การซื้อพัสดุจากสถาบันของรัฐในต่างประเทศ หรือจากหน่วยงานอื่นในต่าง

ประเทศซึ่งต้องดำเนินการผ่านองค์การระหว่างประเทศ หรือการซื้อเครื่องมือวิทยาศาสตร์หรือพัสดุอื่นที่

คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุกำหนดตามข้อ ๑๐ (๘) ซึ่งจำเป็นต้องซื้อจากผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่าย

โดยตรงในต่างประเทศให้จ่ายได้ตามที่ตกลงกับสถาบันของรัฐหรือองค์การระหว่างประเทศ หรือตาม

เงื่อนไขที่ผู้ขายกำหนดแล้วแต่กรณี

                        (๓)  การบอกรับวารสารหรือการสั่งจองหนังสือ จ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง

                        (๔)  การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคาหรือประกวดราคา จ่ายได้ไม่เกินร้อยละ

๑๕ ของราคาซื้อหรือราคาจ้าง แต่ทั้งนี้จะต้องกำหนดอัตราค่าพัสดุหรือค่าจ้างที่จะจ่ายล่วงหน้าไว้เป็น

เงื่อนไขในเอกสารสอบราคาหรือประกวดราคาด้วย

                        (๕)  การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษ ให้จ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๑๕ ของราคาซื้อหรือ

ราคาจ้าง

 

                        ข้อ  ๖๔  การจ่ายเงินให้แก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างตามแบบธรรมเนียมการค้าระหว่าง

ประเทศโดยเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิต หรือโดยวิธีใช้ดราฟต์กรณีที่วงเงินไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือการ

จ่ายเงินตามความก้าวหน้าในการจัดหาพัสดุที่สั่งซื้อให้กระทำได้โดยไม่ถือว่าเป็นการจ่ายเงินล่วงหน้า

 

                        ข้อ  ๖๕  การจ่ายเงินค่าพัสดุหรือค้าจ้างล่วงหน้าตามข้อ ๖๓ (๑) (๒) และ (๓) ไม่

ต้องเรียกหลักประกัน

                        ส่วนการจ่ายเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้างล่วงหน้าตามข้อ ๖๓ (๔) และ(๕) ผู้ขายหรือผู้รับ

จ้างจะต้องนำพันธบัตรรัฐบาลไทย หรือหนังสือค้ำประกันของธนาคารในประเทศมาค้ำประกันเงินที่รับ

ล่วงหน้าไปนั้น

 

การตรวจรับพัสดุ

 

                        ข้อ  ๖๖  คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ มีหน้าที่ดังนี้

                        (๑)  ตรวจรับพัสดุ ณ ที่ทำการของผู้ใช้พัสดุนั้น หรือสถานที่ซึ่งกำหนดไว้ในสัญญา

หรือข้อตกลง

                        การตรวจรับพัสดุ ณ สถานที่อื่น ในกรณีที่ไม่มีสัญญาหรือข้อตกลง จะต้องได้รับ

อนุมัติจากผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างก่อน

                        (๒)  ตรวจรับพัสดุให้ถูกต้องครบถ้วนตามหลักฐานที่ตกลงกันไว้ สำหรับกรณีที่มีการ

ทดลองหรือตรวจสอบในทางเทคนิคหรือทางวิทยาศาสตร์ จะเชิญผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยว

กับพัสดุนั้นมาให้คำปรึกษาหรือส่งพัสดุนั้นไปทดลองหรือตรวจสอบ ณ สถานที่ของผู้ชำนาญการ หรือผู้

ทรงคุณวุฒินั้น ๆ ก็ได้

                        ในกรณีจำเป็นที่ไม่สามารถตรวจนับเป็นจำนวนหน่วยทั้งหมดได้ ให้ตรวจรับตาม

หลักวิชาการสถิติ

                        (๓)  โดยปกติให้ตรวจรับพัสดุในวันที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างนำพัสดุมาส่ง และให้ดำเนิน

การให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็วที่สุด

                        (๔)  เมื่อตรวจถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้รับพัสดุไว้และถือว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างได้ส่ง

มอบพัสดุถูกต้องครบถ้วนตั้งแต่วันที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างนำพัสดุนั้นมาส่ง แล้วมอบแก่เจ้าหน้าที่พัสดุ

พร้อมกับทำใบตรวจรับโดยลงชื่อไว้เป็นหลักฐานอย่างน้อย ๒ ฉบับ มอบแก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้าง ๑ ฉบับ

และเจ้าหน้าที่พัสดุ ๑ ฉบับ เพื่อดำเนินการเบิกจ่ายเงิน และรายงานให้ผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างทราบ

                        ในกรณีที่เห็นว่าพัสดุที่ส่งมอบ มีรายละเอียดไม่เป็นไปตามข้อกำหนดในสัญญาหรือ

ข้อตกลงให้รายงานผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุเพื่อทราบหรือสั่งการแล้วแต่กรณี

                        (๕)  ในกรณีที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างส่งมอบพัสดุถูกต้องแต่ไม่ครบจำนวน หรือส่งมอบ

ครบจำนวนแต่ไม่ถูกต้องทั้งหมด ถ้าสัญญาหรือข้อตกลงมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ตรวจรับไว้

เฉพาะจำนวนที่ถูกต้องโดยถือปฏิบัติตาม (๔)และโดยปกติให้รีบรายงานผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้าง เพื่อแจ้งให้

ผู้ขายหรือผู้รับจ้างทราบภายใน ๓ วันทำการ นับแต่วันตรวจพบ แต่ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิของกรุงเทพมหานคร

ที่จะปรับผู้ขายหรือผู้รับจ้างในจำนวนที่ส่งมอบไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องนั้น

                        (๖)  การตรวจรับพัสดุที่ประกอบกันเป็นชุดหรือหน่วยงาน ถ้าขาดส่วนประกอบอย่าง

ใดอย่างหนึ่งไปแล้วจะไม่สามารถใช้การได้โดยสมบูรณ์ ให้ถือว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างยังมิได้ส่งมอบพัสดุ

นั้น และโดยปกติให้รีบรายงานผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้าง เพื่อแจ้งให้ผู้ขายหรือผู้รับจ้างทราบภายใน ๓ วันทำ

การนับแต่วันที่ตรวจพบ

                        (๗)  ถ้ากรรมการตรวจรับพัสดุบางคนไม่ยอมรับพัสดุ โดยทำความเห็นแย้งไว้ให้

เสนอผู้สั่งซื้อหรือสั่งจ้างเพื่อพิจารณาสั่งการ ถ้าผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างสั่งการให้รับพัสดุนั้นไว้ จึงดำเนิน

การตาม (๔) หรือ (๕) แล้วแต่กรณี

 

การตรวจการจ้างและการควบคุมงานก่อสร้าง

 

                        ข้อ  ๖๗  คณะกรรมการตรวจการจ้างมีหน้าที่ดังนี้

                        (๑)  ตรวจสอบรายงานการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง และเหตุการณ์แวดล้อมที่ผู้ควบ

คุมงานรายงานโดยตรวจสอบกับแบบรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญาทุกสัปดาห์ รวมทั้ง

รับทราบหรือพิจารณาการสั่งหยุดงาน หรือพักงานของผู้ควบคุมงานแล้วรายงานผู้สั่งจ้างเพื่อพิจารณา

สั่งการต่อไป

                        (๒)  การดำเนินการตาม (๑) ในกรณีมีข้อสงสัยหรือมีกรณีที่เห็นว่าตามหลักวิชาการ

ช่างไม่น่าจะเป็นไปได้ ให้ออกตรวจงานจ้าง ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือที่ตกลงให้ทำงานจ้าง

นั้น ๆ โดยให้มีอำนาจสั่งเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมหรือตัดทอนงานจ้างได้ตามที่เห็นสมควร และตาม

หลักวิชาการช่าง เพื่อให้เป็นไปตามรูปแบบรายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญา

                        (๓)  โดยปกติให้ตรวจผลงานที่ผู้รับจ้างส่งมอบภายใน ๓ วันทำการนับแต่วันที่

ประธานกรรมการได้รับทราบการส่งมอบงานและให้ทำการตรวจรับให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็วที่สุด

                        (๔)  เมื่อตรวจเห็นว่าเป็นการถูกต้องครบถ้วนเป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียด

และข้อกำหนดในสัญญาแล้ว ให้ถือว่าผู้รับจ้างส่งมอบงานครบถ้วนตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างส่งงานจ้างนั้น

และให้ทำใบรับรองผลการปฏิบัติงานทั้งหมด หรือเฉพาะงวด  แล้วแต่กรณี โดยลงชื่อไว้เป็นหลักฐาน

อย่างน้อย ๒ ฉบับ มอบให้แก่ผู้รับจ้าง ๑ ฉบับ และเจ้าหน้าที่พัสดุ ๑ ฉบับ เพื่อทำการเบิกจ่ายเงิน และ

รายงานให้ผู้สั่งจ้างทราบ

                        ในกรณีที่เห็นว่า ผลงานที่ส่งมอบทั้งหมดหรืองวดใดก็ตามไม่เป็นไปตามแบบรูปราย

การละเอียดและข้อกำหนดในสัญญา ให้รายงานผู้สั่งจ้างผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุเพื่อทราบหรือสั่ง

การ แล้วแต่กรณี

                        (๕)  ในกรณีที่กรรมการตรวจการจ้างบางคนไม่ยอมรับงาน โดยทำความเห็นแย้งไว้

ให้เสนอผู้สั่งจ้างเพื่อพิจารณาสั่งการ ถ้าผู้สั่งจ้างสั่งการให้ตรวจรับงานจ้างนั้นไว้ จึงจะดำเนินการตาม

(๔)

 

                        ข้อ  ๖๘  ผู้ควบคุมงานมีหน้าที่  ดังนี้

                        (๑)  ตรวจและควบคุมงาน ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในสัญญา หรือที่ตกลงให้ทำงาน

จ้างนั้น ๆ ทุกวันให้เป็นไปตามแบบรูป รายการละเอียดและข้อกำหนดไว้ในสัญญาทุกประการ โดยสั่ง

เปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมหรือตัดทอนงานจ้างได้ตามที่เห็นสมควร และตามหลักวิชาช่างเพื่อให้เป็นไป

ตามแบบรูป รายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญา ถ้าผู้รับจ้างขัดขืนไม่ปฏิบัติตามก็สั่งให้หยุดงาน

นั้นเฉพาะส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดแล้วแต่กรณีไว้ก่อนจนกว่าผู้รับจ้างจะยอมปฏิบัติให้ถูกต้องตาม

คำสั่ง และให้รายงานคณะกรรมการตรวจการจ้างทันที

                        (๒)  ในกรณีที่ปรากฏว่าแบบรูป รายการละเอียดหรือข้อกำหนดในสัญญามีข้อความ

ขัดกันหรือเป็นที่คาดหมายได้ว่าถึงแม้ว่างานนั้นจะได้เป็นไปตามแบบรูป รายการละเอียดและข้อ

กำหนดในสัญญาแต่เมื่อสำเร็จแล้วจะไม่มั่นคงแข็งแรง หรือไม่เป็นไปตามหลักวิชาช่างที่ดีหรือไม่

ปลอดภัย ให้สั่งพักงานนั้นไว้ก่อนแล้วรายงานคณะกรรมการตรวจการจ้างโดยเร็ว

                        (๓)  จดบันทึกการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างและเหตุการณ์แวดล้อมเป็นรายวัน พร้อม

ทั้งผลการปฏิบัติงานอย่างน้อย ๒ ฉบับ เพื่อรายงานให้คณะกรรมการตรวจการจ้างทราบทุกสัปดาห์

และเก็บรักษาไว้เพื่อมอบให้แก่เจ้าหน้าที่พัสดุเมื่อเสร็จงานแต่ละงวด โดยถือว่าเป็นเอกสารสำคัญของ

ทางราชการเพื่อประกอบการตรวจสอบของผู้มีหน้าที่

                        การบันทึกการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างให้ระบุรายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติงานและ

วัสดุที่ใช้ด้วย

                        (๔)  ในวันกำหนดลงมือทำการของผู้รับจ้างตามสัญญา และในวันถึงกำหนดส่งมอบ

งานแต่ละงวดให้รายงานผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างว่าเป็นไปตามสัญญาหรือไม่ ให้คณะกรรมการ

ตรวจการจ้างทราบภายใน ๓ วันทำการนับแต่วันถึงกำหนดนั้น ๆ

 

                                                            ส่วนที่ ๓

                                                        การจ้างที่ปรึกษา

                                                --------------------------------

 

การส่งเสริมที่ปรึกษาไทย

 

                        ข้อ  ๖๙  การจ้างที่ปรึกษาที่เป็นนิติบุคคล นอกจากการจ้างที่ปรึกษาที่ดำเนินการ

ด้วยเงินช่วยเหลือให้หน่วยงานจ้างที่ปรึกษาไทยเป็นหลักในการดำเนินงานเว้นแต่สาขาบริการหรืองานที่

ไม่อาจจะจ้างที่ปรึกษาไทยได้ให้ขออนุมัติต่อคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ

 

                        ข้อ  ๗๐  การจ้างที่ปรึกษาต่างประเทศของหน่วยงานโดยทั่วไป นอกจากการจ้างที่

ปรึกษาที่ดำเนินการด้วยเงินช่วยเหลือ จะต้องมีที่ปรึกษาไทยร่วมงานด้วยไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ ของ

จำนวนคน - เดือนของที่ปรึกษาทั้งหมดเว้นแต่สาขาบริการหรืองานที่ไม่อาจจะจ้างที่ปรึกษาไทยได้ให้ขอ

อนุมัติต่อคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ

 

วิธีจ้างที่ปรึกษา

 

                        ข้อ  ๗๑  การจ้างที่ปรึกษากระทำได้ ๒ วิธีคือ

                        (๑)  วิธีตกลง

                        (๒)  วิธีคัดเลือก

 

รายงานขอจ้างที่ปรึกษา

 

                        ข้อ  ๗๒  ก่อนดำเนินการจ้างที่ปรึกษาให้เจ้าหน้าที่พัสดุทำรายงานเสนอผู้สั่งจ้าง

ตามรายการดังต่อไปนี้

                        (๑)  เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องจ้างที่ปรึกษา

                        (๒)  ขอบเขตโดยละเอียดของงานที่จะจ้างที่ปรึกษา

                        (๓)  คุณสมบัติของที่ปรึกษาที่จะจ้าง

                        (๔)  วงเงินค่าจ้างที่ปรึกษาโดยประมาณ

                        (๕)  กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน

                        (๖)  วิธีจ้างที่ปรึกษาและเหตุผลที่ต้องจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีนั้น

                        (๗)  ข้อเสนออื่น ๆ (ถ้ามี)

                        เมื่อผู้สั่งจ้างให้ความเห็นชอบตามรายงานที่เสนอแล้ว ให้เจ้าหน้าที่พัสดุดำเนินการ

จ้างตามวิธีจ้างนั้นต่อไปได้

 

กรรมการ

 

                        ข้อ  ๗๓  ในการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาแต่ละครั้ง ให้ผู้สั่งจ้างแต่งตั้งคณะกรรมการ

ขึ้นเพื่อปฏิบัติการตามข้อบัญญัตินี้ แล้วแต่กรณี คือ

                        (๑)  คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีตกลง

                        (๒)  คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือก

 

                        ข้อ  ๗๔  คณะกรรมการตามข้อ ๗๓ ให้ประกอบด้วย ประธานกรรมการ ๑ คน และ

กรรมการอย่างน้อย ๔ คน โดยปกติให้แต่งตั้งจากข้าราชการในสังกัดตั้งแต่ระดับ ๕ หรือเทียบเท่าขึ้นไป

อย่างน้อย ๒ คน ในกรณีจำเป็นหรือเพื่อประโยชน์แก่กรุงทพมหานครให้ปลัดกรุงเทพมหานครแต่งตั้งผู้

แทนจากหน่วยงานอื่นหรือเชิญผู้แทนจากส่วนราชการอื่นหรือบุคคลที่มิใช่ข้าราชการซึ่งเป็นผู้ชำนาญ

การหรือผู้ทรงคุณวุฒิในงานที่จะจ้างที่ปรึกษาเป็นกรรมการด้วย และในกรณีการจ้างที่ปรึกษาที่ดำเนิน

การด้วยเงินกู้ให้เชิญผู้แทนจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ๑ คน

 

                        ข้อ  ๗๕  ในการประชุมของคณะกรรมการตามข้อ ๗๓ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่

น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงเป็นองค์ประชุม

                        การประชุมของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งให้นำความตามข้อ ๗๒ มาใช้บังคับโดย

อนุโลม

 

วิธีตกลง

 

                        ข้อ  ๗๖  การจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีตกลง ได้แก่ การจ้างที่ปรึกษาที่ผู้ว่าจ้างตกลงจ้าง

รายใดรายหนึ่ง ซึ่งเคยทราบหรือเคยเห็นความสามารถและผลงานแล้วและเป็นผู้ให้บริการที่เชื่อถือได้

 

                        ข้อ  ๗๗  การจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีตกลง ให้กระทำได้ในกรณีดังต่อไปนี้

                        (๑)  เป็นการจ้างเพื่อทำงานต่อเนื่องจากงานที่ได้ทำอยู่แล้ว

                        (๒)  เป็นการจ้างในกรณีที่ทราบแน่ชัดว่าผู้เชี่ยวชาญในงานที่จะให้บริการตามที่

ต้องการมีจำนวนจำกัด ไม่เหมาะสมที่จะดำเนินการด้วยวิธีคัดเลือก

                        (๓)  เป็นการจ้างที่ต้องกระทำโดยเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่ราชการ

 

                        ข้อ  ๗๘  คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีตกลง มีหน้าที่ดังต่อไปนี้

                        (๑)  พิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคของที่ปรึกษา

                        (๒)  พิจารณาอัตราค่าจ้างและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับบริการที่จะจ้างและ

เจรจาต่อรอง

                        (๓)  พิจารณารายละเอียดที่จะกำหนดในสัญญา

                        (๔)  ให้คณะกรรมการรายงานผลการพิจารณาและความเห็น พร้อมด้วยเอกสารที่ได้

รับไว้ทั้งหมดต่อผู้สั่งจ้าง เพื่อสั่งการโดยเสนอผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ

 

วิธีคัดเลือก

 

                        ข้อ  ๗๙  การจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือก ได้แก่ การจ้างที่ปรึกษาโดยการคัดเลือกที่

ปรึกษาที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะทำงานนั้นให้เหลือน้อยราย และเชิญชวนที่ปรึกษาที่ได้รับการคัด

เลือกให้เหลือน้อยรายดังกล่าวยื่นข้อเสนอเข้ารับงานนั้น ๆ เพื่อพิจารณาคัดเลือกรายที่ดีที่สุด ในกรณีที่

มีเหตุอันสมควรและผู้สั่งจ้างเห็นชอบ ให้เชิญที่ปรึกษาที่มีคุณสมบัติเหมาะสมยื่นข้อเสนอเข้ารับงานโดย

ไม่ต้องทำการคัดเลือกให้เหลือน้อยรายก่อนก็ได้

 

                        ข้อ  ๘๐  เพื่อให้ได้รายชื่อของที่ปรึกษาที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมากรายที่สุดให้เจ้า

หน้าที่ที่รับผิดชอบในการจ้างที่ปรึกษา ดำเนินการดังต่อไปนี้

                        (๑)  ที่ปรึกษาต่างประเทศ  ให้ขอรายชื่อจากสถาบันการเงิน หรือองค์การระหว่าง

ประเทศหรือลงประกาศในหนังสือพิมพ์ แจ้งไปยังสมาคมหรือสถาบันอาชีพหรือสถานทูตที่เกี่ยวข้อง

หรือขอความร่วมมือจากหน่วยงานหรือส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ  ซึ่งเคยดำเนินการจ้างที่

ปรึกษาในงานประเภทเดียวกัน

                        (๒)  ที่ปรึกษาไทยให้ขอรายชื่อที่ปรึกษาจากศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษากระทรวงการคลัง

                        หากกรุงเทพมหานครมีรายชื่อที่ปรึกษาตามวรรคหนึ่งหรือที่ได้จดทะเบียนไว้กับ

กรุงเทพมหานครที่มีคุณสมบัติเหมาะสมแล้วอาจพิจารณาคัดเลือกให้เหลือน้อยราย โดยไม่ดำเนินการ

ตามวรรคหนึ่งก็ได้

                        การคัดเลือกที่ปรึกษาให้เหลือน้อยราย ให้คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษา

โดยวิธีคัดเลือกทำหน้าที่พิจารณาคัดเลือกที่ปรึกษาให้เหลืออย่างมาก ๖ ราย

                        เมื่อได้ดำเนินการคัดเลือกที่ปรึกษาให้เหลือน้อยรายแล้ว ให้รายงานผู้สั่งจ้างเพื่อ

พิจารณาและกรณีที่เป็นการจ้างที่ปรึกษาโดยใช้เงินกู้หรือเงินช่วยเหลือ ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์

ของแหล่งเงินนั้นด้วย

 

                        ข้อ  ๘๑  ให้หน่วยงานออกหนังสือเชิญชวนที่ปรึกษาที่ได้คัดเลือกไว้ยื่นข้อเสนอเพื่อ

รับงานตามวิธีหนึ่งวิธีใด ดังต่อไปนี้

                        (๑)  ยื่นข้อเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนอด้านราคาพร้อมกันโดยแยกเป็น ๒ ซอง

                        (๒)  ยื่นข้อเสนอด้านเทคนิคเพียงซองเดียว

 

                        ข้อ  ๘๒  คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือกมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้

                        (๑)  กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือก

                        (๒)  พิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคของที่ปรึกษาทุกรายและจัดลำดับ

                        (๓)  ในกรณีที่ใช้วิธีตามข้อ ๘๑ (๑) ให้เปิดซองเสนอด้านราคาของที่ปรึกษาที่มีข้อ

เสนอด้านเทคนิคที่ดีที่สุดและเจรจาต่อรองราคาให้ได้ราคาที่เหมาะสม สำหรับกรณีที่ใช้วิธีตามข้อ ๘๑

(๒) ให้เชิญที่ปรึกษาที่มีข้อเสนอด้านเทคนิคที่ดีที่สุดมายื่นข้อเสนอด้านราคาและเจรจาต่อรองให้ได้

ราคาที่เหมาะสม

                        หากเจรจาไม่ได้ผล ให้เสนอผู้สั่งจ้างเพื่อพิจารณายกเลิกการเจรจากับที่ปรึกษาราย

นั้นแล้วเปิดซองข้อเสนอด้านราคาของที่ปรึกษาที่มีข้อเสนอด้านเทคนิคที่ดีที่สุดรายถัดไป หรือเชิญที่

ปรึกษาที่มีข้อเสนอด้านเทคนิคที่ดีที่สุดรายถัดไปให้ยื่นข้อเสนอด้านราคาแล้วแต่กรณี และเจรจาต่อรอง

ให้ได้ราคาที่เหมาะสม

                        (๔)  เมื่อเจรจาได้ราคาที่เหมาะสมแล้วให้พิจารณาเงื่อนไขต่าง ๆ ที่จะกำหนดใน

สัญญา

                        (๕)  ให้คณะกรรมการรายงานผลการพิจารณา และความเห็นพร้อมด้วยเอกสารที่ได้

รับไว้ทั้งหมดต่อผู้สั่งจ้าง โดยเสนอผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ

                        ในกรณีที่ใช้วิธีการยื่นข้อเสนอตามข้อ ๘๑ (๑) หลังจากตัดสินให้ทำสัญญากับที่

ปรึกษา ซึ่งได้รับการคัดเลือกแล้ว ให้ส่งคืนซองข้อเสนอด้านราคาให้แก่ที่ปรึกษารายอื่นที่ได้ยื่นไว้

โดยไม่เปิดซอง

                        สำหรับการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือกที่ดำเนินการด้วยเงินช่วยเหลือโดยกรม

วิเทศสหการ ให้ปฏิบัติตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง โดยอนุโลม

 

                        ข้อ  ๘๓  การจ้างที่ปรึกษาที่เป็นงานที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน และมีที่ปรึกษาซึ่งสามารถ

ทำงานนั้นได้เป็นการทั่วไป ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้สั่งจ้างที่จะออกหนังสือเชิญชวนที่ปรึกษาที่ได้

คัดเลือกไว้ ให้ยื่นข้อเสนอเพื่อรับงาน โดยให้ดำเนินการตามวิธีดังต่อไปนี้ คือ

                        (๑)  ให้ที่ปรึกษายื่นข้อเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนอด้านราคาพร้อมกัน โดยแยก

เป็น ๒ ซอง

                        (๒)  ให้คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือกพิจารณาข้อเสนอด้าน

เทคนิคของที่ปรึกษาทุกราย และจัดลำดับ

                        (๓)  เปิดซองราคาของผู้ที่ได้รับการจัดลำดับไว้อันดับ ๑ ถึงอันดับ ๓ ตาม (๒) พร้อม

กันแล้วเลือกรายที่เสนอราคาต่ำสุดมาเจรจาต่อรองราคาเป็นลำดับแรก

                        (๔)  หากเจรจาตาม (๓) แล้วไม่ได้ผล ให้ยกเลิกแล้วเจรจากับรายที่เสนอราคาต่ำ

รายถัดไปตามลำดับ

                        เมื่อเจรจาได้ผลประการได ให้ดำเนินการตามข้อ ๘๒ (๔) และ (๕)

 

                        ข้อ  ๘๔  การจ้างที่ปรึกษาเป็นรายบุคคลที่ไม่ต้องยื่นข้อเสนอด้านเทคนิคให้ดำเนิน

การคัดเลือกที่ปรึกษาที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามนัยข้อ ๘๐ และพิจารณาจัดลำดับและเมื่อสามารถจัด

ลำดับได้แล้ว ให้เชิญรายที่เหมาะสมที่สุดมาเสนอราคาค่าจ้างเพื่อเจรจาต่อรองราคาตามลำดับ

