ข้อบังคับสภาทหารผ่านศึก

ว่าด้วยการสงเคราะห์ทหารผ่านศึก  ครอบครัวทหารผ่านศึก

และทหารนอกประจำการ

พ.ศ. 2522

----------

     โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงของบังคับสภาทหารผ่านศึก  ว่าด้วยการสงเคราะห์ทหารผ่านศึก

ครอบครัวทหารผ่านศึกและทหารนอกประจำการ พ.ศ. 2512  และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติมให้เหมาะสมยิ่ง

ขึ้น  อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11  และมาตรา 18  แห่งพระราชบัญญัติองค์การสงเคราะห์

ทหารผ่านศึก พ.ศ. 2510  สภาทหารผ่านศึกจึงออกบังคับไว้  ดังต่อไปนี้

     ข้อ 1.  ข้อบังคับนี้เรียกว่า  `ข้อบังคับสภาทหารผ่านศึก  ว่าด้วยการสงเคราะห์ทหารผ่านศึก

ครอบครัวทหารผ่านศึกและทหารนอกประจำการ พ.ศ. 2522'

     ข้อ 2  ให้ยกเลิก

           2.1  ข้อบังคับสภาทหารผ่านศึก  ว่าด้วยการสงเคราะห์ทหารผ่านศึก  ครอบครัวทหาร

ผ่านศึกและทหารนอกประจำการ พ.ศ. 2512

           2.2  ข้อบังคับสภาทหารผ่านศึก  ว่าด้วยการสงเคราะห์ทหารผ่านศึก  ครอบครัวทหาร

ผ่านศึกและทหารนอกประจำการ (ฉบับที่ 2)  พ.ศ. 2514

           2.3  ข้อบังคับสภาทหารผ่านศึก  ว่าด้วยการสงเคราะห์ทหารผ่าศึก  ครอบครัวทหารผ่าน

ศึกและทหารนอกประจำการ (ฉบับที่ 3)  พ.ศ. 2515

           2.4  ข้อบังคับสภาทหารผ่านศึก  ว่าด้วยการสงเคราะห์ทหารผ่านศึก  ครอบครัวทหาร

ผ่านศึกและทหารนอกประจำการ (ฉบับที่ 4)  พ.ศ. 2517

           2.5  ข้อบังคับสภาทหารผ่านศึก  ว่าด้วยการสงเคราะห์ทหารผ่านศึก  ครอบครัวทหาร

ผ่านศึกและทหารนอกประจำการ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2519

           2.6  ข้อบังคับสภาทหารผ่านศึก  ว่าด้วยการสงเคราะห์ทหารผ่านศึก  ครอบครัวทหาร

ผ่านศึกและทหารนอกประจำการ (ฉบับที่ 6)  พ.ศ.  2519

           2.7  ข้อบังคับสภาทหารผ่านศึก  ว่าด้วยการสงเคราะห์ทหารผ่านศึก  ครอบครัวทหาร

ผ่านศึกและทหารนอกประจำการ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2520

           2.8  ข้อบังคับสภาทหารผ่านศึก  ว่าด้วยการสงเคราะห์ทหารผ่านศึก  ครอบครัวทหาร

ผ่านศึกและทหารนอกประจำการ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2520

                                  หมวด 1

                           ผู้มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์

                           --------------------

     ข้อ 3  ผู้มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์  ได้แก่

           3.1  ทหารผ่านศึกประจำการ

           3.2  ทหารผ่านศึกนอกประจำการ

           3.3  ครอบครัวทหารผ่านศึก

           3.4  ทหารนอกประจำการ

     ข้อ 4  ทหารผ่านศึกประจำการ   มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์รับตั้งแต่กระทำหน้าที่ในการสงคราม

หรือ  ในการรบ  หรือป้องกันหรือปราบปรามการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคง  หรือความปลอดภัยแห่ง

ราชอาราจักรไม่ส่าภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร  หรือในการปราบปรามการจลาจล  ตามที่

กระทรวงกลาโหมหรือสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนด  และสิทธินี้ให้สิ้นสุดลงเมื่อพ้นจากกระทำหน้าที่ดังกล่าว

     ข้อ 5  ทหารผ่านศึกนอกประจำการ  มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์ตลอดเวลาที่มีชีวิตอยู่  และสิทธิ

นี้ให้สิ้นสุดเมื่อกลับเข้ารับราชการประจำในกระทรวง  ทบวง  กรม  เว้นแต่ผู้ที่เป็นข้าราชการการเมือง

ข้าราชการวิสามัญ  หรือลูกจ้าง

     ข้อ 6  ครอบครัวทหารผ่านศึก

           6.1  ครอบครัวทหารผ่านศึกประจำการ  มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์ในระยะเวลาเช่น

เดียวกับทหารผ่านศึกประจำการ  ตามข้อ 4

          สามีหรือภริยาที่ได้อย่าขาดจากการสมรสในระหว่างมีสิทธิได้รับการสงเคราะห์      หรือ

บุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้ว  ให้หมดสิทธินั้นเว้นแต่ภรรยาทหารผ่านศึกคลอดบุตรภายใน 310 วัน  นับจาก

วันที่สามีถึงแก่ความตายเพราะเหตุปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวในข้อ 4 ให้มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์ค่าคลอดบุตร

