กฎกระทรวงคมนาคม

ออกตามความในพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย

แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๗ (ฉะบับที่ ๒)

(ฉะบับที่ ๔)

---------------

 

                        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือใน

น่านน้ำไทย แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๗ (ฉะบับที่ ๒) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ออกกฎไว้ ดังต่อไปนี้

                        ข้อ ๑.  ให้ยกเลิกความในหมวด ๑๐ ตั้งแต่ข้อ ๘๑ ถึง ข้อ ๘๘ แห่งกฎกระทรวง

เศรษฐการว่าด้วยการนำร่อง ออกตามความในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือใน

น่านน้ำไทยแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๗ (ฉะบับที่ ๒) ลงวันที่ ๒๖ ตุลาคม พุทธศักราช

๒๔๗๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                       

                                                                  "หมวด ๑๐

                                                วิธีการเก็บและแบ่งเงินผลประโยชน์

                                                       ที่ได้มาเนื่องในการนำร่อง

                                                               -------------

 

                        ข้อ ๘๑  ผู้มีหน้าที่เก็บเงินค่าจ้างนำร่องของรัฐบาลจะต้องเป็นเจ้าพนักงานตั้งแต่

ตำแหน่งประจำแผนกขึ้นไป ซึ่งทางราชการมอบหมายเป็นหนังสือให้เป็นผู้เก็บเงินประจำหรือ

ชั่วคราว

                        ข้อ ๘๒  การเก็บเงินค่าจ้างนำร่องสำหรับเรือลำหนึ่งลำใดนั้น ให้แยกใบสำคัญ

ออกเป็นประเภท คือ ค่าจ้างนำร่องตามพิกัดประเภทหนึ่ง และค่าจ้างนำร่องนอกเวลาตามข้อ ๗๘

อีกประเภทหนึ่ง แล้วรวมยอดเงินตามประเภทลงในแบบ น.๑ มอบให้ผู้เก็บเงินคอยรับเงิน

จากบุคคลผู้รับผิดในการชำระเงินค่าจ้างนำร่องตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือ

ในน่านน้ำไทย แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๗ (ฉะบับที่ ๒)

                        ทั้งนี้ต้องชำระเงินค่าจ้างนำร่องให้เสร็จก่อนที่เรือลำนั้นจะออกไปพ้นเขตต์ท่า

หรือน่านน้ำที่บังคับการนำร่อง

                        ข้อ ๘๓  ผู้มีหน้าที่เก็บเงินจะต้องออกใบรับเงินของทางราชการให้ไว้แก่บุคคล

ที่ชำระเงินค่าจ้างนำร่องนั้นเป็นหลักฐานใบรับเงินนั้นโดยปกติต้องมีลายมือชื่อหัวหน้าผู้นำร่อง

หรือผู้ซึ่งได้รับมอบให้เป็นผู้แทน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อเจ้าพนักงานผู้เก็บเงินนั้นไว้ด้วย

                        ข้อ ๘๔  เมื่อผู้มีหน้าที่เก็บเงินได้รับเงินค่าจ้างนำร่องไม่ว่าประเภทใด ให้รีบนำส่ง

เป็นรายได้ของรัฐ

                        ข้อ ๘๕  เงินค่าจ้างนำร่องนอกเวลาที่เก็บเพิ่มขึ้นอีกกึ่งอัตราปกติ ตามที่บัญญัติ

ไว้ในข้อ ๗๘ และได้ส่งเป็นรายได้แล้วนั้น ให้จัดทำบัญชีแยกไว้ต่างหาก เมื่อถึงสิ้นเดือนทุกเดือน

ให้หัวหน้าผู้นำร่องรวบรวมจำนวนเงินค่าจ้างนำร่องนอกเวลาที่ได้ส่งเป็นรายได้ในเดือนนั้น แล้วทำ

รายการโดยละเอียดตั้งเบิกเงินงบประมาณรายจ่ายจากแผนกคลัง เป็นจำนวนครั้งหนึ่งของจำนวน

เงินที่ได้ส่งในเดือนนั้นแล้วเอามาเฉลี่ยแบ่งให้เป็นรางวัลแก่ผู้นำร่องตลอดจนหัวหน้าผู้นำร่อง

ที่ประจำงานอยู่ในเดือนนั้นคนละส่วนเท่า ๆ กัน

                        จำนวนเจ้าพนักงาน ที่มีสิทธิจะได้รับเงินรางวัลค่านำร่องนอกเวลาประจำเดือนนี้

เพื่อความเรียบร้อยในกิจการนำร่องให้อธิบดีกรมเจ้าท่ามีอำนาจวางระเบียบเพื่อปฏิบัติ

เป็นการภายในโดยตกลงกับกระทรวงการคลังก่อน  

                        ข้อ ๘๖  เงินค่าจ้างนำร่องนอกเวลาที่ทางราชการได้นำฝากคลังไว้สองหมื่นบาท

เพื่อเป็นทุนสำรองสำหรับจ่ายชดใช้ค่าเสียหายต่าง ๆ อันอาจเกิดขึ้นได้ทันท่วงทีเนื่องการนำร่อง

นั้น ทุกคราวที่จะมีการจ่ายให้ขออนุมัติพร้อมด้วยชี้แจงเหตุที่ต้องจ่ายไปยังกระทรวงการคลังก่อน

เมื่อได้ใช้เงินสำรองนี้ไปเป็นจำนวนเท่าใด ก็ให้ตั้งงบประมาณรายจ่ายในปีต่อไปเท่าจำนวน

ที่ได้จ่ายไปนั้น แล้วนำฝากคลังไว้ให้ครบสองหมื่นบาทตามเดิม"

                        ข้อ ๒.  ให้ใช้กฎนี้ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๘๕ เป็นต้นไป

 

                                                กฎให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๘๔

                                                                          ควง อภัยวงศ์

                                                            รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

 

[รก.๒๔๘๕/๑/๑๕๓/๑ มกราคม ๒๔๘๕]