ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เรื่อง  หลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิต  การนำเข้า  และการมีไว้ในครอบครอง

ซึ่งวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ  พ.ศ. ๒๕๓๘

--------------------------

 

                        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคสาม  มาตรา ๗ (๒)  และมาตรา ๒๐

(๑) (๒)  แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ

สหกรณ์ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการวัตถุอันตรายออกประกาศกระทรวงกำหนดหลัก

เกณฑ์และวิธีการในการผลิต การนำเข้า และการมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายไว้ ดังต่อไปนี้

 

                        ข้อ    วัตถุอันตรายในประกาศนี้หมายความว่า  วัตถุอันตรายที่กรมวิชาการ

เกษตรเป็นผู้รับผิดชอบตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ออกตามความในมาตรา ๑๘ วรรค

สอง แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕

 

                        ข้อ    ที่ตั้งสถานที่ผลิตวัตถุอันตรายชนิดที่ ๒ หรือชนิดที่ ๓ ต้องอยู่ในบริเวณที่

ห่างจากชายฝั่งทะเล หรือแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ณ จุดที่น้ำขึ้นสูงสุด  ในหน้าน้ำปกติ อย่างน้อย

๑,๐๐๐ เมตร  เว้นแต่จะมีมาตรการในการป้องกันอันตรายมิให้เกิดการรั่วไหล และต้องไม่อยู่ใน

บริเวณที่กำหนดในข้อ ๕ (๑) (๒) (๓) และ (๔)  แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๗)  ออกตาม

ความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕

 

                        ข้อ    นอกจากกรณีที่ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๗)  ออกตาม

ความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕  ให้ผู้ผลิตวัตถุอันตรายชนิดที่ ๒ หรือ

ชนิดที่ ๓ ต้องปฏิบัติ ดังนี้

                        ๓.๑  ปฏิบัติเกี่ยวกับเครื่องมือ  เครื่องใช้  อุปกรณ์  และระบบ  ดังนี้

                                 ๓.๑.๑  จัดให้มีเครื่องมือ  เครื่องใช้  และอุปกรณ์เหมาะสมกับปริมาณ

และการผลิตแต่ละประเภท โดยเฉพาะภาชนะหรือถังที่ใช้ในการผลิต จะต้องไม่เกิดปฏิกิริยาทาง

เคมีที่ไม่เหมาะสมกับวัตถุอันตรายที่ผลิต มีระบบที่ดีและเหมาะสมในการป้องกันกำจัดกลิ่น ละออง

ไอระเหย และฝุ่นผงของวัตถุอันตราย ณ บริเวณที่ผลิตและเก็บวัตถุอันตรายโดยระบบดังกล่าวจะ

ต้องสามารถป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อบุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์อื่น และสิ่งแวดล้อม หรือเป็นเหตุ

เดือดร้อนรำคาญ

                                 ๓.๑.๒  ต้องมีวิธีป้องกันมิให้วัตถุอันตรายรั่วไหลในลักษณะที่จะเป็น

อันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน

                                 ๓.๑.๓  ต้องทำความสะอาดเครื่องมือ  เครื่องใช้  อุปกรณ์ต่าง ๆ หลังจาก

การปฏิบัติงานเกี่ยวกับวัตถุอันตรายแต่ละชนิดเสร็จสิ้น  ทั้งนี้  เพื่อป้องกันการปนเปื้อนหรือเกิด

ปฏิกิริยาทางเคมีที่ไม่เหมาะสมเมื่อจะผลิตวัตถุอันตรายอื่นต่อไป

                                 ๓.๑.๔  ที่อุปกรณ์การผลิตในขณะปฏิบัติงาน ต้องจัดให้มีป้ายแสดงชื่อ

วัตถุอันตรายและแผ่นป้ายคำเตือนถึงอันตรายที่เกิดจากวัตถุอันตราย โดยมีข้อความและ

สัญลักษณ์ต่าง ๆ ตามที่อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกำหนด

                                 ๓.๑.๕  ภายในอาคารผลิตหรือเก็บวัตถุอันตราย ต้องแบ่งแยกพื้นที่ในการ

ผลิตและเก็บวัตถุอันตรายแต่ละประเภทเป็นสัดส่วน เพื่อป้องกันการปะปนของวัตถุอันตราย พื้น

