กฎกระทรวง

(พ.ศ. 2523)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

พ.ศ. 2522

-------

     อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 และมาตรา 72 แห่งพระราชบัญญัติการ

ขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมออกกฎกระทรวงไว้

ดังต่อไปนี้

     ข้อ 1  รถดังต่อไปนี้ที่ได้เสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ไว้แล้วก่อนที่

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 ใช้บังคับให้ได้รับการยกเว้นการ

ตรวจสภาพในการชำระภาษีครั้งแรก  แต่ทั้งนี้ ต้องได้รับการตรวจเกี่ยวกับ

หมายเลขเครื่องยนต์ หมายเลขตัวถังและหรือโครงคัสซี และน้ำหนักรถ เพื่อ

ประโยชน์ในการชำระภาษี คือ

     (1) รถประเภทที่ใช้ในการขนส่งประจำทาง

     (2) รถประเภทที่ใช้ในการขนส่งไม่ประจำทาง

     (3) รถประเภทที่ใช้ในการขนส่งโดยรถขนาดเล็ก

     (4) รถประเภทที่ใช้ในการขนส่งส่วนบุคคล

     รถที่ได้รับการยกเว้นการตรวจสภาพตามวรรคหนึ่ง จะต้องได้รับการ

ตรวจสภาพเมื่อขอต่ออายุทะเบียนในครั้งถัดไป

     ข้อ 2  รถที่มีน้ำหนักรถและน้ำหนักบรรทุกรวมกันไม่เกินสามพันห้าร้อย

กิโลกรัมที่มิได้ใช้ขนส่งผู้โดยสาร หรือรถขนส่งผู้โดยสารไม่เกินยี่สิบคน ที่ใช้ใน

การขนส่งส่วนบุคคลซึ่งได้รับการตรวจสภาพตามข้อ 1 วรรคสอง ให้ได้รับยกเว้น

การตรวจสภาพเป็นรายปี แต่ต้องนำรถมารับการตรวจสภาพทุก ๆ สามปี

 

                         ให้ไว้ ณ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2523

                                    ส. บุณยคุปต์

                            รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

-------------------------------------------------------

หมายเหตุ :-  เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็น

การสมควรยกเว้นรถบางประเภทจากการตรวจสภาพเพราะรถดังกล่าวได้รับ

การตรวจสภาพและเสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ไว้แล้วในปี พ.ศ. 2522

และเนื่องจากมาตรา 72 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

บัญญัติว่ารถที่จะนำมาจดทะเบียนและเสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก

จะต้องผ่านการตรวจสภาพรถ เว้นแต่รถประเภทหรือชนิดที่สมควรได้รับการ

ยกเว้นการตรวจสภาพเป็นครั้งคราวตามที่กำหนดในกฎกระทรวง  จึงจำเป็น

ต้องออกกฎกระทรวงนี้ [รก.2523/17/1]

 

*[1]

                         กฎกระทรวง

                    ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2523)

             ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

                         พ.ศ. 2522

                          -------

 

     อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

พ.ศ. 2522 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

     ให้กำหนดค่าธรรมเนียม ดังต่อไปนี้

     (1) ใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง

         ต่อเส้นทางหนึ่ง                     ฉบับละ   7,000 บาท

     (2) ใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทาง  ฉบับละ   1,500 บาท

     (3) ใบอนุญาตประกอบการขนส่งโดย

         รถขนาดเล็ก                       ฉบับละ   1,500 บาท

     (4) ใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคล     ฉบับละ     500 บาท

*[17]

     `(5) ใบอนุญาตประกอบการขนส่ง

         ระหว่างประเทศ

         (ก) ใบอนุญาตประกอบการขนส่ง

               ประจำทางต่อเส้นทางหนึ่ง

               ตลอดปี                     ฉบับละ   5,000 บาท

               เฉพาะคราว                 ฉบับละ     500 บาท

         (ข) ใบอนุญาตประกอบการขนส่ง

               ไม่ประจำทาง ตลอดปี          ฉบับละ   5,000 บาท

               เฉพาะคราว                 ฉบับละ     500 บาท

         (ค) ใบอนุญาตประกอบการขนส่ง

               ส่วนบุคคล ตลอดปี             ฉบับละ   4,000 บาท

               เฉพาะคราว                 ฉบับละ     300 บาท'

     (6) ใบอนุญาตประกอบการรับจัดการขนส่ง     ฉบับละ   3,000 บาท

     (7) ใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินการสถานีขนส่ง  ฉบับละ 100,000 บาท

*[27]

     `(8) ใบอนุญาตผู้ขับรถและใบอนุญาตนายตรวจ   ฉบับละ     200 บาท

     (9) ใบอนุญาตผู้เก็บค่าโดยสารและ

         ใบอนุญาตผู้บริการ                   ฉบับละ     100 บาท'

    (10) ใบอนุญาตจัดตั้งสถานตรวจสภาพรถ       ฉบับละ  15,000 บาท

    (11) ใบแทนใบอนุญาต

         (ก) ใบแทนใบอนุญาตสำหรับผู้ประจำรถ ฉบับละ      30 บาท

         (ข) ใบแทนใบอนุญาตอื่น ๆ          ฉบับละ     100 บาท

    (12) การโอนทะเบียนรถ                  ครั้งละ     200 บาท

    (13) แผ่นป้ายเลขทะเบียนรถและเครื่องหมาย   แผ่นละ     100 บาท

    (14) คำขออนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง  ฉบับละ     100 บาท

    (15) คำขออื่น ๆ

         (ก) คำขออนุญาตจัดตั้งสถานตรวจ

             สภาพรถ                      ฉบับละ      20 บาท

         (ข) คำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งและ

             ดำเนินการสถานีขนส่ง            ฉบับละ      20 บาท

         (ค) คำขอให้รับรองโรงเรียนสอนขับรถ ฉบับละ      20 บาท

         (ง) คำขอแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลง

             สภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบ

             ของรถ                       ฉบับละ      20 บาท

         (จ) คำขอรับใบแทนหนังสือแสดงการ

             จดทะเบียนรถหรือเครื่องหมายแสดง

             การเสียภาษี                   ฉบับละ      20 บาท

         (ฉ) คำขอเปลี่ยนประเภทรถ         ฉบับละ      20 บาท

         (ช) คำขอรับใบอนุญาตและเครื่องหมาย

             สำหรับรถที่นำมาใช้เพื่อขายหรือ

             เพื่อซ่อม                      ฉบับละ      20 บาท

    (16) การต่ออายุใบอนุญาต ครั้งละเท่ากับ

         ค่าธรรมเนียมสำหรับใบอนุญาตแต่ละฉบับ

*[12]

     `กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2523

เป็นต้นไป'

 

                            ให้ไว้ ณ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2523

                                      ส. บุณยคุปต์

                               รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

-------------------------------------------------------

หมายเหตุ :-  เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจาก

มาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 บัญญัติให้รัฐมนตรี

มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับใบอนุญาต ใบแทนใบอนุญาต

การโอนทะเบียนรถ แผ่นป้ายเลขทะเบียนรถและเครื่องหมาย คำขออนุญาต และ

คำขอรับใบอนุญาต ตลอดจนการต่ออายุใบอนุญาต ไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัติ

จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ [รก.2523/21/1

 

*[2]

                         กฎกระทรวง

                    ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2523)

            ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

                         พ.ศ. 2522

                          -------

 

     อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 และมาตรา 85 วรรคสาม แห่ง

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

     ข้อ 1  เงินภาษีรถประจำปีตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

ที่จัดเก็บได้ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้จังหวัดจัดสรรให้แก่องค์การ

บริหารส่วนจังหวัด เทศบาล สุขาภิบาล และเมืองพัทยาในจังหวัดนั้น โดยคำนวณ

ตามอัตราส่วน ดังนี้

     (1) องค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยละยี่สิบห้า

     (2) เทศบาลร้อยละห้าสิบ ถ้าจังหวัดใดมีเทศบาลหลายเทศบาล ให้แบ่ง

ให้เทศบาลละเท่า ๆ กัน และให้ถือว่าเมืองพัทยาเป็นเทศบาลหนึ่งในจังหวัดชลบุรี

     (3) สุขาภิบาลร้อยละยี่สิบห้า ถ้าจังหวัดใดมีสุขาภิบาลหลาย สุขาภิบาล

ให้แบ่งให้สุขาภิบาลละเท่า ๆ กัน

     ข้อ 2  การจัดสรรเงินภาษีรถตามข้อ 1 ตามปกติให้จัดสรรปีละสี่งวด ดังนี้

     งวดที่หนึ่ง ภายในเดือนตุลาคม

     งวดที่สอง ภายในเดือนมกราคม

     งวดที่สาม ภายในเดือนเมษายน

     งวดที่สี่   ภายในเดือนกรกฎาคม

     เพื่อประโยชน์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล สุขาภิบาล และ

เมืองพัทยา จังหวัดอาจจัดสรรให้เร็วกว่ากำหนด หรือเพิ่มงวดการจัดสรรได้

 

                          ให้ไว้ ณ วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2523

                                   ประเทือง กีรติบุตร

                             รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

-------------------------------------------------------

หมายเหตุ :-  เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจาก

มาตรา 85 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ได้

บัญญัติให้ออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินภาษีรถประจำปี

ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ที่จัดเก็บได้ในจังหวัดอื่น

นอกจากกรุงเทพมหานคร ให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล สุขาภิบาล

และเมืองพัทยาในจังหวัดนั้น  จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 

*[3]

                         กฎกระทรวง

                     ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2524)

             ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

                         พ.ศ. 2522

                          -------

 

     อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 และมาตรา 23 วรรคสอง และ

มาตรา 28 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 รัฐมนตรี

ว่าการกระทรวงคมนาคมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

     ข้อ 1  ผู้ใดประสงค์จะประกอบการขนส่งประจำทาง การขนส่งไม่ประจำทาง

หรือการขนส่งโดยรถขนาดเล็ก ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบของกรมการขนส่ง

ทางบก พร้อมด้วยหลักฐานดังต่อไปนี้

     (1) บุคคลธรรมดา

         (ก) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน

         (ข) สำเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้าน

         (ค) ตัวอย่างเครื่องหมายประจำรถ

         (ง) รูปถ่ายสำนักงานและสถานที่เก็บรถ ขนาด 7.60 x 12.70

เซนติเมตร อย่างละ 1 รูป

         (จ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิการใช้สถานที่เก็บรถ

         (ฉ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองรถ ในกรณีที่มี

รถอยู่แล้วในวันยื่นคำขอ

     (2) ห้างหุ้นส่วนสามัญ

         (ก) รายชื่อผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน

         (ข) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน

         (ค) สำเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้านของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน

         (ง) ตัวอย่างรอยตราประทับของผู้ยื่นคำขอ 2 ตรา ถ้ามี

         (จ) ตัวอย่างเครื่องหมายประจำรถ

         (ฉ) รูปถ่ายสำนักงานและสถานที่เก็บรถ ขนาด 7.60 x 12.70

เซนติเมตร อย่างละ 2 รูป

         (ช) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิการใช้สถานที่เก็บรถ

         (ซ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองรถ ในกรณีที่มี

รถอยู่แล้วในวันยื่นคำขอ

     (3) ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด

         (ก) หนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท แสดงการ

จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด

         (ข) รายชื่อและสัญชาติของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน

         (ค) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือภาพถ่ายใบสำคัญ

ประจำตัวคนต่างด้าวของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน

         (ง) สำเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้านของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน

         (จ) ตัวอย่างรอยตราประทับของผู้ยื่นคำขอ 2 ตรา ถ้ามี

         (ฉ) ตัวอย่างเครื่องหมายประจำรถ

         (ช) รูปถ่ายสำนักงานและสถานที่เก็บรถ ขนาด 7.60 x 12.70

เซนติเมตร อย่างละ 2 รูป

         (ซ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิการใช้สถานที่เก็บรถ

         (ฌ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองรถ ในกรณีที่มี

รถอยู่แล้วในวันยื่นคำขอ

     (4) บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด

         (ก) หนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท แสดงการ

จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด

         (ข) รายชื่อกรรมการของบริษัทหรือมหาชนจำกัดทุกคน

         (ค) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือภาพถ่ายใบสำคัญ

ประจำตัวคนต่างด้าวของกรรมการของบริษัททุกคน

         (ง) สำเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้านของกรรมการของบริษัททุกคน

         (จ) รายชื่อและสัญชาติของผู้ถือหุ้นทุกคน และจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้น

แต่ละคนถือ

         (ฉ) สำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับฉบับตีพิมพ์

         (ช) ตัวอย่างรอยตราประทับของผู้ยื่นคำขอ 2 ตรา ถ้ามี

         (ซ) ตัวอย่างเครื่องหมายประจำรถ

         (ฌ) รูปถ่ายสำนักงานและสถานที่เก็บรถ ขนาด 7.60 x 12.70

เซนติเมตร อย่างละ 2 รูป

         (ญ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิการใช้สถานที่เก็บรถ

         (ฎ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองรถ ในกรณีที่มี

รถอยู่แล้วในวันยื่นคำขอ

     (5) สหกรณ์

         (ก) ภาพถ่ายใบสำคัญรับจดทะเบียนสหกรณ์

         (ข) บัญชีรายชื่อสมาชิกของสหกรณ์ฉบับที่นายทะเบียนสหกรณ์รับรอง

         (ค) สำเนาหรือภาพถ่ายข้อบังคับของสหกรณ์

         (ง) ตัวอย่างรอยตราประทับของผู้ยื่นคำขอ 2 ตรา ถ้ามี

         (จ) ตัวอย่างเครื่องหมายประจำรถ

         (ฉ) รูปถ่ายสำนักงานและสถานที่เก็บรถ ขนาด 7.60 x 12.70

เซนติเมตร อย่างละ 2 รูป

         (ช) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิการใช้สถานที่เก็บรถ

         (ซ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองรถ ในกรณีที่มี

รถอยู่แล้วในวันยื่นคำขอ

     (6) องค์การของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล

หรือตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ๆ

         (ก) ตัวอย่างรอยตราประทับของผู้ยื่นคำขอ 2 ตรา ถ้ามี

         (ข) ตัวอย่างเครื่องหมายประจำรถ

         (ค) รูปถ่ายสำนักงานและสถานที่เก็บรถ ขนาด 7.60 x 12.70

เซนติเมตร อย่างละ 2 รูป

         (ง) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิการใช้สถานที่เก็บรถ

         (จ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองรถ ในกรณีที่มี

รถอยู่แล้วในวันยื่นคำขอ

     ข้อ 2  ผู้ใดประสงค์จะประกอบการขนส่งส่วนบุคคล ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต

ตามแบบของกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วยหลักฐานดังต่อไปนี้

     (1) บุคคลธรรมดา

         (ก) สำเนาหรือภาพถ่ายใบทะเบียนพาณิชย์ และใบทะเบียนการค้า

ถ้ามี

         (ข) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือภาพถ่ายใบสำคัญประจำตัว

คนต่างด้าว

         (ค) สำเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้าน

         (ง) ตัวอย่างเครื่องหมายประจำรถที่ประสงค์จะใช้ ถ้ามี

         (จ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองรถ ในกรณีที่มี

รถอยู่แล้วในวันยื่นคำขอ

     (2) ห้างหุ้นส่วนสามัญ

         (ก) สำเนาหรือภาพถ่ายใบทะเบียนพาณิชย์และใบทะเบียนการค้า

ถ้ามี

         (ข) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือภาพถ่ายใบสำคัญประจำตัว

คนต่างด้าวของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน

         (ค) สำเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้านของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน

         (ง) ตัวอย่างรอยตราประทับของผู้ยื่นคำขอ 2 ตรา ถ้ามี

         (จ) ตัวอย่างเครื่องหมายประจำรถที่ประสงค์จะใช้ ถ้ามี

         (ฉ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองรถ ในกรณีที่มี

รถอยู่แล้วในวันยื่นคำขอ

     (3) ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด

         (ก) หนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทแสดงการ

จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด

         (ข) ตัวอย่างรอยตราประทับของผู้ยื่นคำขอ 2 ตรา ถ้ามี

         (ค) ตัวอย่างเครื่องหมายประจำรถที่ประสงค์จะใช้ ถ้ามี

         (ง) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองรถ ในกรณีที่มี

รถอยู่แล้วในวันยื่นคำขอ

     (4) บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด

         (ก) หนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทแสดงการ

จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด

         (ข) สำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับ

         (ค) ตัวอย่างรอยตราประทับของผู้ยื่นคำขอ 2 ตรา ถ้ามี

         (ง) ตัวอย่างเครื่องหมายประจำรถที่ประสงค์จะใช้ ถ้ามี

         (จ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองรถ ในกรณีที่มี

รถอยู่แล้วในวันยื่นคำขอ

     (5) สหกรณ์

         (ก) ภาพถ่ายใบสำคัญรับจดทะเบียนสหกรณ์

         (ข) บัญชีรายชื่อสมาชิกของสหกรณ์ฉบับที่นายทะเบียนสหกรณ์

รับรอง

         (ค) สำเนาหรือภาพถ่ายข้อบังคับของสหกรณ์

         (ง) ตัวอย่างรอยตราประทับของผู้ยื่นคำขอ 2 ตรา ถ้ามี

         (จ) ตัวอย่างเครื่องหมายประจำรถที่ประสงค์จะใช้ ถ้ามี

         (ฉ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองรถ ในกรณีที่มี

รถอยู่แล้วในวันยื่นคำขอ

*[13]

     `ข้อ 2 ทวิ  ในการพิจารณาอนุญาตให้ผู้ใดเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบ

การขนส่งประจำทางในเส้นทางใด ให้นายทะเบียนประกาศรับคำขออนุญาต

ประกอบการขนส่งเป็นการทั่วไป เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวันโดย

     (1) สำหรับการขนส่งประจำทางในเขตกรุงเทพมหานครให้ปิดประกาศไว้

ณ กรมการขนส่งทางบก

     (2) สำหรับการขนส่งประจำทางในเขตจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร

ให้ปิดประกาศไว้ ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดนั้น ๆ

     (3) สำหรับการขนส่งประจำทางระหว่างจังหวัด ให้ปิดประกาศไว้ ณ

กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานขนส่งจังหวัดที่เป็นต้นทางและปลายทางของ

การขนส่งนั้น ๆ

     ทั้งนี้ หากคณะกรรมการเห็นสมควรอนุมัติให้ผู้ใดเป็นผู้ได้รับใบอนุญาต

ประกอบการขนส่งประจำทางในเส้นทางใด ก็ให้อนุมัติได้โดยไม่ต้องประกาศ

รับคำขอเป็นการทั่วไป'

     ข้อ 3  การยื่นคำขอตามกฎกระทรวงนี้

     (1) สำหรับการขนส่งประจำทางหรือการขนส่งโดยรถขนาดเล็กในเขต

กรุงเทพมหานคร และการขนส่งไม่ประจำทางหรือการขนส่งส่วนบุคคลที่ผู้ขอมี

ภูมิลำเนาหรือสำนักงานในกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นต่อกรมการขนส่งทางบก

     (2) สำหรับการขนส่งประจำทางหรือการขนส่งโดยรถขนาดเล็กในเขต

จังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร และการขนส่งไม่ประจำทางหรือการขนส่ง

ส่วนบุคคลที่ผู้ขอมีภูมิลำเนาหรือสำนักงานในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร

ให้ยื่นคำขอต่อสำนักงานขนส่งจังหวัดนั้น ๆ

     (3) สำหรับการขนส่งประจำทางระหว่างจังหวัด ให้ยื่นคำขอต่อกรมการ

ขนส่งทางบกหรือสำนักงานขนส่งจังหวัดที่เป็นต้นทางหรือปลายทางของการขนส่ง

นั้น ๆ

     ข้อ 4  ใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ให้ใช้แบบใบอนุญาตท้ายกฎกระทรวง

ดังต่อไปนี้

     (1) ใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง

         (ก) ใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางด้วยรถที่ใช้ในการ

ขนส่งผู้โดยสาร ให้ใช้แบบ ขส.บ.12 ก.

         (ข) ใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางด้วยรถที่ใช้ในการ

ขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ ให้ใช้แบบ ขส.บ.12 ข.

     (2) ใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทาง

         (ก) ใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถที่ใช้ใน

การขนส่งผู้โดยสาร ให้ใช้แบบ ขส.บ.12 ค.

         (ข) ใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถที่ใช้ใน

การขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ ให้ใช้แบบ ขส.บ.12 ง.

     (3) ใบอนุญาตประกอบการขนส่งโดยรถขนาดเล็ก ให้ใช้แบบ

ขส.บ.12 จ.

     (4) ใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคล

         (ก) ใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคลด้วยรถที่ใช้ในการ

ขนส่งผู้โดยสาร ให้ใช้แบบขส.บ.12 ฉ.

