กฎกระทรวง

ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2507)

ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์

พ.ศ. 2505

---------------

 

                        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 32  แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์

พ.ศ. 2505 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

 

                                                               หมวด 1

                                                            การสร้างวัด

                                                             ---------------

 

                        ข้อ 1  บุคคลใดประสงค์จะสร้างวัด  ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อนายอำเภอท้องที่ที่จะ

สร้างวัดนั้นพร้อมด้วยรายการและเอกสาร ดังต่อไปนี้

                        (1) หนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ดินที่จะยกให้สร้างวัด

และที่ดินนั้นต้องมีเนื้อที่ไม่น้อยกว่า 6 ไร่

                        (2) หนังสือสัญญาซึ่งเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินหรือผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตาม

กฎหมายทำกับนายอำเภอและเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอ แสดงความจำนงจะให้ที่ดินดังกล่าวใน (1)

เพื่อสร้างวัด

                        (3) จำนวนเงินและสัมภาระที่จะใช้ในการสร้างวัดในระยะเริ่มแรก ต้องมีราคา

รวมกันไม่น้อยกว่าห้าหมื่นบาท

                        (4) แผนที่แสดงเขตที่ตั้งวัด ประกอบด้วยเขตติดต่อข้างเคียงและระยะทาง

ระหว่างวัดที่จะสร้างขึ้นกับวัดอื่นโดยรอบและให้แสดงแผนผังสิ่งก่อสร้างของวัดตามความเหมาะสม

ของสภาพที่ดิน โดยอาศัยแผนผังแบบ ก. แบบ ข. หรือ แบบ ค. ท้ายกฎกระทรวงนี้เป็นหลักเท่าที่

จะทำได้

                        (5) กำหนดเวลาที่จะสร้างวัดให้แล้วเสร็จตามแผนผังนั้น

                        ข้อ 2  วัดที่จะสร้างขึ้นต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ดังนี้

                        (1) สมควรเป็นที่พำนักของพระภิกษุสงฆ์

                        (2) เป็นประโยชน์แก่ประชาชนที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ในรัศมี 2 กิโลเมตร โดยเฉลี่ย

วัดละไม่น้อยกว่า 1,000 คน เว้นแต่จะมีเหตุจำเป็น

                        (3) มีเหตุผลที่เชื่อได้ว่า เมื่อตั้งขึ้นแล้วจะได้รับการบำรุงส่งเสริมจากประชาชน

                        (4) ตั้งอยู่ห่างจากวัดอื่นไม่น้อยกว่า 2 กิโลเมตร เว้นแต่จะมีเหตุจำเป็น

                        ข้อ 3  เมื่อนายอำเภอได้รับคำขออนุญาตสร้างวัด และพิจารณาเห็นสมควรแล้ว

ให้นำปรึกษาเจ้าคณะอำเภอ  แล้วเสนอเรื่องและความเห็นไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด

                        เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาเห็นสมควรแล้ว ให้นำปรึกษาเจ้าคณะจังหวัด

แล้วส่งเรื่องและความเห็นไปยังกรมการศาสนา

                        ในการพิจารณาคำขออนุญาตสร้างวัด กรมการศาสนาอาจสั่งให้ผู้ขออนุญาต

เปลี่ยนแปลง แก้ไขแผนผัง หรือระงับเรื่องการขออนุญาตสร้างวัดได้ตามที่เห็นสมควร

                        เมื่อกรมการศาสนาพิจารณาเห็นสมควรให้สร้างวัดได้แล้ว ให้รายงานกระทรวง

ศึกษาธิการเพื่อขอรับความเห็นชอบ แล้วนำเสนอมหาเถรสมาคม

                        เมื่อมหาเถรสมาคมพิจารณาเห็นชอบด้วยแล้ว ให้กรมการศาสนาออกหนังสือ

อนุญาตให้สร้างวัด

 

                                                               หมวด 2

                                                               การตั้งวัด

                                                             ---------------

 

                        ข้อ 4  เมื่อได้สร้างเสนาสนะขึ้นเป็นหลักฐานพร้อมที่จะเป็นที่พำนักของพระภิกษุ

สงฆ์ได้แล้ว ให้ผู้ได้รับอนุญาตสร้างวัด ทายาท หรือผู้แทน เสนอรายงานการก่อสร้างและจำนวน