 

อำนาจในการสั่งจ้างที่ปรึกษา

 

                        ข้อ  ๘๕  การสั่งจ้างที่ปรึกษาครั้งหนึ่ง ให้เป็นอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งและภายใน

วงเงินดังต่อไปนี้

                        (๑)  ผู้อำนวยการสำนักไม่เกิน ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท

                        (๒)  ปลัดกรุงเทพมหานครไม่เกิน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท

                        (๓)  ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเกิน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท

 

ค่าจ้างที่ปรึกษา

 

                        ข้อ  ๘๖  อัตราค่าจ้างที่ปรึกษาให้เป็นไปตามความเหมาะสมและประหยัดโดยให้

คำนึงถึงองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น ลักษณะของงานที่จะจ้าง อัตราค่าจ้างของงานในลักษณะเดียวกัน

ที่หน่วยงาน ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจเคยจ้าง จำนวนคน - เดือน เท่าที่จำเป็น ดัชนีค่าครองชีพ

เป็นต้น

                        ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องจ่ายเงินค่าจ้างล่วงหน้า ให้จ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๑๕ 

ของค่าจ้างตามสัญญา และที่ปรึกษาจะต้องจัดให้ธนาคารหนึ่งหรือหลายธนาคารเป็นผู้ค้ำประกันเงิน

ค่าจ้างที่ได้รับล่วงหน้าไปนั้น และให้ผู้ว่าจ้างคืนหนังสือค้ำประกันดังกล่าวให้แก่ที่ปรึกษาเมื่อทาง

กรุงเทพมหานครได้หักเงินที่ได้จ่ายล่วงหน้าจากเงินค่าจ้างที่จ่ายตามผลงานแต่ละงวดครบถ้วน

แล้ว ทั้งนี้ให้กำหนดเป็นเงื่อนไขไว้ในสัญญาด้วย

 

หลักประกันผลงาน

 

                        ข้อ  ๘๗  การจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ที่ปรึกษาที่แบ่งการชำระเงินออกเป็นงวดนอกจาก

การจ้างที่ปรึกษาซึ่งดำเนินการด้วยเงินช่วยเหลือ ให้หน่วยงานหักเงินที่จะจ่ายแต่ละครั้งในอัตราไม่ต่ำ

กว่าร้อยละ ๕ แต่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของเงินค่าจ้างเพื่อเป็นการประกันผลงาน หรือจะให้ที่ปรึกษาใช้

หนังสือค้ำประกันของธนาคารในประเทศมีอายุการค้ำประกันตามที่กรุงเทพมหานครจะกำหนดวาง

ค้ำประกันแทนเงินที่หักไว้ก็ได้ ทั้งนี้ให้กำหนดเป็นเงื่อนไขไว้ในสัญญาด้วย

 

                        ข้อ  ๘๘  กรณีสัญญาจ้างที่ปรึกษาตามโครงการเงินกู้ที่ได้รวมเงินค่าภาษีซึ่งที่

ปรึกษาจะต้องจ่ายให้แก่รัฐบาลไทยไว้ในราคาจ้างให้แยกเงินส่วนที่กันเป็นค่าภาษีไว้ต่างหากจากราคา

จ้างรวม

 

                                                                             ส่วนที่ ๔

                                                           การจ้างออกแบบและควบคุมงาน

                                                                      -------------------

 

วิธีจ้างออกแบบและควบคุมงาน

 

                        ข้อ  ๙๘  การจ้างออกแบบและควบคุมงาน กระทำได้ ๔ วิธี คือ

                        (๑)  วิธีตกลง

                        (๒)  วิธีคัดเลือก

                        (๓)  วิธีคัดเลือกแบบจำกัดข้อกำหนด

                        (๔)  วิธีพิเศษ

 

รายงานขอจ้างออกแบบและควบคุมงาน

 

                        ข้อ  ๙๐  ก่อนดำเนินการจ้างออกแบบและควบคุมงานทุกวิธีให้เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำ

รายงานเสนอผู้สั่งจ้าง ตามรายการดังต่อไปนี้

                        (๑)  ขอบเขตวงงานรวมทั้งรายละเอียดเท่าที่จำเป็น

                        (๒)  วงเงินงบประมาณค่าก่อสร้าง

                        (๓)  ประมาณการค่าจ้าง

                        (๔)  กำหนดเวลาแล้วเสร็จ

                        (๕)  วิธีที่จะจ้าง และเหตุผลที่ต้องจ้างโดยวิธีนั้น

                        (๖)  ข้อเสนออื่น ๆ (ถ้ามี)

                        เมื่อผู้สั่งจ้างให้ความเห็นชอบตามรายงานที่เสนอแล้ว ให้เจ้าหน้าที่พัสดุดำเนินการ

จ้างตามวิธีจ้างนั้นต่อไปได้

 

การจ้างโดยวิธีตกลง

 

                        ข้อ  ๙๑  การจ้างโดยวิธีตกลง ได้แก่ การจ้างออกแบบและควบคุมงานที่

กรุงเทพมหานครจ้างผู้ให้บริการรายหนึ่งรายใด ซึ่งเคยทราบหรือเคยเห็นความสามารถมาแล้ว และเป็น

ผู้ให้บริการที่มีหลักฐานดีตามที่คณะกรรมการดำเนินการจ้างโดยวิธีตกลงได้พิจารณาเสนอแนะ ทั้งนี้ ให้

ใช้กับการก่อสร้างที่มีวงเงินงบประมาณค่าก่อสร้างตามโครงการหนึ่ง ๆ ไม่เกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท

 

                        ข้อ  ๙๒  ในการดำเนินการจ้างออกแบบและควบคุมงานโดยวิธีตกลงแต่ละครั้งให้ผู้

สั่งจ้างแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการจ้างโดยวิธีตกลงขึ้นคณะหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วย ประธาน ๑ คน

และกรรมการอื่นอีกอย่างน้อย ๒ คน ปกติให้เป็นข้าราชการตั้งแต่ระดับ ๔ หรือเทียบเท่าขึ้นไปอย่างน้อย

๑ คน และควรมีผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้ชำนาญในกิจการนี้เข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย คณะกรรมการดัง

กล่าวต้องมีจำนวนไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมด จึงจะดำเนินการตามที่กำหนดไว้ได้

 

                        ข้อ  ๙๓  คณะกรรมการดำเนินการจ้างโดยวิธีตกลง มีหน้าที่พิจารณาข้อกำหนดของ

ผู้ให้บริการตามที่กำหนดไว้ในส่วนนี้ และให้รายงานผลการพิจารณาและความเห็นพร้อมด้วยเอกสารที่

ได้รับไว้ทั้งหมดต่อผู้สั่งจ้าง ผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ

 

การจ้างโดยวิธีคัดเลือก

 

                        ข้อ  ๙๔  การจ้างโดยวิธีคัดเลือก ได้แก่ การจ้างออกแบบและควบคุมงานโดยหน่วย

งานประกาศเชิญชวนการว่าจ้าง และคณะกรรมการดำเนินการจ้างจะพิจารณาคัดเลือกผู้ให้บริการที่มี

ข้อกำหนดเหมาะสมที่สุดเพื่อดำเนินการว่าจ้างต่อไป ทั้งนี้ให้ใช้กับการก่อสร้างอาคารที่มีวงเงินงบ

ประมาณค่าก่อสร้างตามโครงการหนึ่ง ๆ เกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท

 

                        ข้อ  ๙๕  ในการดำเนินการจ้างออกแบบและควบคุมงาน โดยการจ้างโดยวิธีคัด

เลือกแต่ละครั้งให้ผู้สั่งจ้างแต่งตั้งกรรมการรับซองเสนองาน และกรรมการดำเนินการจ้างโดยวิธีคัดเลือก

                        คณะกรรมการรับซองเสนองานให้ประกอบด้วยประธาน ๑ คน และกรรมการอื่นอีก

อย่างน้อย ๒ คน ปกติให้เป็นข้าราชการตั้งแต่ระดับ ๓ หรือเทียบเท่าขึ้นไปอย่างน้อย ๒ คน

                        คณะกรรมดำเนินการจ้างโดยวิธีคัดเลือก ให้ประกอบด้วยประธาน ๑ คน และ

กรรมการอื่นอีกอย่างน้อย ๒ คน ปกติให้เป็นข้าราชการตั้งแต่ระดับ ๔ หรือเทียบเท่าขึ้นไป อย่างน้อย ๒

คน และควรมีผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้ชำนาญในกิจการนี้เข้าร่วมด้วย

                        คณะกรรมการดังกล่าวในข้อนี้ ต้องมีจำนวนไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมดจึง

จะดำเนินการตามที่กำหนดไว้ได้

 

                        ข้อ  ๙๖  คณะกรรมการรับซองเสนองานการจ้างโดยวิธีคัดเลือก มีหน้าที่ดังนี้

                        (๑)  รับซองเสนองานจากผู้ให้บริการและบันทึกไว้ที่หน้าซองว่าเป็นผู้ให้บริการราย

ใดแล้วลงบัญชีไว้เป็นหลักฐาน

                        (๒)  มอบซองเสนองานในสภาพเดิมต่อคณะกรรมการดำเนินการจ้างโดยวิธีคัดเลือก

และเมื่อพ้นกำหนดเวลารับซองเสนองานแล้ว ห้ามรับซองเสนองานจากผู้ให้บริการรายหนึ่งรายใดอีก

เป็นอันขาด

 

                        ข้อ  ๙๗  คณะกรรมการดำเนินการจ้างโดยวิธีคัดเลือก มีหน้าที่ดังนี้

                        (๑)  เมื่อคณะกรรมการดำเนินการจ้างโดยวิธีคัดเลือกมาครบองค์ประชุมแล้ว จึงเปิด

ซองเสนองานตามที่คณะกรรมการรับซองเสนองานการจ้างโดยวิธีคัดเลือกมอบให้

                        (๒)  พิจารณาข้อกำหนดของผู้ให้บริการตามที่กำหนดไว้ในส่วนนี้ คุณวุฒิและ

ประวัติการทำงาน จำนวนสถาปนิกและหรือวิศวกรที่ประจำและไม่ประจำ หลักฐานแสดงผลงานที่ได้

เคยปฏิบัติมาแล้วของผู้ให้บริการและลงลายมือชื่อกำกับไว้ในใบเสนองานเพื่อเป็นหลักฐาน

                        (๓)  เมื่อได้พิจารณาเสร็จแล้วเห็นสมควรดำเนินการต่อไปประการใดให้รายงานต่อผู้

สั่งจ้างผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุพร้อมด้วยหลักฐาน ตามปกติคณะกรรมการควรเสนอจ้างผู้ที่มีข้อ

กำหนดเหมาะสมที่สุด เว้นแต่ผู้ให้บริการดังกล่าวไม่สามารถรับงานในกรณีใดก็ตาม ให้คณะกรรมการ

เสนอผู้ให้บริการที่มีข้อกำหนดเหมาะสมรายถัดไป

 

การจ้างโดยวิธีคัดเลือกแบบจำกัดข้อกำหนด

 

                        ข้อ  ๙๘  การจ้างโดยวิธีคัดเลือกแบบจำกัดข้อกำหนด ได้แก่ การว่าจ้างออกแบบ

และควบคุมงานที่หน่วยงานประกาศเชิญชวนการว่าจ้าง และคณะกรรมการดำเนินการจ้างโดยวิธีคัด

เลือกแบบจำกัดข้อกำหนดพิจารณาคัดเลือกผู้ให้บริการที่เป็นนิติบุคคล โดยคำนึงถึงฐานะทางนิติบุคคล

คุณวุฒิและประวัติการทำงาน จำนวนสถาปนิกและหรือวิศวกรที่ประจำและไม่ประจำ หลักฐานแสดงผล

งานที่ได้เคยปฏิบัติมาแล้ว ตลอดจนแนวความคิดในการออกแบบ เพื่อดำเนินการจ้างต่อไป ทั้งนี้ให้ใช้

กับการก่อสร้างอาคารที่มีวงเงินงบประมาณค่าก่อสร้างตามโครงการหนึ่ง ๆ เกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท

 

                        ข้อ  ๙๙  ในการดำเนินการจ้างออกแบบและควบคุมงานโดยวิธีการจ้างแบบจำกัด

ข้อกำหนดแต่ละครั้ง ให้ผู้สั่งจ้างแต่งตั้งคณะกรรมการรับซอง และคณะกรรมการดำเนินการจ้างโดยวิธี

คัดเลือกแบบจำกัดข้อกำหนด องค์ประกอบของคณะกรรมการแต่ละคณะ คุณวุฒิหรือผู้ชำนาญในคณะ

กรรมการดำเนินการจ้างโดยวิธีคัดเลือกแบบจำกัดข้อกำหนด หน้าที่ของคณะกรรมการรับซองเสนองาน

การจ้างโดยคัดเลือกแบบจำกัดข้อกำหนดให้นำความในข้อ ๙๕ และหรือข้อ ๙๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

 