         (ข) ใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคลด้วยรถที่ใช้ในการ

ขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ ให้ใช้แบบ ขส.บ.12

     ข้อ 5  ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง การขนส่ง

ไม่ประจำทาง หรือการขนส่งโดยรถขนาดเล็กผู้ใดประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต

ให้ยื่นคำขอตามแบบของกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วยหลักฐานดังต่อไปนี้

     (1) บุคคลธรรมดา

         (ก) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน

         (ข) สำเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้าน

         (ค) รูปถ่ายสำนักงานและสถานที่เก็บรถ ขนาด 7.60 x 12.70

เซนติเมตร อย่างละ 2 รูป (ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง)

         (ง) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิการใช้สถานที่เก็บรถ

(ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง)

         (จ) ใบอนุญาตประกอบการขนส่งหรือใบแทน

     (2) ห้างหุ้นส่วนสามัญ

         (ก) รายชื่อผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน

         (ข) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน

         (ค) สำเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้านของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน

         (ง) รูปถ่ายสำนักงานและสถานที่เก็บรถ ขนาด 7.60 x 12.70

เซนติเมตร อย่างละ 2 รูป (ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง)

         (จ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิการใช้สถานที่เก็บรถ

(ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง)

         (ช) ใบอนุญาตประกอบการขนส่งหรือใบแทน

     (3) ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด

         (ก) หนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทแสดงการ

จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด

         (ข) รายชื่อและสัญชาติของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน

         (ค) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือภาพถ่ายใบสำคัญ

ประจำตัวคนต่างด้าวของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน

         (ง) สำเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้านของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน

         (จ) รูปถ่ายสำนักงานและสถานที่เก็บรถ ขนาด 7.60 x 12.70

เซนติเมตร อย่างละ 2 รูป (ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง)

         (ฉ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิการใช้สถานที่เก็บรถ

(ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง)

         (ช) ใบอนุญาตประกอบการขนส่งหรือใบแทน

     (4) บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด

         (ก) หนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทแสดงการ

จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด

         (ข) รายชื่อกรรมการของบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด

ทุกคน

         (ค) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือภาพถ่ายใบสำคัญ

ประจำตัวคนต่างด้าวของกรรมการของบริษัททุกคน

         (ง) สำเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้านของกรรมการของบริษัท

ทุกคน

         (จ) รายชื่อและสัญชาติของผู้ถือหุ้นทุกคน และจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้น

แต่ละคนถือ

         (ฉ) สำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับฉบับตีพิมพ์

         (ช) รูปถ่ายสำนักงานและสถานที่เก็บรถ ขนาด 7.60 x 12.70

เซนติเมตร อย่างละ 2 รูป (ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง)

         (ซ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิการใช้สถานที่เก็บรถ

(ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง)

         (ฌ) ใบอนุญาตประกอบการขนส่งหรือใบแทน

     (5) สหกรณ์

         (ก) บัญชีรายชื่อของสมาชิกของสหกรณ์ ฉบับที่นายทะเบียนสหกรณ์

รับรอง

         (ข) สำเนาหรือภาพถ่ายข้อบังคับสหกรณ์ (ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง)

         (ค) รูปถ่ายสำนักงานและสถานที่เก็บรถ ขนาด 7.60 x 12.70

เซนติเมตร อย่างละ 2 รูป (ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง)

         (ง) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิการใช้สถานที่เก็บรถ

(ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง)

         (จ) ใบอนุญาตประกอบการขนส่งหรือใบแทน

     (6) องค์การของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล

หรือตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ๆ

         (ก) รูปถ่ายสำนักงานและสถานที่เก็บรถ ขนาด 7.60 x 12.70

เซนติเมตร อย่างละ 2 รูป (ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง)

         (ข) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิการใช้สถานที่เก็บรถ

(ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง)

         (ค) ใบอนุญาตประกอบการขนส่งหรือใบแทน

     ข้อ 6  ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคลผู้ใดประสงค์จะขอต่อ

อายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอตามแบบของกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วยใบอนุญาต

ประกอบการขนส่งหรือใบแทน

     ข้อ 7  การอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตประกอบการขนส่งตามกฎกระทรวงนี้

ให้ผู้อนุญาตออกใบอนุญาตตามแบบใบอนุญาตเดิมให้ใหม่

     ข้อ 8  ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใดประสงค์จะขอรับใบแทน

ใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอตามแบบของกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วยหลักฐานการ

รับแจ้งความของสถานีตำรวจ หรือใบอนุญาตที่ชำรุดนั้น

     การอนุญาตคำขอใบแทนใบอนุญาต ให้ผู้อนุญาตออกใบอนุญาตตามแบบ

ใบอนุญาตเดิม แต่ให้ระบุคำว่า `ใบแทน' ไว้ที่ด้านหน้าด้วย

     ข้อ 9  เพื่อประโยชน์แก่นายทะเบียนในการกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับ

ลักษณะของรถในใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ให้กำหนดลักษณะของรถที่จะได้รับ

อนุญาตให้ใช้ในการประกอบการขนส่งโดยมีสามลักษณะ คือ

     (1) รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร

     (2) รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ

     (3) รถขนาดเล็ก

     ข้อ 10  รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารตามข้อ 9 (1) มี 7 มาตรฐาน

ได้แก่

*[19]

*[23]

     `(1) รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตราฐาน 1 คือ รถปรับอากาศ

พิเศษ ซึ่งหมายความว่า

           (ก) รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารที่มีการกำหนดห้องผู้โดยสาร

เป็นสัดส่วนแยกจากห้องผู้ขับรถ ซึ่งมีคัสซีเป็นคัสซีรถโดยสาร มีทางขึ้นลงด้านข้าง

หรือที่ด้านท้ายของรถ มีแบบและการจัดวางที่นั่งผู้โดยสารที่ให้ความสะดวกสบาย

กว่า (ข) โดยไม่กำหนดที่สำหรับผู้โดยสารยืน มีเครื่องปรับอากาศ มีที่เก็บ

สัมภาระไว้โดยเฉพาะ มีที่สำหรับเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม มีอุปกรณ์ให้เสียง

และประชาสัมพันธ์ และมีห้องสุขภัณฑ์

           (ข) รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร ซึ่งมีคัสซีเป็นคัสซีรถโดยสาร

มีทางขึ้นลงด้านข้างหรือที่ด้านท้ายของรถ โดยไม่กำหนดที่สำหรับผู้โดยสารยืน

มีเครื่องปรับอากาศ มีที่เก็บสัมภาระไว้โดยเฉพาะ มีที่สำหรับเตรียมอาหารและ

เครื่องดื่ม มีอุปกรณ์ให้เสียงและประชาสัมพันธ์ และมีห้องสุขภัณฑ์

     (2) รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 2 คือ รถปรับอากาศ ซึ่ง

หมายความว่า

         (ก) รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารที่มีจำนวนที่นั่งเกิน 30 ที่นั่ง

โดยไม่กำหนดที่สำหรับผู้โดยสารยืน ซึ่งมีคัสซีเป็นคัสซีรถโดยสาร มีทางขึ้นลง

ด้านข้างหรือที่ด้านท้ายของรถ

         สำหรับที่เก็บสัมภาระ ที่สำหรับเตรียมอาหารและเครื่องดื่มอุปกรณ์

ให้เสียงประชาสัมพันธ์นั้น จะมีหรือไม่ก็ได้ แต่ไม่มีห้องสุขภัณฑ์

         (ข) รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารที่มีจำนวนที่นั่งเกิน 30 ที่นั่ง

และมีที่สำหรับผู้โดยสารยืน ซึ่งมีคัสซีเป็นคัสซีรถโดยสาร มีทางขึ้นลงด้านข้าง

หรือที่ด้านท้ายของรถ

         สำหรับที่เก็บสัมภาระ อุปกรณ์ให้เสียงและประชาสัมพันธ์นั้น จะมี

หรือไม่ก็ได้ แต่ไม่มีที่สำหรับเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม และห้องสุขภัณฑ์

         (ค) รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารที่มีจำนวนที่นั่งตั้งแต่ 21 ถึง

30 ที่นั่ง โดยไม่กำหนดที่สำหรับผู้โดยสารยืน ซึ่งมีคัสซีเป็นคัสซีรถโดยสาร มี

ทางขึ้นลงด้านข้างหรือที่ด้านท้ายของรถ

         สำหรับที่เก็บสัมภาระ ที่สำหรับเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม อุปกรณ์

ให้เสียงและประชาสัมพันธ์ จะมีหรือไม่ก็ได้ แต่ไม่มีห้องสุขภัณฑ์

         (ง) รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารที่มีจำนวนที่นั่งตั้งแต่ 21 ถึง

30 ที่นั่ง และมีที่สำหรับผู้โดยสารยืน ซึ่งมีคัสซีเป็นคัสซีรถโดยสาร มีทางขึ้นลง

ด้านข้างหรือที่ด้านท้ายของรถ

         สำหรับที่เก็บสัมภาระ อุปกรณ์ให้เสียงและประชาสัมพันธ์นั้น จะมี

หรือไม่ก็ได้ แต่ไม่มีที่สำหรับเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม และห้องสุขภัณฑ์

         (จ) รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารที่มีจำนวนที่นั่งไม่เกิน 20 ที่นั่ง

โดยไม่กำหนดที่สำหรับผู้โดยสารยืน ซึ่งคัสซีจะเป็นคัสซีรถโดยสารหรือไม่ก็ได้

มีทางขึ้นลงด้านข้างหรือที่ด้านท้ายของรถ จะมีที่เก็บสัมภาระด้วยหรือไม่ก็ได้

     (3) รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 3 คือ รถที่ไม่มีเครื่อง

ปรับอากาศ ซึ่งหมายความว่า

         (ก) รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารที่มีจำนวนที่นั่ง 30 ที่นั่ง

และมีที่สำหรับผู้โดยสารยืน ซึ่งมีคัสซีเป็นคัสซีรถโดยสาร มีทางขึ้นลงด้านข้าง

หรือที่ด้านท้ายของรถ ไม่มีที่เก็บสัมภาระ ที่สำหรับเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม

และห้องสุขภัณฑ์

         (ข) รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารที่มีจำนวนที่นั่งเกิน 30 ที่นั่ง

โดยไม่กำหนดที่สำหรับผู้โดยสารยืน ซึ่งมีคัสซีเป็นคัสซีรถโดยสาร มีทางขึ้นลง

ด้านข้างหรือที่ด้านท้ายของรถ มีที่เก็บสัมภาระ แต่ไม่มีที่สำหรับเตรียมอาหาร

และเครื่องดื่ม และห้องสุขภัณฑ์

         (ค) รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารที่มีจำนวนที่นั่งตั้งแต่ 21 ถึง

30 ที่นั่ง และมีที่สำหรับผู้โดยสารยืน ซึ่งคัสซีจะเป็นคัสซีรถโดยสารหรือไม่ก็ได้

มีทางขึ้นลงด้านข้างหรือที่ด้านท้ายของรถ ไม่มีที่เก็บสัมภาระ ที่สำหรับเตรียม

อาหารและเครื่องดื่ม และห้องสุขภัณฑ์

         (ง) รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารที่มีจำนวนที่นั่งตั้งแต่ 21 ถึง

30 ที่นั่ง โดยไม่กำหนดที่สำหรับผู้โดยสารยืน ซึ่งคัสซีจะเป็นคัสซีรถโดยสาร

หรือไม่ก็ได้ มีทางขึ้นลงด้านข้างหรือที่ด้านท้ายของรถ จะกำหนดที่สำหรับ

ผู้โดยสารยืนหรือไม่ก็ได้ และจะมีที่เก็บสัมภาระด้วยหรือไม่ก็ได้

         (ฉ) รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารที่มีจำนวนที่นั่งไม่เกิน 12 ที่นั่ง

โดยไม่กำหนดที่สำหรับผู้โดยสารยืน ซึ่งคัสซีจะเป็นคัสซีรถโดยสารหรือไม่ก็ได้

มีทางขึ้นลงด้านข้างหรือที่ด้านท้ายของรถ จะมีที่เก็บสัมภาระด้วยหรือไม่ก็ได้

*[23]

     `(4) รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 4 คือ รถสองชั้น ซึ่ง

มีคัสซีเป็นคัสซีรถโดยสาร มีห้องผู้โดยสารทั้งชั้นบนและชั้นล่าง โดยพื้นห้อง

ผู้โดยสารทั้งสองชั้นแยกจากกันอย่างเด็ดขาด มีทางขึ้นลงชั้นล่างอยู่ด้านข้าง

และมีทางขึ้นลงชั้นบนอยู่ภายในตัวรถอย่างน้อยหนึ่ง ทางซึ่งหมายความว่า

           (ก) รถสองชั้นปรับอากาศพิเศษ ซึ่งมีแบบและการจัดวาง

ที่นั่งผู้โดยสารที่ให้ความสะดวกสบายกว่า (ข) โดยไม่กำหนดที่สำหรับ

ผู้โดยสารยืน มีเครื่องปรับอากาศ มีที่เก็บสัมภาระไว้โดยเฉพาะ มีที่สำหรับ

เตรียมอาหารและเครื่องดื่ม มีอุปกรณ์ให้เสียงและประชาสัมพันธ์ และมีห้อง

สุขภัณฑ์

           (ข) รถสองชั้นปรับอากาศ ซึ่งไม่กำหนดที่สำหรับผู้โดยสารยืน

มีเครื่องปรับอากาศ มีที่เก็บสัมภาระไว้โดยเฉพาะ มีที่สำหรับเตรียมอาหารและ

เครื่องดื่ม มีอุปกรณ์ให้เสียงและประชาสัมพันธ์ และมีห้องสุขภัณฑ์

           (ค) รถสองชั้นปรับอากาศ ซึ่งไม่กำหนดที่สำหรับผู้โดยสารยืน

มีเครื่องปรับอากาศ แต่ไม่มีห้องสุขภัณฑ์

           สำหรับที่เก็บสัมภาระ ที่สำหรับเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม

อุปกรณ์ให้เสียงและประชาสัมพันธ์ จะมีหรือไม่ก็ได้

           (ง) รถสองชั้นปรับอากาศ ซึ่งชั้นล่างกำหนดให้มีที่สำหรับ

ผู้โดยสารยืน มีเครื่องปรับอากาศ แต่ไม่มีที่สำหรับเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม

และห้องสุขภัณฑ์

           สำหรับที่เก็บสัมภาระ อุปกรณ์ให้เสียงและประชาสัมพันธ์นั้น

จะมีหรือไม่ก็ได้

           (จ) รถสองชั้นที่ไม่มีปรับอากาศ ซึ่งชั้นล่างกำหนดให้มีที่

สำหรับผู้โดยสารยืน ไม่มีที่เก็บสัมภาระ ที่สำหรับเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม

มีห้องสุขภัณฑ์

           (ฉ) รถสองชั้นที่ไม่มีปรับอากาศ ซึ่งไม่กำหนดให้มีที่สำหรับ

ผู้โดยสารยืน มีที่เก็บสัมภาระ แต่ไม่มีที่สำหรับเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม

และห้องสุขภัณฑ์'

     (5) รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 5 คือ รถพ่วง ซึ่ง

หมายความว่า

         (ก) รถพ่วงปรับอากาศ ซึ่งไม่มีแรงขับเคลื่อนในตัวเอง จำเป็น

ต้องใช้รถอื่นลากจูงและน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกทั้งหมดลงบนเพลาล้อสมบูรณ์

ในตัวเอง ซึ่งมีคัสซีเป็นคัสซีรถโดยสาร มีทางขึ้นลงด้านข้าง จะกำหนดให้มี

ที่สำหรับผู้โดยสารยืน ที่เก็บสัมภาระ ที่สำหรับเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม

อุปกรณ์ให้เสียงและประชาสัมพันธ์ และห้องสุขภัณฑ์หรือไม่ก็ได้

         (ข) รถพ่วงที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ซึ่งไม่มีแรงขับเคลื่อน

ในตัวเอง จำเป็นต้องใช้รถอื่นลากจูงและน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกทั้งหมด

ลงบนเพลาล้อสมบูรณ์ในตัวเอง ซึ่งมีคัสซีเป็นคัสซีรถโดยสาร มีทางขึ้นลงด้านข้าง

จะกำหนดให้มีที่สำหรับผู้โดยสารยืน ที่เก็บสัมภาระ ที่สำหรับเตรียมอาหารและ

เครื่องดื่ม และอุปกรณ์ให้เสียงและประชาสัมพันธ์หรือไม่ก็ได้

     (6) รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 6 คือ รถกึ่งพ่วง ซึ่ง

หมายความว่า

         (ก) รถกึ่งพ่วงปรับอากาศซึ่งมีสองตอน ตอนท้ายมีเพลาล้อ

ชุดเดียวนำมาต่อพ่วงกับตอนหน้า ทำให้มีทางเดินติดต่อถึงกันได้ ซึ่งมีคัสซีเป็น

คัสซีรถโดยสาร มีทางขึ้นลงด้านข้าง จำกำหนดให้มีที่สำหรับผู้โดยสารยืน ที่เก็บ

สัมภาระ ที่สำหรับเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม อุปกรณ์ให้เสียงและประชาสัมพันธ์

และห้องสุขภัณฑ์หรือไม่ก็ได้

         (ข) รถกึ่งพ่วงไม่มีเครื่องปรับอากาศซึ่งมีสองตอน ตอนท้ายมี

เพลาล้อชุดเดียวนำมาต่อพ่วงกับตอนหน้า ทำให้มีทางเดินติดต่อถึงกันได้ ซึ่งมี

คัสซีเป็นคัสซีรถโดยสาร มีทางขึ้นลงด้านข้าง ที่สำหรับเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม

และห้องสุขภัณฑ์ จะกำหนดให้มีที่สำหรับผู้โดยสารยืน ที่เก็บสัมภาระ และอุปกรณ์

ให้เสียงและประชาสัมพันธ์หรือไม่ก็ได้

     (7) รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 7 คือ รถโดยสารเฉพาะกิจ

ซึ่งหมายความว่า รถซึ่งส่วนที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมีลักษณะพิเศษเพื่อใช้ใน

กิจการใดกิจการหนึ่งโดยเฉพาะ ซึ่งคัสซีจะเป็นคัสซีรถโดยสารหรือไม่ก็ได้ เช่น

รถพยาบาล รถบริการซ่อมบำรุงรักษา รถบริการถ่ายทอดวิทยุหรือโทรทัศน์

รถบริการไปรษณีย์ รถบริการธนาคาร รถบริการทางการแพทย์ รถบริการใน

ท่าอากาศยาน เป็นต้น

     ข้อ 11  รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของตามข้อ 9 (2) มี 9 ลักษณะ

ได้แก่

     (1) รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 1 คือ รถกระบะบรรทุก

ซึ่งหมายความว่า รถซึ่งส่วนที่ใช้ในการบรรทุกมีลักษณะเป็นกระบะ โดยจะมี

หลังคาหรือไม่ก็ได้ รถที่มีเครื่องทุ่นแรงสำหรับยกสิ่งของที่จะบรรทุกในกระบะ

นั้น ๆ รถที่มีกระบะบรรทุกสามารถยกเท และให้หมายความรวมถึงรถซึ่งส่วนที่

ใช้บรรทุกไม่มีด้านข้างหรือด้านท้าย

     (2) รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 2 คือ รถตู้บรรทุก ซึ่ง

หมายความว่า รถซึ่งส่วนที่ใช้ในการบรรทุกมีลักษณะเป็นตู้ทึบ มีหลังคาถาวร

ตัวถังบรรทุกกับห้องผู้ขับรถจะเป็นตอนเดียวกันหรือแยกกัน และจะมีบานประตู

ปิดเปิดสำหรับการบรรทุกที่ด้านข้างหรือด้านท้ายก็ได้

     (3) รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 3 คือ รถบรรทุกของเหลว

ซึ่งหมายความว่า รถซึ่งส่วนที่ใช้ในการบรรทุกมีลักษณะเป็นถังสำหรับบรรทุก

ของเหลวตามความเหมาะสมกับของเหลวที่บรรทุกนั้น

     (4) รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 4 คือ รถบรรทุกวัสดุ

อันตราย ซึ่งหมายความว่า รถซึ่งส่วนที่ใช้ในการบรรทุกมีลักษณะเฉพาะ เพื่อ

ใช้ในการบรรทุกวัสดุอันตราย เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซเหลว สารเคมี วัตถุ

ระเบิด วัสดุไวไฟ เป็นต้น

     (5) รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 5 คือ รถบรรทุกเฉพาะกิจ

ซึ่งหมายความว่า รถซึ่งส่วนที่ใช้ในการบรรทุกมีลักษณะพิเศษ เพื่อใช้ในกิจการใด

กิจการหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น รถบรรทุกขวดเครื่องดื่ม รถบรรทุกขยะมูลฝอย

รถผสมซีเมนต์ รถบรรทุกเครื่องราดยาง รถบรรทุกเครื่องทุ่นแรง เป็นต้น

     (6) รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 6 คือ รถพ่วง ซึ่ง

หมายความว่า รถที่ไม่มีแรงขับเคลื่อนในตัวเอง จำเป็นต้องใช้รถอื่นลากจูง

และน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกทั้งหมดลงบนเพลาล้อสมบูรณ์ในตัวเอง

     (7) รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 7 คือ รถกึ่งพ่วง ซึ่ง

หมายความว่า รถที่ไม่มีแรงขับเคลื่อนในตัวเอง จำเป็นต้องใช้รถอื่นลากจูง

และน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกบางส่วนเฉลี่ยลงบนเพลาล้อของรถคันลากจูง

     (8) รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 8 คือ รถกึ่งพ่วงบรรทุก

วัสดุยาว ซึ่งหมายความว่า รถกึ่งพ่วงที่มีลักษณะเพื่อใช้บรรทุกสิ่งของที่มีความยาว

โดยมีโครงโลหะที่สามารถปรับความยาวของช่วงล้อระหว่างรถลากจูงกับรถ

กึ่งพ่วงได้

     (9) รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 9 คือ รถลากจูง ซึ่ง

หมายความว่า รถที่มีลักษณะเป็นรถสำหรับลากจูงรถพ่วง รถกึ่งพ่วง และรถ

กึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาวโดยเฉพาะ

     ข้อ 12  รถขนาดเล็กตามข้อ 9 (3) ได้แก่ รถที่ใช้ในการขนส่ง

ผู้โดยสารและสิ่งของรวมกัน ซึ่งคัสซีจะเป็นคัสซีรถโดยสารหรือไม่ก็ได้ และ

อาจมีทางขึ้นลงด้านข้างหรือด้านท้ายของรถ ที่นั่งจำนวนไม่เกิน 20 ที่นั่ง

โดยไม่กำหนดที่สำหรับผู้โดยสาร และมีที่สำหรับบรรทุกสิ่งของรวมไปกับ

ผู้โดยสาร

 

                      ให้ไว้ ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2524

                           ร้อยตำรวจโท ชาญ มนูธรรม

                        รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

                  ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

 

                                             ขส.บ.12 ก.

                          (ตราครุฑ)

  ใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางด้วยรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร

                          -------

 

ใบอนุญาตที่ ...../.....

     นายทะเบียนออกใบอนุญาตให้ .............................

สำนักงานชื่อ ........................... อยู่เลขที่ ...........

ตรอก/ซอย .............. ถนน ................ หมู่ที่ .......

ตำบล/แขวง ................... อำเภอ/เขต ................

จังหวัด ........................ มีสิทธิประกอบการขนส่งประจำทาง

ในเส้นทาง .................. ใบอนุญาตฉบับนี้ให้มีอายุ 7 ปี นับตั้งแต่

วันที่ .. เดือน ..... พ.ศ. .... ถึงวันที่ .. เดือน ..... พ.ศ. ....

โดยให้ปฏิบัติตามกฎหมายและเงื่อนไขที่นายทะเบียนกำหนดตามมาตรา 31 แห่ง

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ในใบอนุญาตนี้

 

             ให้ไว้ ณ วันที่ .. เดือน .............. พ.ศ. ....

 

                             .....................

                                    นายทะเบียน

 

                           เงื่อนไข

                          -------

 

     (1) จำนวนรถ

     ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องใช้รถที่มีลักษณะตามที่กำหนดไว้

ในข้อ 3 มีจำนวนอย่างน้อย .... คัน อย่างมาก .... คัน

     (2) สิทธิในรถ

     ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง

ในรถที่ใช้ในการขนส่ง

     (3) ลักษณะ ชนิด ขนาด สีของรถ และเครื่องหมาย

         (ก) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ต้องใช้รถ

ลักษณะ .................................. จำนวน .... คัน

ลักษณะ .................................. จำนวน .... คัน

ลักษณะ .................................. จำนวน .... คัน

ลักษณะ .................................. จำนวน .... คัน

ลักษณะ .................................. จำนวน .... คัน

         (ข) ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งใช้สี .........

เป็นสีตัวถังรถ

         (ค) ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งใช้เครื่องหมาย

ตามแบบที่แนบท้ายใบอนุญาตเป็นเครื่องหมายที่ต้องให้ปรากฏประจำรถทุกคัน

โดยแสดงไว้ที่ด้านนอกตัวรถทั้งสองข้าง

     (4) จำนวนที่นั่ง เกณฑ์น้ำหนักบรรทุก และวิธีการบรรทุก

         (ก) รถที่นำมาใช้ในการขนส่งแต่ละคันต้องมีจำนวนที่นั่งและ

หรือที่สำหรับผู้โดยสารยืนตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

         (ข) วิธีการบรรทุกให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ

ควบคุมการขนส่งทางบกกลางกำหนด

     (5) จำนวนผู้ประจำรถ

     ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องมีผู้ประจำรถอย่างน้อย ดังนี้

         (ก) ผู้ขับรถ ......... คน

         (ข) ผู้เก็บค่าโดยสาร .. คน

         (ค) นายตรวจ ....... คน

         (ง) ผู้บริการ ........ คน

     (6) มาตรฐานบริการ

     ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องบริการโดยมีมาตรฐาน ดังนี้

         (ก) ........................

         (ข) ........................

         (ค) ........................

     (7) เวลาทำงานประจำวัน

     ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องเปิดทำงานประจำวันที่สำนักงาน

ใหญ่ และหรือสำนักงานสาขา ตั้งแต่เวลา ...... น. ปิดเวลา ...... น.

เป็นอย่างน้อย เว้นวัน .....................

     (8) สถานที่เก็บ ซ่อม และบำรุรักษารถ

     ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องมีสถานที่เก็บ ซ่อม และบำรุง

รักษารถ ดังนี้

         (ก) สถานที่เก็บรถตั้งอยู่ที่ ........................

 ......................................................

         (ข) สถานที่ซ่อมและบำรุงรักษารถตั้งอยู่ที่ .............