ของส่วนการผลิตวัตถุอันตรายต้องมีคุณสมบัติไม่ดูดซับหรือกักขังสารเคมีใด ๆ หากมีความจำเป็น

ต้องเก็บวัตถุอันตรายบางชนิดเป็นพิเศษต้องจัดเก็บในห้องเฉพาะไม่ปะปนกับวัตถุอันตรายชนิดอื่น

                                 ๓.๑.๖  จัดให้มีแสงสว่างเพียงพอแก่สภาพการทำงานในบริเวณนั้น ๆ

                                 ๓.๑.๗  ภาชนะบรรจุวัตถุอันตรายต้องมั่นคงแข็งแรง ไม่รั่วไหล สะดวกแก่

การขนย้ายและไม่มีปฏิกิริยาทางเคมีที่ไม่เหมาะสมกับวัตถุอันตรายที่บรรจุอยู่ภายใน และสามารถ

ป้องกันแสง ความร้อนหรือความชื้น แล้วแต่กรณีตามคุณลักษณะของวัตถุอันตรายนั้น

                        ๓.๒  จัดให้มีมาตรการเพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้ปฏิบัติงานในสถานที่  ดังนี้

                                 ๓.๒.๑  บริเวณทางเข้าอาคาร หรือส่วนของอาคารที่เป็นสถานที่ผลิตหรือ

เก็บรักษาวัตถุอันตราย ให้มีแผ่นป้ายคำว่า "วัตถุอันตราย" เป็นอักษรสีแดงบนพื้นขาว โดยแผ่นป้าย

มีขนาดกว้างไม่น้อยกว่า ๒๐ เซนติเมตร ยาวไม่น้อยกว่า ๕๐ เซนติเมตร และตัวอักษรต้องมีขนาด

ความหนาไม่น้อยกว่า ๒ เซติเมตร สูงไม่น้อยกว่า ๑๕ เซนติเมตร

                                 ๓.๒.๒  ในบริเวณที่เก็บรักษาและบริเวณใกล้เคียง ต้องจัดให้มีแผ่นป้าย

คำเตือนถึงอันตรายที่เกิดจากวัตถุอันตราย โดยมีข้อความและสัญลักษณ์ต่าง ๆ ตามที่อธิบดีกรม

วิชาการเกษตรกำหนด

                                 ๓.๒.๓  จัดให้มีอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน

ดังนี้

                                            (๑)  เสื้อผ้าชุดปฏิบัติงาน

                                            (๒)  ถุงมือ  รองเท้า  หมวก

                                            (๓)  หน้ากากป้องกันพิษตามชนิดของวัตถุอันตรายที่ผลิต

                                            (๔)  สิ่งกันเปื้อนที่กันอันตรายจากการที่วัตถุอันตรายจะสัมผัส

กับร่างกาย

                                            (๕)  แว่นตามตามความจำเป็น

                                 ๓.๒.๔  จัดทำแผ่นป้าย "ห้ามสูบบุหรี่ ดื่มน้ำ รับประทานอาหาร หรือเก็บ

อาหารในบริเวณที่ปฏิบัติงาน"

                                 ๓.๒.๕  อบรมชี้แจงแนะนำผู้ปฏิบัติงานให้เข้าใจถึงอันตรายอันอาจเกิด

ขึ้นได้ในขณะปฏิบัติงาน วิธีระมัดระวังป้องกันอันตรายและวิธีแก้ไข

                                 ๓.๒.๖  จัดให้มีการตรวจสุขภาพผู้ปฏิบัติงานอย่างน้อย ๖ เดือนต่อครั้ง

เพื่อป้องกันอันตรายจากการที่มีวัตถุอันตรายสะสมอยู่ในร่างกาย และถ้าเป็นการปฏิบัติงานเกี่ยว

กับวัตถุอันตรายที่มีสารประกอบออร์กาโนฟอสเฟต หรือสารคาร์บาเมต ต้องตรวจร่างกายหาระดับ

ซีรัมโคลีนเอสเตอเรสด้วยพร้อมทั้งจัดทำทะเบียนประวัติสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานแต่ละราย และหาก

ตรวจพบวัตถุอันตรายสะสมในร่างกายจนถึงระดับอันตราย จัดให้ผู้นั้นได้รับการรักษาหรือไปปฏิบัติ