                        ข้อ  ๑๐๐  คณะกรรมการดำเนินการจ้างโดยวิธีคัดเลือกแบบจำกัดข้อกำหนด มีหน้า

ที่ดังนี้

                        (๑)  เมื่อคณะกรรมการดำเนินการจ้างโดยวิธีคัดเลือกแบบจำกัดข้อกำหนดมาครบ

องค์ประชุมแล้ว จึงเปิดซองเสนองานตามที่คณะกรรมการรับซองเสนองานมอบให้

                        (๒)  พิจารณาข้อกำหนดต่าง ๆ ดังนี้

                               ก.  ข้อกำหนดของผู้ให้บริการตามที่กำหนดไว้ในส่วนนี้

                               ข.  คุณวุฒิและประวัติการทำงาน จำนวนสถาปนิกและหรือวิศวกรที่ประจำและ

ไม่ประจำ

                               ค.  หลักฐานแสดงผลงานที่ได้เคยปฏิบัติมาแล้ว

                               ง.  แนวความคิดในการออกแบบ

                        (๓)  พิจารณาคัดเลือกผู้ให้บริการที่มีข้อกำหนดเหมาะสมไว้เป็นจำนวนไม่น้อยกว่า

๒ ราย และแจ้งวิธีดำเนินการเสนองานตามความประสงค์ของหน่วยงานแก่ผู้เสนองาน และอาจ

พิจารณากำหนดให้ผู้ให้บริการดังกล่าวยื่นเสนอแบบร่างของงานก็ได้ อนึ่ง การพิจารณาคัดเลือกข้อ

เสนองานให้คำนึงถึงแผนปฏิบัติงานความเหมาะสมทางด้านประโยชน์ใช้สอย ตลอดจนสายงานและ

ความเหมาะสมทางด้านสถาปัตยกรรม และลงลายมือชื่อกำกับไว้ในใบเสนองานเพื่อเป็นหลักฐาน

                        (๔)  เมื่อได้พิจารณาเสร็จแล้ว เห็นสมควรดำเนินการต่อไปประการใดและสมควร

เลือกผู้ให้บริการรายหนึ่งรายใด ให้รายงานต่อผู้สั่งจ้าง ผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ พร้อมด้วยหลักฐาน

 

การจ้างโดยวิธีพิเศษ

 

                        ข้อ  ๑๐๑  การจ้างโดยวิธีพิเศษ มี ๒ ลักษณะ ดังนี้

                        (๑)  วิธีเลือกจ้าง ได้แก่ การจ้างออกแบบและควบคุมงานในกรณีที่มีความจำเป็นเร่ง

ด่วน หากจะดำเนินการว่าจ้างตามวิธีอื่นดังกล่าวมาแล้ว จะทำให้เกิดการล่าช้า เกิดความเสียกายแก่

กรุงเทพมหานคร ให้ปลัดกรุงเทพมหานครมีอำนาจตกลงจ้างผู้ให้บริการรายหนึ่งรายใดตามที่พิจารณา

เห็นสมควร

                        (๒)  การว่าจ้างโดยการประกวดแบบ ได้แก่ การว่าจ้างออกแบบอาคารที่มีลักษณะ

พิเศษเป็นที่เชิดชูคุณค่าทางด้านศิลปกรรมหรือสถาปัตยกรรมของชาติ เช่น อนุสาวรีย์ หรืองานออกแบบ

อาคารที่มีโครงสร้างขนาดใหญ่ เช่น สนามกีฬา ให้ผู้ว่าจ้างเสนอรายละเอียดเรื่องการจ้างออกแบบโดย

วิธีประกวดแบบต่อคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ

 

                        ข้อ  ๑๐๒  กรุงเทพมหานครมีสิทธิบอกเลิกการคัดเลือกผู้ให้บริการได้ในกรณีต่อไปนี้

                        (๑)  มีผู้ยื่นเสนองานน้อยกว่า ๒ ราย

                        (๒)  ผู้ให้บริการยื่นเสนองานไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของกรุงเทพมหานคร

 

                        ข้อ  ๑๐๓  ให้หน่วยงานส่งหนังสือแจ้งผลการตัดสินคัดเลือก และนัดหมายการทำ

สัญญาไปยังผู้ให้บริการรายที่ได้รับการคัดเลือกโดยเร็ว

 

การประกาศเชิญชวน

 

                        ข้อ  ๑๐๔  การประกาศเชิญชวนการว่าจ้างกระทำได้ ๓ วิธี คือ

                        (๑)  ปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผย

                        (๒)  ประกาศทางสื่อสารมวลชน เช่น ลงประกาศในหนังสือพิมพ์หรือประกาศทาง

วิทยุกระจายเสียง

                        (๓)  ส่งประกาศไปยังสมาคมวิชาชีพสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมหรือสำนักงานที่

ประกอบธุรกิจดังกล่าว

                        การจะประกาศด้วยวิธีใดให้พิจารณาตามความจำเป็นและความเหมาะสมของกิจ

การเป็นเรื่อง ๆ ไป

 

                        ข้อ  ๑๐๕  ให้เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำประกาศเชิญชวนโดยอย่างน้อยให้แสดงรายการ

ดังต่อไปนี้

                        (๑)  ความต้องการด้านประโยชน์ใช้สอยของอาคารและขอบเขตของที่ดินและสิ่ง

ปลูกสร้าง

                        (๒)  กำหนดวัน เวลา สถานที่เปิดและปิดรับซองเสนองาน

                        (๓)  เงื่อนไขและระยะเวลาการออกแบบ

                        (๔)  กำหนดให้ผู้เสนองานวางหลักประกันซอง ตามชนิดและจำนวนในข้อ ๑๓๕

และข้อ ๑๓๖ และให้มีเงื่อนไขว่า ถ้าผู้เข้าประกวดราคาถอนการเสนองาน หรือไม่ไปทำสัญญากับ

กรุงเทพมหานครภายในกำหนดกรุงเทพมหานครจะริบหลักประกันซองหรือเรียกร้องจากธนาคารผู้

ค้ำประกันและสงวนสิทธิ์ที่จะถือว่าผู้ที่ไม่ไปทำสัญญากับกรุงเทพมหานครเป็นผู้ทิ้งงานด้วย

                        (๕)  การวินิจฉัยของคณะกรรมการให้ถือเป็นเด็ดขาด

 

การเสนองาน

 

                        ข้อ  ๑๐๖  ผู้ให้บริการที่เสนองานการจ้างโดยวิธีคัดเลือก และการจ้างโดยวิธีคัด

เลือกแบบจำกัด ข้อกำหนด นอกจากจะต้องส่งข้อเสนอให้แก่หน่วยงานยังต้องยื่นหลักฐานประกอบการ

เสนองานดังนี้

                        (๑)  ข้อกำหนดของผู้ให้บริการตามที่กำหนดไว้ในส่วนนี้

                        (๒)  คุณวุฒิและประวัติการทำงาน จำนวนสถาปนิกและหรือวิศวกรที่ประจำและไม่

ประจำ

                        (๓)  หลักฐานแสดงผลงานที่เคยปฏิบัติมาแล้ว

                        (๔)  หลักประกันการเสนองาน

                        เมื่อการคัดเลือกการว่าจ้างเสร็จสิ้นแล้ว ให้ส่งข้อเสนอและหลักฐานต่าง ๆ ดังกล่าว

คืนแก่ผู้ให้บริการที่ไม่ได้รับการคัดเลือก

 

                        ข้อ  ๑๐๗  ผู้ให้บริการที่เป็นบุคคลธรรมดาจะต้องมีสัญชาติไทย และเป็นผู้ที่ได้รับใบ

อนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมและหรือวิศวกรรมสำหรับงานว่าจ้างตามที่กำหนด โดยกฎหมาย

ว่าด้วยวิชาชีพสถาปัตยกรรมและหรือวิศวกรรมแล้วแต่กรณี และไม่เป็นข้าราชการประจำหรือลูกจ้าง

ของส่วนราชการ หรือพนักงานเทศบาล รัฐวิสาหกิจ หรือพนักงานขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น

                        ผู้ให้บริการที่เป็นนิติบุคคล กรรมการผู้จัดการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการของนิติบุคคลนั้น

จะต้องเป็นคนไทย และเป็นนิติบุคคลที่มีผู้ถือหุ้นเป็นคนไทยเกินร้อยละ ๕๐ ของทุนการจัดตั้งนิติบุคคล

นั้น

 

ผู้มีอำนาจสั่งจ้าง

 

                        ข้อ  ๑๐๘  การสั่งจ้างออกแบบและควบคุมงานครั้งหนึ่ง ให้เป็นอำนาจของผู้ดำรง

ตำแหน่งและภายในวงเงินดังต่อไปนี้

                        (๑)  ผู้อำนวยการสำนัก ไม่เกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท

                        (๒)  ปลัดกรุงเทพมหานคร เกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท

 

                        ข้อ  ๑๐๙  กรุงเทพมหานครอาจริบหลักประกัน หรือใช้สิทธิเรียกร้องเอาจากผู้ค้ำ

ประกันการเสนองานที่ผู้รับจ้างนำมามอบไว้กับผู้ว่าจ้างได้ในกรณีดังนี้

                        (๑)  ผู้รับจ้างหลีกเลี่ยงการทำสัญญาในระยะเวลาที่กำหนด

                        (๒)  กรุงเทพมหานครไม่สามารถส่งใบแจ้งให้มาทำสัญญาได้เนื่องจาก

                               ก.  ผู้รับจ้างเลิกหรือหยุดกิจการ

                               ข.  ในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา บุคคลนั้นถูกระงับใบอนุญาตประกอบ

วิชาชีพสถาปัตยกรรมและหรือวิศวกรรม

                        (๓)  ผู้รับจ้างผิดสัญญา และกรุงเทพมหานครได้บอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้างแล้ว

 

การตรวจและรับมอบงาน

 

                        ข้อ  ๑๑๐  ในการจ้างออกแบบและควบคุมงานแต่ละครั้งให้ผู้สั่งจ้างแต่งตั้งคณะ

กรรมการตรวจและรับมอบงานเพื่อปฏิบัติการตามที่กำหนดไว้ในส่วนนี้

                        คณะกรรมการตรวจและรับมอบงาน ประกอบด้วยประธาน ๑ คน และกรรมการอื่น

อีกอย่างน้อย ๒ คน ปกติให้เป็นข้าราชการตั้งแต่ระดับ ๔ หรือเทียบเท่าขึ้นไปอย่างน้อย ๒ คน และ

ควรให้มีผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้ชำนาญในกิจการนั้นเข้าร่วมเป็นกรรมการด้วยทุกครั้ง

                        คณะกรรมการดังกล่าวต้องมีจำนวนไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมดจึงจะ

ดำเนินการตามที่กำหนดไว้ได้

 

                        ข้อ  ๑๑๑  คณะกรรมการตรวจและรับมอบงาน มีหน้าที่ตรวจและควบคุมงานออก

แบบและก่อสร้างอาคารว่าถูกต้องตามเกณฑ์ที่ระบุไว้ในสัญญา

                        เมื่อตรวจเห็นเป็นการถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้ทำใบรับรองผลการปฏิบัติงานโดยลง

ชื่อไว้เป็นหลักฐานอย่างน้อย ๒ ฉบับ มอบให้แก่ผู้รับจ้าง ๑ ฉบับ และเจ้าหน้าที่พัสดุ ๑ ฉบับ เพื่อทำการ

เบิกจ่ายเงินและรายงานให้ผู้สั่งจ้างทราบ

 

การควบคุมงาน

 

                        ข้อ  ๑๑๒  ผู้รับจ้างจะต้องจัดผู้ควบคุมงานที่มีความรู้และมีความชำนาญงานการก่อ

สร้างให้เหมาะสมกับสภาพงานการก่อสร้างนั้น ๆ

                        ผู้รับจ้างจะต้องส่งรายชื่อผู้ควบคุมงาน ผู้ตรวจการหรือผู้แทนให้กรุงเทพมหานครให้

ความเห็นชอบและในกรณีที่ผู้ควบคุมงานไม่สามารถปฏิบัติงานตามความในวรรคหนึ่ง ผู้รับจ้างจะต้อง

เสนอชื่อผู้ควบคุมงานปฏิบัติงานแทน ผู้ที่ปฏิบัติงานแทนในกรณีดังกล่าวจะต้องได้รับความยินยอมจาก

กรุงเทพมหานคร

 

ค่าออกแบบและควบคุมงาน

 

                        ข้อ  ๑๑๓  การจ่ายเงินค่าออกแบบและควบคุมงาน ให้เป็นไปตามอัตราดังนี้

                        (๑)  อาคารที่มีงบประมาณค่าก่อสร้าง ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ให้จ่ายค่าออก

แบบหรือค่าคุมงาน อย่างใดอย่างหนึ่งในอัตราไม่เกินร้อยละ ๒ ของวงเงินงบประมาณค่าก่อสร้าง

                        (๒)  อาคารที่มีงบประมาณค่าก่อสร้าง เกิน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท สำหรับในส่วนที่

เกิน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทให้จ่ายค่าออกแบบหรือค่าคุมงาน  อย่างใดอย่างหนึ่ง ในอัตราไม่เกินร้อยละ