 ......................................................

     (9) เงื่อนไขอื่น .....................................

 ......................................................

 ......................................................

 ......................................................

 

-----+-------------------------+---------+-------------

ลำดับที่|  รายการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข  |วัน/เดือน/ปี|ลงชื่อนายทะเบียน

     |และหรือรายละเอียดในใบอนุญาต |         |

-----+-------------------------+---------+-------------

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

 

                           คำเตือน

                          -------

     (1) ผู้ใดได้รับอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหลัง

ใบอนุญาตนี้ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท และอาจถูก

เพิกถอนใบอนุญาตตามาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

     (2) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด เพิ่ม ลด หรือยกเว้นค่า

ขนส่ง หรือค่าบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการตามมาตรา 38 แห่ง

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้องระวางโทษปรับ

ไม่เกิน 20,000 บาท

     (3) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ใช้หรือยอมให้บุคคลอื่นใช้

รถที่ได้รับอนุญาตทำการขนส่งนอกเส้นทาง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก

นายทะเบียน หรือผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมายตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติ

การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้องระวางโทษปรับคันละไม่เกิน

5,000 บาท ต่อ 1 วัน จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง

     (4) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่ใช้รถในการประกอบ

การขนส่งตามจำนวนที่กำหนดไว้เป็นเงื่อนไขในใบอนุญาตตามาตรา 31 (1)

แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้องระวางโทษปรับ

ตามจำนวนรถที่ขาดคันละไม่เกิน 5,000 บาท ต่อ 1 วัน จนกว่าจะปฏิบัติให้

ถูกต้อง

     (5) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ใช้รถผิดประเภทตามที่

ระบุไว้ในใบอนุญาตโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากนายทะเบียนเป็นครั้งคราว

ตามมาตรา 27 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท

หรือทั้งจำทั้งปรับ

     (6) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่แสดงใบอนุญาตประกอบ

การขนส่งหรือใบแทนใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย ณ ที่ตั้งสำนักงานของผู้ได้รับ

ใบอนุญาตตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

     (7) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่ปิดประกาศเส้นทางที่ใช้

ในการประกอบการขนส่ง อัตราค่าขนส่งและค่าบริการ สถานที่หยุดและจอดเพื่อ

ขนถ่ายสัตว์หรือสิ่งของที่รถจะต้องหยุดในระหว่างเส้นทาง เวลาและจำนวนเที่ยว

ของการเดินรถไว้ ณ ที่ซึ่งอธิบดีกำหนดตามมาตรา 31 วรรคสอง แห่งพระราช

บัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน

1,000 บาท

     (8) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่ยื่นคำขอรับใบแทน

ใบอนุญาตต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย

ถูกทำลายหรือชำรุดในสาระสำคัญของใบอนุญาตตามมาตรา 43 แห่งพระราช

บัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน

1,000 บาท

     (9) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่ส่งคืนใบอนุญาตที่ถูก

สั่งเพิกถอนต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต

ตามมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิด

ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

     (10) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด เลิกประกอบการขนส่ง

ในระหว่างที่ใบอนุญาตยังไม่สิ้นอายุ โดยไม่แจ้งความประสงค์เป็นหนังสือให้

นายทะเบียนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 90 วัน ก่อนวันเลิกประกอบการขนส่ง

ตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิด

ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

     (11) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด มีความประสงค์จะขอ

ต่ออายุใบอนุญาตต้องยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 120 วัน ตาม

มาตรา 28 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

     (12) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด เลิกใช้รถที่จดทะเบียนแล้ว

โดยไม่แจ้งเป็นหนังสือให้นายทะเบียนทราบ และไม่นำแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ

คืนแก่นายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เลิกใช้รถนั้นตามมาตรา 76 แห่ง

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้องระวางโทษปรับ

ไม่เกิน 10,000 บาท

 

                                             ขส.บ.12 ข.

                          (ตราครุฑ)

ใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางด้วยรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ

                          -------

 

ใบอนุญาตที่ ...../.....

     นายทะเบียนออกใบอนุญาตให้ .............................

สำนักงานชื่อ ........................... อยู่เลขที่ ...........

ตรอก/ซอย .............. ถนน ................ หมู่ที่ .......

ตำบล/แขวง ................... อำเภอ/เขต ................

จังหวัด ........................ มีสิทธิประกอบการขนส่งประจำทาง

ในเส้นทาง .................. ใบอนุญาตฉบับนี้ให้มีอายุ 7 ปี นับตั้งแต่

วันที่ .. เดือน ..... พ.ศ. .... ถึงวันที่ .. เดือน ..... พ.ศ. ....

โดยให้ปฏิบัติตามกฎหมายและเงื่อนไขที่นายทะเบียนกำหนดตามมาตรา 31 แห่ง

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ในใบอนุญาตนี้

 

             ให้ไว้ ณ วันที่ .. เดือน .............. พ.ศ. ....

 

                             .....................

                                    นายทะเบียน

 

                           เงื่อนไข

                          -------

 

     (1) จำนวนรถ

     ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องใช้รถที่มีลักษณะตามที่กำหนดไว้

ในข้อ 3 มีจำนวนอย่างน้อย .... คัน อย่างมาก .... คัน

     (2) สิทธิในรถ

     ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง

ในรถที่ใช้ในการขนส่ง

     (3) ลักษณะ ชนิด ขนาด สีของรถ และเครื่องหมาย

         (ก) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ต้องใช้รถ

ลักษณะ .................................. จำนวน .... คัน

ลักษณะ .................................. จำนวน .... คัน

ลักษณะ .................................. จำนวน .... คัน

ลักษณะ .................................. จำนวน .... คัน

ลักษณะ .................................. จำนวน .... คัน

         (ข) ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งใช้สี .........

เป็นสีตัวถังรถ

         (ค) ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งใช้เครื่องหมาย

ตามแบบที่แนบท้ายใบอนุญาตเป็นเครื่องหมายที่ต้องให้ปรากฏประจำรถทุกคัน

โดยแสดงไว้ที่ด้านนอกตัวรถทั้งสองข้าง

     (4) เกณฑ์น้ำหนักบรรทุกและวิธีการบรรทุก

         (ก) รถที่นำมาใช้ในการขนส่งแต่ละคันเมื่อบรรทุกสัตว์และหรือ

สิ่งของ ต้องมีน้ำหนักรวมกันไม่เกินเกณฑ์ตามที่ทางราชการกำหนด

         (ข) วิธีการบรรทุกให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ

ควบคุมการขนส่งทางบกกลางกำหนด

     (5) จำนวนผู้ประจำรถ

     ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องมีผู้ประจำรถอย่างน้อย ดังนี้

         (ก) ผู้ขับรถ ......... คน

         (ข) ผู้บริการ ........ คน

     (6) มาตรฐานบริการ

     ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องบริการโดยมีมาตรฐาน ดังนี้

         (ก) ........................

         (ข) ........................

         (ค) ........................

     (7) เวลาทำงานประจำวัน

     ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องเปิดทำงานประจำวันที่สำนักงาน

ใหญ่ และหรือสำนักงานสาขา ตั้งแต่เวลา ...... น. ปิดเวลา ...... น.

เป็นอย่างน้อย เว้นวัน .....................

     (8) สถานที่เก็บ ซ่อม และบำรุรักษารถ

     ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องมีสถานที่เก็บ ซ่อม และบำรุง

รักษารถ ดังนี้

         (ก) สถานที่เก็บรถตั้งอยู่ที่ ........................

 ......................................................

         (ข) สถานที่ซ่อมและบำรุงรักษารถตั้งอยู่ที่ .............

 ......................................................

     (9) เงื่อนไขอื่น .....................................

 ......................................................

 ......................................................

 ......................................................

 

-----+-------------------------+---------+-------------

ลำดับที่|  รายการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข  |วัน/เดือน/ปี|ลงชื่อนายทะเบียน

     |และหรือรายละเอียดในใบอนุญาต |         |

-----+-------------------------+---------+-------------

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

 

                           คำเตือน

                          -------

 

     (1) ผู้ใดได้รับอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหลัง

ใบอนุญาตนี้ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท และอาจถูก

เพิกถอนใบอนุญาตตามาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

     (2) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด เพิ่ม ลด หรือยกเว้นค่า

ขนส่ง หรือค่าบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการตามมาตรา 38 แห่ง

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน

20,000 บาท

     (3) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ใช้หรือยอมให้บุคคลอื่นใช้

รถที่ได้รับอนุญาตทำการขนส่งนอกเส้นทาง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก

นายทะเบียน หรือผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมายตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติ

การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้องระวางโทษปรับคันละไม่เกิน

5,000 บาท ต่อ 1 วัน จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง

     (4) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่ใช้รถในการประกอบการ

ขนส่งตามจำนวนที่กำหนดไว้เป็นเงื่อนไขในใบอนุญาตตามาตรา 31 (1) แห่ง

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้องระวางโทษปรับตาม

จำนวนรถที่ขาดคันละไม่เกิน 5,000 บาท ต่อ 1 วัน จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง

     (5) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ใช้รถผิดประเภทตามที่ระบุ

ไว้ในใบอนุญาตโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากนายทะเบียนเป็นครั้งคราว

ตามมาตรา 27 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท

หรือทั้งจำทั้งปรับ

     (6) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่แสดงใบอนุญาตประกอบ

การขนส่งหรือใบแทนใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย ณ ที่ตั้งสำนักงานของผู้ได้รับ

ใบอนุญาตตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

     (7) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่ปิดประกาศเส้นทาง

ที่ใช้ในการประกอบการขนส่ง อัตราค่าขนส่งและค่าบริการ สถานที่หยุดและ

จอดเพื่อขนถ่ายสัตว์หรือสิ่งของที่รถจะต้องหยุดในระหว่างเส้นทาง เวลาและ

จำนวนเที่ยวของการเดินรถไว้ ณ ที่ซึ่งอธิบดีกำหนดตามมาตรา 31 วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้องระวางโทษ

ปรับไม่เกิน 1,000 บาท

     (8) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่ยื่นคำขอรับใบแทน

ใบอนุญาตต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย

ถูกทำลายหรือชำรุดในสาระสำคัญของใบอนุญาตตามมาตรา 43 แห่งพระราช

บัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน

1,000 บาท

     (9) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่ส่งคืนใบอนุญาตที่ถูกสั่ง

เพิกถอนต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตาม

มาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้อง

ระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

     (10) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด เลิกประกอบการขนส่ง

ในระหว่างที่ใบอนุญาตยังไม่สิ้นอายุ โดยไม่แจ้งความประสงค์เป็นหนังสือให้

นายทะเบียนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 90 วัน ก่อนวันเลิกประกอบการขนส่ง

ตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิด

ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

     (11) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด มีความประสงค์จะขอ

ต่ออายุใบอนุญาต ต้องยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 120 วัน ตาม

มาตรา 28 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

     (12) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด เลิกใช้รถที่จดทะเบียนแล้ว

โดยไม่แจ้งเป็นหนังสือให้นายทะเบียนทราบ และไม่นำแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ

คืนแก่นายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เลิกใช้รถนั้นตามมาตรา 79 แห่ง

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้องระวางโทษปรับ

ไม่เกิน 10,000 บาท

 

                                             ขส.บ.12 ค.

                          (ตราครุฑ)

 ใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร

                          -------

 

ใบอนุญาตที่ ...../.....

     นายทะเบียนออกใบอนุญาตให้ .............................

สำนักงานชื่อ ........................... อยู่เลขที่ ...........

ตรอก/ซอย .............. ถนน ................ หมู่ที่ .......

ตำบล/แขวง ................... อำเภอ/เขต ................

จังหวัด ...................... มีสิทธิประกอบการขนส่งไม่ประจำทาง

ใบอนุญาตฉบับนี้ให้มีอายุ 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ .. เดือน ...... พ.ศ. ....

ถึงวันที่ .. เดือน ..... พ.ศ. ....

โดยให้ปฏิบัติตามกฎหมายและเงื่อนไขที่นายทะเบียนกำหนดตามมาตรา 32 แห่ง

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ในใบอนุญาตนี้

 

             ให้ไว้ ณ วันที่ .. เดือน .............. พ.ศ. ....

 

                             .....................

                                    นายทะเบียน

 

                           เงื่อนไข

                          -------

 

     (1) จำนวนรถ

     ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องใช้รถที่มีลักษณะตามที่กำหนดไว้

ในข้อ 3 มีจำนวนอย่างน้อย .... คัน อย่างมาก .... คัน

     (2) ลักษณะ ชนิด ขนาดของรถ และเครื่องหมาย

         (ก) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ต้องใช้รถ

ลักษณะ .................................. จำนวน .... คัน

ลักษณะ .................................. จำนวน .... คัน

ลักษณะ .................................. จำนวน .... คัน

ลักษณะ .................................. จำนวน .... คัน

ลักษณะ .................................. จำนวน .... คัน

         (ข) ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งใช้เครื่องหมาย

ตามแบบที่แนบท้ายใบอนุญาตเป็นเครื่องหมายที่ต้องให้ปรากฏประจำรถทุกคัน

โดยแสดงไว้ที่ด้านนอกตัวรถทั้งสองข้าง

     (3) จำนวนที่นั่ง เกณฑ์น้ำหนักบรรทุก และวิธีการบรรทุก

         (ก) รถที่นำมาใช้ในการขนส่งแต่ละคันต้องมีจำนวนที่นั่งและ

หรือที่สำหรับผู้โดยสารยืนตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

         (ข) วิธีการบรรทุกให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ

ควบคุมการขนส่งทางบกกลางกำหนด

     (4) จำนวนผู้ประจำรถ

     ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องมีผู้ประจำรถในเส้นทางอย่างน้อย

ดังนี้

         (ก) ผู้ขับรถ ......... คน

         (ข) ผู้บริการ ........ คน

     (5) ท้องที่ที่ทำการขนส่ง

     ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งทำการขนส่งในท้องที่ ดังนี้

 ......................................................

     (6) มาตรฐานบริการ

     ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องบริการโดยมีมาตรฐาน ดังนี้

         (ก) ........................

         (ข) ........................

         (ค) ........................

     (7) สถานที่หยุดและจอดเพื่อขนถ่ายผู้โดยสาร

     ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องให้รถหยุดและจอด ........

 ......................................................

     (8) สถานที่เก็บ ซ่อม และบำรุรักษารถ

     ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องมีสถานที่เก็บ ซ่อม และบำรุง

รักษารถ ดังนี้

         (ก) สถานที่เก็บรถตั้งอยู่ที่ ........................

 ......................................................

         (ข) สถานที่ซ่อมและบำรุงรักษารถตั้งอยู่ที่ .............

 ......................................................

     (9) เงื่อนไขอื่น .....................................

 ......................................................

 ......................................................

 ......................................................

 

-----+-------------------------+---------+-------------

ลำดับที่|  รายการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข  |วัน/เดือน/ปี|ลงชื่อนายทะเบียน

     |และหรือรายละเอียดในใบอนุญาต |         |

-----+-------------------------+---------+-------------

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

 

                           คำเตือน

                          -------

     (1) ผู้ใดได้รับอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหลัง

ใบอนุญาตนี้ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท และอาจถูก

เพิกถอนใบอนุญาตตามาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

     (2) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด เพิ่ม ลด หรือยกเว้นค่าขนส่ง

หรือค่าบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการตามมาตรา 38 แห่งพระราช

บัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน

20,000 บาท

     (3) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ใช้หรือยอมให้บุคคลอื่นใช้

รถที่ได้รับอนุญาตทำการขนส่งนอกเส้นทาง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก

นายทะเบียน หรือผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมายตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติ

การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้องระวางโทษปรับคันละไม่เกิน

5,000 บาท ต่อ 1 วัน จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง

     (4) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทางผู้ใด กระทำการ

ขนส่งอันมีลักษณะเช่นเดียวหรือคล้ายกับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง

ประจำทาง หรือมีลักษณะเป็นการแบ่งผลประโยชน์กับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบ

การขนส่งประจำทางในเส้นทางที่ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง

ได้รับอนุญาตตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

มีความผิดต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 50,000 บาท ถึง 200,000 บาท

     (5) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ใช้รถผิดประเภทตามที่ระบุ

ไว้ในใบอนุญาตโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากนายทะเบียนเป็นครั้งคราว

ตามมาตรา 27 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท

หรือทั้งจำทั้งปรับ

     (6) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่แสดงใบอนุญาตประกอบ

การขนส่งหรือใบแทนใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย ณ ที่ตั้งสำนักงานของผู้ได้รับ

ใบอนุญาตตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

     (7) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่ปิดประกาศอัตราค่าขนส่ง

และค่าบริการ สถานที่หยุดและจอดเพื่อขนถ่ายผู้โดยสารไว้ ณ ที่ซึ่งอธิบดีกำหนด

ตามมาตรา 32 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

     (8) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่ยื่นคำขอรับใบแทน

ใบอนุญาตต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย

ถูกทำลายหรือชำรุดในสาระสำคัญ ของใบอนุญาตตามมาตรา 43 แห่งพระราช

บัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน

1,000 บาท

     (9) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่ส่งคืนใบอนุญาตที่ถูกสั่ง

เพิกถอนต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตาม

มาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้อง

ระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

     (10) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด มีความประสงค์จะขอ

ต่ออายุใบอนุญาต ต้องยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุตามมาตรา 28 วรรคสาม

แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

     (11) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด เลิกใช้รถที่จดทะเบียนแล้ว

โดยไม่แจ้งเป็นหนังสือให้นายทะเบียนทราบ และไม่นำแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ

คืนแก่นายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เลิกใช้รถนั้นตามมาตรา 79 แห่ง

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้องระวางโทษปรับ

ไม่เกิน 10,000 บาท

 

                                             ขส.บ.12 ง.

                          (ตราครุฑ)

ใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ

                          -------

 

ใบอนุญาตที่ ...../.....

     นายทะเบียนออกใบอนุญาตให้ .............................

สำนักงานชื่อ ........................... อยู่เลขที่ ...........

ตรอก/ซอย .............. ถนน ................ หมู่ที่ .......

ตำบล/แขวง ................... อำเภอ/เขต ................

จังหวัด ...................... มีสิทธิประกอบการขนส่งไม่ประจำทาง

ใบอนุญาตฉบับนี้ให้มีอายุ 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ .. เดือน ...... พ.ศ. ....

ถึงวันที่ .. เดือน ..... พ.ศ. ....

โดยให้ปฏิบัติตามกฎหมายและเงื่อนไขที่นายทะเบียนกำหนดตามมาตรา 32 แห่ง

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ในใบอนุญาตนี้

 

             ให้ไว้ ณ วันที่ .. เดือน .............. พ.ศ. ....

 

                             .....................

                                    นายทะเบียน

 

                           เงื่อนไข

                          -------

 

     (1) จำนวนรถ

     ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องใช้รถที่มีลักษณะตามที่กำหนดไว้

ในข้อ 3 มีจำนวนอย่างน้อย .... คัน อย่างมาก .... คัน

     (2) ลักษณะ ชนิด ขนาดของรถ และเครื่องหมาย

         (ก) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ต้องใช้รถ

ลักษณะ .................................. จำนวน .... คัน

ลักษณะ .................................. จำนวน .... คัน

ลักษณะ .................................. จำนวน .... คัน

ลักษณะ .................................. จำนวน .... คัน

ลักษณะ .................................. จำนวน .... คัน

         (ข) ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งใช้เครื่องหมาย

ตามแบบที่แนบท้ายใบอนุญาตเป็นเครื่องหมายที่ต้องให้ปรากฏประจำรถทุกคัน

โดยแสดงไว้ที่ด้านนอกตัวรถทั้งสองข้าง

     (3) เกณฑ์น้ำหนักบรรทุกและวิธีการบรรทุก

         (ก) รถที่นำมาใช้ในการขนส่งแต่ละคันเมื่อบรรทุกสัตว์และหรือ

สิ่งของ ต้องมีน้ำหนักรวมกันไม่เกินเกณฑ์ตามที่ทางราชการกำหนด

         (ข) วิธีการบรรทุกให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ

ควบคุมการขนส่งทางบกกลางกำหนด

     (4) จำนวนผู้ประจำรถ

     ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องมีผู้ประจำรถอย่างน้อย ดังนี้

         (ก) ผู้ขับรถ ......... คน

         (ข) ผู้บริการ ........ คน

     (5) ท้องที่ที่ทำการขนส่ง

     ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งทำการขนส่งในท้องที่ ดังนี้

 ......................................................

     (6) มาตรฐานบริการ

     ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องบริการโดยมีมาตรฐาน ดังนี้

         (ก) ........................

         (ข) ........................

         (ค) ........................

     (7) สถานที่หยุดและจอดเพื่อขนถ่ายสัตว์หรือสิ่งของ

     ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องให้รถหยุดและจอดเพื่อขนถ่าย

สัตว์หรือสิ่งของ ณ สถานที่ดังนี้ ................................

 ......................................................

     (8) สถานที่เก็บ ซ่อม และบำรุรักษารถ

     ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องมีสถานที่เก็บ ซ่อม และบำรุง

รักษารถ ดังนี้

         (ก) สถานที่เก็บรถตั้งอยู่ที่ ........................

 ......................................................

         (ข) สถานที่ซ่อมและบำรุงรักษารถตั้งอยู่ที่ .............

 ......................................................

     (9) เงื่อนไขอื่น .....................................

 ......................................................

 ......................................................

 ......................................................

 

-----+-------------------------+---------+-------------

ลำดับที่|  รายการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข  |วัน/เดือน/ปี|ลงชื่อนายทะเบียน

     |และหรือรายละเอียดในใบอนุญาต |         |

-----+-------------------------+---------+-------------

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

 

                           คำเตือน

                          -------

     (1) ผู้ใดได้รับอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหลัง

ใบอนุญาตนี้ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท และอาจถูก

เพิกถอนใบอนุญาตตามาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

     (2) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด เพิ่ม ลด หรือยกเว้นค่า

ขนส่ง หรือค่าบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการตามมาตรา 38 แห่ง

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้องระวางโทษปรับ

ไม่เกิน 20,000 บาท

     (3) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ใช้หรือยอมให้บุคคลอื่น

ใช้รถที่ได้รับอนุญาตทำการขนส่งนอกท้องที่ที่ได้รับอนุญาต โดยไม่ได้รับอนุญาต

เป็นหนังสือจากนายทะเบียน หรือผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมายตามมาตรา 39

แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้องระวางโทษ

ปรับคันละไม่เกิน 5,000 บาท ต่อ 1 วัน จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง

     (4) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทางผู้ใด กระทำการ

ขนส่งอันมีลักษณะเช่นเดียวหรือคล้ายกับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง

ประจำทาง หรือมีลักษณะเป็นการแบ่งผลประโยชน์กับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบ

การขนส่งประจำทางในเส้นทางที่ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง

ได้รับอนุญาตตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

มีความผิดต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 50,000 บาท ถึง 200,000 บาท

     (5) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ใช้รถผิดประเภทตามที่ระบุ

ไว้ในใบอนุญาตโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากนายทะเบียนเป็นครั้งคราว

ตามมาตรา 27 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท

หรือทั้งจำทั้งปรับ

     (6) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่แสดงใบอนุญาตประกอบ

การขนส่งหรือใบแทนใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย ณ ที่ตั้งสำนักงานของผู้ได้รับ

ใบอนุญาตตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

     (7) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่ปิดประกาศอัตราค่าขนส่ง

และค่าบริการ สถานที่หยุดและจอดเพื่อขนถ่ายสัตว์หรือสิ่งของไว้ ณ ที่ซึ่งอธิบดี

กำหนดตามมาตรา 32 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

     (8) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่ยื่นคำขอรับใบแทน

ใบอนุญาตต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย

ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ของใบอนุญาตตามมาตรา 43 แห่งพระราช

บัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน

1,000 บาท

     (9) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่ส่งคืนใบอนุญาตที่ถูกสั่ง

เพิกถอนต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตาม

มาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้อง

ระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

     (10) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด มีความประสงค์จะขอ

ต่ออายุใบอนุญาต ต้องยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุตามมาตรา 28 วรรคสาม

แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

     (11) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด เลิกใช้รถที่จดทะเบียนแล้ว

โดยไม่แจ้งเป็นหนังสือให้นายทะเบียนทราบ และไม่นำแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ

คืนแก่นายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เลิกใช้รถนั้นตามมาตรา 79 แห่ง

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้องระวางโทษปรับ

ไม่เกิน 10,000 บาท

 

                                             ขส.บ.12 จ.