งานอื่นตามความเหมาะสม

                                 ๓.๒.๗  จัดให้มีสถานที่สำหรับให้ผู้ปฏิบัติงานล้างมือ ล้างหน้า ก่อนรับ

ประทานอาหาร  ดื่มน้ำ  หรือสูบบุหรี่

                                 ๓.๒.๘  จัดให้มีสถานที่ให้ผู้ปฏิบัติงานรับประทานอาหาร หรือสูบบุหรี่

โดยแยกเป็นสัดส่วนห่างจากสถานที่ปฏิบัติงาน

                        ๓.๓  จัดให้มีผู้ควบคุมการผลิต  โดยผู้ควบคุมดังกล่าวต้องมีคุณวุฒิได้รับ

ปริญญาบัตรด้านวิทยาศาสตร์  หรือวิศวกรรมศาสตร์  หรือด้านอื่นที่รัฐมนตรีกำหนด  โดยประกาศ

ในราชกิจจานุเบกษา

                        ๓.๔  จัดให้มีบันทึกการผลิตวัตถุอันตรายแต่ละครั้งของการผลิตโดยแสดง

ปริมาณการผลิตอัตราส่วนความเข้มข้นของสารสำคัญในวัตถุอันตราย วัน เดือน ปี ที่ผลิต  ลายมือ

ชื่อผู้ควบคุมในการผลิตพร้อมที่จะให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบันทึกนั้นได้ในระยะเวลา ๒ ปี

นับตั้งแต่วันที่ผลิต ทั้งนี้ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดโดยอธิบดีกรมวิชาการเกษตร

                        ๓.๕  ให้ผู้ผลิตวัตถุอันตรายจัดให้มี

                                 ๓.๕.๑  การตรวจสอบอัตราส่วนความเข้มข้นของสารสำคัญและส่วน

ประกอบอื่นให้ถูกต้องก่อนบรรจุภาชนะ

                                 ๓.๕.๒  การตรวจสอบภาชนะบรรจุ  ทั้งก่อนและหลังจากที่บรรจุวัตถุ

อันตรายแล้วให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อยตามข้อ ๓.๑.๗

                                 ๓.๕.๓  การตรวจสอบฉลากที่จะปิดบนภาชนะบรรจุวัตถุอันตรายให้ถูก

ต้องตามชนิดของวัตถุอันตรายที่ผลิต และติดแน่นบนภาชนะบรรจุแต่ละชนิดโดยไม่หลุดง่าย เพื่อ

มิให้ปิดฉลากผิดโดยให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าด้วยเรื่องฉลากซึ่งออก

ตามมาตรา ๒๐ (๑)  แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕

                        ๓.๖  ให้ผู้ผลิตวัตถุอันตราย  จัดให้มีฉลากขนาดใหญ่พอสมควรปิดไว้ที่หีบห่อ

สำหรับการขนส่งโดยมีข้อความระบุชื่อสามัญของวัตถุอันตราย ปริมาณสารสำคัญ หรืออัตราส่วน

ของสารสำคัญ สัญลักษณ์แสดงอันตรายของวัตถุอันตรายอันเป็นที่ทราบโดยทั่วไป  เช่น  สารกัด

กร่อน  สารติดไฟ  วัตถุมีพิษ  เป็นต้น  และคำเตือน  เช่น  ห้ามโยน  ห้ามใช้ขอสับ  เครื่องหมาย 

และตัวอักษรดังกล่าวต้องเห็นได้ชัดเจน

 

                        ข้อ    การนำเข้าวัตถุอันตรายชนิดที่ ๒  หรือชนิดที่ ๓ ต้องนำเข้า ณ ด่าน

ศุลกากร ดังต่อไปนี้

                        ๔.๑  ท่ากรุงเทพ

                        ๔.๒  ด่านศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพ

                        ๔.๓  ด่านศุลกากรไปรษณีย์

                        ๔.๔  ด่านศุลกากรท่าอากาศยานหาดใหญ่

                        ๔.๕  ท่าสงขลา

                        ๔.๖  ด่านศุลกากรสะเดา

                        ๔.๗  ด่านศุลกากรปาดังเบซาร์

                        ๔.๘  ท่าแหลมฉบัง

                        ๔.๙  ด่านศุลกากรรถไฟกรุงเทพ

 

                        ข้อ    ให้ผู้รับอนุญาตนำเข้าวัตถุอันตราย  แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของกรม

วิชาการเกษตรทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวันก่อนถึงกำหนดวันที่วัตถุอันตรายดังกล่าวจะมาถึง

ด่านศุลกากร  และเมื่อจะนำวัตถุอันตรายออกจากด่านศุลกากรตามแบบท้ายประกาศนี้

 

                        ข้อ    ให้ผู้มีวัตถุอันตรายชนิดที่ ๒  หรือ ๓  ไว้ในครอบครองเพื่อขายปฏิบัติ

เกี่ยวกับสถานที่ขายหรือครอบครอง และการประกอบกิจการ ดังนี้

                        ๖.๑  จัดวางวัตถุอันตรายแยกจากสินค้าประเภทอื่น

                        ๖.๒  จัดแยกวัตถุอันตรายที่จำหน่ายตามประเภท และต้องพ้นจากมือเด็ก

                        ๖.๓  วัตถุอันตรายที่วางจำหน่ายต้องอยู่ในภาชนะเดิมของผู้ผลิต

                        ๖.๔  จัดให้มีวัสดุที่มีคุณสมบัติดูดซับของเหลวได้  เช่น  ขี้เลื่อย  สำหรับใช้ดูด

ซับวัตถุอันตรายที่อาจแตก  หล่น  เรี่ยราด  และนำไปกำจัดหรือทำลายตามที่กำหนดไว้ในฉลาก

                        ๖.๕  จัดให้มีสบู่  น้ำ  ไว้ให้ผู้สัมผัสวัตถุอันตรายใช้ชำระล้าง

                        ๖.๖  จัดให้มีระบบป้องกันกำจัดกลิ่น  ละออง  ไอระเหยส่วนของวัตถุอันตราย

มิให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญ  หรืออันตรายต่อผู้อยู่ข้างเคียง  บุคคลหรือทรัพย์อื่น

                        ๖.๗  จัดให้มีผู้ควบคุมการขายซึ่งผ่านการอบรมความรู้ด้านวัตถุอันตรายตาม

หลักสูตรที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด

 

                        ข้อ    ให้ผู้มีวัตถุอันตรายชนิดที่ ๒  หรือชนิดที่ ๓   ไว้ในครอบครองเพื่อขนส่ง 

ปฏิบัติเกี่ยวกับการขนส่ง  โดยวิธีการ  ดังนี้

                        ๗.๑  หากจำเป็นต้องบรรทุกสิ่งอื่นในยานพาหนะ ต้องแยกวัตถุอันตรายไว้ส่วน

หนึ่งต่างหาก โดยให้มีสิ่งห่อหุ้มวัตถุอันตรายอีกชั้นหนึ่งเพื่อป้องกันมิให้วัตถุอันตรายรั่วไหล แม้ว่า

จะแตกหรือชำรุดในระหว่างขนส่ง

                        ๗.๒  หากขนส่งวัตถุอันตรายซึ่งมีระดับความเป็นพิษในชั้น ๑ เอ หรือ ๑ บี  ตาม

ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เกี่ยวกับระดับความเป็นพิษของวัตถุอันตรายอย่างใดอย่าง

หนึ่ง เกินกว่าคราวละ ๑,๐๐๐ ลิตร (กรณีของเหลว)  หรือ ๑,๐๐๐ กิโลกรัม (กรณีของแข็ง)  ต้องจัด

ให้มีคำเตือนเป็นอักษรสีแดง คำว่า "วัตถุอันตราย" และมีเครื่องหมายหัวกะโหลกกับกระดูกไขว้

สีแดงขนาดใหญ่ เห็นได้เด่นชัดติดข้างยานพาหนะทั้งสองด้านที่ใช้ขนส่งวัตถุอันตราย

                        ๗.๓  หากขนส่งวัตถุอันตรายอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันเกินกว่า

คราวละ ๑,๐๐๐ ลิตร (กรณีของเหลว)  หรือ ๑,๐๐๐ กิโลกรัม (กรณีของแข็ง)  ต้องมีเอกสารมอบให้