๑.๗๕ ของวงเงินงบประมาณค่าก่อสร้าง

                        การจ่ายเงินค่าออกแบบและควบคุมงานตามความในวรรคหนึ่ง ไม่รวมถึงค่าสำรวจ

และวิเคราะห์ดินฐานราก

 

                        ข้อ  ๑๑๔  ในกรณีที่กรุงเทพมหานครจะนำแบบแปลนรายละเอียดงานจ้างไปดำเนิน

การก่อสร้างนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในสัญญา ให้หน่วยงานจ่ายเงินค่าจ้างแก่ผู้รับจ้างตามอัตราที่

คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุพิจารณากำหนดเป็นราย ๆ ไป

 

                        ข้อ  ๑๑๕  ห้ามผู้รับจ้าง นำแบบแปลนรายละเอียดงานออกแบบและควบคุมงานที่

ได้ทำสัญญากับผู้ว่าจ้างแล้วไปให้ผู้อื่นดำเนินการก่อสร้างอีก

 

                        ข้อ  ๑๑๖  ระหว่างดำเนินการตามสัญญาจ้าง ผู้สั่งจ้างอาจขอให้ผู้รับจ้างเปลี่ยน

แปลงแก้ไขเล็ก ๆ น้อย ๆ ในส่วนที่ไม่กระทบกระเทือนโครงสร้างที่สำคัญของอาคาร ระบบไฟฟ้า

ระบบปรับอากาศ น้ำประปา ของงานที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบตามงวดงานในสัญญาแล้วโดยไม่คิดค่า

ใช้จ่ายเพิ่มอีก

                        ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่สำคัญให้ผู้สั่งจ้างเสนอขอ

อนุมัติคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุก่อน

 

 

 

                                                            ส่วนที่ ๕

                                                         การแลกเปลี่ยน

                                                ----------------------------------

 

                        ข้อ  ๑๑๗  การแลกเปลี่ยนพัสดุจะกระทำมิได้ เว้นแต่ ในกรณีที่หัวหน้าหน่วยงาน

เห็นว่ามีความจำเป็นจะต้องแลกเปลี่ยน ให้กระทำได้เฉพาะการแลกเปลี่ยนครุภัณฑ์กับครุภัณฑ์และการ

แลกเปลี่ยนวัสดุกับวัสดุตามหลักเกณฑ์ดังนี้

                        (๑)  การแลกเปลี่ยนครุภัณฑ์กับครุภัณฑ์ประเภทและชนิดเดียวกัน

                        (๒)  การแลกเปลี่ยนครุภัณฑ์กับครุภัณฑ์ต่างประเภทหรือต่างชนิดกัน

                        (๓)  การแลกเปลี่ยนวัสดุกับวัสดุประเภทและชนิดเดียวกันที่ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม

 

                        ข้อ  ๑๑๘  การแลกเปลี่ยนพัสดุระหว่างหน่วยงานด้วยกัน หรือระหว่างหน่วยงานกับ

การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร ให้เป็นอำนาจของปลัดกรุงเทพมหานคร

                        การแลกเปลี่ยนพัสดุกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน ให้รายงานผู้ว่าราชการ

กรุงเทพมหานครเพื่อพิจารณาสั่งการ โดยให้มีรายการดังนี้

                        (๑)  เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องแลกเปลี่ยน

                        (๒)  รายละเอียดของพัสดุที่จะนำไปแลกเปลี่ยน

                        (๓)  ราคาที่ซื้อหรือได้มาของพัสดุที่จะนำไปแลกเปลี่ยน และราคาที่จะแลกเปลี่ยนได้

โดยประมาณ

                        (๔)  พัสดุที่จะรับแลกเปลี่ยน และให้ระบุว่าจะแลกเปลี่ยนกับส่วนราชการ รัฐ

วิสาหกิจ หรือเอกชนใด

                        (๕)  ข้อเสนออื่น ๆ (ถ้ามี)

                        ในกรณีที่จะแลกเปลี่ยนกับเอกชน ให้ระบุวิธีที่จะแลกเปลี่ยนพร้อมทั้งเหตุผล โดยให้

นำวิธีการซื้อมาใช้โดยอนุโลม เว้นแต่การแลกเปลี่ยนพัสดุที่จะนำไปแลกครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาซื้อหรือได้มา

รวมกันไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท จะใช้วิธีตกลงราคาก็ได้

 

                        ข้อ  ๑๑๙  การแลกเปลี่ยนพัสดุกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน ให้ผู้ว่าราช

การกรุงเทพมหานครแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่ง

ตั้งแต่ระดับ ๔ ขึ้นไป หรือพนักงานการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครซึ่งมีอัตราเงินเดือนไม่น้อยกว่า

อัตราเงินเดือนขั้นต่ำของข้าราชการระดับ ๔ แล้วแต่กรณี อย่างน้อย ๓ คน เพื่อดำเนินการดังนี้

                        (๑)  ตรวจสอบและประเมินราคาพัสดุที่ต้องการแลกเปลี่ยนตามสภาพปัจจุบันของ

พัสดุนั้น

                        (๒)  ตรวจสอบรายละเอียดพัสดุที่จะได้รับจากการแลกเปลี่ยนว่าเป็นของใหม่ที่ยังไม่

เคยใช้งานมาก่อน เว้นแต่พัสดุเก่าที่จะได้รับจากการแลกเปลี่ยนนั้นจะเป็นความจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่

กรุงเทพมหานครหรือไม่ทำให้กรุงเทพมหานครต้องเสียประโยชน์

                        (๓)  เปรียบเทียบราคากับพัสดุที่จะแลกเปลี่ยนกัน โดยพิจารณาจากราคาที่ประเมิน

ตาม (๑) และราคาพัสดุที่จะได้รับจากการแลกเปลี่ยน ซึ่งถือตามราคากลางหรือราคามาตรฐานหรือ

ราคาในท้องตลาดโดยทั่วไป

                        (๔)  กรณีแลกเปลี่ยนพัสดุกับเอกชน ให้ต่อรองราคากับรายที่คณะกรรมการเห็นสม

ควรแลกเปลี่ยน

                        (๕)  เสนอความเห็นต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเพื่อพิจารณาสั่งการ

                        (๖)  ตรวจรับพัสดุโดยปฏิบัติตามข้อ ๖๖ โดยอนุโลม

                        เมื่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอนุมัติให้แลกเปลี่ยนพัสดุแล้ว ให้ทำสัญญาแลก

เปลี่ยนเป็นหนังสือตามแบบที่คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุกำหนด ในกรณีที่ไม่อาจทำสัญญาแลก

เปลี่ยนตามแบบดังกล่าวได้ให้นำความในข้อ ๑๒๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

                        การแลกเปลี่ยนพัสดุกับส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ จะไม่ทำสัญญาตามวรรคสองก็

ได้ โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่จะตกลงกับส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ

นั้น ๆ แต่ต้องมีหลักฐานการส่งมอบและรับมอบเป็นหนังสือไว้ต่อกัน

 

                        ข้อ  ๑๒๐  การแลกเปลี่ยนพัสดุในกรณีที่ต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้น ให้กระทำได้เมื่อมีงบ

ประมาณสำหรับการนั้นแล้ว ถ้าได้รับเงินจากการแลกเปลี่ยนให้ปฏิบัติดังนี้

                        (๑)  ถ้าพัสดุนั้นจัดหาโดยงบประมาณรายจ่ายทั้งหมดหรือบางส่วน ให้นำส่งเป็นเงิน

รายได้ของกรุงเทพมหานคร

                        (๒)  ถ้าพัสดุนั้นจัดหาโดยเงินนอกงบประมาณประเภทใด ให้นำส่งเป็นเงินนอกงบ

ประมาณประเภทนั้น

 

                        ข้อ  ๑๒๑  ครุภัณฑ์ที่ได้รับจากการแลกเปลี่ยนเมื่อลงทะเบียนครุภัณฑ์แล้วให้หน่วย

งานที่ได้รับครุภัณฑ์นั้นแจ้งให้สำนักการคลังทราบภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันได้รับครุภัณฑ์

                        ในกรณีการแลกเปลี่ยนครุภัณฑ์กับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน ให้แจ้งให้

สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินทราบภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันได้รับครุภัณฑ์พร้อมกับส่งสำเนาหลักฐาน

การดำเนินการตามข้อ ๑๑๙ และการอนุมัติของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไปด้วย

 

 

 

                                                                    ส่วนที่ ๖

                                                                     การเช่า

                                                    ---------------------------------

 

                        ข้อ  ๑๒๒  การเช่าสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ที่

กำหนดไว้ในหมวดนี้นอกเหนือจากข้อ ๑๒๕ ให้ปลัดกรุงเทพมหานครพิจารณาดำเนินการได้ตามความ

เหมาะสมและจำเป็น โดยสำหรับการเช่าสังหาริมทรัพย์ให้นำข้อกำหนดเกี่ยวกับการซื้อมาใช้โดยอนุโลม

                        ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องจ่ายเงินค่าเช่าล่วงหน้าในการเช่าอสังหาริมทรัพย์และ

สังหาริมทรัพย์ให้กระทำได้เฉพาะกรณีการเช่าซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน ๓ ปี ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

                        (๑)  การเช่าจากส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ จ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๕๐ ของค่าเช่าทั้ง

สัญญา

                        (๒)  การเช่าจากเอกชนจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของค่าเช่าทั้งสัญญา

                        การจ่ายเงินค่าเช่าล่วงหน้านอกเหนือจากหลักเกณฑ์ข้างต้น ให้ผู้ว่าราชการ

กรุงเทพมหานครมีอำนาจอนุมัติให้จ่ายได้เป็นราย ๆ ไป

 

การเช่าอสังหาริมทรัพย์

 

                        ข้อ  ๑๒๓  การเช่าอสังหาริมทรัพย์ ให้กระทำได้ในกรณีดังต่อไปนี้

                        (๑)  เช่าที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ในราชการของกรุงเทพมหานคร

                        (๒)  เช่าสถานที่เพื่อใช้เป็นที่ทำการในกรณีที่ไม่มีสถานที่ของกรุงเทพมหานครหรือมี

แต่ไม่เพียงพอและถ้าสถานที่เช่านั้นกว้างขวางพอ จะใช้เป็นที่พักของผู้ซึ่งมีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านตาม

ระเบียบของทางราชการด้วยก็ได้

                        (๓)  เช่าสถานที่เพื่อใช้เป็นที่พักสำหรับผู้มีสิทธิเบิกค่าเช่าที่พักตามระเบียบของทาง

ราชการในกรณีที่ต้องการประหยัดเงินงบประมาณ

                        (๔)  เช่าสถานที่เพื่อใช้เป็นที่เก็บพัสดุของหน่วยงาน ในกรณีที่ไม่มีสถานที่เก็บเพียง

พอ

 

การเช่าให้ดำเนินการโดยวิธีตกลงราคา

 

                        ข้อ  ๑๒๔  ก่อนดำเนินการเช่า ให้เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำรายงานเสนอปลัด

กรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแล้วแต่กรณี ตามรายการดังต่อไปนี้

                        (๑)  เหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องเช่า

                        (๒)  ราคาค่าเช่าที่ผู้ให้เช่าเสนอ

                        (๓)  รายละเอียดของอสังหาริมทรัพย์ที่จะเช่า เช่น สภาพของสถานที่บริเวณที่

ต้องการใช้พร้อมทั้งภาพถ่าย (ถ้ามี) และราคาค่าเช่าครั้งหลังสุด เป็นต้น

                        (๔)  อัตราค่าเช่าของอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีขนาดและสภาพใกล้เคียงกับที่จะเช่า

(ถ้ามี)

                        ในกรณีกรุงเทพมหานครต้องการเช่าอสังหาริมทรัพย์ในส่วนภูมิภาค ให้หน่วยงาน

ขอความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของสถานที่และอัตราค่าเช่าจากจังหวัดนั้น ๆ เพื่อประกอบการ

พิจารณาด้วย

 

                        ข้อ  ๑๒๕  อสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีอัตราค่าเช่ารวมทั้งค่าบริการอื่นเกี่ยวกับการเช่าตาม

ที่จะกำหนดไว้ในสัญญาไม่เกินเดือนละ ๕๐,๐๐๐ บาท ให้ปลัดกรุงเทพมหานครเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ

ถ้าเกินเดือนละ ๕๐,๐๐๐ บาท ให้เป็นอำนาจของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

 

                                                                     ส่วนที่ ๗

                                                         สัญญาและหลักประกัน

                                                    ----------------------------------

 

สัญญา

 

                        ข้อ  ๑๒๖  การลงนามในสัญญาในการจัดหา ตามข้อบัญญัตินี้ เป็นอำนาจของผู้มี

อำนาจในการสั่งจัดหา และให้ทำเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษตามตัวอย่างที่คณะกรรมการว่าด้วย

การพัสดุกำหนด

                        การทำสัญญารายใดถ้าจำเป็นต้องมีข้อความหรือรายการแตกต่างไปจากตัวอย่าง

สัญญาที่คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุกำหนด โดยมีสาระสำคัญตามที่กำหนดไว้ในตัวอย่างสัญญา