                          (ตราครุฑ)

              ใบอนุญาตประกอบการขนส่งโดยรถขนาดเล็ก

                          -------

 

ใบอนุญาตที่ ...../.....

     นายทะเบียนออกใบอนุญาตให้ .............................

สำนักงานชื่อ ........................... อยู่เลขที่ ...........

ตรอก/ซอย .............. ถนน ................ หมู่ที่ .......

ตำบล/แขวง ................... อำเภอ/เขต ................

จังหวัด ...................... มีสิทธิประกอบการขนส่งโดยรถขนาดเล็ก

ในเส้นทาง ...............................................

 .......................................................

 .......................................................

ใบอนุญาตฉบับนี้ให้มีอายุ 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ .. เดือน ...... พ.ศ. ....

ถึงวันที่ .. เดือน ..... พ.ศ. ....

โดยให้ปฏิบัติตามกฎหมายและเงื่อนไขที่นายทะเบียนกำหนดตามมาตรา 33 แห่ง

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ในใบอนุญาตนี้

 

             ให้ไว้ ณ วันที่ .. เดือน .............. พ.ศ. ....

 

                             .....................

                                    นายทะเบียน

 

                           เงื่อนไข

                          -------

 

     (1) ลักษณะและจำนวนรถ

     ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องใช้รถที่มีลักษณะเป็นรถขนาดเล็ก

จำนวนอย่างน้อย .... คัน อย่างมาก .... คัน

     (2) สีของรถและเครื่องหมาย

         (ก) ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งใช้สี .........

เป็นสีตัวถังของรถ

         (ข) ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งใช้เครื่องหมาย

ตามแบบที่แนบท้ายใบอนุญาตเป็นเครื่องหมายที่ต้องให้ปรากฏประจำรถทุกคัน

โดยแสดงไว้ที่ด้านนอกตัวรถทั้งสองข้าง

     (3) จำนวนที่นั่ง เกณฑ์น้ำหนักบรรทุก และวิธีการบรรทุก

         (ก) รถที่นำมาใช้ในการขนส่งแต่ละคันต้องมีจำนวนที่นั่งสำหรับ

ผู้โดยสารและหรือมีที่สำหรับบรรทุกสิ่งของรวมไปกับผู้โดยสารตามที่กรมการขนส่ง

ทางบกกำหนด

         (ข) วิธีการบรรทุกให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ

ควบคุมการขนส่งทางบกกลางกำหนด

     (4) เงื่อนไขอื่น .....................................

 ......................................................

 ......................................................

 ......................................................

 

-----+-------------------------+---------+-------------

ลำดับที่|  รายการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข  |วัน/เดือน/ปี|ลงชื่อนายทะเบียน

     |และหรือรายละเอียดในใบอนุญาต |         |

-----+-------------------------+---------+-------------

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

 

                           คำเตือน

                          -------

     (1) ผู้ใดได้รับอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหลัง

ใบอนุญาตนี้ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท และอาจถูก

เพิกถอนใบอนุญาตตามาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

     (2) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด เพิ่ม ลด หรือยกเว้นค่า

ขนส่ง หรือค่าบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการตามมาตรา 38 แห่ง

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้องระวางโทษปรับ

ไม่เกิน 20,000 บาท

     (3) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ใช้หรือยอมให้บุคคลอื่น

ใช้รถที่ได้รับอนุญาตทำการขนส่งนอกเส้นทาง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือ

จากนายทะเบียน หรือผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมายตามมาตรา 39 แห่งพระราช

บัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้องระวางโทษปรับคันละไม่เกิน

5,000 บาท ต่อ 1 วัน จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง

     (4) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ใช้รถผิดประเภทตามที่ระบุ

ไว้ในใบอนุญาตโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากนายทะเบียนเป็นครั้งคราว

ตามมาตรา 27 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท

หรือทั้งจำทั้งปรับ

     (5) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่แสดงใบอนุญาตประกอบ

การขนส่งหรือใบแทนใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย ณ ที่ตั้งสำนักงานของผู้ได้รับ

ใบอนุญาตตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

     (6) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่ปิดประกาศเส้นทาง

ที่ใช้ในการประกอบการขนส่ง อัตราค่าขนส่งและค่าบริการไว้ ณ ที่ซึ่งอธิบดี

กำหนดตามมาตรา 33 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

     (7) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่ยื่นคำขอรับใบแทน

ใบอนุญาตต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย

ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ของใบอนุญาตตามมาตรา 43 แห่งพระราช

บัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน

1,000 บาท

     (8) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่ส่งคืนใบอนุญาตที่ถูก

สั่งเพิกถอนต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต

ตามมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิด

ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

     (9) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด เลิกประกอบการขนส่ง

ในระหว่างที่ใบอนุญาตยังไม่สิ้นอายุ โดยไม่แจ้งความประสงค์เป็นหนังสือให้

นายทะเบียนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน ก่อนวันเลิกประกอบการขนส่ง

ตามมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิด

ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท

     (10) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด มีความประสงค์จะขอ

ต่ออายุใบอนุญาต ต้องยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 120 วัน

ตามมาตรา 28 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

     (11) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด เลิกใช้รถที่จดทะเบียนแล้ว

โดยไม่แจ้งเป็นหนังสือให้นายทะเบียนทราบ และไม่นำแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ

คืนแก่นายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เลิกใช้รถนั้นตามมาตรา 79 แห่ง

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้องระวางโทษปรับ

ไม่เกิน 10,000 บาท

 

*[25]

                                           `ขส.บ.12 ฉ.

                          (ตราครุฑ)

   ใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคลด้วยรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร

                          -------

 

ใบอนุญาตที่ ...../.....

     นายทะเบียนออกใบอนุญาตให้ ..............................

สำนักงานชื่อ ........................... อยู่เลขที่ ............

ตรอก/ซอย .............. ถนน ................ หมู่ที่ ........

ตำบล/แขวง ................... อำเภอ/เขต .................

จังหวัด .......................... มีสิทธิประกอบการขนส่งส่วนบุคคล

ใบอนุญาตฉบับนี้ให้มีอายุ 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ .. เดือน ....... พ.ศ. ....

ถึงวันที่ .. เดือน ..... พ.ศ. .... โดยให้ปฏิบัติตามกฎหมายและเงื่อนไข

ที่นายทะเบียนกำหนดตามมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก (ฉบับที่ 5)

พ.ศ. 2535 ในใบอนุญาตนี้

 

             ให้ไว้ ณ วันที่ .. เดือน .............. พ.ศ. ....

 

                             .....................

                                    นายทะเบียน

 

                           เงื่อนไข

                          -------

 

     (1) จำนวนรถ

     ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องใช้รถที่มีลักษณะตามที่กำหนดไว้

ใน (2) จำนวนไม่เกิน .... คัน

     (2) ลักษณะ ชนิด ขนาดของรถ และเครื่องหมาย

         (ก) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ต้องใช้รถในการขนส่ง

ผู้โดยสาร

มาตรฐาน .................................. จำนวน .... คัน

มาตรฐาน .................................. จำนวน .... คัน

มาตรฐาน .................................. จำนวน .... คัน

มาตรฐาน .................................. จำนวน .... คัน

มาตรฐาน .................................. จำนวน .... คัน

มาตรฐาน .................................. จำนวน .... คัน

มาตรฐาน .................................. จำนวน .... คัน

         (ข) ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งใช้เครื่องหมายตาม

แบบที่แนบท้ายใบอนุญาต ถ้ามี เป็นเครื่องหมายที่ต้องให้ปรากฏประจำรถทุกคัน

โดยแสดงไว้ที่ด้านนอกตัวรถทั้งสองข้าง

     (3) สถานที่เก็บ ซ่อม และบำรุรักษารถ

     ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องมีสถานที่เก็บ ซ่อม และบำรุง

รักษารถ ดังนี้

         (ก) สถานที่เก็บรถตั้งอยู่ที่ ........................

 ......................................................

         (ข) สถานที่ซ่อมและบำรุงรักษารถตั้งอยู่ที่ .............

 ......................................................

     (4) จำนวนผู้ประจำรถ

     ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องมีผู้ขับรถอย่างน้อย ดังนี้ ....

 ......................................................

 ......................................................

     (5) เงื่อนไขอื่น .....................................

 ......................................................

 ......................................................

 

-----+-------------------------+---------+-------------

ลำดับที่|  รายการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข  |วัน/เดือน/ปี|ลงชื่อนายทะเบียน

     |และหรือรายละเอียดในใบอนุญาต |         |

-----+-------------------------+---------+-------------

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

 

                           คำเตือน

                          -------

     (1) ผู้ใดได้รับอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่

กำหนดไว้ในใบอนุญาตนี้ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท

และอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

พ.ศ. 2522

     (2) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ใช้หรือยอมให้บุคคลอื่นใช้

รถที่ได้รับอนุญาตทำการขนส่งนอกท้องที่ที่ได้รับอนุญาต โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็น

หนังสือจากนายทะเบียน หรือผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมายตามมาตรา 39 แห่ง

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้องระวางโทษปรับ

คันละไม่เกิน 5,000 บาท ต่อ 1 วัน จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง

     (3) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ใช้รถผิดประเภทตามที่ระบุ

ไว้ในใบอนุญาตโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากนายทะเบียนเป็นครั้งคราว

ตามมาตรา 27 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท

หรือทั้งจำทั้งปรับ

     (4) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่แสดงใบอนุญาตประกอบ

การขนส่ง หรือใบแทนใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย ณ ที่ตั้งสำนักงานของผู้ได้รับ

ใบอนุญาตตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

     (5) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่ยื่นคำขอรับใบแทน

ใบอนุญาตต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย

ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ของใบอนุญาตตามมาตรา 43 แห่งพระราช

บัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน

1,000 บาท

     (6) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่ส่งคืนใบอนุญาตที่ถูกสั่ง

เพิกถอนต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตาม

มาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้อง

ระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

     (7) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด มีความประสงค์จะขอต่อ

อายุใบอนุญาต ต้องยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุตามมาตรา 28 วรรคสาม

แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

     (8) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด เลิกใช้รถที่จดทะเบียนแล้ว

โดยไม่แจ้งเป็นหนังสือให้นายทะเบียนทราบ และไม่นำแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ

คืนแก่นายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เลิกใช้รถนั้นตามมาตรา 79 แห่ง

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้องระวางโทษปรับ

ไม่เกิน 10,000 บาท

 

                                             ขส.บ.12 ช.

                          (ตราครุฑ)

ใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคลด้วยรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ

                          -------

 

ใบอนุญาตที่ ...../.....

     นายทะเบียนออกใบอนุญาตให้ ..............................

สำนักงานชื่อ ........................... อยู่เลขที่ ............

ตรอก/ซอย .............. ถนน ................ หมู่ที่ ........

ตำบล/แขวง ................... อำเภอ/เขต .................

จังหวัด .......................... มีสิทธิประกอบการขนส่งส่วนบุคคล

ใบอนุญาตฉบับนี้ให้มีอายุ 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ .. เดือน ....... พ.ศ. ....

ถึงวันที่ .. เดือน ..... พ.ศ. .... โดยให้ปฏิบัติตามกฎหมายและเงื่อนไข

ที่นายทะเบียนกำหนดตามมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก (ฉบับที่ 5)

พ.ศ. 2535 ในใบอนุญาตนี้

 

             ให้ไว้ ณ วันที่ .. เดือน .............. พ.ศ. ....

 

                             .....................

                                    นายทะเบียน

 

                           เงื่อนไข

                          -------

 

     (1) จำนวนรถ

     ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องใช้รถที่มีลักษณะตามที่กำหนดไว้

ใน (2) จำนวนไม่เกิน .... คัน

     (2) ลักษณะ ชนิด ขนาดของรถ และเครื่องหมาย

         (ก) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ต้องใช้รถในการ

ขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ

ลักษณะ .................................. จำนวน .... คัน

ลักษณะ .................................. จำนวน .... คัน

ลักษณะ .................................. จำนวน .... คัน

ลักษณะ .................................. จำนวน .... คัน

ลักษณะ .................................. จำนวน .... คัน

ลักษณะ .................................. จำนวน .... คัน

ลักษณะ .................................. จำนวน .... คัน

ลักษณะ .................................. จำนวน .... คัน

         (ข) ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งใช้เครื่องหมาย

ตามแบบที่แนบท้ายใบอนุญาต ถ้ามี เป็นเครื่องหมายที่ต้องให้ปรากฏประจำรถ

ทุกคัน โดยแสดงไว้ที่ด้านนอกตัวรถทั้งสองข้าง

     (3) สถานที่เก็บ ซ่อม และบำรุรักษารถ

     ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องมีสถานที่เก็บ ซ่อม และบำรุง

รักษารถ ดังนี้

         (ก) สถานที่เก็บรถตั้งอยู่ที่ ........................

 ......................................................

         (ข) สถานที่ซ่อมและบำรุงรักษารถตั้งอยู่ที่ .............

 ......................................................

     (4) จำนวนผู้ประจำรถ

     ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องมีผู้ขับรถอย่างน้อย ดังนี้ ....

 ......................................................

 ......................................................

     (5) เงื่อนไขอื่น .....................................

 ......................................................

 ......................................................

 

-----+-------------------------+---------+-------------

ลำดับที่|  รายการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข  |วัน/เดือน/ปี|ลงชื่อนายทะเบียน

     |และหรือรายละเอียดในใบอนุญาต |         |

-----+-------------------------+---------+-------------

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

     |                         |         |

 

                           คำเตือน

                          -------

     (1) ผู้ใดได้รับอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่

กำหนดไว้ในใบอนุญาตนี้ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท

และอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

พ.ศ. 2522

     (2) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ใช้หรือยอมให้บุคคลอื่นใช้

รถที่ได้รับอนุญาตทำการขนส่งนอกท้องที่ที่ได้รับอนุญาต โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็น

หนังสือจากนายทะเบียน หรือผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมายตามมาตรา 39 แห่ง

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้องระวางโทษปรับ

คันละไม่เกิน 5,000 บาท ต่อ 1 วัน จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง

     (3) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ใช้รถผิดประเภทตามที่ระบุ

ไว้ในใบอนุญาตโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากนายทะเบียนเป็นครั้งคราว

ตามมาตรา 27 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท

หรือทั้งจำทั้งปรับ

     (4) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่แสดงใบอนุญาตประกอบ

การขนส่ง หรือใบแทนใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย ณ ที่ตั้งสำนักงานของผู้ได้รับ

ใบอนุญาตตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

     (5) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่ยื่นคำขอรับใบแทน

ใบอนุญาตต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย

ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ของใบอนุญาตตามมาตรา 43 แห่งพระราช

บัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน

1,000 บาท

     (6) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่ส่งคืนใบอนุญาตที่ถูกสั่ง

เพิกถอนต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตาม

มาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้อง

ระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

     (7) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด มีความประสงค์จะขอ

ต่ออายุใบอนุญาตต้องยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ ตามมาตรา 28 วรรคสาม

แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

     (8) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด เลิกใช้รถที่จดทะเบียนแล้ว

โดยไม่แจ้งเป็นหนังสือให้นายทะเบียนทราบ และไม่นำแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ

คืนแก่นายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เลิกใช้รถนั้นตามมาตรา 79 แห่ง

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีความผิดต้องระวางโทษปรับ

ไม่เกิน 10,000 บาท'

-------------------------------------------------------

หมายเหตุ :-  เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจาก

มาตรา 23 วรรคสอง และมาตรา 28 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติการขนส่ง

ทางบก พ.ศ. 2522 บัญญัติว่าการขออนุญาตและการอนุญาตให้ประกอบการขนส่ง

ประจำทาง การขนส่งไม่ประจำทาง การขนส่งโดยรถขนาดเล็ก และการขนส่ง

ส่วนบุคคล และการขอต่ออายุใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่

กำหนดในกฎกระทรวง  จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 

*[22]

     `ยกเลิกกฎกระทรวง ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2524) ออกตามความใน

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522'

 

                         กฎกระทรวง

                    ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2524)

            ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

                         พ.ศ. 2522

                          -------

 

     อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 และมาตรา 97 วรรคสอง แห่ง

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

     ข้อ 1  เจ้าของโรงเรียนสอนขับรถผู้ใดประสงค์จะขอให้กรมการขนส่ง

ทางบกรับรองโรงเรียนสอนขับรถ ให้ยื่นคำขอตามแบบของกรมการขนส่งทางบก

พร้อมด้วยหลักฐานดังต่อไปนี้

     (1) ภาพถ่ายใบอนุญาตตั้งโรงเรียน

     (2) ภาพถ่ายใบอนุญาตเป็นเจ้าของโรงเรียน พร้อมด้วยสำเนาหรือ

ภาพถ่ายทะเบียนบ้านและภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน

     (3) หลักสูตรการสอนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติของโรงเรียน

     (4) หลักฐานแสดงคุณวุฒิของผู้สอนทุกคน

     (5) แผนที่แสดงที่ตั้งโรงเรียน และแบบแปลนแผนผังอาคารเรียน และ

สิ่งปลูกสร้างภายในบริเวณโรงเรียน ตลอดจนสนามฝึกหัดขับรถ

     (6) ภาพถ่ายรถที่ประสงค์จะใช้ในการฝึกหัดขับรถ

     ข้อ 2  โรงเรียนสอนขับรถที่กรมการขนส่งทางบกรับรอง จะต้องปฏิบัติ

ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

     (1) จัดให้มีสนามฝึกหัดขับรถซึ่งมี

         (ก) ถนนขนาดกว้างไม่น้อยกว่า 6 เมตร ยาวไม่น้อยกว่า

300 เมตร ซึ่งมีทางลาด ทางชัน ทางแยก ทางโค้ง สะพาน และทางรถไฟ

จำลอง  ทั้งนี้ ตามแบบแปลนแผนผังที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด หรือตามที่

กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

         (ข) เครื่องหมายจราจรและสัญญาณจราจรตามกฎหมายว่าด้วย

การจราจรทางบกที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

         (ค) ศาลาที่พักของนักเรียน

     (2) ทำการสอนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติตามหลักสูตรที่กรมการขนส่ง

ทางบกให้ความเห็นชอบ

     (3) จัดให้มีผู้สอนภาคทฤษฎีซึ่งมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางกฎหมาย

อย่างน้อย 1 คน และผู้สอนซึ่งมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าประโยควิชาชีพชั้นสูง แผนก

ช่างเครื่องยนต์หรือเทียบเท่าอย่างน้อย 1 คน

     (4) จัดให้มีผู้สอนภาคปฏิบัติซึ่งมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าประโยควิชาชีพชั้นสูง

แผนกช่างเครื่องยนต์หรือเทียบเท่า และได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถของกรม

การขนส่งทางบกมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี อย่างน้อย 1 คน

     (5) จัดให้มีรถยนต์สำหรับฝึกหัดขับรถแบบคันบังคับคู่ ที่มีน้ำหนักรถและ

น้ำหนักบรรทุกรวมกันไม่เกิน 3,500 กิโลกรัม และรถยนต์สำหรับฝึกหัดขับรถ

แบบคันบังคับคู่ที่มีน้ำหนักรถและน้ำหนักบรรทุกรวมกันเกินกว่า 3,500 กิโลกรัม

ที่มีสภาพมั่นคงแข็งแรง และมีเครื่องอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยถูกต้องตามที่

กรมการขนส่งทางบกกำหนด หรือตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

     (6) จัดให้มีเครื่องยนต์ผ่าซีกชนิดเครื่องดีเซลและเครื่องก๊าซโซลีน

เพื่อใช้ประกอบการสอน

*[21]

     `(7) จัดให้มีเครื่องมือทดสอบสมรรถภาพร่างกายไว้ประจำที่

โรงเรียนสอนขับรถตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด หรือตามที่กรมการ

ขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ เพื่อทดสอบสมรรถภาพร่างกายของนักเรียน

ตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด'

     (8) จัดทำและส่งรายงานการรับนักเรียน รายงานการสอนนักเรียน

และรายงานการทดสอบและวัดผลทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ  ทั้งนี้ ตามระเบียบ

ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

     (9) ใช้หนังสือรับรองผลการสอบตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

    (10) ต้องอำนวยความสะดวกแก่อธิบดีกรมการขนส่งทางบกหรือผู้ที่อธิบดี

มอบหมายในการเข้าตรวจสอบการสอน การทดสอบและวัดผล

     ข้อ 3  เจ้าของโรงเรียนสอนขับรถที่กรมการขนส่งทางบกรับรองผู้ใด

ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงหรือย้ายสถานที่ตั้งโรงเรียน หรือสนามฝึกหัดขับรถ ให้

ยื่นคำขอให้รับรองโรงเรียนสอนขับรถใหม่ พร้อมด้วยแผนที่แสดงที่ตั้งโรงเรียน

และแบบแปลนแผนผังอาคารเรียน สิ่งปลูกสร้างในบริเวณโรงเรียน หรือสนาม

ฝึกหัดขับรถแห่งใหม่ แล้วแต่กรณี

     ข้อ 4  เมื่อปรากฏว่าโรงเรียนสอนขับรถที่กรมการขนส่งทางบกรับรอง

โรงเรียนใดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในข้อ 2 ให้กรมการขนส่งทางบกมีอำนาจ

ตักเตือนหรือยกเลิกการรับรองโรงเรียนสอนขับรถนั้นได้ตามควรแก่กรณี

     การยกเลิกการรับรองโรงเรียนสอนขับรถตามวรรคหนึ่ง ให้กรมการ

ขนส่งทางบกแจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าของโรงเรียนสอนขับรถทราบ และปิดสำเนา

หนังสือนั้นไว้ในที่เปิดเผย ณ โรงเรียนสอนขับรถดังกล่าว

     ข้อ 5  การยื่นคำขอตามกฎกระทรวงนี้

     (1) สำหรับโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นต่อกรมการ

ขนส่งทางบก

     (2) สำหรับโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร

ให้ยื่นต่อกรมการขนส่งทางบกหรือสำนักงานขนส่งจังหวัดนั้น ๆ

     ข้อ 6  หนังสือรับรองโรงเรียนสอนขับรถ ให้ใช้แบบหนังสือรับรอง

โรงเรียนสอนขับรถท้ายกฎกระทรวงนี้

 

                     ให้ไว้ ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2524

                          ร้อยตำรวจโท ชาญ มนูธรรม

                       รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

 

 

                         (ตราครุฑ)

                  หนังสือรับรองโรงเรียนสอนขับรถ

                          -------

 

หนังสือรับรองที่ ............

 

                    หนังสือรับรองฉบับนี้ให้ไว้แก่

                    ....................

ตั้งอยู่เลขที่ ....... ตรอก/ซอย ........... ถนน .............

หมู่ที่ .... ตำบล/แขวง ............ อำเภอ/เขต .............

จังหวัด ...................... เพื่อแสดงว่าเป็นโรงเรียนสอนขับรถที่

กรมการขนส่งทางบกรับรองตามมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

พ.ศ. 2522

 

           ให้ไว้ ณ วันที่ .. เดือน ............... พ.ศ. ....

 

                        .........................

