กฎกระทรวง

ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2542)

ออกตามความในพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2500

---------------

 

                        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 6 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติบำเหน็จ

บำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2500 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้

ดังต่อไปนี้

                        ข้อ 1  ให้ยกเลิกกฎกระทรวง ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2515) ออกตามความในพระราชบัญญัติ

บำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2500

                        ข้อ 2  ให้ราชการส่วนท้องถิ่นหักเงินงบประมาณรายได้ประจำปีสมทบเข้าเป็นกองทุน

บำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่นในอัตราร้อยละหนึ่ง เว้นแต่เทศบาลและเมืองพัทยาให้หัก

ในอัตราร้อยละสอง

                        ข้อ 3  กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2542 เป็นต้นไป

 

                                                ให้ไว้ ณ วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2542

                                                               ชำนิ  ศักดิเศรษฐ์

                                               รัฐมนตรีช่วยว่าการ ฯ รักษาราชการแทน

                                                 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

 

+--------------------------------------------------------------------------------------------------------------+

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่กองทุนบำเหน็จบำนาญ

ข้าราชการส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2500

ประสบปัญหาขาดแคลนเงินที่จะจ่ายเป็นเงินบำเหน็จบำนาญให้แก่พนักงานเทศบาลและพนักงาน

เมืองพัทยา เนื่องจากในขณะนี้เทศบาลและเมืองพัทยามีผู้ซึ่งลาออกและเกษียณอายุเป็นจำนวนมาก

และมีแนวโน้มว่าจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น  ด้วยเหตุนี้ หากยังคงกำหนดอัตราการหักเงินงบประมาณ

รายได้ประจำปีสมทบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่นของเทศบาลและเมืองพัทยา

เป็นอัตราร้อยละหนึ่ง จะส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

ส่วนท้องถิ่นของเทศบาลและเมืองพัทยาจนไม่อาจดำเนินงานต่อไปได้ สมควรแก้ไขเพิ่มเติมอัตรา

การหักเงินงบประมาณรายได้ประจำปีสมทบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่นของ

เทศบาลและเมืองพัทยาเพิ่มขึ้นเป็นอัตราร้อยละสองเพื่อให้กองทุนดังกล่าวสามารถดำเนินงาน

ต่อไปได้ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้