พระราชบัญญัติ

การขนส่งทางบก (ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๒๓

-----------

                                                        ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

                                         ให้ไว้ ณ วันที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๓

                                                 เป็นปีที่ ๓๕ ในรัชกาลปัจจุบัน

                        พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ

โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า

                        โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก

                        จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและ

ยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

 

                        มาตรา ๑  พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก (ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๒๓"

 

                        มาตรา ๒*  พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา

นุเบกษาเป็นต้นไป

                        *[รก.๒๕๒๓/๑๖๐/๑พ/๑๕ ตุลาคม ๒๕๒๓]

 

                        มาตรา ๓  ให้ยกเลิกความใน (๔) และ (๕) ของมาตรา ๔ แห่ง พระราชบัญญัติ

การขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                        "(๔) "การขนส่งโดยรถขนาดเล็ก" หมายความว่า  การขนส่งคนหรือสิ่งของหรือคน

และสิ่งของรวมกันเพื่อสินจ้างตามเส้นทางที่คณะกรรมการกำหนดด้วยรถที่มีน้ำหนักรถและน้ำหนัก

บรรทุกรวมกันไม่เกินสี่พันกิโลกรัม

                        (๕) "การขนส่งส่วนบุคคล" หมายความว่า  การขนส่งเพื่อการค้าหรือธุรกิจของ

ตนเองด้วยรถที่มีน้ำหนักเกินกว่าหนึ่งพันหกร้อยกิโลกรัม"

 

                        มาตรา ๔  ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.

๒๕๒๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                        "มาตรา ๕  พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่

                        (๑) การขนส่งโดยรถยนต์ทหารตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ทหาร

                        (๒) การขนส่งโดยรถยนต์รับจ้างที่บรรทุกผู้โดยสารไม่เกินเจ็ดคน รถยนต์รับจ้าง

ระหว่างจังหวัดที่บรรทุกผู้โดยสารไม่เกินเจ็ดคน รถยนต์บริการที่บรรทุกผู้โดยสาร

ไม่เกินเจ็ดคน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินสิบสองคน รถยนต์ส่วนบุคคลที่มีน้ำหนักรถไม่เกิน

หนึ่งพันหกร้อยกิโลกรัม รถยนต์สามล้อ รถจักรยานยนต์ และรถแทร็กเตอร์ตามกฎหมาย

ว่าด้วยรถยนต์

                        (๓) การขนส่งตามที่กำหนดในกฎกระทรวง"

 

                        มาตรา ๕  ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.

๒๕๒๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                        "มาตรา ๒๙  บทบัญญัติมาตรา ๒๓ มิให้ใช้บังคับแก่การขนส่งส่วนบุคคลซึ่ง

กระทรวง ทบวง กรม กรุงเทพมหานคร องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล สุขาภิบาล เมืองพัทยา

วัด มูลนิธิที่ได้รับอำนาจแล้ว สภากาชาดไทย สถานพยาบาล รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการ

งบประมาณ เป็นผู้ประกอบการขนส่ง แต่ผู้ประกอบการขนส่งต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติอื่นแห่ง

พระราชบัญญัตินี้เสมือนดังเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคลทุกประการ"

 

                        มาตรา ๖  ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.

 ๒๕๒๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                        "มาตรา ๓๔  ในการออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคล ให้นายทะเบียน

กำหนดเงื่อนไขตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางกำหนดไว้ในใบอนุญาต

เกี่ยวกับ

                        (๑) จำนวนรถที่ต้องใช้ในการประกอบการขนส่ง

                        (๒) ลักษณะ ชนิด และขนาดของรถและเครื่องหมายของผู้ประกอบการขนส่งที่ต้อง

ให้ปรากฏประจำรถทุกคัน

                        (๓) สถานที่เก็บ ซ่อม และบำรุงรักษา"

 

                        มาตรา ๗  ให้ยกเลิกความในมาตรา ๗๒ แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

พ.ศ. ๒๕๒๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                        "มาตรา ๗๒  รถที่จะนำมาจดทะเบียนและเสียภาษีต้องผ่านการตรวจสภาพรถจาก

พนักงานตรวจสภาพ หรือจากสถานตรวจสภาพรถที่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๗๔ เว้นแต่รถประเภท

หรือชนิดใดที่สมควรได้รับการยกเว้นการตรวจสภาพเป็นครั้งคราวให้กำหนดในกฎกระทรวง

                        ในกรณีที่ปรากฏว่ารถที่นำมารับการตรวจสภาพนั้นมีสภาพมั่นคงแข็งแรงมีเครื่อง

อุปกรณ์ และส่วนควบถูกต้องตามที่กำหนดในกฎกระทรวงแล้ว ให้พนักงานตรวจสภาพหรือสถาน

ตรวจสภาพรถที่ได้รับการอนุญาตออกใบรับรองให้

                        ใบรับรองการตรวจสภาพรถให้ทำตามแบบที่อธิบดีกำหนด"

 

                        มาตรา ๘  ให้ยกเลิกความในมาตรา ๗๓ แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

พ.ศ. ๒๕๒๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                        "มาตรา ๗๓  เมื่อนายทะเบียนเห็นว่าพนักงานตรวจสภาพหรือสถานตรวจสภาพรถ

ที่ได้รับอนุญาตได้ตรวจสภาพรถถูกต้องตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗๑ และมาตรา ๗๒ แล้วให้รับ

จดทะเบียนและออกหนังสือแสดงการจดทะเบียนพร้อมกับแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถคันนั้นให้โดย

ไม่ชักช้า"

 

                        มาตรา ๙  ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๖๕ แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

พ.ศ. ๒๕๒๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                        "มาตรา ๑๖๕  บรรดาใบอนุญาตที่ได้ออกให้ตามพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ.

๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการขนส่ง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๘ และพระราชบัญญัติ

การขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ให้ใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุและถ้าจะต่ออายุใบอนุญาตตาม

พระราชบัญญัตินี้ ให้ยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ

                        บรรดารถที่ได้จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ไว้แล้วก่อนวันที่พระราช

บัญญัตินี้ใช้บังคับ ถ้ามีการแก้ไขดัดแปลงโครงรถหรือขนาดสัดส่วนของตัวถังกว้างหรือยาวกว่าที่

กำหนดในกฎกระทรวงออกตามความในมาตรา ๗๑ แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.

๒๕๒๒ อยู่แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และการแก้ไขดัดแปลงนั้นกระทำได้โดยชอบตาม

กฎหมายว่าด้วยรถยนต์ที่ใช้บังคับในขณะนั้น ให้ถือว่าเป็นรถที่ถูกต้องตามกฎกระทรวงที่ออกตาม

มาตรา ๗๑"

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

     พลเอก ป. ติณสูลานนท์

           นายกรัฐมนตรี

------------------------------------------------------------------------------------------------

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากผลแห่งการประกาศใช้

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ได้ส่งผลกระทบถึงบรรดารถบรรทุกขนส่งสินค้า ของ

ผู้ประกอบการขนส่งส่วนบุคคล คือ

                        ก. รถบรรทุกที่ใช้รถมีน้ำหนักรถต่ำกว่าหนึ่งพันหกร้อยกิโลกรัมทั่วพระราชอาณาจักร

สำหรับประกอบการภายในครอบครัว ต่างได้รับความเดือดร้อนอย่างยิ่ง เพราะต้องไปยื่นขอจด

ทะเบียนขนส่งส่วนบุคคล และต้องใช้ใบอนุญาตขับขี่ของกรมการขนส่งทางบก นอกเหนือไปจากใบ

อนุญาตของกรมตำรวจที่มีอยู่แล้ว ก่อให้เกิดความเดือดร้อน เพราะรถบรรทุกขนาดเล็กเหล่านี้หาจำ

ต้องใช้ความชำนาญเชี่ยวชาญเป็นพิเศษไม่ เนื่องจากเป็นรถที่ส่วนมากใช้ในธุรกิจส่วนตัว ภายในครัว

เรือนและใช้ในการขนส่งพืชผลของเกษตรกร  จึงสมควรได้รับการยกเว้นไม่ต้องไปจดทะเบียนกับ

กรมการขนส่งทางบก และการใช้ใบขับขี่ของกรมการขนส่งทางบก

                        ข. สำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ ซึ่งได้ประกอบการขนส่งส่วนบุคคลตามใบอนุญาต

นั้น การจำกัดท้องที่ทำการขนส่งนั้น ย่อมก่อให้เกิดความไม่สะดวกและเป็นธรรม เพราะผู้ประกอบ

การขนส่งส่วนบุคคลก็ย่อมหมายถึงประกอบธุรกิจส่วนตัวนั่นเอง ท้องที่ที่กำหนดให้แน่นอนย่อมเป็น

เครื่องกีดขวางการปฏิบัติงาน เพราะการที่จะบรรทุกสินค้าของตนไปส่งยังที่ต่าง ๆ การที่จะต้องไป

ขออนุญาตเป็นครั้งคราวนั้นย่อมก่อให้เกิดภาวะสูญเปล่าทางเศรษฐกิจ เป็นการเพิ่มราคาทุนโดย

ไม่จำเป็น

                        ค. โดยทั่วไปการตรวจสภาพรถมักล่าช้า เมื่อนำรถไปขอรับการตรวจแล้วแต่ปรากฏ

ว่ารถมีจำนวนมาก ตรวจสภาพไม่ทันหากนำไปวิ่งขนส่งก็จะต้องถูกจับกุมและมีโทษสูง และการที่จอด

รอการตรวจสภาพเป็นระยะนาน ๆ นั้น ย่อมทำให้เศรษฐกิจกระทบกระเทือน จึงสมควรกำหนดเวลา

ตรวจไว้ และหากความล่าช้าเป็นเพราะความผิดของพนักงานหรือผู้มีอำนาจตรวจสภาพ ก็ไม่สมควร

เอาโทษแก่ผู้ประกอบการขนส่งที่ขอตรวจสภาพไว้แล้ว เพราะโทษมีกำหนดสูง

                        ง. การต่อใบอนุญาตตามบทเฉพาะกาลของใบอนุญาตประกอบการขนส่งซึ่งได้รับ

อนุญาตไว้แล้ว ก่อนใช้พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ขนาดและส่วนซึ่งพนักงาน

ตรวจสภาพตามกฎหมายเก่า ทั้งของกรมตำรวจและกรมการขนส่งทางบก ไม่เป็นระเบียบเดียวกัน

และมีมาตรฐานต่างกัน  ฉะนั้น การขอต่อใบอนุญาตใหม่จึงไม่สมควรนำเหตุผลของการผิดขนาดและ

ส่วนมาเป็นข้อปฏิเสธการขอต่อใบอนุญาตเก่านั้น อาศัยเหตุผลดังกล่าว  จึงจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติม

พระราชบัญญัติฉบับนี้

 

                                                                                                ภคินี/แก้ไข

                                                                                                ๑๔/พ.ย./๒๕๔๔

                                                                                                A+B (C)