                           อธิบดีกรมการขนส่งทางบก

 

-------------------------------------------------------

หมายเหตุ :-  เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจาก

มาตรา 97 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 บัญญัติว่า

การรับรองโรงเรียนสอนขับรถ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข

ที่กำหนดในกฎกระทรวง  จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 

                         กฎกระทรวง

                    ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2524)

            ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

                         พ.ศ. 2522

                          -------

 

     อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 และมาตรา 81 วรรคหนึ่ง แห่ง

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

     ข้อ 1  ผู้ใดประสงค์จะนำรถที่ยังมิได้จดทะเบียนตามมาตรา 81 หรือ

รถที่เลิกใช้ตามมาตรา 79 มาใช้เพื่อขายหรือเพื่อซ่อม ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต

และเครื่องหมายตามแบบของกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วยหลักฐานดังต่อไปนี้

     (1) บุคคลธรรมดา

         (ก) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือภาพถ่ายใบสำคัญ

ประจำตัวคนต่างด้าว

         (ข) สำเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้าน

     (2) ห้างหุ้นส่วนสามัญ

         (ก) รายชื่อผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน

         (ข) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือภาพถ่ายใบสำคัญ

ประจำตัวคนต่างด้าวของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน

         (ค) สำเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้านของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน

     (3) ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด

         หนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทแสดงการจดทะเบียน

เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด

     (4) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด

         (ก) หนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทแสดงการ

จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด

         (ข) สำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับฉบับตีพิมพ์

     ข้อ 2  การยื่นคำขอรับใบอนุญาตและเครื่องหมายตามกฎกระทรวงนี้ ให้

ยื่นต่อกรมการขนส่งทางบก สำหรับในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานครจะยื่น

คำขอรับใบอนุญาตและเครื่องหมายต่อสำนักงานขนส่งจังหวัดนั้น ๆ ก็ได้

     ข้อ 3  ใบอนุญาตให้นำรถที่ยังมิได้จดทะเบียนตามมาตรา 81 วรรคหนึ่ง

หรือรถที่เลิกใช้ตามมาตรา 79 มาใช้เพื่อขายหรือเพื่อซ่อมให้ใช้แบบใบอนุญาต

ท้ายกฎกระทรวงนี้

     ข้อ 4  เครื่องหมายสำหรับรถที่ได้รับอนุญาตให้นำมาใช้เพื่อขยายหรือ

เพื่อซ่อมตามกฎกระทรวงนี้ ให้มีลักษณะเป็นแผ่นอลูมิเนียมอัดวัสดุสะท้อนแสงรูป

สี่เหลี่ยมผืนผ้า พื้นเป็นสีแดงขนาดกว้าง 15.20 เซนติเมตร ยาว 30 เซนติเมตร

แบ่งออกเป็นสองบรรทัด บรรทัดบนเป็นตัวเลขอารบิคห้าหลัก ขนาดสูง 7 เซนติเมตร

กว้าง 3 เซนติเมตร และมีตรากรมการขนส่งทางบกอยู่ข้างหน้า บรรทัดล่าง

เป็นตัวอักษรมีข้อความว่า `ใช้เพื่อขยายหรือเพื่อซ่อม' ขนาดสูง 2 เซนติเมตร

กว้าง 1.50 เซนติเมตร ตัวเลขและตัวอักษรอัดเป็นรอยดุนสีขาว  ทั้งนี้ ตามที่

กรมการขนส่งทางบกจัดทำขึ้น

     ข้อ 5  ผู้ได้รับใบอนุญาตให้นำรถที่ยังมิได้จดทะเบียนตามมาตรา 81

วรรคหนึ่ง หรือรถที่เลิกใช้ตามมาตรา 79 มาใช้เพื่อขายหรือเพื่อซ่อมนั้น ต้อง

ติดภาพถ่ายใบอนุญาตไว้ที่กระจกหน้ารถด้านในหันข้อความด้านหน้าของใบอนุญาต

ออกด้านนอก และติดเครื่องหมายสำหรับรถที่ได้รับอนุญาตให้นำมาใช้เพื่อขาย

หรือเพื่อซ่อมไว้ที่ด้านหน้ารถหนึ่งแผ่น และด้านท้ายรถหนึ่งแผ่น ณ ที่ที่เห็นได้ชัด

     ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งบันทึกการเดินทางแต่ละครั้งลงใน

ภาพถ่ายใบอนุญาตตามแบบบันทึกการเดินทางท้ายกฎกระทรวงนี้

 

                    ให้ไว้ ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2524

                         ร้อยตำรวจโท ชาญ มนูธรรม

                      รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

                 ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

 

                         (ตราครุฑ)

             ใบอนุญาตให้นำรถมาใช้เพื่อขายหรือเพื่อซ่อม

                          -------

 

ใบอนุญาตที่ ....../......

 

                     ใบอนุญาตฉบับนี้ให้ไว้แก่

                   .....................

ตั้งอยู่เลขที่ ....... ตรอก/ซอย ........... ถนน .............

หมู่ที่ .... ตำบล/แขวง ............ อำเภอ/เขต .............

จังหวัด ......................... เพื่อแสดงว่าเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้

นำรถที่อยู่ในความครอบครองมาใช้เพื่อขายหรือเพื่อซ่อม โดยออกเครื่องหมาย

เลขที่ ............ ถึงเลขที่ ......... ทั้งนี้ ให้ใช้ได้จนถึงวันที่ ..

เดือน ........ พ.ศ. ....

 

           ให้ไว้ ณ วันที่ .. เดือน ............... พ.ศ. ....

 

                        .........................

                              นายทะเบียนกลาง

 

                       บันทึกการเดินทาง

 

                          วันที่ .. เดือน ....... พ.ศ. ....

     ผู้ได้รับใบอนุญาตประสงค์จะใช้รถ ชนิด .....................

หมายเลขตัวถังหรือโครงคัสซี .......... หมายเลขเครื่องยนต์ ......

เดินทางจาก .................... ไป .....................

เพื่อ ...................................................

ระหว่างวันที่ .. เดือน ...... พ.ศ. .... ถึงวันที่ .. เดือน ......

พ.ศ. ....

 

                (ลายมือชื่อ) .................. ผู้ได้รับอนุญาต

 

-------------------------------------------------------

หมายเหตุ :-  เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจาก

มาตรา 81 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 บัญญัติว่า

รถที่ยังมิได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 หรือ

รถที่เลิกใช้ตามมาตรา 79 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

ถ้าจะนำมาใช้เพื่อขายหรือเพื่อซ่อม ต้องมีใบอนุญาตและเครื่องหมายโดยเฉพาะ

ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง  จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 

                          กฎกระทรวง

                     ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2524)

             ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

                          พ.ศ. 2522

                            -------

 

     อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 และมาตรา 86 วรรคหนึ่ง แห่ง

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

     ข้อ 1  ให้เจ้าของรถที่ขอชำระภาษีเป็นงวดเสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม

สำหรับภาษีงวดที่ค้างชำระงวดละหนึ่งร้อยบาท

     ข้อ 2  ค่าธรรมเนียมเพิ่มตามข้อ 1 ให้ชำระพร้อมกับการชำระภาษี

ที่ค้างชำระแต่ละงวด

 

                     ให้ไว้ ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2524

                          ร้อยตำรวจโท ชาญ มนูธรรม

                       รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

                 ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

-------------------------------------------------------

หมายเหตุ :-  เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจาก

มาตรา 86 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 บัญญัติ

ให้ออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมเพิ่มสำหรับรถที่ขอชำระภาษีเป็นงวด

จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 

*[4]

*[6]

*[9]

     `ยกเลิกกฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2524) ออกตามความใน

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522'

 

*[5]

                       กฎกระทรวง

                  ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2524)

           ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

                       พ.ศ. 2522

                        -------

 

     อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 และมาตรา 71 วรรคหนึ่ง แห่ง

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

                         หมวด 1

   สภาพ เครื่องอุปกรณ์ และส่วนควบของรถที่ใช้การขนส่งผู้โดยสาร

                      และรถขนาดเล็ก

                        -------

                         ส่วนที่ 1

     เครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร

  มาตรฐาน 1 มาตรฐาน 2 มาตรฐาน 3 มาตรฐาน 4 มาตรฐาน 6

                  มาตรฐาน 7 และรถขนาดเล็ก

                        -------

     ข้อ 1  รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 1  มาตรฐาน 2

มาตรฐาน 3 มาตรฐาน 4 มาตรฐาน 6 มาตรฐาน 7 และรถขนาดเล็ก

จะต้องมีเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบดังต่อไปนี้

     (1) คัสซี ตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกเห็นชอบให้ใช้เป็นคัสซี

รถโดยสาร  แต่ทั้งนี้ จะต้องประกอบด้วย

         (ก) โครงคัสซี ทำด้วยโลหะแข็งแรงตลอดความยาวของ

ตัวถังรถ เมื่อต่อตัวถังแล้วสามารถรับน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้ทุกสภาพ

การใช้งานของรถ

         (ข) กันชน ทั้งกันชนหน้าและกันชนท้ายที่ติดตั้งเสมอกับหน้ารถ

และท้ายรถ หรือยื่นจากหน้ารถและท้ายรถระยะห่างพอสมควร

         (ค) ระบบบังคับเลี้ยว ที่ทำงานได้คล่องตัว พวงมาลัยอยู่ใน

ตำแหน่งที่ผู้ขับสามารถบังคับรถได้สะดวกและปลอดภัย กลไกบังคับ ต้องไม่

สัมผัสกับส่วนอื่นใดของรถ อัตราส่วนระหว่างมุมหมุนของพวงมาลัยกับมุมเลี้ยว

ของล้อทั้งซ้ายและขวาต้องใกล้เคียงกัน แรงที่ใช้หมุนพวงมาลัยให้รถเลี้ยวซ้าย

หรือขวาจะต้องใกล้เคียงกัน และไม่มากเกินสมควร

         (ง) กงล้อและยาง

         กงล้อทำด้วยโลหะ และยางเป็นชนิดกลวงสูบลมที่มีขนาดสามารถ

รับน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้โดยปลอดภัย

         (จ) เพลาล้อ ที่มีขนาดสามารถรับน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้

โดยปลอดภัย

         (ฉ) สปริงและเครื่องผ่อนคลายความสั่นสะเทือน

         สปริงมีขนาดสามารถรับน้ำหนักและการสั่นสะเทือนของตัวรถเต็ม

อัตราบรรทุกได้โดยปลอดภัย และมีเครื่องผ่อนคลายความสั่นสะเทือนที่ล้อทุกล้อ

เพลาละไม่น้อยกว่า 2 ชุด ซึ่งสามารถผ่อนคลายความสั่นสะเทือนได้ตามสมควร

         สำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 3 (จ) มาตรฐาน

3 (ฉ) และรถขนาดเล็ก จะมีเครื่องผ่อนคลายความสั่นสะเทือนเฉพาะ

เพลาหน้าก็ได้

         (ช) แผ่นบังโคลน ที่ล้อทุกล้อ มีขนาดอย่างน้อยเต็มความกว้าง

ของยางล้อทำด้วยโลหะหรือยางหรือวัสดุอื่นใด  ทั้งนี้ อาจใช้พื้นรถที่เป็นโลหะ

แทนแผ่นบังโคลนได้ แต่ด้านหลังล้อทุกล้อต้องมีแผ่นยางแขวนไว้เต็มความกว้าง

ของยางล้อ ระยะห่างพอสมควร และสูงจากพื้นไม่เกิน 25 เซนติเมตร

         (ซ) ห้ามล้อมือ ที่มีประสิทธิภาพตามที่กรมการขนส่งทางบก

ประกาศกำหนด

         (ฌ) ห้ามล้อเท้า ที่บังคับที่ล้อทุกล้อ ซึ่งจะเป็นระบบไฮดรอลิค

หรือระบบลมก็ได้ ถ้าเป็นระบบลมให้มีเครื่องวัดความดันของลมหรือสัญญาณเตือน

ติดไว้ในที่ซึ่งผู้ขับมองเห็นได้ง่าย  ทั้งนี้ โดยมีประสิทธิภาพตามที่กรมการขนส่ง

ทางบกประกาศกำหนด

         รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 6 จะต้องมีระบบห้ามล้อ

ฉุกเฉินที่สามารถทำให้รถตอนท้ายหยุดได้โดยอัตโนมัติ ในกรณีที่รถพ่วงหลุดจาก

รถตอนหน้า

         (ญ) เครื่องกำเนิดพลังงาน ที่สามารถขับเคลื่อนรถในขณะที่มี

น้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้ด้วยความเร็วเหมาะสมและในสภาพใช้งานตามปกติ

ซึ่งต้องไม่เกินเกณฑ์กำลังที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด และเครื่องกำเนิด

พลังงานจะต้องไม่ทำให้เกิดก๊าซ ฝุ่น ควัน ละอองเคมี และเสียงเกินเกณฑ์ที่

กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด  ทั้งนี้ ให้มีฝาครอบเครื่องกำเนิดพลังงาน

ขนาดปิดเครื่องได้สนิท และสามารถเก็บเสียงได้ตามความเหมาะสม

         (ฎ) ระบบไอเสีย ที่มีเครื่องระงับเสียงและมีการบังหรือกัน

ท่อไอเสียมิให้สัมผัสกับวัสดุติดไฟง่าย อันเป็นส่วนประกอบของรถ ส่วนปลาย

ของท่อไอเสียต้องขนานกับผิวทางและตรงออกท้ายรถ

         สำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารที่มีทางขึ้นลงด้านท้ายรถส่วน

ปลายท่อไอเสียต้องขนานกับผิวทางและเบนออกตรงมุมท้ายรถด้านขวา

         (ฏ) ระบบส่งกำลังงาน ประกอบด้วยคลัทช์ เฟืองส่งกำลัง

เพลาส่งกำลังข้อต่อ และเฟืองท้าย สามารถส่งกำลังขับเคลื่อนรถในขณะที่มี

น้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้โดยปลอดภัย และให้มีการห่วงหรือโซ่รองรับเพลา

ส่งกำลังที่ทำด้วยโลหะที่มีขนาดสามารถรับรองเพลาส่งกำลังในกรณีที่หลุดหรือ

ขาดไม่ให้กระแทกผิวทางได้

         (ฐ) ระบบสตาร์ทเครื่องกำเนิดพลังงาน พร้อมสวิทช์ที่ผู้ขับ

สามารถสตาร์ทเครื่องได้จากที่นั่งผู้ขับรถ

         (ฑ) ระบบไฟฟ้า

         ให้ใช้สายไฟฟ้าที่มีฉนวนหุ้มสาย และมีขนาดเหมาะสมกับปริมาณ

กระแสไฟฟ้าที่ผ่านสายนั้น การเดินสายไฟภายในและภายนอกต้องเรียบร้อย

และไม่เป็นเหตุให้เกิดการลัดวงจรหรือเกิดอันตรายได้ง่าย ส่วนตัวถังที่ทำด้วย

วัสดุสื่อไฟฟ้าต้องต่อให้ร่วมกับแบตเตอรี่ของรถ และแบตเตอรี่ต้องยึดแน่นกับ

ตัวรถ ในกรณีที่แบตเตอรี่อยู่ในช่องแคบของตัวถัง จะต้องมีไม้หรือฉนวนกั้น

ตามความเหมาะสมด้วย

         (ฒ) แตรสัญญาณ ชนิดไฟฟ้าเสียงเดียว ดังพอสมควร ความดัง

ของเสียงแตรจะต้องอยู่ในเกณฑ์ที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด แตร

สัญญาณอย่างอื่นนอกจากแตรไฟฟ้าหากจะนำมาใช้ ต้องได้รับความเห็นชอบจาก

กรมการขนส่งทางบก ห้ามนำแตรสัญญาณที่มีเสียงทำให้เกิดความรำคาญหรือ

รบกวนสาธารณชนมาใช้

         (ณ) ถังเชื้อเพลิง ที่ใช้กับเครื่องกำเนิดพลังงานซึ่งมีสภาพ

ไม่รั่วซึม มีฝาปิดอย่างดีและมีขนาดพอสมควร ติดตั้งไว้ในที่ที่ปลอดภัยซึ่งป้องกัน

การเกิดเพลิงไหม้ รวมทั้งท่อส่งเชื้อเพลิงต้องมีสภาพดี ไม่รั่วซึมหรือเกิด

อันตรายได้ง่าย

         (ด) เครื่องวัดความเร็ว สามารถอ่านความเร็วของรถเป็น

กิโลเมตรต่อชั่วโมง คลาดเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยละสิบ และจะต้องมีแสงสว่าง

ให้สามารถอ่านความเร็วในเวลากลางคืนได้

         (ต) เครื่องบันทึกความเร็ว ชนิดที่ได้รับความเห็นชอบจาก

กรมการขนส่งทางบก ซึ่งสามารถบันทึกระยะทาง เวลา และความเร็วของรถ

ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง บนกระดาษกร๊าฟโดยอัตโนมัติ

         ประเภทและลักษณะของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารและรถขนาดเล็ก

ที่จะบังคับให้มีเครื่องบันทึกความเร็วตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่ง

ทางบกประกาศกำหนด

     (2) ตัวถัง ยึดติดกับโครงคัสซีอย่างมั่นคงแข็งแรง สามารถรับน้ำหนัก

เต็มอัตราบรรทุกได้ทุกสภาพการใช้งานของรถ รูปร่างภายนอกต้องไม่มีส่วน

ยื่นที่แหลมหรือคมอันอาจก่อให้เกิดอันตราย แบบตัวถังของรถ ให้เป็นไปตามที่

กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด หรือตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความ

เห็นชอบแล้ว  แต่ทั้งนี้ จะต้องประกอบด้วย

*[23]

        `(ก) กระจกกันลม และส่วนประกอบของตัวถังที่เป็นกระจก ต้อง

เป็นกระจกนิรภัยตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

         กระจกกันลมหน้า ต้องมีขนาดที่ผู้ขับรถสามารถมองเห็นสภาพการจราจร

ได้ดี และห้ามมิให้นำวัสดุอื่นใดมาติดหรือบังส่วนใดส่วนหนึ่งของกระจก เว้นแต่

เป็นการติดเครื่องหมายหรือเอกสารตามที่กฎหมายกำหนด หรือเป็นการติดวัสดุ

เพื่อบังหรือกรองแสงแดดไว้ที่ด้านบนของกระจกตามขนาดที่กรมการขนส่งทางบก

กำหนด

         (ข) กระจกเงาสำหรับมองหลังอย่างน้อย 3 บาน ซึ่งทำให้ผู้ขับรถ

มองเห็นสภาพการจราจรด้านข้าง ด้านหลัง และประตูทางขึ้นลงของผู้โดยสารได้

ทุกขณะ'

         (ค) เครื่องปัดน้ำฝน มีใบปัดน้ำที่กระจกหน้ารถ และมีขนาด

ที่สามารถปัดน้ำได้เนื้อที่กว้างพอที่ผู้ขับมองเห็นสภาพการจราจรด้านหน้ารถได้

อย่างชัดเจน

         สำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร มาตรฐาน 4 ต้องมีใบปัดน้ำ

ที่กระจกหน้ารถชั้นบนด้วย

         (ง) สีภายนอกและภายในซึ่งมีลักษณะเรียบร้อย

         (จ) ตัวอักษร ภาพ หรือเครื่องหมายอื่นใดที่ด้านข้าง ด้านหน้า

และด้านท้ายของตัวถัง ให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

หรือตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

         (ฉ) หลังคา ทำด้วยวัสดุมั่นคงแข็งแรง สามารถกันแดดกันฝนได้

         สำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 3 (จ) และ

มาตรฐาน 3(ฉ) ในประเภทการขนส่งส่วนบุคคล หลังคาจะทำด้วยผ้าใบ

หรือวัสดุอื่นที่มีคุณภาพทัดเทียมกันก็ได้

         (ช) พื้นรถ พื้นที่มั่นคงแข็งแรง สำหรับพื้นที่ชั้นบนของรถที่ใช้

ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 4 ต้องมั่นคงแข็งแรง มีพื้นยางหรือวัสดุอื่น

ที่มีคุณภาพทัดเทียมกัน ปูเต็มความกว้างและความยาวของพื้นรถ ใต้พื้นชั้นบน

ต้องมีฝ้ากรุโดยทั่วไป

*[23]

        `(ซ) หน้าต่างที่ด้านข้างรถซึ่งมีขนาดและจำนวนตามสมควร บาน

หน้าต่างเป็นชนิดปิดเปิดได้ ทำด้วยวัสดุที่มั่นคงแข็งแรง สามารถกันแดดกันฝนได้

มีกลอนหรือสลักสำหรับยึด ถ้าบานหน้าต่างทำด้วยวัสดุโปร่งแสงต้องมีวัสดุสำหรับ

บังหรือกรองแสงแดดขนาดเต็มพื้นที่ของวัสดุโปร่งแสงนั้น

         บานหน้าต่างของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 1 มาตรฐาน 2

มาตรฐาน 4 (ก) (ข) (ค) (ง) และมาตรฐาน 6 (ก) จะเป็น

ชนิดปิดเปิดไม่ได้ก็ได้ ถ้าเป็นชนิดปิดเปิดไม่ได้ ตัวถึงจะต้องมีระบบการถ่ายเท

อากาศได้ดี ในกรณีที่เครื่องปรับอากาศขัดข้อง

         บานหน้าต่างของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 3 (จ)

(ฉ) และรถขนาดเล็กจะใช้ผ้าใบหรือวัสดุอื่นที่มีคุณภาพทัดเทียมกันแทนบานหน้าต่าง

ก็ได้ แต่ต้องมีที่สำหรับยึดติดกับตัวถัง'

         (ฌ) ประตูทางขึ้นลงและประตูฉุกเฉิน

         บานประตูทางขึ้นลง อยู่ที่ด้านข้างหรือที่ด้านท้ายของรถ ในกรณีที่

ประตูทางขึ้นลงอยู่ที่ด้านข้าง บันไดทางขึ้นลงจะต้องไม่ยื่นออกนอกรถ ในกรณี

ที่ประตูทางขึ้นลงอยู่ที่ด้านท้ายของรถ บันไดทางขึ้นลงให้ยื่นออกนอกรถได้

         ประตูฉุกเฉิน อยู่ที่ด้านข้างข้างขวาหรือที่ด้านท้ายของรถ มีบานประตู

เต็มส่วนกว้างและส่วนสูง มีเครื่องหมายแสดงว่าเป็นประตูฉุกเฉินพร้อมด้วย

คำอธิบายวิธีเปิดเป็นภาษาไทย

         ประเภทและลักษณะของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารและรถขนาดเล็ก

ที่จะบังคับให้มีประตูทางขึ้นลงและประตูฉุกเฉิน จำนวน ขนาดและตำแหน่งประตู

ทางขึ้นลงประตูฉุกเฉิน ให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

หรือตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

         (ญ) ที่นั่งผู้ขับรถซึ่งแยกต่างหากจากที่นั่งผู้โดยสาร สามารถ

ปรับเลื่อนได้ตามความเหมาะสม ตรึงแน่นกับพื้นรถอยู่ในตำแหน่งที่สามารถ

บังคับรถได้ดีและมองเห็นสภาพการจราจรด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง

เมื่อใช้กระจกสำหรับมองหลังได้อย่างชัดเจน

         (ฎ) ที่นั่งผู้โดยสาร ตรึงแน่นกับพื้นรถ

         แบบและการจัดวางที่นั่งของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารแต่ละ