 และไม่ทำให้กรุงเทพมหานครเสียเปรียบ ก็ให้กระทำได้เว้นแต่ผู้มีอำนาจในการสั่งจัดหาเห็นว่าจะมี

ปัญหาในทางเสียเปรียบหรือไม่รัดกุมพอก็ให้ส่งร่างสัญญานั้นไปให้กองกฎหมายและคดี สำนักปลัด

กรุงเทพมหานครพิจารณาก่อน

                        ในกรณีที่ไม่อาจทำสัญญาตามตัวอย่างที่คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุกำหนดได้

และจำเป็นต้องร่างสัญญาขึ้นใหม่ต้องส่งร่างสัญญานั้นให้กองกฎหมายและคดีสำนักปลัด

กรุงเทพมหานครพิจารณาก่อน เว้นแต่ผู้มีอำนาจในการสั่งจัดหาเห็นสมควรทำสัญญาตามแบบที่เคย

ผ่านการพิจารณาของกองกฎหมายและคดีสำนักปลัดกรุงเทพมหานครมาแล้ว ก็ให้กระทำได้

                        สำหรับการเช่าซึ่งผู้เช่าจะต้องเสียเงินอื่นใดนอกจากค่าเช่า หรือในกรณีที่หัวหน้า

หน่วยงานหรือปลัดกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแล้วแต่กรณีเห็นว่าจะมีปัญหาใน

ทางเสียเปรียบหรือไม่รัดกุมพอ ให้ส่งร่างสัญญาให้กองกฎหมายและคดี สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร

ตรวจพิจารณาก่อน

                        ในกรณีจำเป็นต้องทำสัญญาเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ทำเป็นภาษาอังกฤษ แต่ต้อง

มีคำแปลตัวสัญญาและเอกสารแนบท้ายสัญญาเป็นภาษาไทยไว้ด้วย ให้ส่งร่างสัญญาให้สำนักงาน

อัยการสูงสุดตรวจพิจารณาก่อน เว้นแต่เป็นการทำสัญญาในกรณีที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเห็นว่า

เป็นสัญญาที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนให้ส่งร่างสัญญาให้กองกฎหมายและคดี สำนักปลัดกรุงเทพมหานครเป็น

ผู้ตรวจพิจารณาร่างสัญญาก็ได้

                        บรรดาสรรพเอกสารต่าง ๆ แนบท้ายสัญญาหรือประกอบสัญญา ให้ผู้รับจ้างจัดแปล

เป็นภาษาไทยให้กองกฎหมายและคดี สำนักปลัดกรุงเทพมหานครตรวจพิจารณาก่อน

 

                        ข้อ  ๑๒๗  การจัดหาในกรณีดังต่อไปนี้จะทำข้อตกลงเป็นหนังสือไว้ต่อกันก็ได้โดยให้

อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจในการสั่งจัดหา

                        (๑)  การซื้อ การจ้าง หรือการแลกเปลี่ยนโดยวิธีตกลงราคา

                        (๒)  การจัดหาที่คู่สัญญาสามารถส่งมอบพัสดุได้ครบถ้วนภายใน ๕ วันทำการของ

ทางราชการนับตั้งแต่วันถัดจากวันทำข้อตกลงเป็นหนังสือ

                        (๓)  การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีกรณีพิเศษ และการจัดหาจากส่วนราชการ

                        (๔)  การซื้อโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๒๐ (๑) (๒) และ (๓)

                        (๕)  การจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๒๑ (๑) (๒) และ (๓)

                        (๖)  การเช่าซึ่งผู้เช่าไม่ต้องเสียเงินอื่นใดนอกจากค่าเช่า

                        ในกรณีการจัดหาซึ่งมีราคาไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท หรือในกรณีการซื้อหรือการจ้างซึ่ง

ใช้วิธีดำเนินการตามข้อ ๓๕ วรรคสอง จะไม่ทำข้อตกลงเป็นหนังสือไว้ต่อกันก็ได้

 

                        ข้อ  ๑๒๘  การทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันใน

อัตราตายตัวระหว่างร้อยละ ๐.๐๑-๐.๒๐ ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ เว้นแต่การจ้างซึ่งต้องการผล

สำเร็จของงานทั้งหมดพร้อมกัน ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันเป็นจำนวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ

๐.๐๑-๐.๑๐ ของราคางานจ้างนั้น แต่จะต้องไม่ต่ำกว่าวันละ ๑๐๐ บาท

                        การกำหนดค่าปรับตามวรรคหนึ่งในอัตราหรือเป็นจำนวนเงินเท่าใด ให้อยู่ในดุลพินิจ

ของผู้มีอำนาจในการสั่งจัดหา โดยคำนึงถึงราคาและลักษณะของพัสดุซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการที่คู่

สัญญาของกรุงเทพมหานครจะหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามสัญญา

                        ในกรณีการจัดหาสิ่งของที่ประกอบกันเป็นชุด ถ้าขาดส่วนประกอบส่วนหนึ่งส่วนใด

ไปแล้วจะไม่สามารถใช้การได้โดยสมบูรณ์ แม้คู่สัญญาจะส่งมอบสิ่งของภายในกำหนดตามสัญญา แต่

ยังขาดส่วนประกอบบางส่วน ต่อมาได้ส่งมอบส่วนประกอบที่ยังขาดนั้นเกินกำหนดสัญญาให้ถือว่าไม่

ได้ส่งมอบสิ่งของนั้นเลยให้ปรับเต็มราคาของทั้งชุด

                        ในกรณีที่การจัดหาสิ่งของคิดราคารวมทั้งค่าติดตั้งหรือทดลองด้วย ถ้าติดตั้งหรือ

ทดลองเกินกว่ากำหนดตามสัญญาเป็นจำนวนวันเท่าใด ให้ปรับเป็นรายวันในอัตราที่กำหนดของราคา

ทั้งหมด

                        เมื่อครบกำหนดส่งมอบพัสดุตามสัญญาหรือข้อตกลง ให้หน่วยงานรีบแจ้งการเรียก

ค่าปรับตามสัญญาหรือข้อตกลงจากคู่สัญญา และเมื่อคู่สัญญาได้ส่งมอบพัสดุ ให้หน่วยงานบอกสงวน

สิทธิการเรียกค่าปรับในขณะที่รับมอบพัสดุนั้นด้วย

 

                        ข้อ  ๑๒๙  ให้หน่วยงานส่งสำเนาสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ ซึ่งมีมูลค่าตั้งแต่

๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และกรมสรรพากรภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันทำ

สัญญาหรือข้อตกลง

 

                        ข้อ  ๑๓๐  สัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือที่ได้ลงนามแล้ว จะแก้ไขเปลี่ยนแปลง

มิได้ เว้นแต่การแก้ไขนั้นจะเป็นความจำเป็นโดยไม่ทำให้กรุงเทพมหานครต้องเสียประโยชน์หรือเป็นการ

แก้ไขเพื่อประโยชน์แก่กรุงเทพมหานคร ให้อยู่ในอำนาจของปลัดกรุงเทพมหานครที่จะพิจารณาอนุมัติ

ให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ กรณีสัญญาหรือข้อตกลงที่มีวงเงินเกินอำนาจปลัดกรุงเทพมหานคร ให้ผู้ว่า

ราชการกรุงเทพมหานครพิจารณาอนุมัติ แต่ถ้ามีการเพิ่มวงเงินและทำให้วงเงินนั้นสูงเกินอำนาจสั่งการ

ของปลัดกรุงเทพมหานคร ให้เสนอผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพิจารณา แต่ทั้งนี้ จะต้องปฏิบัติตาม

กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือขอทำความตกลงในส่วนที่ใช้เงินกู้ หรือเงินช่วยเหลือ แล้วแต่

กรณีด้วย

                        การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาหรือข้อตกลงตามวรรคหนึ่ง หากมีความจำเป็นต้อง

เพิ่มหรือลดวงเงินหรือเพิ่มหรือลดระยะเวลาส่งมอบของหรือระยะเวลาในการทำงาน ให้ตกลงพร้อมกัน

ไป

                        สำหรับการจัดหาที่เกี่ยวกับความมั่นคงแข็งแรง หรือทางเทคนิคเฉพาะอย่างจะต้อง

ได้รับการรับรองจากวิศวกร สถาปนิกและวิศวกร ผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งรับผิดชอบหรือ

สามารถรับรองคุณลักษณะเฉพาะแบบและรายการของงานก่อสร้างหรืองานเทคนิคเฉพาะอย่างนั้น

แล้วแต่กรณีด้วย

 

                        ข้อ  ๑๓๑  ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพิจารณาใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาหรือข้อ

ตกลงในกรณีที่มีเหตุอันเชื่อได้ว่า ผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด

                        การตกลงกับคู่สัญญาที่จะบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง ให้ผู้ว่าราชการ

กรุงเทพมหานครพิจารณาได้เฉพาะกรณีที่เป็นประโยชน์แก่กรุงเทพมหานครโดยตรง หรือเพื่อแก้ไขข้อ

เสียเปรียบของกรุงเทพมหานครในการที่จะปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงนั้นต่อไป

 

                        ข้อ   ๑๓๒  ในกรณีที่คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงได้และจะ

ต้องมีการปรับตามสัญญาหรือข้อตกลงนั้น หากจำนวนเงินค่าปรับจะเกินร้อยละ ๑๐ ของวงเงินค่าพัสดุ

หรือค่าจ้าง ให้หน่วยงานเสนอผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพิจารณาดำเนินการบอกเลิกสัญญาหรือข้อ

ตกลง เว้นแต่คู่สัญญาจะได้ยินยอมเสียค่าปรับให้แก่กรุงเทพมหานคร โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น ให้ผู้

ว่าราชการกรุงเทพมหานครพิจารณาผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาได้เท่าที่จำเป็น

 

                        ข้อ  ๑๓๓  การงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทำการตาม

สัญญาหรือข้อตกลงให้อยู่ในอำนาจของปลัดกรุงเทพมหานครที่จะพิจารณา แต่ถ้าวงเงินในการสั่งการ

ให้จัดหาครั้งนั้นเกินอำนาจของปลัดกรุงเทพมหานคร ให้เสนอผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพิจารณา

และให้พิจารณาได้ตามจำนวนวันที่มีเหตุเกิดขึ้นจริงเฉพาะกรณีดังต่อไปนี้

                        (๑)  เหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของกรุงเทพมหานคร

                        (๒)  เหตุสุดวิสัย

                        (๓)  เหตุเกิดจากพฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย

                        ให้หน่วยงานระบุไว้ในสัญญากำหนดให้คู่สัญญาต้องแจ้งเหตุดังกล่าวให้

กรุงเทพมหานครทราบ ภายใน ๑๕ วัน นับแต่เหตุนั้นได้สิ้นสุดลง หากมิได้แจ้งภายในเวลาที่กำหนด คู่

สัญญาจะยกมากล่าวอ้างเพื่อขอลดหรืองดค่าปรับ หรือขอขยายเวลาในภายหลังมิได้  เว้นแต่กรณีตาม

(๑) ซึ่งมีหลักฐานชัดแจ้งหรือกรุงเทพมหานครทราบดีอยู่แล้วตั้งแต่ต้น

 

                        ข้อ  ๑๓๔  ในกรณีที่ไม่มีข้อบัญญัติกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ และเป็นความจำเป็น

เพื่อประโยชน์แก่กรุงเทพมหานครที่จะใช้สิทธิตามเงื่อนไขของสัญญาหรือข้อตกลง หรือข้อกฎหมายให้

อยู่ในดุลพินิจของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่จะใช้สิทธิดังกล่าวสั่งการได้ตามความจำเป็น

 

หลักประกัน

 

                        ข้อ  ๑๓๕  หลักประกันซองหรือหลักประกันสัญญา ให้ใช้หลักประกันอย่างหนึ่ง

อย่างใด ดังต่อไปนี้

                        (๑)  เงินสด

                        (๒)  เช็คที่ธนาคารเซ็นสั่งจ่าย ซึ่งเป็นเช็คลงวันที่ที่ใช้เช็คนั้น ชำระต่อ

กรุงเทพมหานครหรือก่อนวันนั้นไม่เกิน ๓ วันทำการ

                        (๓)  หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศตามตัวอย่างที่คณะกรรมการว่า

ด้วยการพัสดุกำหนด

                        (๔)  พันธบัตรรัฐบาลไทย

                        สำหรับหลักประกันซอง ให้ใช้หลักประกันได้อีก ๒ ประเภท คือ

                        (๑)  หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน

เพื่อการพาณิชย์และประกบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อ

บริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ส่วนราชการต่าง ๆ ทราบแล้ว โดยอนุโลมให้ใช้

ตามตัวอย่างหนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุกำหนด

                        (๒)  หนังสือค้ำประกันของธนาคารในต่างประเทศ ที่มีหลักฐานดีและผู้ว่าราชการ

กรุงเทพมหานครเชื่อถือ สำหรับการประกวดราคานานาชาติ

 