ผู้ขับขี่เก็บรักษาไว้ในห้องผู้ขับขี่เพื่อแสดงรายละเอียด ดังต่อไปนี้

                                 ๗.๓.๑  ชื่อ  ที่อยู่  เบอร์โทรศัพท์ผู้ว่าจ้างขนส่งและผู้ทำการขนส่ง

                                 ๗.๓.๒  ชื่อสามัญ  หรือชื่อทางเคมีของวัตถุอันตรายที่ขนส่ง

                                 ๗.๓.๓  ชนิดของภาชนะที่ใช้บรรจุวัตถุอันตรายและอัตราส่วนความเข้มข้น

                                 ๗.๓.๔  ปริมาณวัตถุอันตราย

                                 ๗.๓.๕  วิธีปฏิบัติกรณีมีเหตุฉุกเฉิน  เช่น  แตก  รั่ว  หรือเมื่อเพลิงไหม้

                                 ๗.๓.๖  ในกรณีที่มีวัตถุอันตรายอย่างใดอย่างหนึ่งเกินกว่า ๑,๐๐๐ ลิตร

หรือ ๑,๐๐๐ กิโลกรัม  ต้องมีเอกสารแสดงข้อมูลความปลอดภัยของวัตถุอันตรายที่ทำการขนส่ง

เช่น Material Safety Data Sheet

                        ๗.๔  ให้เลือกสรรผู้ขับขี่ยานพาหนะขนส่งซึ่งอยู่ในสภาวะสามารถควบคุมยาน

พาหนะได้อย่างปลอดภัย ไม่มีความประมาทจนเกิดเหตุเดือดร้อนผู้อื่นตลอดระยะเวลาทำการขนส่ง

 

                        ข้อ    ให้ผู้มีวัตถุอันตรายชนิดที่ ๒ หรือ ๓ ไว้ในครอบครองเพื่อใช้รับจ้าง ต้องมี

คุณสมบัติและปฏิบัติเกี่ยวกับการป้องกันกำจัดศัตรูพืชทั่วไป ป้องกันกำจัดศัตรูพืชในโกดังและยุ้ง

ฉาง ป้องกันกำจัดแมลงและศัตรูของสัตว์ ดังต่อไปนี้

                        ๘.๑  ผู้ครอบครองเพื่อใช้รับจ้างต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๐ ปี

                        ๘.๒  จัดหาอุปกรณ์  เครื่องมือที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพตามประเภทของงาน

และต้องดูแลรักษาอุปกรณ์ เครื่องมือให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้

                        ๘.๓  ต้องแสดงข้อความชื่อผู้รับอนุญาต และเลขที่อนุญาตด้านข้างของยาน

พาหนะที่ใช้ปฏิบัติงาน ขนาดความสูงของตัวหนังสือไม่น้อยกว่า ๔ เซ็นติเมตร

                        ๘.๔  จัดทำบันทึกเกี่ยวกับผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับวัตถุอันตรายโดยระบุ

ตำแหน่งความรับผิดชอบ และควรตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง ตามลักษณะของงานและ

ประเภทของวัตถุอันตรายและเก็บไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี โดยพร้อมที่จะให้พนักงานเจ้าหน้าที่

ตรวจสอบได้

                        ๘.๕  จัดให้มีเอกสารแสดงวิธีการใช้วัตถุอันตราย ความเป็นอันตรายที่จะเกิดขึ้น

แก่บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ และสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งวิธีป้องกันมาตรการช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ได้รับ

อันตราย และรายละเอียดอื่น ๆ เกี่ยวกับวัตถุอันตรายตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นสมควรกำหนดให้มี

                        ๘.๖  ต้องเก็บวัตถุอันตรายในภาชนะเดิมที่ปิดมิดชิด ไม่ก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อน

รำคาญผู้อื่นในสถานที่ซึ่งป้องกันบุคคลภายนอกเข้าไปได้ ทางเข้าสถานที่เก็บรักษาให้มีแผ่นป้ายคำ

ว่า "วัตถุอันตราย" ซึ่งเห็นได้เด่นชัด

                        ๘.๗  จัดให้ดูแลผู้ปฏิบัติให้สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอย่างพอเพียง เมื่อปฏิบัติงาน

เกี่ยวกับวัตถุอันตราย

                        ๘.๘  จัดให้มีเครื่องมือปฐมพยาบาลตามความจำเป็น พร้อมทั้งคำแนะนำ วิธี

การปฐมพยาบาลให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ

                        ๘.๙  ต้องมีผู้ควบคุมการใช้วัตถุอันตรายซึ่งผ่านการทดสอบความรู้ความ

ชำนาญจากกรมวิชาการเกษตร

                        ๘.๑๐  สัญญาในการให้บริการแก่ลูกค้า ต้องจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษรโดย

แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุอันตรายที่ใช้ รวมทั้งอาการเกิดพิษ วิธีรักษาเยียวยา และคำเตือน

                        ๘.๑๑  ต้องกำจัดเศษเหลือ ภาชนะบรรจุวัตถุอันตรายที่ใช้แล้วตามคำแนะนำ

บนฉลากปิดภาชนะ

                        ๘.๑๒  ต้องไม่ปล่อยน้ำที่ใช้ชำระล้างเศษเหลือ หรืออุปกรณ์ปนเปื้อนวัตถุ

อันตราย ไหลลงสู่แหล่งน้ำ คูคลองสาธารณะ และต้องไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อผู้อื่น

                        ๘.๑๓  จัดให้มีบันทึกการใช้รับจ้างประจำวันแสดงวัน เดือน ปี ที่ให้บริการ ชื่อผู้

ว่าจ้าง และสถานที่ตั้ง ชนิดและจำนวนสินค้า สถานที่ปฏิบัติงาน ชื่อและปริมาณวัตถุอันตรายที่ใช้

                        ๘.๑๔  จัดให้มีแผ่นป้ายคำว่า "อันตราย ห้ามเข้า" และ "สถานที่มีการใช้วัตถุ

อันตราย" ขนาดใหญ่เห็นได้เด่นชัด สำหรับปิดแสดงไว้บริเวณทางเข้าสถานที่ พื้นที่ อาคาร ตู้สินค้า

โรงเก็บสินค้า ยุ้งฉาง ซึ่งมีการใช้วัตถุอันตรายในการใช้รับจ้าง

                        ๘.๑๕  ใช้วัตถุอันตรายที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีฉลากที่ครบถ้วนและตรงตาม

วัตถุประสงค์ของวัตถุอันตรายชนิดนั้น ๆ

 

                        ข้อ    ให้ผู้มีวัตถุอันตรายชนิดที่ ๒ หรือ ๓ ไว้ในครอบครองเพื่อใช้รับจ้างป้อง

กันกำจัดศัตรูพืชทางอากาศ ปฏิบัติดังนี้

                        ๙.๑  ส่งเอกสารแจ้งชนิดอากาศยาน หมายเลขอากาศยาน (ถ้ามี) สนามบินที่ใช้

ขึ้นลง รายละเอียดของนักบิน ชื่อและรายละเอียดของวัตถุอันตรายที่ใช้รับจ้าง

                        ๙.๒  ส่งเอกสารแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่เก็บวัตถุอันตราย สถานที่

ผสม และบรรจุวัตถุอันตรายใส่อากาศยาน

                        ๙.๓  ส่งแผนที่แสดงพื้นที่ที่จะใช้รับจ้าง

                        ๙.๔  ส่งเอกสารแจ้งวัน เวลาที่จะปฏิบัติงาน

                        ๙.๕  ส่งเอกสารแจ้งวิธีการและสถานที่ทำลายเศษเหลือ ภาชนะบรรจุวัตถุ

อันตราย

                        ๙.๖  ส่งเอกสารแจ้งชนิดของศัตรูพืช พืช หรือสัตว์ที่เป็นเป้าหมายทำลาย

                        ๙.๗  ส่งเอกสารแจ้งคุณสมบัติ พิษของวัตถุอันตรายที่ใช้ ซึ่งมีต่อคน สัตว์ พืช

และสิ่งแวดล้อม พิษตกค้างในดิน น้ำ อาหารของคนและสัตว์

 

                        ข้อ  ๑๐  ความในข้อ ๖.๗ ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด ๑๕ เดือน นับแต่วันที่

ประกาศนี้มีผลบังคับใช้

                        ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราช

กิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

 

                                                            ประกาศ ณ วันที่  ๑๒  ตุลาคม  พ.ศ. ๒๕๓๘

                                                                              ชาญชัย  ปทุมารักษ์

                                                               รัฐมนตรีช่วยว่าการ ฯ ปฏิบัติราชการแทน

                                                             รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 

[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

 

[รก.๒๕๓๘/๙๒ง/๑๐/๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๓๘]

 

                                                                                                ธิดาวรรณ / แก้ไข

                                                                                                 ๑๖  ก.ย.  ๒๕๔๕

                                                                                                            B+A(C)