พระภิกษุที่จะอยู่ประจำไม่น้อยกว่าสี่รูป พร้อมทั้งเสนอนามวัดและนามพระภิกษุผู้สมควรเป็น

เจ้าอาวาสเพื่อขอตั้งเป็นวัดต่อนายอำเภอ

                        ให้นำความในข้อ 3 วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสี่ มาใช้บังคับแก่การพิจารณา

การปรึกษาและการรายงานการขอตั้งวัดโดยอนุโลม

                        เมื่อมหาเถรสมาคมพิจารณาเห็นชอบด้วยแล้ว กระทรวงศึกษาธิการจะได้

ประกาศตั้งวัดในราชกิจจานุเบกษาตามแบบ ว.1 ท้ายกฎกระทรวงนี้

                        ข้อ 5  เมื่อได้ประกาศตั้งเป็นวัดแล้ว ให้ผู้ได้รับอนุญาตสร้างวัด ทายาท หรือ

ผู้แทนดำเนินการโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้แก่วัดนั้นตามกฎหมาย และให้เจ้าอาวาสบันทึกประวัติ

ของวัดนั้นไว้เป็นหลักฐาน

 

                                                               หมวด 3

                                                              การรวมวัด

                                                             ---------------

 

                        ข้อ 6  เมื่อเจ้าคณะอำเภอและนายอำเภอเห็นสมควรที่จะรวมวัดตั้งแต่สองวัด

ซึ่งอยู่ใกล้ชิดกันเป็นวัดเดียว เพื่อประโยชน์แก่การทำนุบำรุงวัดให้เจริญยิ่งขึ้น หรือเพื่อประโยชน์

แก่การปกครองคณะสงฆ์ ให้รายงานต่อเจ้าคณะจังหวัด

                        เมื่อเจ้าคณะจังหวัดพิจารณาเห็นสมควรแล้ว ให้นำปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัด

แล้วเสนอเรื่องและความเห็นไปยังเจ้าคณะภาค

                        เมื่อเจ้าคณะภาคพิจารณาเห็นสมควรแล้ว  ให้ส่งเรื่องและความเห็นไปยัง

กรมการศาสนา

                        เมื่อกรมการศาสนาพิจารณาเห็นสมควรแล้ว ให้รายงานกระทรวงศึกษาธิการ

เพื่อขอรับความเห็นชอบ แล้วนำเสนอมหาเถรสมาคม

                        เมื่อมหาเถรสมาคมพิจารณาเห็นชอบด้วยแล้ว  กระทรวงศึกษาธิการจะได้

ประกาศรวมวัดในราชกิจจานุเบกษาตามแบบ ว.2 ท้ายกฎกระทรวงนี้

 

                                                               หมวด 4

                                                              การย้ายวัด

                                                             ---------------

 

                        ข้อ 7  วัดใดมีเหตุจำเป็นต้องย้ายไปตั้งในที่อื่น  เพราะสถานที่ตั้งอยู่เดิม

เปลี่ยนแปลงไปในทางไม่เหมาะสมที่จะเป็นที่พำนักของพระภิกษุสงฆ์ ให้เจ้าอาวาสแห่งวัดนั้น

รายงานไปยังเจ้าคณะตำบลและเจ้าคณะอำเภอ

                        เมื่อเจ้าคณะตำบลและเจ้าคณะอำเภอพิจารณาเห็นสมควรแล้ว ให้นำปรึกษา

นายอำเภอแล้วเสนอเรื่องและความเห็นไปยังเจ้าคณะจังหวัด และให้นำความในข้อ 6 วรรคสอง

วรรคสาม และวรรคสี่ มาใช้บังคับแก่การพิจารณา การปรึกษา และการรายงานการขอย้ายวัด

โดยอนุโลม

                        เมื่อมหาเถรสมาคมพิจารณาเห็นชอบด้วยแล้ว กระทรวงศึกษาธิการจะได้

ประกาศย้ายวัดในราชกิจจานุเบกษาตามแบบ ว.3 ท้ายกฎกระทรวงนี้

                        ข้อ 8  การจัดหาที่ดินตั้งวัด การย้ายทรัพย์สินของวัดและการก่อสร้างวัดใหม่

ให้เป็นหน้าที่ของผู้ขอย้ายวัด และให้อยู่ภายใต้บังคับแห่งข้อ 1 และข้อ 2 ของกฎกระทรวงนี้โดย