                        ข้อ  ๑๓๖  หลักประกันซองและหลักประกันสัญญาในข้อ ๑๓๕ ให้กำหนดมูลค่าเป็น

จำนวนเต็มในอัตราร้อยละ ๕ ของวงเงินหรือราคาพัสดุที่จัดหาครั้งนั้นแล้วแต่กรณี เว้นแต่การจัดหาพัสดุ

ที่ผู้สั่งจัดหาเห็นว่ามีความสำคัญเป็นพิเศษจะกำหนดอัตราสูงกว่าร้อยละ ๕ แต่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ก็ได้

                        ในการทำสัญญาจัดหาพัสดุที่มีระยะเวลาผูกพันตามสัญญาเกิน ๑ ปี และพัสดุนั้น

ไม่ต้องมีการประกันเพื่อความชำรุดบกพร่อง เช่น พัสดุใช้สิ้นเปลืองให้กำหนดหลักประกันในอัตราร้อย

ละ ๕ ของราคาพัสดุที่ส่งมอบในแต่ละปีของสัญญา โดยให้ถือว่าหลักประกันนี้เป็นการค้ำประกันตลอด

อายุสัญญา และหากในปีต่อไปราคาพัสดุที่ส่งมอบแตกต่างไปจากราคาในรอบปีก่อน ให้ปรับปรุงหลัก

ประกันตามอัตราส่วนที่เปลี่ยนแปลงไปนั้นก่อนครบรอบปี ในกรณีที่หลักประกันต้องปรับปรุงในทางที่

เพิ่มขึ้นและคู่สัญญาไม่นำหลักประกันมาเพิ่มให้ครบจำนวนภายใน ๑๕ วัน ก่อนการส่งมอบพัสดุงวด

สุดท้ายของปีนั้น ให้หน่วยงานหักจากเงินค่าพัสดุงวดสุดท้ายของปีนั้นที่กรุงเทพมหานครจะต้องจ่ายให้

เป็นหลักประกันในส่วนที่เพิ่มขึ้น

                        การกำหนดหลักประกันตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง จะต้องระบุไว้เป็นเงื่อนไขใน

เอกสารสอบราคาหรือเอกสารประกอบราคาหรือสัญญา และหรือในสัญญาด้วย

                        ในกรณีที่ผู้เสนอราคาหรือคู่สัญญาวางหลักประกันที่มีมูลค่าสูงกว่าที่กำหนดไว้ในข้อ

บัญญัติเอกสารสอบราคาหรือเอกสารประกวดราคาหรือสัญญา ให้อนุโลมรับได้

 

                        ข้อ  ๑๓๗  ในกรณีที่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ เป็นผู้เสนอราคาหรือเป็นคู่สัญญา

ไม่ต้องวางหลักประกัน

 

                        ข้อ  ๑๓๘  ให้หัวหน้าหน่วยงานคืนหลักประกันให้แก่ผู้เสนอราคา คู่สัญญาหรือผู้ค้ำ

ประกันตามหลักเกณฑ์ดังนี้

                        (๑)  หลักประกันซองให้คืนให้แก่ผู้เสนอราคาหรือผู้ค้ำประกันภายใน ๑๕ วัน นับแต่

วันที่ได้พิจารณาในเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้เสนอราคารายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดไม่เกิน

๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อได้ทำสัญญาหรือข้อตกลงหรือผู้เสนอราคาได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว

                        (๒)  หลักประกันสัญญาให้คืนให้แก่คู่สัญญาหรือผู้ค้ำประกันโดยเร็วและอย่างช้า

ต้องไม่เกิน ๑๕ วัน นับแต่วันที่คู่สัญญาพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาแล้ว

                        การจัดหาที่ไม่ต้องมีการประกันเพื่อความชำรุดบกพร่อง ให้คืนหลักประกันให้แก่คู่

สัญญาหรือผู้ค้ำประกันตามอัตราส่วนของพัสดุ ซึ่งหน่วยงานได้รับมอบไว้แล้ว แต่ทั้งนี้จะต้องระบุไว้เป็น

เงื่อนไขในเอกสารสอบราคาหรือเอกสารประกวดราคา และในสัญญาด้วย

                        การคืนหลักประกันที่เป็นหนังสือค้ำประกันของธนาคาร หรือหนังสือค้ำประกันของ

บริษัทเงินทุน ในกรณีที่ผู้เสนอราคาหรือคู่สัญญาไม่มารับภายในกำหนดเวลาข้างต้น ให้รีบส่งต้นฉบับ

หนังสือค้ำประกันให้แก่ผู้เสนอราคาหรือคู่สัญญา โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนโดยเร็ว พร้อมกับแจ้งให้

ธนาคารหรือบริษัทเงินทุนผู้ค้ำประกันทราบด้วย

 

                                                                      ส่วนที่ ๘

                                                             การลงโทษผู้ทิ้งงาน

                                                     -----------------------------------

 

                        ข้อ  ๑๓๙  ให้หัวหน้าหน่วยงานเสนอปลัดกรุงเทพมหานครเพื่อพิจารณาผู้ที่ได้รับ

การคัดเลือกแล้วไม่ยอมไปทำสัญญาหรือข้อตกลงภายในเวลาที่หน่วยงานกำหนดหรือคู่สัญญาของ

กรุงเทพมหานครไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงนั้น โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เป็นผู้ทิ้งงานและให้

หน่วยงานเจ้าของเรื่องรีบส่งชื่อผู้ทิ้งงานให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเพื่อพิจารณา หากเห็นด้วยให้

แจ้งเวียนให้หน่วยงานและส่วนราชการต่าง ๆ ทราบ พร้อมทั้งแจ้งผู้ทิ้งงานรายนั้นทางไปรษณีย์ลง

ทะเบียนในกรณีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไม่เห็นด้วยให้แจ้งผลการพิจารณาไปให้หน่วยงานเจ้าของ

เรื่องทราบ

                        ห้ามหน่วยงานก่อนิติสัมพันธ์กับผู้ทิ้งงานที่ได้แจ้งเวียนชื่อแล้ว เว้นแต่ผู้ว่าราชการ

กรุงเทพมหานครจะสั่งเพิกถอนการเป็นผู้ทิ้งงาน

                        ในกรณีที่มีเหตุอันสมควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำโดยไม่สุจริตหรือมีการสมยอมกันใน

การเข้าเสนอราคากับกรุงเทพมหานคร ให้พิจารณาลงโทษผู้เสนอราคาที่มีการกระทำดังกล่าว เสมือน

เป็นผู้ทิ้งงานและดำเนินการตามขั้นตอนในวรรคหนึ่งและวรรคสองโดยอนุโลม

 

 

 

                                                                       หมวด ๓

                                                   การควบคุมและการจำหน่ายพัสดุ

                                                                      ส่วนที่ ๑

                                                                       การยืม

                                                          --------------------------

 

                        ข้อ  ๑๔๐  ห้ามมิให้ผู้ใดยืมพัสดุของกรุงเทพมหานครไปใช้ เว้นแต่เป็นการใช้ในราช

การของกรุงเทพมหานคร การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร หรือการยืมใช้เพื่อประโยชน์ของส่วนราช

การ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานระหว่างประเทศ การศาสนา การกุศล ชุมชนตามระเบียบของ

กรุงเทพมหานคร หรือที่ปลัดกรุงเทพมหานครเห็นสมควร

 

                        ข้อ  ๑๔๑  การยืมพัสดุประเภทใช้คงรูปไปใช้ ให้ผู้ยืมทำหลักฐานการยืมเป็นลาย

ลักษณ์อักษรแสดงเหตุผลและกำหนดวันส่งคืน โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้

                        (๑)  การยืมระหว่างหน่วยงาน จะต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าหน่วยงานซึ่งรับผิด

ชอบพัสดุนั้น

                        (๒)  การให้บุคคลยืมใช้ภายในหน่วยงานเดียวกันต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าหน่วย

งานซึ่งรับผิดชอบพัสดุนั้น แต่ถ้ายืมไปใช้นอกสถานที่ต้องได้รับอนุมัติจากปลัดกรุงเทพมหานคร

                        (๓)  การให้การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงาน

ระหว่างประเทศ องค์การศาสนา องค์การกุศล ชุมชนตามระเบียบของกรุงเทพมหานคร ยืมไปใช้

จะต้องได้รับอนุมัติจากปลัดกรุงเทพมหานคร

                        (๔)  การให้ยืมนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ใน (๑) (๒) และ (๓) จะต้องได้รับอนุมัติ

จากปลัดกรุงเทพมหานคร

 

                        ข้อ  ๑๔๒  ผู้ยืมพัสดุประเภทใช้คงรูป จะต้องนำพัสดุนั้นมาส่งคืนให้ในสภาพที่ใช้

การได้เรียบร้อย หากเกิดชำรุดเสียหาย หรือใช้การไม่ได้ หรือสูญหายไป ให้ผู้ยืมจัดการแก้ไขซ่อมแซม

ให้คงสภาพเดิมโดยเสียค่าใช้จ่ายของตนเอง หรือชดใช้เป็นพัสดุประเภท ชนิด ขนาด ลักษณะ และ

คุณภาพอย่างเดียวกัน หรือชดใช้เป็นเงินตามราคาที่เป็นอยู่ในขณะยืมตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ

ว่าด้วยการพัสดุกำหนด เว้นแต่เป็นการชำรุดเสียหายตามสภาพการใช้งาน และผู้ยืมจะต้องรักษาทรัพย์

สินที่ยืมอย่างเช่นวิญญูชนจะพึงรักษาทรัพย์สินของตนเอง

 

                        ข้อ  ๑๔๓  การยืมพัสดุประเภทใช้สิ้นเปลืองระหว่างหน่วยงานให้กระทำได้เฉพาะ

เมื่อหน่วยงานผู้ยืมมีความจำเป็นต้องใช้พัสดุนั้นเป็นการรีบด่วน จะดำเนินการจัดหาได้ไม่ทันการและ

หน่วยงานผู้ให้ยืมมีพัสดุนั้น ๆ พอที่จะให้ยืมได้ โดยไม่เป็นการเสียหายแก่หน่วยงานของตนและให้มี

หลักฐานการยืมเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งนี้โดยปกติหน่วยงานผู้ยืมจะต้องจัดหาพัสดุเป็นประเภท ชนิด

และปริมาณเช่นเดียวกันส่งคืนให้หน่วยงานผู้ให้ยืม

 

                        ข้อ  ๑๔๔  เมื่อครบกำหนดยืม ให้ผู้ให้ยืมหรือผู้รับหน้าที่แทนมีหน้าที่ติดตามทวง

พัสดุที่ให้ยืมไปคืนภายใน ๗ วัน นับแต่วันครบกำหนด

 

                                                                    ส่วนที่ ๒

                                                                 การควบคุม

                                                          ----------------------

 

การเก็บรักษาพัสดุ

 

                        ข้อ  ๑๔๕  พัสดุของหน่วยงานไม่ว่าจะได้มาด้วยประการใด ให้อยู่ในความควบคุม

ตามข้อบัญญัตินี้ เว้นแต่มีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

 

                        ข้อ  ๑๔๖  เมื่อเจ้าหน้าที่พัสดุได้รับมอบแล้ว ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

                        (๑)  ลงบัญชีหรือทะเบียนเพื่อควบคุมพัสดุ แล้วแต่กรณี แยกเป็นชนิด และแสดงราย

การตามตัวอย่างที่คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุกำหนด โดยให้มีหลักฐานการรับเข้าบัญชีหรือทะเบียน

ไว้ประกอบรายการด้วย

                        สำหรับพัสดุประเภทอาหารสด จะลงรายการอาหารสดทุกชนิดในบัญชีเดียวกันก็ได้

                        (๒)  เก็บรักษาพัสดุให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ปลอดภัยและให้ครบถ้วนถูกต้องตรง

ตามบัญชี หรือทะเบียน

 

การเบิก-จ่ายพัสดุ

 

                        ข้อ  ๑๔๗  หน่วยงานที่ประสงค์จะเบิกวัสดุสำนักงาน หรือเครื่องเขียนแบบพิมพ์จาก

สำนักการคลัง ให้หัวหน้าหน่วยงานเป็นผู้เบิก และให้หัวหน้าหน่วยพัสดุสำนักการคลัง เป็นผู้สั่งจ่าย

                        การเบิกจ่ายพัสดุในกรณีอื่น ๆ ให้หัวหน้าหน่วยงานซึ่งต้องใช้พัสดุนั้น ๆ เป็นผู้เบิก

และให้หัวหน้าหน่วยพัสดุ  ซึ่งมีหน้าที่จ่ายพัสดุดังกล่าวของหน่วยงานนั้นเป็นผู้สั่งจ่าย

 

                        ข้อ  ๑๔๘  ผู้จ่ายวัสดุต้องตรวจสอบความถูกต้องของใบเบิกและเอกสารประกอบ

(ถ้ามี) แล้วลงบัญชีหรือทะเบียนทุกครั้งที่มีการจ่าย และเก็บใบเบิกจ่ายไว้เป็นหลักฐานด้วย

 

การตรวจสอบพัสดุประจำปี

 