มาตรฐาน ให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด หรือตามที่

กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

         (ฏ) ห้องผู้ขับรถหรือราวกั้นผู้ขับรถที่มั่นคงแข็งแรงสำหรับแยก

ผู้ขับรถให้อยู่คนละส่วนกับผู้โดยสาร

         สำหรับที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 2 (จ) มาตรฐาน

3 (จ) มาตรฐาน 3 (ฉ) และรถขนาดเล็ก จะมีราวกั้นผู้ขับรถหรือไม่

ก็ได้

         (ฐ) ราวยึดเหนี่ยว ที่มั่นคงแข็งแรงและสะอาดเรียบร้อย

ตรึงแน่นกับเพดานภายใน โดยมีความยาวและระยะห่างตามความเหมาะสม

หรือมีที่ยึดเหนี่ยวอื่นใดใช้การได้ทัดเทียมกัน และที่ประตูทางขึ้นลงต้องมีราว

สำหรับยึดเหนี่ยวติดไว้ตามความเหมาะสมอย่างน้อยประตูละ 1 ราว

         (ฑ) กริ่งสัญญาณหยุดรถ ทีมีเสียงดังพอสมควร พร้อมด้วยที่

กดกริ่งสัญญาณติดไว้ภายในรถ

         ประเภทและลักษณะของรถ ที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารและรถ

ขนาดเล็กที่จะบังคับให้มีกริ่งสัญญาณหยุดรถ จำนวนและตำแหน่งที่ติดตั้งกริ่ง

สัญญาณหยุดรถ ให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด หรือ

ตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

*[27]

         `(ฒ) แผ่นสะท้อนแสงสีแดง จำนวน 2 แผ่น หรือ 4 แผ่น มีลักษณะ

เป็นวงกลมสามเหลี่ยมด้านเท่า สี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า อย่างใดอย่างหนึ่ง

ในกรณีที่รถมีความกว้างเกิน 2.10 เมตร แผ่นสะท้อนแสงที่มีลักษณะเป็นวงกลม

ต้องมีเส้นผ่านศูนย์กลางยาวไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร หรือหากมีลักษณะเป็น

สามเหลี่ยมด้านเท่า สี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า ต้องมีความยาวด้านละ

ไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร แล้วแต่กรณี ติดที่ด้านท้ายรถข้างซ้ายและข้างขวามี

จำนวนเท่ากันทั้งสองข้าง สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า 40 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน

1.40 เมตร แผ่นริมสุดห่างจากด้านข้างริมสุดของท้ายรถไม่เกิน 40 เซนติเมตร

สามารถสะท้อนแสงเห็นได้ในเวลากลางคืนในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร'

*[27]

         `(ณ) เข็มขัดนิรภัย ตามประเภทของรถและตามแบบที่กรมการขนส่ง

ทางบกประกาศกำหนด'

*[27]

     `(3) โคมไฟดังต่อไปนี้ ที่มีกำลังไฟและความส่องสว่างตามที่กรมการ

ขนส่งทางบกประกาศกำหนด

         (ก) โคมไฟแสงพุ่งไกล แสงขาวหรือเหลืองอ่อน จำนวน 2 ดวง

ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่ด้านหน้ารถข้างซ้ายและข้างขวา แห่งละ 1 ดวง โคมไฟ

ทุกดวงต้องให้แสงสว่างสีเดียวกัน สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า 40 เซนติเมตร

แต่ไม่เกิน 1.35 เมตร

         โคมไฟแสงพุ่งไกลจะให้แสงสว่างได้เฉพาะในขณะที่โคมไฟท้ายให้

แสงสว่างด้วยเท่านั้นเว้นแต่เป็นการให้แสงสัญญาณชั่วขณะ

         (ข) โคมไฟพุ่งต่ำ แสงขาวหรือเหลืองอ่อน ที่ให้แสงสีเดียวกับ

โคมไฟแสงพุ่งไกล จำนวน 2 ดวง ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่ด้านหน้ารถหน้าข้างซ้าย

และข้างขวา แห่งละ 1 ดวง สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า 40 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน

1.35 เมตร ห่างจากด้านข้างริมสุดของหน้ารถไม่เกิน 40 เซนติเมตร

         โคมไฟแสงพุ่งต่ำจะให้แสงสว่างได้เฉพาะในขณะที่โคมไฟให้แสงสว่าง

ด้วยเท่านั้น

         (ค) โคมไฟแสดงความกว้างของรถ แสงขาวหรือเหลือง จำนวน

2 ดวง หรือ 4 ดวง ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่ด้านหน้ารถข้างซ้ายและข้างขวา

มีจำนวนเท่ากันทั้งสองข้าง โคมไฟทุกดวงต้องให้แสงสีเดียวกัน สูงจากผิวทาง

ไม่น้อยกว่า 35 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 2.10 เมตร โคมไฟทุกดวงริมสุดห่าง

จากด้านข้างริมสุดของหน้ารถไม่เกิน 40 เซนติเมตร

         โคมไฟแสดงความกว้างของรถจะให้แสงสว่างได้เฉพาะในขณะที่

โคมไฟท้ายให้แสงสว่างด้วยเท่านั้น

         (ง) โคมไฟเลี้ยว ชนิดใช้ไฟกระพริบ แสงเหลือง ติดที่ด้านหน้า

จำนวน 2 ดวง และแสงเหลืองหรือแดง ติดที่ด้านท้ายจำนวน 2 ดวง หรือ

4 ดวง ในกรณีที่รถมีความกว้างเกิน 2.10 เมตร โคมไฟเลี้ยวด้านท้ายจะ

มีจำนวน 6 ดวงก็ได้ โดยให้ติดไว้ที่ข้างซ้ายและข้างขวามีจำนวนเท่ากันทั้ง

สองข้าง โคมไฟทุกดวงที่ติดที่ด้านท้ายต้องให้แสงสีเดียวกัน โคมไฟดวงริมสุด

ห่างจากด้านข้างริมสุดของหน้ารถหรือท้ายรถไม่เกิน 40 เซนติเมตร และดวง

ล่างสุดอยู่สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า 35 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 2.10 เมตร

โคมไฟเลี้ยวทุกดวงที่อยู่ข้างเดียวกันต้องกระพริบพร้อมกันในขณะที่รถให้สัญญาเลี้ยว

         (จ) โคมไฟท้าย แสงแดง จำนวน 2 ดวง หรือ 4 ดวง หรือ

4 ดวง ในกรณีที่รถมีความกว้างเกิน 2.10 เมตร จะมีจำนวน 6 ดวงก็ได้

ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่ด้านท้ายข้างซ้ายและข้างขวา มีจำนวนเท่ากันทั้งสองข้าง

สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า 35 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 2.10 เมตร โคมไฟดวง

ริมสุดห่างจากด้านข้างริมสุดของท้ายรถไม่เกิน 40 เซนติเมตร

         โคมไฟหยุดจะให้แสงสว่างได้เฉพาะในขณะที่ใช้ห้ามล้อเท่านั้นและแสง

ต้องสม่ำเสมอคงที่กระพริบ โคมไฟหยุดถ้ารวมอยู่ในโคมไฟท้ายจะต้องมีความส่อง

สว่างของโคมไฟท้ายนั้น

         (ช) โคมไฟถอยหลัง แสงขาว จำนวนไม่เกิน 2 ดวง ติดอยู่ท้ายรถ

สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า 25 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 2.10 เมตร ในกรณีที่มี 2

ดวง ต้องติดอยู่ในระดับเดียวกันและห่างจากแนวกึ่งกลางท้ายรถเท่ากันทั้งสองข้าง

         โคมไฟถอยหลังจะให้แสงสว่างได้เฉพาะในขณะที่เข้าเกียร์ถอยหลัง

         (ซ) โคมไฟส่องป้ายทะเบียน แสงขาว อย่างน้อย 1 ดวง แต่ไม่เกิน

2 ดวง ติดอยู่ด้านบน ด้านล่าง หรือด้านข้างของแผ่นป้ายท้ายรถมีความสว่างสามารถ

อ่านป้ายทะเบียนรถไดชัดเจนในระยะไม่น้อยกว่า 20 เมตร จากท้ายรถ และต้องมี

ที่บังมิให้แสงพุ่งออกไปทางท้ายรถ

         โคมส่องป้ายทะเบียนต้องให้แสงสว่างพร้อมกับโคมไฟท้าย

         (ฌ) โคมไฟแสดงส่วนสูงประเภทของรถสำหรับรถที่มีความสูงเกิน

2.50 เมตร จำนวน 4 ดวง ติดไว้ที่ด้านหน้าตอนบนของหลังคารถ ดวงริมสุดอยู่

ห่างจากด้านข้างริมสุดของหน้ารถไม่เกิน 10 เซนติเมตร ดวงในห่างจากดวงริม

เป็นระยะประมาณ 40 เซนติเมตร และให้มีโคมไฟแสงแดงด้านท้ายตอนบนของ

หลังคา จำนวน 2 ดวง ติดไว้ริมสุดของท้ายรถข้างละ 1 ดวง

         โคมไฟแสดงส่วนสูงและประเภทของรถที่ติดไว้ด้านหน้าตอนบนของ

หลังคารถให้ใช้ดังนี้

             (1) รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารในประเภทการขนส่ง

ประจำทางใช้แสงน้ำเงิน

             (2) รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารในประเภทการขนส่ง

ไม่ประจำทางใช้แสงเหลือง

             (3) รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารในประเภทการขนส่ง

ส่วนบุคคลใช้แสงขาว

             (4) รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารในประเภทการขนส่ง

โดยรถขนาดเล็กใช้แสงม่วง

         (ญ) โคมไฟภายในรถ แสงขาว ติดไว้ภายในรถ ให้แสงสว่าง

พอสมควร และจะมีโคมไฟสำหรับอ่านหนังสือประจำทุกที่นั่งด้วยก็ได้

         ประเภทและลักษณะของรถที่ใช้การขนส่งผู้โดยสารและรถขนาดเล็ก

ที่จะต้องมีโคมไฟภายในรถ รวมทั้งจำนวนและตำแหน่งของโคมไฟภายในรถ ให้

เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

         (ฎ) โคมไฟส่องป้ายแสดงเส้นทาง แสงขาว ติดที่ด้านหน้ารถให้

แสงสว่างพอสมควรที่ป้ายแสดงเส้นทาง'

*[27]

     `ข้อ 1 ทวิ  รถตามข้อ 1 อาจมีเครื่องอุปกรณ์อื่นสำหรับรถได้ภายใต้

เงื่อนไข ดังต่อไปนี้

     (1) โคมไฟดังต่อไปนี้ ถ้าจะนำมาช้ต้องมีกำลังไฟและความส่องสว่าง

ตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

         (ก) โคมไฟแสงพุ่งไกล จำนวน 2 ดวง มีลักษณะตามที่กำหนดไว้

ในข้อ 1 (3) (ก)

         (ข) โคมไฟข้างรถ แสงเหลือง แต่ถ้าแสงสว่างส่องออกไปทางซ้าย

รถหรือเป็นโคมไฟดวงท้ายจะให้แสงแดงก็ได้ ตืดอยู่สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า

35 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 2.10 เมตร ที่ข้างซ้ายและข้างขวาตอนหน้าแห่งละ

1 ดวง หรือตอนท้ายแห่งละ 1 ดวง ในกรณีที่รถมีความยาวเกิน 7.50 เมตร

จะมีโคมไฟข้างรถที่กึ่งกลางระหว่างโคมไฟข้างรถดวงหน้าและดวงท้ายอีกแห่งละ

1 ดวงก็ได้ โคมไฟข้างซ้ายและข้างขวาต้องอยู่ในระดับและตำแหน่งเดียวกันและ

ให้แสงสีเดียวกัน

         โคมไฟข้างรถจะให้แสงสว่างได้เฉพาะนขณะที่โคมไฟท้ายให้แสงสว่าง

ด้วยเท่ากัน

         (ค) โคมไฟเลี้ยวข้างรถ ชนิดใช้ไปกระพริบ แสงเหลือง ติดอยู่สูง

จากผิวทางไม่น้อยกว่า 35 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 2.10 เมตร ที่ข้างซ้ายและ

ข้างขวารถตอนหน้าแห่ง 1 ดวง หรือตอนท้ายแห่งละ 1 ดวง ในกรณีที่รถที่ความยาว

เกิน 7.50 เมตร จะมีโคมไฟเลี้ยวข้างรถที่กึ่งกลางระหว่างโคมไฟเลี้ยวข้างรถ

และดวงท้ายอีกแห่งละ 1 ดวงก็ได้ โคมไฟข้างซ้ายและข้างขวาต้องอยู่ในระดับ

และตำแหน่งเดียวกัน

         โคมไฟเลี้ยวข้างรถทุกดวงต้องกระพริบพร้อมกับโคมไฟเลี้ยวที่ด้านหน้า

และด้านท้ายที่อยู่ข้างเดียวกัน

         (ง) โคมไฟตัดหมอก แสงขาวหรือเหลืองอ่อน จำนวนไม่เกิน

2 ดวง ติดอยู่ในตำแหน่งที่ให้แสงสว่างออกไปทางท้ายรถ สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า

35 เซนติเมตร ถ้ามี 1 ดวง ต้องอยู่ในแนวกึ่งกลางท้ายรถ แต่ถ้ามี 2 ดวง ต้อง

อยู่ในระดับเดียวกัน และห่างจากแนวกึ่งกลางท้ายรถเท่ากันทั้งสองขาง

         โคมไฟตัดหมอกจะให้แสงสว่างได้เฉพาะในขณะที่โคมไฟแสดงความ

กว้างของรถและโคมไฟท้ายให้แสงสว่างด้วยเท่านั้น ศูนย์รวมแสงต้องอยู่ต่ำกว่าแนว

ขนานกับพื้นทางราบไม่น้อยกว่า 2 องศา หรือ 0.20 เมตร ในระยะ 7.50 เมตร

และไม่เฉไปทางขวา

         (จ) โคมไฟหยุด แสงแดง จำนวนไม่เกิน 2 ดวง ติดอยู่ในตำแหน่ง

ที่ให้แสงสว่างไปทางท้ายรถ สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า 35 เซนติเมตร ถ้ามี 1 ดวง

ต้องอยู่ในแนวกึ่งกลางท้ายรถ แต่ถ้ามี 2 ดวง ต้องอยู่ในระดับเดียวกัน และห่างจาก

แนวกึ่งกลางท้ายรถเท่ากันทั้งสองข้าง

         โคมไฟหยุดจะให้แสงสว่างได้เฉพาะในขณะที่ใช้ห้ามล้อเท่านั้นและแสง

สว่างต้องสม่ำเสมอคงที่ไม่กระพริบ

     (2) โคมไฟอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ในข้อและข้อ 1 (3) ถ้าจะนำมาใช้

ต้องเป็นไปตามกรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ'

     ข้อ 2  นอกจากจะต้องมีเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบตามที่กำหนดไว้ใน

ข้อ 1 แล้ว รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 6 จะต้องมีอุปกรณ์ต่อพ่วง

ที่สามารถให้รถตอนท้ายเคลื่อนตัวขึ้นลง และเลี้ยวตามรถตอนหน้าได้โดยปลอดภัย

และมีเครื่องบังคับที่ทำให้รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 6 ถอยหลังได้

เสมือนเป็นรถตอนเดียวกันด้วย

     ข้อ 3  รถตามข้อ 1 ที่กำหนดให้มีที่สำหรับผู้โดยสารยืนได้ให้บริเวณพื้น

สำหรับผู้โดยสารยืนต้องเป็นพื้นที่ราบซึ่งมีความกว้างและความยาวพอเหมาะที่จะ

ให้ผู้โดยสารยืนได้ โดยถือหลักเกณฑ์พื้นที่ไม่น้อยกว่า 1,200 ตารางเซนติเมตร

ต่อผู้โดยสารยืน 1 คน

*[23]

      `ข้อ 4  รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 1 มาตรฐาน 2 มาตรฐาน 4

และมาตรฐาน 6 ซึ่งมีที่เก็บสัมภาระได้ ให้มีที่เก็บสัมภาระไว้ที่ด้านล่างของรถหรือ

ชั้นภายในรถ

      รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 3 (ข) (ง) (จ) (ฉ)

ซึ่งมีที่เก็บสัมภาระได้ ให้มีที่เก็บสัมภาระไว้ที่ด้านล่างของรถนั้นภายในรถหรือบน

หลังคาก็ได้

      รถขนาดเล็ก ให้มีที่เก็บสัมภาระไว้บนหลังคาหรือภายในรถ โดยจะมีไว้

ที่ด้านล่างด้วยก็ได้

     ข้อ 5  รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 1 มาตรฐาน 2 มาตรฐาน 4

(ก) (ข) (ค) (ง) มาตรฐาน 5 (ก) และมาตรฐาน 6 (ก)

ให้มีเครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพ สามารถปรับอากาศภายในรถให้มีอุณหภูมิ

สม่ำเสมอพอเหมาะ และมีพัดลมดูดอากาศอย่างน้อย 2 เครื่อง

     ข้อ 6  รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 1 มาตรฐาน 4 (ก)

(ข) และรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐานอื่นซึ่งมีห้องสุขภัณฑ์ได้ ให้มี

ห้องสุขภัณฑ์ภายในรถ ซึ่งมีขนาดความกว้าง ความยาว และความสูงพอสมควร

สำหรับใช้ถ่ายอุจจาระและปัสสาวะได้ และมีอ่างสำหรับล้างมือด้วย ห้องสุขภัณฑ์

จะต้องมีที่สำหรับเก็บอุจจาระและปัสสาวะอย่างดี ไม่รั่วซึม และป้องกันกลิ่นเหม็น

ได้

     ข้อ 7  รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 1 มาตรฐาน 4 (ก)

(ข) และรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐานอื่นซึ่งมีที่เตรียมอาหารและ

เครื่องดื่มได้ ให้มีที่เตรียมอาหารและเครื่องดื่มขนาดพอสมควรอยู่ตอนท้ายภายในรถ

     ข้อ 8  นอกจากจะต้องมีเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1

แล้ว รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 1 และมาตรฐาน 4 (ก) (ข)

อย่างน้อยจะต้องมีอุปกรณ์ให้เสียงและประชาสัมพันธ์ ดังนี้

     (1) เครื่องรับวิทยุ 1 เครื่อง

     (2) เครื่องเล่นเทปบันทึกเสีย 1 เครื่อง

     (3) เครื่องขยายเสียง ขนาดพอสมควร 1 เครื่อง

     อุปกรณ์ให้เสียและประชาสัมพันธ์ตาม (1) (2) และ (3) อาจรวมอยู่

ในเครื่องเดียวกันได้

     ข้อ 9  รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 1 มาตรฐาน 2 และ

มาตรฐาน 6 ต้องมีเครื่องดับเพลิงอย่างน้อย 2 เครื่อง

     รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 4 (ก) (ข) (ค) (ง)

ต้องมีเครื่องดับเพลิงอย่างน้อยชั้นละ 2 เครื่อง

     เครื่องดับเพลิงตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เป็นไปตามชนิด ประเภท

และขนาดตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด โดยให้ติดตั้งไว้ภายในรถในที่เหมาะสม

ซึ่งพร้อมที่จะใช้การได้ทุกขณะ'

                         ส่วนที่ 2

         เครื่องอุปกรณ์และส่วนที่ควบของรถที่ใช้ในการขนส่ง

                    ผู้โดยสารมาตรฐาน 5

                        -------

     ข้อ 10  รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 5 จะต้องมีเครื่องอุปกรณ์

และส่วนควบ ดังต่อไปนี้

     (1) คัสซี ตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกเห็นชอบให้ใช้เป็นคัสซีรถโดยสาร

แต่ทั้งนี้ จะต้องประกอบด้วย

         (ก) โครงคัสซี ทำด้วยโลหะแข็งแรงตลอดความยาวของตัวรถ

เมื่อต่อตัวถังแล้วสามารถรับน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้ทุกสภาพการใช้งานของรถ

         (ข) กันชน

         ให้มีกันชนท้ายที่ติดตั้งเสมอกีบท้ายรถหรือยื่นจากท้ายรถในระยะห่าง

พอสมควร และจะมีกันชนหน้าหรือไม่ก็ได้

         (ค) อุปกรณ์ต่อพ่วง ซึ่งได้แก่แขนพ่วงทำด้วยโลหะขนาดพอสมควร

สามารถลากจูงได้ในขณะบรรทุกเต็มอัตรา และสามารถเคลื่อนตัวขึ้นลงได้ พร้อมทั้ง

มีจานหมุน ทำด้วยโลหะหรืออุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นใดที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมการ

ขนส่งทางบก ติดบนเพลาล้อหน้าทำให้ล้อคู่หน้าเลี้ยวตามรถลากจูงได้โดยปลอดภัย

และมีเครื่องบังคับให้รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 5 ขณะต่อกับรถลากจูง

สามารถถอยหลังได้ ความยาวของแขนพ่วง ให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบก

ประกาศกำหนด

         (ง) กงล้อและยาง

         กงล้อทำด้วยโลหะและยางเป็นชนิดกลวงสูบลม ที่มีขนาดสามารถ

รับน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้โดยปลอดภัย

         (จ) เพลาล้อ ที่มีขนาดสามารถรับน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้

โดยปลอดภัย

         (ฉ) สปริงและเครื่องผ่อนคลายความสั่นสะเทือน

         สปริงที่มีขนาดรับน้ำหนักและการสั่นสะเทือนของตัวรถเต็มอัตรา

บรรทุกได้โดยปลอดภัย และมีเครื่องผ่อนคลายความสั่นสะเทือนที่ล้อทุกล้อเพลาละ

ไม่น้อยกว่า 2 ชุด ซึ่งสามารถผ่อนคลายความสั่นสะเทือนได้ตามสมควร

         (ช) แผ่นบังโคลน ที่ล้อทุกล้อ มีขนาดอย่างน้อยเต็มความกว้าง

ของยางล้อทำด้วยโลหะหรือยางหรือวัสดุอื่น  ทั้งนี้ อาจใช้พื้นรถที่เป็นโลหะแทน

แผ่นบังโคลนได้ แต่ด้านหลังล้อทุกล้อต้องมีแผ่นยางแขวนไว้เต็มความกว้างของ

ยางล้อ ระยะห่างพอสมควร และสูงจากพื้นไม่เกิน 25 เซนติเมตร

         (ซ) ระบบห้ามล้อ จะต้องเป็นระบบที่สามารถห้ามล้อได้โดยใช้

เครื่องห้ามล้อจากรถลากจูง และต้องมีระบบห้ามล้อฉุกเฉิน ที่สามารถทำให้รถ

ที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 5 หยุดได้โดยอัตโนมัติ ในกรณีที่หลุดจาก

รถลากจูง

         (ฌ) ระบบไฟฟ้า

         ให้ใช้สายไฟที่มีฉนวนหุ้มสาย และมีขนาดเหมาะสมกับปริมาณกระแส

ไฟฟ้าที่ผ่านในสายนั้น การเดินสายไฟภายในและภายนอกต้องเรียบร้อย และ

ไม่เป็นเหตุให้เกิดการลัดวงจรหรือเกิดอันตรายได้ง่าย ส่วนตัวถังที่ทำด้วยวัสดุ

สื่อไฟฟ้า ต้องต่อให้ร่วมกับแบตเตอรี่ของรถขั้วสายไฟ สวิทช์ที่อาจเกิดประกาย

ไฟได้ ต้องใช้ฉนวนหุ้มปิด

     (2) ตัวถัง ยึดติดกับโครงคัสซีอย่างมั่นคงแข็งแรง สามารถรับน้ำหนักได้

เต็มอัตราบรรทุกได้ทุกสภาพการใช้งานของรถ รูปร่างภายนอกต้องไม่มีส่วนที่ยื่น

แหลมหรือคมอันอาจก่อให้เกิดอันตรายแบบตัวถังของรถให้เป็นไปตามที่กรมการ

ขนส่งทางบกประกาศกำหนด หรือตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

แต่ทั้งนี้ จะต้องประกอบด้วย

         (ก) กระจกกันลมหน้า กระจกกันลมหลัง และส่วนประกอบของ

ตัวถังที่เป็นกระจก จะต้องเป็นกระจกนิรภัยตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความ

เห็นชอบ

         (ข) สีภายนอกและภายในซึ่งมีลักษณะเรียบร้อย

         (ค) เครื่องหมาย เป็นแผ่นโลหะสี่เหลี่ยมมุมฉาก ความยาว

ไม่น้อยกว่าด้านละ 30 เซนติเมตร พื้นสีขาวหรือสีเหลือง ขอบสีแดง ความกว้าง

ของขอบสีแดงไม่น้อยกว่า 3 เซนติเมตร โดยรอบ สามารถสะท้อนแสงมองเห็น

ได้ชัดเจนในเวลากลางคืน ที่ระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร ตรงกลางมีรูปรถพ่วง

หรืออักษรไทยว่า `รถพ่วง' สีดำติดอยู่ที่ด้านท้ายในระดับที่สูงกว่า 60 เซนติเมตร

และไม่เกิน 1.50 เมตร

         ตัวอักษร ภาพ หรือเครื่องหมายอื่นใดที่ด้านข้าง ด้านหน้า และ

ด้านหลังของตัวถัง ให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนดหรือ

ตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

         (ง) หลังคา ทำด้วยวัสดุที่มั่นคงแข็งแรง สามารถกันแดด กันฝนได้

         (จ) พื้นรถ พื้นที่มั่นคงแข็งแรง

         (ฉ) หน้าต่าง ที่ด้านข้างรถ ซึ่งมีขนาดและจำนวนตามสมควร

บานหน้าต่างเป็นชนิดปิดเปิดได้ทำด้วยวัสดุที่มั่นคงแข็งแรง สามารถกันแดดกันฝนได้

มีกลอนหรือสลักสำหรับยึดถ้าบานหน้าต่างทำด้วยวัสดุโปร่งแสง ต้องมีวัสดุสำหรับ

บังหรือกรองแสงแดด ขนาดเต็มพื้นที่วัสดุโปร่งแสงนั้น

         บานหน้าต่างของรถปรับอากาศจะเป็นชนิดปิดเปิดไม่ได้ก็ได้ ถ้าเป็น

ชนิดปิดเปิดไม่ได้ ตัวถังจะต้องให้มีการถ่ายเทอากาศได้ดี ในกรณีที่เครื่องปรับ

อากาศขัดข้อง

         (ช) ประตูทางขึ้นลงและประตูฉุกเฉิน

         ประตูทางขึ้นลง อยู่ที่ด้านข้างของรถ บันไดทางขึ้นลงจะต้องไม่ยื่น

ออกนอกรถ

         ประตูฉุกเฉิน อยู่ที่ด้านข้างขวาหรือด้านที่ด้านท้ายของรถ มีบานประตู

เต็มส่วนกว้างและส่วนสูง มีเครื่องหมายแสดงว่าเป็นประตูฉุกเฉินพร้อมด้วย

คำอธิบายวิธีเปิดเป็นภาษาไทย

         ประเภทของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 5 ที่จะบังคับ

ให้มีประตูขึ้นลงและประตูฉุกเฉิน จำนวน ขนาดและตำแหน่งของประตูทางขึ้นลง

และประตูฉุกเฉิน ให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด หรือ

ตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

         (ซ) ที่นั่งผู้โดยสาร ซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกับที่กำหนดไว้ใน

ข้อ 1 (2) (ฎ)

         (ฌ) ราวที่ยึดเหนี่ยว ที่มั่นคงแข็งแรงและสะอาดเรียบร้อย

ตรึงแน่นกับเพดานภายใน โดยมีความยาวและระยะห่างตามความเหมาะสม

หรือมีที่ยึดเหนี่ยวอื่นใดที่ใช้การได้ทัดเทียมกัน และที่ประตูทางขึ้นลงต้องมีราว

สำหรับยึดเหนี่ยวติดไว้ตามความเหมาะสม อย่างน้อยประตูละ 1 ราว

         (ญ) กริ่งสัญญาณหยุดรถ ที่มีเสียงดังพอสมควรพร้อมด้วยที่กดกริ่ง

สัญญาณติดไว้ภายในรถ

         ประเภทของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 5 ที่จะบังคับ

ให้มีกริ่งสัญญาณหยุดรถตามวรรคหนึ่ง จำนวนและตำแหน่งที่ติดตั้งกริ่งสัญญาณ

หยุดรถให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด หรือตามที่กรมการ

ขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

*[27]

         `(ฎ) แผ่นสะท้อนแสง ดังต่อไปนี้

             (1) สีแดง มีจำนวน ขนาด และลักษณะตามที่กำหนดไว้ใน

ข้อ 1 (2) (ฒ)

             (2) วีเหลือง มีขนาดและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1

(2) (ฒ) ติดที่หน้ารถข้างซ้าย และข้างขวาแห่งละ 1 แผ่น ห่างจากด้านข้าง

ริมสุดของหน้ารถไม่เกิน 15 เซนติเมตร สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า 35 เซนติเมตร

แต่ไม่เกิน 1.50 เมตร สามารถสะท้อนแสงเห็นได้ในเวลากลางคืนในระยะ

ไม่น้อยกว่า 150 เมตร'

*[27]

         `(ฏ) เข็มขัดนิรภัยตามประเภทรถและตามแบบที่กรมการขนส่ง

ทางบกประกาศกำหนด'

*[27]

     `(3) โคมไฟดังต่อไปนี้ ที่ทำงานได้ร่วมกับรถที่ใช้ลากจูง และมีกำลัง

ไฟ และความส่องสว่างตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

         (ก) โคมไฟเลี้ยว ติดที่ด้านท้ายรถข้างซ้ายและข้างขวา มีจำนวน

และลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1 (3) (ง)

         (ข) โคมไฟท้าย มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1

(3) (จ)

         (ค) โคมไฟหยุด มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1

(3) (ฉ)

         (ง) โคมไฟถอยหลัง มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ใน

ข้อ 1 (3) (ช)

         (จ) โคมไฟส่องป้ายทะเบียน มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้

ในข้อ 1 (3) (ซ)

         (ช) โคมไฟภายในรถ มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ใน

ข้อ 1 (3) (ญ)

         (ซ) โคมไฟข้างรถ แสงเหลือง แต่ถ้าแสงสว่างส่องอกไปทาง

ท้ายรถ หรือเป็นโคมไฟดวงท้ายจะให้แสงแดงก็ได้ ติดอยู่สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า

35 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 2.10 เมตร ที่ข้างซ้ายและขวารถในระดับเดียวกัน

ตอนหน้าห่างจากหน้าสุดรถไม่เกิน 80 เซนติเมตร (ไม่รวมแขนพ่วง) แห่งละ

1 ดวง ตอนท้ายห่างจากสุดรถไม่เกิน 30 เซนติเมตร แห่งละ 1 ดวง ในกรณีที่

รถมีความยาวเกิน 6 เมตร ให้มีโคมไฟข้างรถที่กึ่งกลางระหว่างโคมไฟข้างรถ

ดวงหน้าและดวงท้ายอีกแห่งละ 1 ดวง ถ้ามีมากกว่า 1 ดวง ระยะห่างระหว่าง

โคมไฟแต่ละดวงในข้างเดียวกันต้องเท่ากัน และห่างกันไม่น้อยกว่า 3 เมตร

         โคมไฟข้างรถจะให้แสงสว่างได้เฉพาะในขณะที่โคมไฟท้ายรถให้แสง

สว่างด้วยเท่านั้น'

*[27]

     `ข้อ 10 ทวิ  รถตามข้อ 10 อาจมีเครื่องอุปกรณ์อื่นสำหรับรถได้ภายใต้

เงื่อนไข ดังต่อไปนี้

     (1) โคมไฟหยุด มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1 ทวิ

(1) (จ) มีกำลังไฟและความส่องสว่างตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศ

กำหนด

     (2) โคมไฟอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ในข้อนี้และข้อ 10 (3) ถ้าจะนำ

มาใช้ต้องเป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ'

     ข้อ 11  รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 5 ที่มีที่เก็บสัมภาระ

ให้มีที่เก็บสัมภาระไว้ที่ด้านล่างของรถ

     ข้อ 12  ให้นำข้อ 3 ข้อ 5 ข้อ 6 และข้อ 7 มาใช้บังคับแก่รถที่ใช้

ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 5 โดยอนุโลม

                         ส่วนที่ 3

        ขนาดของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารและรถขนาดเล็ก

                        -------

     ข้อ 13  รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารและรถขนาดเล็ก ให้มีขนาดตาม

มาตรฐานที่กำหนดไว้ ดังต่อไปนี้

     (1) ความกว้าง เมื่อวัดจากส่วนที่กว้างที่สุดของตัวถัง รวมส่วนประกอบ

ที่ยื่นออกจากตัวถัง แต่ไม่รวมกระจกเงาสำหรับมองหลัง จะต้องไม่เกิน 2.50 เมตร

แต่ทั้งนี้ ตัวถังด้านข้างจะยื่นเกินขอบยางด้านนอกของเพลาท้ายได้ไม่เกิน

15 เซนติเมตร

*[23]

     `(2) ความสูง

      ความสูงภายนอกของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 2 (ค)

(ง) (จ) มาตรฐาน 3 (ค) (ง) (จ) (ฉ) และรถขนาดเล็ก

เมื่อวัดจากพื้นราบถึงส่วนที่สูงที่สุดของรถจะต้อง ไม่เกิน 3.20 เมตร

      ความสูงภายนอกของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 1 มาตรฐาน 2

(ก) (ข) มาตรฐาน 3 (ก) (ข) มาตรฐาน 5 และมาตรฐาน 6

เมื่อวัดจากพื้นราบถึงส่วนที่สูงที่สุดของรถจะต้องไม่เกิน 3.80 เมตร

      ความสูงภายนอกของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 4 และ

มาตรฐาน 7 เมื่อวัดจากพื้นราบถึงส่วนที่สูงสุดของรถจะต้องไม่เกิน 4.50 เมตร

      ความสูงภายในของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารและรถขนาดเล็กให้

เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ

      ความสูงของรถต้องไม่ทำให้รถมีการทรงตัวได้น้อยกว่าเกณฑ์ที่กรมการ

ขนส่งทางบกประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ'

*[19]

     `(3) ความยาว

     ความยาวของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 1 มาตรฐาน 2 (ก)

มาตรฐาน 2 (ข) มาตรฐาน 3 (ก) มาตรฐาน 3 (ข) มาตรฐาน 4

และมาตรฐาน 7 เมื่อวัดจากกันชนหน้าถึงส่วนท้ายสุดของรถ จะต้องไม่เกิน

12 เมตร

     ความยาวของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 2 (ค) มาตรฐาน

2 (ง) มาตรฐาน 2 (จ) มาตรฐาน 3 (ค) มาตรฐาน 3 (ง)

มาตรฐาน 3 (จ) มาตรฐาน 3 (ฉ) มาตรฐาน 5 และรถขนาดเล็ก เมื่อ

วัดจากกันชนหน้าหรือส่วนหน้าสุดไม่รวมแขนพ่วงถึงส่วนท้ายสุดของรถ จะต้อง

ไม่เกิน 10 เมตร

     ความยาวของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 6 เมื่อวัดจาก

กันชนหน้าถึงส่วนท้ายสุดของรถจะต้องไม่เกิน 18 เมตร'

     (4) ส่วนยื่นหน้า เมื่อวัดจากส่วนหน้าสุดของตัวถัง ไม่รวมกันชนหรือแขนพ่วง

ถึงศูนย์หน้ากลางเพลาล้อหน้า จะต้องมีความยาวไม่เกินกึ่งหนึ่งของช่วงล้อ หรือ

ไม่เกินกึ่งหนึ่งของช่วงล้อตอนหน้าในกรณีที่รถนั้นเป็นรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร

มาตรฐาน 6

     ช่วงล้อ หมายความว่า ระยะระหว่างศูนย์กลางเพลาล้อหน้าสุดถึงศูนย์กลาง

เพลาล้อท้าย หรือศูนย์กลางเพลาล้อคู่ท้ายในกรณีเพลาล้อคู่ท้ายเป็นเพลาคู่

     ช่วงล้อของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 6 หมายความว่า

ระยะระหว่างศูนย์กลางเพลาล้อคู่หน้าสุดถึงศูนย์กลางเพลาล้อท้าย หรือศูนย์กลาง

เพลาล้อคู่ท้ายของรถตอนหน้าและระยะระหว่างศูนย์กลางเพลาล้อท้าย หรือ

เพลาล้อคู่ท้ายของรถตอนหน้าถึงศูนย์กลางเพลาล้อหรือศูนย์กลางระหว่างเพลาล้อคู่

ของรถตอนท้าย

     (5) ส่วนที่ยื่นท้าย เมื่อวัดจากส่วนท้ายสุดของตัวถังส่วนบรรทุกไม่รวม

กันชนถึงศูนย์กลางเพลาล้อท้าย หรือถึงศูนย์กลางเพลาล้อคู่ท้ายในกรณีที่เพลาล้อ

คู่ท้ายเป็นเพลาคู่จะต้องมีความยาวไม่เกินสองในสามของช่วงล้อ

     รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารที่มีประตูทางขึ้นลงด้านท้าย และรถที่ใช้

ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 6 นั้น ส่วนที่ยื่นท้ายจะต้องมีความยาวไม่เกิน

กึ่งหนึ่งของช่วงล้อหรือไม่เกินกึ่งหนึ่งของช่วงล้อตอนท้าย

     ข้อ 14  รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 5 มาตรฐาน 6 และ

มาตรฐาน 7 ซึ่งเป็นรถเฉพาะกิจ จะมีความกว้าง ความสูง ความยาว ส่วน

ยื่นหน้าและส่วนยื่นท้ายเกินกว่าที่กำหนดไว้ในข้อ 13 ก็ได้ หากมีความจำเป็น

ตามลักษณะของการใช้งานเฉพาะกิจ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมการ

ขนส่งทางบก

                         หมวด 2

          สภาพ เครื่องอุปกรณ์ และส่วนควบของรถที่ใช้ใน

                   การขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ

                        -------

                         ส่วนที่ 1

        รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 1 ลักษณะ 2

           ลักษณะ 3 ลักษณะ 4 ลักษณะ 5 และลักษณะ 9

                        -------

     ข้อ 15  รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 1 ลักษณะ 2 ลักษณะ 3

ลักษณะ 4 ลักษณะ 5 และลักษณะ 9 จะต้องมีเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบ ดังต่อไปนี้

     (1) คัสซี ตามแบบที่ผู้ผลิตออกแบบและกรมการขนส่งทางบกเห็นชอบให้ใช้

เป็นคัสซีรถบรรทุก แต่ทั้งนี้ จะต้องประกอบด้วย

         (ก) โครงคัสซี ทำด้วยโลหะแข็งแรงตลอดความยาวของตัวรถ

เมื่อต่อตัวถัง สามารถรับน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้ทุกสภาพการใช้งานของรถ

         (ข) กันชน

         ให้มีกันชนหน้ายื่นจากหน้ารถระยะห่างพอสมควร

         สำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 4 จะต้องมีกันชนท้าย

ยื่นจากท้ายรถระยะห่างพอสมควร

         (ค) ระบบบังคับเลี้ยวที่ทำงานได้คล่องตัว พวงมาลัยอยู่ในตำแหน่ง

ที่ผู้ขับรถสามารถบังคับรถได้สะดวกและปลอดภัย กลไกบังคับต้องไม่สัมผัสกับส่วน

อื่นใดของรถ อัตราส่วนระหว่างมุมหมุนของพวงมาลัยกับมุมเลี้ยวของล้อทั้งซ้าย

และขวาต้องใกล้เคียงกัน แรงที่ใช้หมุนพวงมาลัยให้รถเลี้ยวซ้ายหรือขวาจะ

ใกล้เคียงกันและไม่มากเกินสมควร

         (ง) กงล้อและยาง

         กงล้อทำด้วยโลหะและยางเป็นชนิดกลวงสูบลมที่มีขนาดสามารถรับ

น้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้โดยปลอดภัย

         (จ) เพลาล้อที่มีขนาดสามารถรับน้ำหนักบรรทุกเต็มอัตราบรรทุกได้

โดยปลอดภัย

         (ฉ) สปริงและเครื่องผ่อนคลายความสั้นสะเทือน

         สปริงมีขนาดสามารถรับน้ำหนักและการสั่นสะเทือนของตัวรถขณะ

บรรทุกเต็มอัตราได้โดยปลอดภัย และมีเครื่องผ่อนคลายความสั่นสะเทือนที่

เพลาล้อหน้าไม่น้อยกว่า 2 ชุด ซึ่งสามารถผ่อนคลายความสั่นสะเทือนได้ตาม

สมควร

         (ช) แผ่นบังโคลนที่ล้อทุกล้อ มีขนาดอย่างน้อยเต็มความกว้าง

ของยางล้อ ทำด้วยโลหะหรือยาง หรือวัสดุอื่นใด สำหรับล้อหลังสุดของรถ

ส่วนล่างสุดของแผ่นบังโคลน ต้องสูงจากพื้นราบไม่เกิน 25 เซนติเมตร

         (ซ) ห้ามล้อมือที่มีประสิทธิภาพตามที่กรมการขนส่งทางบก

ประกาศกำหนด

         (ฌ) ห้ามล้อเท้าที่บังคับที่ล้อทุกล้อ ซึ่งจะเป็นระบบไฮดรอลิค

หรือระบบลมก็ได้ ถ้าเป็นระบบลม ให้มีเครื่องวัดความดันของลมหรือสัญญาณ

เตือนไว้ในที่ซึ่งผู้ขับรถมองเห็นได้ง่าย  ทั้งนี้ โดยมีประสิทธิภาพตามที่กรม

การขนส่งทางบกประกาศกำหนด

         (ญ) เครื่องกำเนิดพลังงาน ที่สามารถขับเคลื่อนรถด้วยความเร็ว

ที่เหมาะสมและในสภาพใช้งานตามปกติซึ่งต้องไม่เกินเกณฑ์กำลังที่กรมการขนส่ง

ทางบกประกาศกำหนด และเครื่องกำเนิดพลังงานจะต้องไม่ทำให้เกิดก๊าซ ฝุ่น

ควัน ละอองเคมี และเสียงเกินเกณฑ์ที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

ทั้งนี้ ให้มีฝาครอบเครื่องกำเนิดพลังงานขนาดปิดเครื่องได้สนิทและสามารถ

เก็บเสียงได้ตามความเหมาะสม

         (ฎ) ระบบไอเสียที่มีเครื่องระงับเสียงมีการบังหรือกันท่อไอเสีย

มิให้สัมผัสกับวัสดุติดไฟง่าย อันเป็นส่วนประกอบของรถ ส่วนปลายของท่อไอเสีย

ต้องขนานกับผิวทางและตรงไปตามความยาวของรถ

         สำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 9 ที่ใช้ลากจูง

รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 7 หรือลักษณะ 8 ท่อไอเสียจะตั้งขึ้น

ในแนวดิ่ง และไม่ต่ำกว่าส่วนที่สูงของรถนั้นก็ได้

         (ฏ) ระบบส่งกำลังงานประกอบด้วยคลัทช์ เฟืองส่งกำลัง

เพลาส่งกำลัง ข้อต่อต่าง ๆ และเฟืองท้าย สามารถส่งกำลังขับเคลื่อนรถ

ในขณะที่มีน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้โดยปลอดภัย และให้มีห่วงหรือโซ่รองรับ

เพลาส่งกำลังที่ทำด้วยโลหะที่มีขนาดสามารถรองรับเพลาส่งกำลัง ในกรณีที่

หลุดหรือขาดไม่ให้กระแทกผิวทางได้

         (ฐ) ระบบสตาร์ทเครื่องกำเนิดพลังงานพร้อมสวิทช์ใช้การ

ได้ดีที่ผู้ขับรถสามารถสตาร์ทเครื่องได้จากที่นั่งผู้ขับรถ

         (ฑ) ระบบไฟฟ้า

         ให้ใช้สายไฟที่มีฉนวนหุ้มสาย และมีขนาดเหมาะสมกับปริมาณ

กระแสไฟฟ้าที่ผ่านในสายนั้น การเดินสายไฟภายในและภายนอกต้องเรียบร้อย

และไม่เป็นเหตุให้เกิดการลัดวงจร หรือเกิดอันตรายได้ง่ายส่วนตัวถังที่ทำด้วย

วัสดุสื่อไฟฟ้า ต้องต่อให้ร่วมกับแบตเตอรี่ต้องยึดแน่นกับตัวรถ ในกรณีที่แบตเตอรี่

อยู่ในช่องแคบของตัวถัง จะต้องมีไม้หรือฉนวนกั้นตามความเหมาะสมด้วย

         (ฒ) แตรสัญญาณชนิดไฟฟ้าเสียงเดียว ดังพอสมควร ความดัง

ของเสียงแตรจะต้องอยู่ในเกณฑ์ที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด แตร

สัญญาณอย่างอื่นนอกจากแตรไฟฟ้าหากจะนำมาใช้ ต้องได้รับความเห็นชอบ

จากกรมการขนส่งทางบก ห้ามนำแตรสัญญาณที่มีเสียงทำให้เกิดความรำคาญ

หรือรบกวนสาธารณชนมาใช้

         (ณ) ถังเชื้อเพลิงที่ใช้กับเครื่องกำเนิดพลังงานซึ่งมีสภาพ

ไม่รั่วซึมมีฝาปิดอย่างดีและมีขนาดพอสมควร ติดตั้งไว้ในที่ปลอดภัยซึ่งป้องกัน

การเกิดเพลิงไหม้ รวมทั้งท่อส่งเชื้อเพลิงต้องมีสภาพดี ไม่รั่วซึม หรือเกิด

อันตรายได้ง่าย

         (ด) เครื่องวัดความเร็วสามารถอ่านความเร็วของรถเป็น

กิโลเมตรต่อชั่วโมง คลาดเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยละสิบ และจะต้องมีแสงสว่าง

ให้สามารถอ่านความเร็วในเวลากลางคืนได้

         (ต) เครื่องบันทึกชนิดที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมการขนส่ง

ทางบก ซึ่งสามารถบันทึกระยะทาง เวลา และความเร็วของรถตลอดเวลา

24 ชั่วโมง บนกระดาษกร๊าฟโดยอัตโนมัติ

         ประเภทและลักษณะของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของที่จะ

บังคับให้มีเครื่องบันทึกความเร็วตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่ง

ทางบกประกาศกำหนด

     (2) ตัวถังยึดกับโครงคัสซีอย่างมั่นคงแข็งแรง สามารถรับน้ำหนักเต็ม

อัตราบรรทุกได้ทุกสภาพการใช้งานของรถ รูปร่างภายนอกต้องไม่มีส่วนยื่น

ที่แหลมหรือคมอันอาจก่อให้เกิดอันตราย แบบตัวถังของรถให้เป็นไปตามที่

กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด หรือตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความ

เห็นชอบ แต่ทั้งนี้ จะต้องประกอบด้วย

         (ก) ห้องผู้ขับรถทำด้วยโลหะแข็งแรง มีประตูทั้งสองข้างมี

ที่นั่งผู้ขับรถตั้งอยู่ในตำแหน่งเหมาะสมที่สามารถบังคับรถได้ดี และสามารถ

มองเห็นสภาพการจราจรด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง เมื่อใช้กระจกเงา

สำหรับมองหลังได้อย่างชัดเจน

         ประเภทและลักษณะของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของที่จะ

บังคับให้มีห้องผู้ขับรถตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบก

ประกาศกำหนด

*[23]

         `(ข) กระจกกันลมและส่วนประกอบของตัวถังที่เป็นกระจก

ต้องเป็นกระจกนิรภัยตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

         กระจกกันลมหน้า ต้องมีขนาดที่ผู้ขับรถสามารถมองเห็นสภาพ

การจราจรได้ดี และห้ามมิให้นำวัสดุอื่นใดมาติดหรือบังส่วนใดส่วนหนึ่งของ

กระจก เว้นแต่เป็นการติดเครื่องหมายหรือเอกสารที่กฎหมายกำหนด หรือ

เป็นการติดวัสดุเพื่อบังหรือกรองแสงแดดไว้ที่ด้านบน ของกระจกตามขนาด

ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด'