อนุโลม

 

                                                               หมวด 5

                                                              การยุบเลิกวัด

                                                             ---------------

 

                        ข้อ 9  วัดใดมีเหตุอันควรยุบเลิก เพราะสภาพเสื่อมโทรมหรือมีเหตุอื่นอันไม่สมควร

จะเป็นวัดต่อไป เมื่อเจ้าคณะอำเภอและนายอำเภอพิจารณาเห็นสมควรยุบเลิกวัดนั้น ให้รายงาน

เจ้าคณะจังหวัดพร้อมด้วยบัญชีรายละเอียดทรัพย์สินของวัดที่จะยุบเลิกนั้น

                        ให้นำความในข้อ 6 วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ มาใช้บังคับแก่การ

พิจารณา การปรึกษา และการรายงานการขอยุบเลิกวัดโดยอนุโลม

                        เมื่อมหาเถรสมาคมพิจารณาเห็นชอบด้วยแล้ว กระทรวงศึกษาธิการจะได้

ประกาศยุบเลิกวัดในราชกิจจานุเบกษาตามแบบ ว.4 ท้ายกฎกระทรวงนี้

                        ข้อ 10  วัดใดร้างพระภิกษุไม่อาศัย  เมื่อกรมการศาสนาเห็นสมควรยุบเลิกวัดนั้น

ให้รายงานกระทรวงศึกษาธิการเพื่อขอรับความเห็นชอบ แล้วนำเสนอมหาเถรสมาคม และให้นำ

ความในข้อ 9 วรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม

 

                                                               หมวด 6

                                            การขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา

                                                             ---------------

 

                        ข้อ 11  วัดที่สมควรได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ต้องปรากฏว่าได้สร้างขึ้น

หรือได้ปฏิสังขรณ์เป็นหลักฐานถาวร และมีพระภิกษุอยู่ประจำไม่น้อยกว่าห้ารูปติดต่อกันเป็นเวลา

ไม่น้อยกว่าห้าปี แต่ระยะเวลาห้าปีมิให้ใช้บังคับแก่วัดที่ได้สร้างอุโบสถเสร็จเรียบร้อยแล้ว และ

กระทรวงศึกษาธิการเห็นสมควรขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา

                        ให้เจ้าอาวาสแห่งวัดนั้นเสนอรายงานขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมาต่อเจ้าคณะ

ตำบลและเจ้าคณะอำเภอ

                        เมื่อเจ้าคณะตำบลและเจ้าคณะอำเภอพิจารณาเห็นสมควรแล้ว ให้นำปรึกษา

นายอำเภอแล้วเสนอเรื่องและความเห็นไปยังเจ้าคณะจังหวัด  และให้นำความในข้อ 6 วรรคสอง

และวรรคสาม มาใช้บังคับแก่การพิจารณาและการปรึกษาการขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมาโดย

อนุโลม

                        เมื่อกรมการศาสนาพิจารณาเห็นสมควรแล้ว ให้กราบทูลสมเด็จพระสังฆราช

เพื่อทรงอนุมัติ แล้วเสนอกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อนำความกราบบังคมทูลขอรับพระราชทาน

วิสุงคามสีมาต่อไป

                        ข้อ 12  เมื่อพระราชทานวิสุงคามสีมาแก่วัดใดแล้ว  ให้นายอำเภอท้องที่ที่วัดนั้น

ตั้งอยู่ดำเนินการปักหมายเขตที่ดินตามที่ได้พระราชทานต่อไป

 

                                                ให้ไว้ ณ วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2507

                                                           หม่อมหลวงปิ่น  มาลากุล

                                                    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

 

[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

 

+------------------------------------------------------------------------------------------------------------------+

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงนี้ คือ เพื่อให้เป็นไปตามความในมาตรา 32 แห่ง

พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ซึ่งกำหนดไว้ว่า การสร้าง การตั้ง การรวม การย้าย การยุบเลิก

วัด และการขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา  ให้เป็นไปตามวิธีการที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

 

[รก.2508/15/75 - 16/02/2508]