                        ข้อ  ๑๔๙  ก่อนสิ้นเดือนกันยายนทุกปี ให้ปลัดกรุงเทพหมานครหรือหัวหน้าหน่วย

งานแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานนั้นซึ่งไม่ใช่เจ้าหน้าที่พัสดุ คนหนึ่งหรือหลายคนตามความจำเป็น เพื่อ

ตรวจสอบการรับจ่ายพัสดุงวดตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคมปีก่อน จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ปีปัจจุบัน และตรวจ

นับพัสดุประเภทที่คงเหลืออยู่เพียงวันสิ้นงวดนั้น

                        ในการตรวจสอบตามวรรคหนึ่ง ให้เริ่มดำเนินการตรวจสอบพัสดุในวันเปิดทำการวัน

แรกของเดือนตุลาคมเป็นต้นไป ว่าการรับจ่ายถูกต้องหรือไม่ พัสดุคงเหลือมีตัวอยู่ตรงตามบัญชีหรือ

ทะเบียนหรือไม่ มีพัสดุใดชำรุด เสื่อมคุณภาพ หรือสูญไป เพราะเหตุใด หรือพัสดุใดไม่จำเป็นต้องใช้ใน

ราชการต่อไปแล้วให้เสนอรายงานการตรวจสอบดังกล่าวต่อผู้แต่งตั้งภายใน ๓๐ วันทำการ นับแต่วัน

ที่เริ่มดำเนินการตรวจสอบพัสดุนั้น

                        เมื่อผู้แต่งตั้งได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบแล้ว ให้ส่งรายงานเสนอตาม

ลำดับชั้นจนถึงปลัดกรุงเทพมหานคร ๑ ชุด และส่งสำเนารายงานไปยังสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ๑

ชุด

 

                        ข้อ  ๑๕๐  เมื่อปลัดกรุงเทพมหานครได้รับรายงานดังกล่าวตามข้อ ๑๔๙ และ

ปรากฏว่ามีพัสดุชำรุดเสื่อมคุณภาพ หรือสูญไป หรือไม่จำเป็นต้องใช้ในราชการต่อไป ก็ให้แต่งตั้งคณะ

กรรมการสอบหาข้อเท็จจริงขึ้นคณะหนึ่ง โดยให้นำความในข้อ ๓๑ และข้อ ๓๒ มาใช้โดยอนุโลม

                        ถ้าผลการพิจารณาปรากฏว่าจะต้องหาตัวผู้รับผิดด้วย ให้ปลัดกรุงเทพมหานครแต่ง

ตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวนหาตัวผู้รับผิดในทางแพ่ง ตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการชดใช้ค่า

เสียหายอันเกิดจากการละเมิดในกรณีที่เห็นสมควรปลัดกรุงเทพมหานครจะสั่งให้คณะกรรมการสอบหา

ข้อเท็จจริงทำหน้าที่สอบสวนหาตัวผู้รับผิดในทางแพ่งด้วยก็ได้

                        ให้คณะกรรมการเสนอผลการพิจารณาต่อปลัดกรุงเทพมหานครใน ๖๐ วัน นับแต่

วันที่ประธานกรรมการทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ แต่ถ้ายังพิจารณาไม่แล้วเสร็จจะขออนุญาต

ขยายเวลาดำเนินการต่อไปอีกคราวละไม่เกิน ๓๐ วันก็ได้

 

                                                                    ส่วนที่ ๓

                                                                  การจำหน่าย

                                                        --------------------------

 

                        ข้อ  ๑๕๑ หลังจากการตรวจสอบแล้ว พัสดุใดหมดความจำเป็นหรือหากใช้ใน

ราชการต่อไปจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก หรือตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเห็นสมควร ให้เจ้าหน้า

ที่พัสดุรายงานต่อปลัดกรุงเทพมหานครแล้วแต่กรณี เพื่อพิจารณาสั่งให้ดำเนินการตามวิธีการอย่างหนึ่ง

อย่างใด ดังต่อไปนี้

                        (๑)  ขาย ให้ดำเนินการขายโดยวิธีทอดตลาด แต่ถ้าขายโดยวิธีทอดตลาดแล้วไม่ได้

ผลดีให้นำวิธีที่กำหนดเกี่ยวกับการซื้อมาใช้โดยอนุโลม เว้นแต่การขายพัสดุครั้งหนึ่ง ซึ่งมีราคาซื้อหรือได้

มารวมกันไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท จะขายโดยวิธีตกลงราคา โดยไม่ต้องทอดตลาดก่อนก็ได้

                        ในกรณีที่ดำเนินการโดยวิธีสอบราคาหรือวิธีประกวดราคาแล้วไม่ได้ผลจะดำเนินการ

โดยวิธีพิเศษก็ได้

                        การขายให้แก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การสถานสาธารณกุศลตามมาตรา

๔๗ (๗) แห่งประมวลรัษฎากรหรือตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเห็นสมควร ให้ขายโดยวิธีตกลง

ราคา

                        (๒)  แลกเปลี่ยน ให้ดำเนินการตามวิธีการแลกเปลี่ยนที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัตินี้

                        (๓)  โอน ให้โอนให้แก่การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ วัด

ที่โรงเรียนของกรุงเทพมหานครอาศัยสถานที่ของวัด โดยทางวัดมิได้เรียกเก็บค่าเช่าหรือค่าตอบแทนอื่น

ใด และวัดได้แจ้งความประสงค์ขอพัสดุนั้นมา องค์การสถานสาธารณกุศล ตามมาตรา ๔๗ (๗) แห่ง

ประมวลรัษฎากร หรือชุมชนตามระเบียบของกรุงเทพมหานครซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ที่พัสดุนั้นตั้งอยู่ โดย

ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกับให้มีหลักฐานการส่งมอบไว้ต่อกันหรือตาม

ที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเห็นสมควร

                        (๔)  แปรสภาพหรือทำลายตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ผู้ว่าราชการ

กรุงเทพมหานครกำหนด

                        การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง โดยปกติให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันที่ปลัด

กรุงเทพมหานครสั่งให้ดำเนินการ

                        ก่อนส่งมอบพัสดุที่จำหน่ายตามวรรคหนึ่ง ให้ลบตราและเครื่องหมาย

กรุงเทพมหานครออกให้เรียบร้อยก่อน

 

                        ข้อ  ๑๕๒  การโอนพัสดุระหว่างหน่วยงานไม่ในว่ากรณีใด ๆ จะต้องได้รับอนุมัติจาก

ปลัดกรุงเทพมหานครก่อน

 

                        ข้อ  ๑๕๓  เงินที่ได้จากการจำหน่ายพัสดุให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบ

ประมาณหรือข้อตกลงในส่วนที่ใช้เงินกู้หรือเงินช่วยเหลือ แล้วแต่กรณี

 

การจำหน่ายเป็นสูญ

 

                        ข้อ  ๑๕๔  ในกรณีที่พัสดุสูญไปโดยไม่ปรากฏตัวผู้รับผิด หรือมีตัวผู้รับผิดแต่ไม่

สามารถชดใช้ตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการชดใช้ค่าเสียหายอันเกิดจากการละเมิด หรือมีตัว

พัสดุอยู่ แต่ไม่สมควรดำเนินการตามข้อ ๑๕๑ ให้จำหน่ายพัสดุนั้นเป็นสูญ ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

                        (๑)  ถ้าพัสดุนั้นมีราคาซื้อหรือได้มารวมกันไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ให้ปลัด

กรุงเทพมหานครเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ

                        (๒)  ถ้าพัสดุนั้นมีราคาซื้อหรือได้มารวมกันเกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ให้ผู้ว่าราชการ

กรุงเทพมหานครเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ

 

การลงจ่ายออกจากบัญชีหรือทะเบียน

 

                        ข้อ  ๑๕๕  เมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๑๕๑ หรือข้อ ๑๕๔ แล้ว ให้เจ้าหน้าที่พัสดุลง

จ่ายพัสดุนั้นออกจากบัญชีหรือทะเบียนทันที แล้วแจ้งให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินทราบภายใน ๓๐

วัน นับแต่วันลงจ่ายพัสดุนั้น พร้อมกับแจ้งให้สำนักการคลังทราบเพื่อจำหน่ายพัสดุออกจากทะเบียน

                        สำหรับพัสดุซึ่งต้องจดทะเบียนตามกฎหมาย ให้แจ้งแก่นายทะเบียนภายในระยะ

เวลาที่กฎหมายกำหนดด้วย

 

                        ข้อ  ๑๕๖  ในกรณีที่พัสดุของหน่วยงานเกิดการชำรุด เสื่อมคุณภาพ หรือสูญไป หรือ

ไม่จำเป็นต้องใช้ในราชการต่อไป ก่อนมีการตรวจสอบตามข้อ ๑๔๙ และได้ดำเนินการตามกฎหมาย

หรือระเบียบว่าด้วยการชดใช้ค่าเสียหายอันเกิดจากการละเมิดหรือดำเนินการตามข้อ ๑๕๐ แห่งข้อ

บัญญัตินี้ โดยอนุโลมแล้ว ถ้ากฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการชดใช้ค่าเสียหายอันเกิดจากการละเมิด

มิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นให้ดำเนินการตามข้อ ๑๕๑ ข้อ ๑๕๔ และข้อ ๑๕๕ โดยอนุโลม

 

                                                                  หมวด ๔

                                                             บทเฉพาะกาล

                                                ------------------------------------

 

                        ข้อ  ๑๕๗  รายชื่อผู้ทิ้งงานที่มีอยู่ก่อนข้อบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นผู้ทิ้งงาน

ตามข้อบัญญัตินี้ด้วย

                        สำหรับการพิจารณาลงโทษผู้ที่ได้รับการคัดเลือกแล้วไม่ยอมไปทำสัญญาหรือข้อตก

ลงภายในเวลาที่กำหนด หรือคู่สัญญาของกรุงเทพมหานครไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงนั้น โดย

ไม่มีเหตุผลอันสมควร ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่ข้อบัญญัตินี้จะใช้บังคับ ให้พิจารณาสั่งการ

ตามข้อบัญญัติที่ใช้บังคับอยู่เดิม

 

                        ข้อ  ๑๕๘  การพัสดุใดที่อยู่ในระหว่างดำเนินการและยังไม่แล้วเสร็จในวันที่ข้อ

บัญญัตินี้ใช้บังคับให้ดำเนินการต่อไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การพัสดุ พ.ศ.๒๕๓๒ และ

ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษา สำรวจ ออกแบบ และควบคุมงาน

พ.ศ.๒๕๓๔ จนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จหรือจนกว่าจะสามารถดำเนินการตามข้อบัญญัตินี้ได้

 

                        ข้อ  ๑๕๙  ให้คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง

การพัสดุ พ.ศ.๒๕๓๒ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป กับให้มีอำนาจหน้าที่กำหนดแบบหรือตัวอย่าง ตามข้อ

บัญญัติ ๑๐ (๕) และให้คณะกรรมการว่าด้วยการจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษา สำรวจ ออกแบบ และควบ

คุมงานตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษา สำรวจ ออกแบบ และควบคุม

งาน พ.ศ.๒๕๓๔ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป กับให้มีอำนาจหน้าที่กำหนดแบบหรือตัวอย่างตามข้อ

บัญญัติข้อ ๑๐ (๔) จนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุตามข้อบัญญัตินี้

 

                                                            ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๓๘

                                                                ร้อยเอก กฤษฎา  อรุณวงษ์ ณ อยุธยา

                                                                      ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้ข้อบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากสำนักนายกรัฐมนตรีได้ปรับปรุง

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ โดยนำระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ

พ.ศ.๒๕๒๑ ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วย การซื้อ การจ้าง และการจ้างที่ปรึกษาภายใต้โครงการที่

ดำเนินการด้วยเงินกู้จากต่างประเทศ พ.ศ.๒๕๒๗ และระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการพัสดุรวมเข้าไว้เป็น

ระเบียบฉบับเดียวกัน ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับระเบียบสำนักนายกรัฐ

มนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.๒๕๓๕ อันจะทำให้มีเอกภาพ ชัดเจนและสะดวกในการปฏิบัติงาน

กรุงเทพมหานครจึงปรับปรุงข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยการพัสดุ โดยนำข้อบัญญัติ

กรุงเทพมหานคร เรื่อง การพัสดุ พ.ศ.๒๕๓๒ และข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การจ้างที่ปรึกษา

เพื่อศึกษา สำรวจ ออกแบบ และควบคุมงาน พ.ศ.๒๕๓๔ รวมเข้าไว้เป็นข้อบัญญัติฉบับเดียวกัน และ

โดยที่มาตรา ๙๗ (๔) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.๒๕๒๘

บัญญัติว่า การคลัง การงบประมาณ การเงิน การทรัพย์สิน การจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สิน การจ้าง

และการพัสดุ ต้องตราเป็นข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร จึงจำเป็นต้องตราข้อบัญญัตินี้

 

[รก.๒๕๓๘/๖๑ง/๓๔/๑ สิงหาคม ๒๕๓๘]

 

                                                                                                เพ็ญพร/พิมพ์/แก้ไข

                                                                                                     ๑๓/๐๙/๔๕

                                                                                                A+B (C)