         (ค) กระจกเงาสำหรับมองหลังอย่างน้อย 1 บาน ซึ่งทำให้

ผู้ขับรถมองเห็นสภาพจราจรด้านข้าง ด้านหลัง และภายในรถได้ทุกขณะ

         (ง) เครื่องปัดน้ำฝน มีใบปัดน้ำที่กระจกหน้ารถ และมีขนาด

ที่สามารถปัดน้ำได้เนื้อที่กว้างพอที่ผู้ขับรถมองเห็นสภาพการจราจรด้านหน้ารถ

ได้อย่างชัดเจน

         (จ) ตัวถังส่วนที่บรรทุก ให้มีลักษณะและมาตรฐานตามที่กรม

การขนส่งประกาศกำหนด แตรความสูงของตัวถังส่วนที่บรรทุกที่มีลักษณะเป็น

กระบะทึบสำหรับรถที่มีน้ำหนักและน้ำหนักบรรทุกรวมกันเกิน 8,000 กิโลกรัม

แต่ไม่เกิน 18,000 กิโลกรัม เมื่อวัดจากพื้นกระบะจะต้องไม่เกิน 60 เซนติเมตร

และสำหรับรถที่มีน้ำหนักรถและน้ำหนักบรรทุกรวมกันเกิน 18,000 กิโลกรัม

เมื่อวัดจากพื้นกระบะจะต้องไม่เกิน 80 เซนติเมตร

         (ฉ) ตัวอักษร ภาพหรือเครื่องหมายอื่นใดที่ด้านข้าง ด้านหน้า

และด้านท้ายของตัวถัง ให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

หรือตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ

         (ช) สีภายนอกซึ่งมีลักษณะเรียบร้อย

*[27]

         `(ซ) แผ่นสะท้อนแสงมีแดง มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนด

ไว้ในข้อ 1 (2) (ฒ) ในกรณีที่เป็นรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของที่

ส่วนบรรทุกเป็นตู้ทึบให้ติดแผ่นสะท้อนแสงสีเหลืองที่มุนบนของตัวถังด้านท้ายแห่งละ

1 แผ่นด้วย'

*[27]

         `(ฌ) เข็มขัดนิรภัย ตามประเภทของรถและตามแบบที่กรมการ

ขนส่งทางบกประกาศกำหนด'

*[27]

     `(3) โคมไฟดังต่อไปนี้ ที่มีกำลังไฟและความส่องสว่างตามที่กรมการ

ขนส่งทางบกประกาศกำหนด

         (ก) โคมไฟแสงพุ่งไกล มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ใน

ข้อ 1 (3) (ก)

         (ข) โคมไฟแสงพุ่งต่ำ มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ใน

ข้อ 1 (3) (ข)

         (ค) โคมไฟแสดงความกว้างของรถ มีจำนวนและลักษณะตามที่

กำหนดไว้ในข้อ 1 (3) (ค)

         (ง) โคมไฟเลี้ยว มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1

(3) (ง)

         (จ) โคมไฟท้าย มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1

(3) (จ)

         (ฉ) โคมไฟหยุด มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1

(3) (ฉ)

         (ช) โคมไฟถอยหลัง มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1

(3) (ช)

         (ซ) โคมไฟส่องป้ายทะเบียน มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้

ในข้อ 1 (3) (ซ)

         (ฌ) โคมไฟแสดงส่วนสูงประประเภทของรถ แสงเขียว มีจำนวน

และลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1 (3) (ฌ) สำหรับรถที่มีตัวถังส่วนบรรทุกเป็น

ตู้ทึบหรือเป็นกระบะที่มีหลังคาถาวรให้มีโคมไฟแสดงส่วนสูง แสงแดง ติดอยู่ใน

ระดับเดียวกันที่ด้านท้ายรถตอนบนหลังคา จำนวน 2 ดวง แต่ละดวงห่างจาก

ด้านข้างริมสุดของรถไม่เกิน 10 เซนติเมตร

         (ญ) โคมไฟภายในรถ แสงขาว ติดไว้ภายในห้องผู้ชขับรถให้

แสงสว่างพอสมควร'

     ข้อ 16  นอกจากจะต้องมีเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบตามที่กำหนดไว้

ในข้อ 15 แล้ว

     (1) รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ ลักษณะ 9 ที่ใช้ลากจูงรถ

ที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 6 จะต้องมีเครื่องต่อพ่วงทำด้วย

โลหะแข็งแรงสำหรับยึดแขนพ่วงของรถพ่วง

     (2) รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ ลักษณะ 9 ที่ใช้ลากจูงรถ

ที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 7 หรือลักษณะ 8 จะต้องมีจานพ่วง

หรืออุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นใดที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบก ทำด้วย

โลหะพร้อมด้วยเครื่องสำหรับล็อคสลักพ่วงของรถกึ่งพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงบรรทุก

วัสดุยาว เพื่อมิให้หลุดจากกันในขณะใช้งาน

     ข้อ 17  นอกจากจะต้องมีเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบตามที่กำหนดไว้

ในข้อ 15 แล้ว รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 4 จะต้องมี

เครื่องดับเพลิงติดตั้งในที่เหมาะสมพร้อมที่จะใช้การได้ทุกขณะ ขนาด

จำนวนและคุณภาพของเครื่องดับเพลิงให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบก

ประกาศกำหนด

*[27]

     `ข้อ 17 ทวิ  รถตามข้อ 15 อาจมีเครื่องอุปกรณ์อื่นสำหรับรถได้ภายใต้

เงื่อนไข ดังต่อไปนี้

     (1) โคมไฟดังต่อไปนี้ ถ้าจะนำมาใช้ต้องมีกำลังไฟและความส่องสว่าง

ตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

         (ก) โคมไฟแสงพุ่งไกล จำนวน 2 ดวง มีลักษณะตามที่กำหนดไว้

ในข้อ 1 (3) (ก)

         (ข) โคมไฟข้างรถ มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1 ทวิ

(3) (ข)

         (ค) โคมไฟเลี้ยวข้างรถ มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ใน

ข้อ 1 ทวิ (3) (ค)

        (ง) โคมไฟตัดหมอก มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1 ทวิ

(3)(ง)

        (จ) โคมไฟหยุด มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1 ทวิ

(3)(ง)

     (2) โคมอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ในข้อนี้และข้อ 15 (3) ถ้าจะนำมาใช้

ต้องเป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ'

                         ส่วนที่ 2

    เครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ

              ลักษณะ 6 ลักษณะ 7 และลักษณะ 8

                        -------

     ข้อ 18  รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 6 ลักษณะ 7

และลักษณะ 8 จะต้องมีเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบ ดังต่อไปนี้

     (1) คัสซี ตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกเห็นชอบให้ใช้เป็นคัสซีบรรทุก

แต่ทั้งนี้ จะต้องประกอบด้วย

         (ก) โครงคัสซี ทำด้วยโลหะแข็งแรงตลอดความยาวของตัวรถ

เมื่อต่อตัวถังแล้วสามารถรับน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้ทุกสภาพการใช้งาน

ของรถ

         สำหรับโครงคัสซีของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 8

ต้องสามารถปรับขนาดความยาวได้

         โครงคัสซีส่วนหน้าของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 7

และลักษณะ 8 ให้มีสลักพ่วงทำด้วยโลหะขนาดพอสมควรสำหรับต่อกับจานพ่วง

ของรถลากจูงได้โดยเฉพาะ

         (ข) กงล้อและยาง

         กงล้อทำด้วยโลหะ และยางเป็นชนิดกลวงสูบลม ที่มีขนาดสามารถ

รับน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้โดยปลอดภัย

         (ค) เพลาล้อ ที่มีขนาดสามารถรับน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้

โดยปลอดภัย

         (ง) สปริง ที่มีขนาดสามารถรับน้ำหนักและการสั่นสะเทือนของ

ตัวรถขณะบรรทุกเต็มอัตราได้โดยปลอดภัย

         (จ) แผ่นบังโคลน ที่ล้อทุกล้อมีขนาดอย่างน้อยเต็มความกว้าง

ของยางล้อ ทำด้วยโลหะหรือยางหรือวัสดุอื่นใด สำหรับล้อหลังสุดของรถ

ส่วนล่างสุดของแผ่นบังโคลน ต้องสูงจากพื้นราบไม่เกิน 25 เซนติเมตร

         (ฉ) ระบบห้ามล้อ จะต้องเป็นระบบที่สามารถห้ามล้อได้

โดยใช้เครื่องห้ามล้อจากรถลากจูง และต้องมีระบบห้ามล้อฉุกเฉิน ที่สามารถ

ทำให้รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 6 ลักษณะ 7 และลักษณะ 8

หยุดได้โดยอัตโนมัติ ในกรณีที่รถดังกล่าวหลุดจากรถลากจูง

         (ช) ระบบไฟฟ้า ซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกับที่กำหนดไว้ใน

ข้อ 10 (1) (ฌ)

     (2) ตัวถัง ยึดติดกับโครงคัสซีอย่างมั่นคงแข็งแรง สามารถรับน้ำหนัก

เต็มอัตราบรรทุกได้ทุกสภาพการใช้งานของรถ รูปร่างภายนอกต้องไม่มีส่วนยื่น

ที่แหลมหรือคมอันอาจก่อให้เกิดอันตราย แบบตัวถังของรถให้เป็นไปตามที่

กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด หรือตามที่กรมการขนส่งทางบกให้

ความเห็นชอบ แต่ทั้งนี้ จะต้องประกอบด้วย

         (ก) ส่วนประกอบของตัวถังที่เป็นกระจก ซึ่งมีลักษณะ

เช่นเดียวกับที่กำหนดไว้ในข้อ 15 (2) (ข)

         (ข) ตัวถังส่วนที่บรรทุก ซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกับที่กำหนดไว้

ในข้อ 15 (2) (จ)

         (ค) สีภายนอกซึ่งมีลักษณะเรียบร้อย

*[27]

         `(ง) แผ่นสะท้อนแสง ให้มีแผ่นสะท้อนแสงดังนี้

               (1) สีแดง มีจำนวน ขนาด และลักษณะตามที่กำหนดไว้

ในข้อ 1 (2) (ฒ)

               (2) สีเหลือง มีขนาดและลักษณะตามที่กำหนดไว้นข้อ 1

(2) (ฒ) ติดที่หน้ารถข้างซ้าย และข้างขวาแห่งละ 1 แผ่น ห่างจากด้านข้าง

ริมสุดของหน้ารถไม่เกิน 15 เซนติเมตร สูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า 35 เซนติเมตร

แต่ไม่เกิน 1.50 เมตร สามารถสะท้อนแสงเห็นได้ในเวลากลางคืนในระยะ

ไม่น้อยกว่า 150 เมตร ในกรณีของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 6

หรือลักษณะ 7 ที่ตัวถังส่วนบรรทุกเป็นตู้ทึบหรือเป็นกระบะที่มีหลังคาถาวรให้ติด

ที่มุมส่วนบนของตัวถังด้านท้ายมุมละ 1 แผ่นด้วย'

*[27]

     `(3) โคมไฟดังต่อไปนี้ ที่ทำงานได้ร่วมกับรถที่ใช้ลากจูง และมีกำลัง

ไฟและความส่องสว่างที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

         (ก) โคมไฟเลี้ยว ติดที่ด้านท้ายรถข้างซ้ายและข้างขวา มีจำนวน

และลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1 (3) (ง)

         (ข) โคมไฟท้าย มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1

(3) (ฉ)

         (ค) โคมไฟหยุด มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1

(3) (ฉ)

         (ง) โคมไฟถอยหลัง มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1

(3) (ช)

         (จ) โคมไฟส่องป้ายทะเบียน มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้

ในข้อ 1 (3) (ซ)

         (ฉ) โคมไฟแสดงส่วนสูงท้ายรถ แสงแดง สำหรับรถที่มีตัวถัง

ส่วนบรรทุกเป็นตู้ทึบหรือเป็นกระบะที่มีหลังคาถาวร ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่

ด้านท้ายตอนบนหลังคา จำนวน 2 ดวง และแต่ละดวงห่างจากด้านข้างริมสุด

ไม่เกิน 10 เซนติเมตร

         (ช) โคมไฟข้างรถ แสงเหลือง มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนด

ไว้ในข้อ 10 (3) (ซ)

*[27]

     `ข้อ 18 ทวิ  รถตามข้อ 18 อาจมีเครื่องอุปกรณ์อื่นสำหรับรถได้ภายใต้

เงื่อนไข ดังต่อไปนี้

     (1) โคมไฟหยุด มีจำนวนและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1 ทวิ (1)

(จ) ที่มีกำลังไฟและความส่องสว่างตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด

     (2) โคมไฟอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ในข้อนี้และข้อ 18 (3) ถ้าจะนำมาใช้

ต้องเป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ'

     ข้อ 19  นอกจากจะต้องมีเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบตามที่กำหนด

ไว้ในข้อ 18 แล้ว รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 6 จะต้อง

มีเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบดังต่อไปนี้ด้วย คือ

     (1) อุปกรณ์ต่อพ่วง ซึ่งได้แก่แขนพ่วง ทำด้วยโลหะขนาดพอสมควร

สามารถลากจูงได้ในขณะบรรทุกเต็มอัตรา และสามารถเคลื่อนตัวขึ้นลงได้

พร้อมทั้งมีจานหมุน ทำด้วยโลหะหรืออุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นใดที่ได้รับความเห็นชอบ

จากกรมการขนส่งทางบก ติดบนเพลาล้อหน้าทำให้ล้อคู่หน้าเลี้ยวตามรถลากจูง

ได้โดยปลอดภัย และให้มีเครื่องบังคับให้รถพ่วงขณะต่อกับรถลากจูงสามารถ

ถอยหลังได้ ความยาวของแขนพ่วง ให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบก

ประกาศกำหนด

     (2) แผ่นโลหะรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก ความยาวไม่น้อยกว่าด้านละ

30 เซนติเมตร พื้นสีขาวหรือสีเหลือง ขอบสีแดง ความกว้างของขอบสีแดง

กว้างไม่น้อยกว่า 3 เซนติเมตรโดยรอบ สามารถสะท้อนแสงมองเห็นได้

ชัดเจนในเวลากลางคืนระยะไม่น้อยกว่า 150  เมตร ตรงกลางมีรูปรถพ่วง

หรืออักษรไทยว่า `รถพ่วง' สีดำติดอยู่ที่ด้านท้ายในระดับสูงไม่น้อยกว่า

60 เซนติเมตร และไม่เกิน 1.50 เมตร

                         ส่วนที่ 3

            ขนาดของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ

                        -------

     ข้อ 20  รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ ให้มีขนาดมาตรฐานที่

กำหนดไว้ ดังต่อไปนี้

     (1) ความกว้าง เมื่อวัดจากส่วนที่กว้างที่สุดของตัวถังรวมส่วนประกอบ

ข้างตัวถังที่ยื่นออกจากตัวถัง แต่ไม่รวมกระจกเงาสำหรับมองด้านหลัง จะต้อง

ไม่เกิน 2.50 เมตร และตัวถังหรือส่วนประกอบของตัวถังจะยื่นเกินขอบยาง

ด้านนอกของเพลาท้ายได้ไม่เกิน 15 เซนติเมตร

     (2) ความสูง เมื่อวัดจากพื้นราบถึงส่วนที่สูงที่สุดของรถ จะต้องไม่เกิน

3.80 เมตร เว้นแต่รถกระบะบรรทุกหรือรถตู้บรรทุกที่มีความกว้างไม่เกิน

2.30 เมตร ให้ความสูงได้ไม่เกิน 3 เมตร

     (3) ความยาว

     ความยาวของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 1 ลักษณะ 2

ลักษณะ 3 ลักษณะ 4 ลักษณะ 5 และลักษณะ 9 เมื่อวัดจากกันชนหน้าถึง

ส่วนท้ายสุดของรถจะต้องไม่เกิน 10 เมตร

     ความยาวของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 6 เมื่อวัด

จากส่วนหน้าสุดไม่รวมแขนพ่วงถึงส่วนท้ายสุดของรถ จะต้องไม้เกิน 8 เมตร

     ความยาวของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 7 และ

ลักษณะ 8 เมื่อวัดจากส่วนหน้าสุดถึงส่วนท้ายสุดของรถ จะต้องไม่เกิน

12.50 เมตร

     (4) ส่วนยื่นหน้า

     ส่วนยื่นหน้าของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 1 ลักษณะ 2

ลักษณะ 3 ลักษณะ 4 ลักษณะ 5 ลักษณะ 6 และลักษณะ 9 เมื่อวัดจากส่วน

หน้าสุดของรถไม่รวมกันชนถึงศูนย์กลางเพลาล้อหน้าจะต้องไม่เกินกึ่งหนึ่ง

ของช่วงล้อ

     ส่วนยื่นหน้าของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 7 และ

ลักษณะ 8 เมื่อวัดจากส่วนหน้าสุดของรถไม่รวมกันชนถึงศูนย์กลางสลักพ่วง

จะต้องไม่เกินกึ่งหนึ่งของช่วงล้อ

     ช่วงล้อ หมายความว่า ระยะระหว่างศูนย์กลางเพลาล้อหน้าสุดของ

รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 1 ลักษณะ 2 ลักษณะ 3 ลักษณะ 4

ลักษณะ 5 ลักษณะ 6 และลักษณะ 9 หรือศูนย์กลางสลักพ่วงของรถที่ใช้ใน

การขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 7 และลักษณะ 8 ถึงศูนย์กลางเพลาท้าย

หรือถึงศูนย์กลางระหว่างเพลาคู่ท้ายในกรณีเป็นเพลาคู่

     (5) ส่วนยื่นท้าย

     ส่วนยื่นท้ายของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 1 ลักษณะ 2

ลักษณะ 3 ลักษณะ 4 ลักษณะ 5 ลักษณะ 6 และลักษณะ 9 เมื่อวัดจาก

ส่วนท้ายของตัวถังส่วนบรรทุกไม่รวมกันชนถึงศูนย์กลางเพลาล้อท้าย หรือ

ศูนย์กลางระหว่างเพลาคู่ท้ายในกรณีที่เพลาท้ายเป็นเพลาคู่จะต้องมีความยาว

ไม่เกินกึ่งหนึ่งของช่วงล้อ เว้นแต่รถที่มีส่วนบรรทุกสัตว์หรือสิ่งของเป็นตู้ทึบ

และรถที่มีทางขึ้นลงหรือติดตั้งอุปกรณ์ในการขนถ่ายสัตว์หรือสิ่งของที่ด้านท้าย

ส่วนบรรทุก ให้มีความยาวได้ไม่เกินสองในสามของช่วงล้อ

     ส่วนที่ยื่นท้ายของรถที่ใช้ในการส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 7 หรือ

ลักษณะ 8 เมื่อวัดจากส่วนท้ายสุดของตัวถังส่วนบรรทุกไม่รวมกันชนถึง

ศูนย์กลางระหว่างเพลาคู่ท้ายในกรณีที่เพลาท้ายเป็นเพลาคู่ จะต้องมี

ความยาวไม่เกินสองในห้าของช่วงล้อ

     ข้อ 21  รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 5 ลักษณะ 6

ลักษณะ 7 และลักษณะ 8 ซึ่งเป็นรถบรรทุกเฉพาะกิจจะมีความกว้าง ความสูง

ความยาว ส่วนยื่นหน้าและส่วนยื่นท้าย เกินกว่าที่กำหนดไว้ในข้อ 20 ก็ได้

หากมีความจำเป็นตามลักษณะของการใช้งานเฉพาะกิจแต่ต้องได้รับความ

เห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบก

 

                      ให้ไว้ ณ วันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2524

                           ร้อยตำรวจโท ชาญ มนูธรรม

                        รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

                   ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

--------------------------------------------------------

หมายเหตุ :-   เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจาก

มาตรา 71 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

บัญญัติว่า รถที่ใช้ในการขนส่งต้องมีสภาพมั่นคงแข็งแรง มีเครื่องอุปกรณ์และ

ส่วนควบถูกต้องตามที่กำหนดในกฎกระทรวง  จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 

                       กฎกระทรวง

                  ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2524)

           ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

                       พ.ศ. 2522

                        -------

 

     อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 และมาตรา 78 แห่งพระราชบัญญัติ

การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมออกกฎกระทรวงไว้

ดังต่อไปนี้

     เครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถดังต่อไปนี้ จะแก้ไขเพิ่มเติมหรือ

เปลี่ยนแปลงสภาพให้ผิดแผกแตกต่างในสาระสำคัญไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาต

เป็นหนังสือจากนายทะเบียน คือ

     (1) โครงคัสซี

     (2) ระบบบังคับเลี้ยว

     (3) จำนวนกงล้อและยาง

     (4) จำนวนเพลาล้อ

     (5) เครื่องกำเนิดพลังงาน

     (6) ตัวถัง

     (7) สีภายนอกตัวรถ

     (8) จำนวนที่นั่งผู้โดยสาร

     (9) จำนวนดวงโคมไฟแสงพุ่งไกล แสงพุ่งต่ำ

     (10) ช่วงล้อ

 

                     ให้ไว้ ณ วันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2524

                          ร้อยตำรวจโท ชาญ มนูธรรม

                       รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

                  ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

-------------------------------------------------------

หมายเหตุ :-  เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจาก

มาตรา 78 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 บัญญัติว่า ห้าม

มิให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถ

ให้ผิดแผกแตกต่างในสาระสำคัญ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง เว้นแต่จะได้รับ

อนุญาตเป็นหนังสือจากนายทะเบียน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 

*[9]

     `ยกเลิกกฎกระทรวง ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2525) ออกตามความใน

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522'

 

*[7]

                        กฎกระทรวง

                   ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2525)

           ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

                        พ.ศ. 2522

                         -------

 

     อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 และมาตรา 92 (4) แห่งพระราชบัญญัติ

การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมออกกฎกระทรวงไว้

ดังต่อไปนี้

     ผู้บริการตามมาตรา 92 (4) แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

ได้แก่

     (1) พนักงานต้อนรับประจำรถขนส่งผู้โดยสาร

     (2) บริการประจำรถขนส่งผู้โดยสาร

 

                      ให้ไว้ ณ วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2525

                               วีระ มุสิกพงศ์

                         รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

                  ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

-------------------------------------------------------

หมายเหตุ :-  เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจาก

มาตรา 92 (4) แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 บัญญัติให้มี

ผู้บริการประจำรถตามที่กำหนดในกฎกระทรวง  จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 

                       กฎกระทรวง

                 ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2525)

          ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

                       พ.ศ. 2522

                        -------

 

     อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 และมาตรา 93 วรรคสอง แห่ง

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

     ข้อ 1  ผู้ใดประสงค์จะปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต

ตามแบบของกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วยหลักฐาน ดังต่อไปนี้

     (1) ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ

         (ก) ภาพถ่ายประจำตัวประชาชนหรือภาพถ่ายใบสำคัญประจำตัว

คนต่างด้าว หรือภาพถ่ายหนังสือเดินทางหรือภาพถ่ายหนังสือสำคัญประจำตัวอย่างอื่น

         (ข) สำเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้าน หรือเอกสารแสดงถิ่นที่อยู่

         (ค) รูปถ่ายครึ่งตัว หน้าตรง ไม่สวมหมวกและแว่นตาดำ ขนาด

3x4 เซนติเมตร จำนวน 6 รูป

         (ง) ใบรับรองแพทย์

         (จ) ประกาศนียบัตรหรือหนังสือรับรองว่าได้ผ่านการศึกษาและ

จบหลักสูตรจากโรงเรียนการขนส่งของกรมการขนส่งทางบกหรือโรงเรียนสอน

ขับรถที่กรมการขนส่งทางบกรับรอง สำหรับกรณีผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ

ในประเภทการขนส่งประจำทาง การขนส่งไม่ประจำทาง หรือการขนส่งโดย

รถขนาดเล็ก ถ้ามี

*[21]