ด้วย

          6.2  ครอบครัวทหารผ่านศึกนอกประจำการ  มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์ในระยะเวลาเช่น

เดียวกับทหารผ่านศึกนอกประจำการตามข้อ 5

               สามีหรือภริยาที่ได้อย่างขาดจากการสมรสในระหว่างมีสิทธิได้รับการสงเคราะห์

หรือบุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้ว  ให้หมดสิทธินั้นเว้นแต่บุตรเมื่อบรรลุนิติภาวะกำลังได้รับทุนหรือการ

สงเคราะห์ด้านการศึกษาอยู่  ก็ให้ได้รับทุนหรือการสงเคราะห์ด้านการศึกษาต่อไปจนกว่าจะหมดสิทธินั้น ๆ

แล้วแต่กรณี

               ในกรณีที่ทหารผ่านศึกนอกประจำการถึงแก่ความตายในระหว่างที่ครอบครัวกำลังได้

รับการสงเคราะห์อยู่  ก็ให้รับการสงเคราะห์ประเภทนั้นต่อไปตามที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก

กำหนด

               สามีหรือภริยาและบุตรของทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่ 1  เมื่อทหารผ่าน

ศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่ 1  ถึงแก่ความตาย  ให้ได้รับการสงเคราะห์ด้านการรักษาพยาบาลต่อไป

ตามสิทธิที่ทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่  1   เคยได้รับ   จนกว่าสามีหรือภริยาจะทำการสมรส

ใหม่  หรือจนกว่าบุตรจะบรรลุนิติภาวะ

          6.3  ครอบครัวทหารผ่านศึกตามข้อ 10  มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์ดังต่อไปนี้

               6.3.1  บิดา  มารดา  ตลอดชีวิต

               6.3.2  สามีหรือภริยา  จนกว่าจะทำการสมรสใหม่

               6.3.3  บุตร  ให้มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์จนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ  เว้นแต่เมื่อ

บรรลุนิติภาวะแล้ว  กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่าจนถึงระดับปริญญาตรีในประเทศ

ก็ให้ได้รับการสงเคราะห์ด้านการศึกษาต่อไปจนกว่าจะมีอายุครบ 27 ปีบริบูรณ์  ทั้งนี้รวมถึงบุตรที่บรรลุ

นิติภาวะก่อนทหารผ่านศึกถึงแก่ความตายแล้วด้วยสำหรับบุตรหญิงที่ได้รับการสงเคราะห์อยู่ก่อนวันที่ 14

กรกฎาคม พ.ศ. 2512  คงให้ได้รับการสงเคราะห์ต่อไปจนกว่าจะทำการสมรส

               6.3.4  บุตรที่พิการทุพพลภาพหรือพิการจนเป็นอุปสรรคสำคัญในการประกอบอาชีพ

โดยมีคณะกรรมการเฉพาะกิจขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกที่มีแพทย์ร่วมด้วย  จำนวนไม่น้อยกว่า

3  คนตรวจรับรอง  สำหรับบุตรที่พิการทุพพลภาพหรือพิการซึ่งบรรลุนิติภาวะก่อนทหารผ่านศึกถึงแก่ความ

ตาย  ให้ได้รับการสงเคราะห์ด้วยแต่ไม่ต้องออกบัตรประจำตัวครอบครัวทหารผ่านศึกให้

          6.4  บุตรของทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่  1   ที่กำลังศึกษาอยู่  แต่บรรลุนิติ

ภาวะแล้ว  หรือที่ยังไม่ได้รับการสงเคราะห์ด้านการศึกษาก่อนทหารผ่านศึกถึงแก่ความตาย  ให้ได้รับ

การสงเคราะห์ด้านการศึกษาเช่นเดียวกับบุตรตาม 6.3.3  ทั้งนี้  ให้รวมถึงบุตรที่เกิดหลังจากบิดา

ถึงแก่ความตายภายใน 310  วันด้วย

          6.5      บุตรของทหารผ่านศึกที่มีสิทธิจะได้รับบัตรประจำตัวทหารผ่านศึกนอกประจำการ

บัตรชั้นที่ 1  แต่ยังไม่ได้รับเพราะยังเป็นทหารผ่านศึกประจำการหรือถึงแก่ความตายก้อนได้รับบัตร  ให้

ได้รับการสงเคราะห์ด้านการศึกษาเช่นเดียวกับบุตรตาม 6.3.3  ทั้งนี้  ให้รวมถึงบุตรที่เกิดหลังจาก

บิดาถึงแก่ความตายภายใน 310  วันด้วย

          6.6  บุตรของทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่ 1  ที่จะได้รับการสงเคราะห์ด้านการ

ศึกษา ตาม 6.4 หรือ 6.5  ต้องมีจำนวนไม่เกิน 5 คน รวมทั้งบุตรซึ่งได้รับการสงเคราะห์ก่อนทหาร

ผ่านศึกถึงแก่ความตายและบุตรบุญธรรมด้วย    เว้นแต่บุตรที่ได้รับการสงเคราะห์อยู่แล้วก่อนวันที่  22

มิถุนายน พ.ศ. 2514  คงให้การสงเคราะห์ต่อไปจนกว่าจะหมดสิทธิการสงเคราะห์ตาม 6.3.3

          6.7  บุตรที่มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์ต้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย  สำหรับบุตรบุญ

ธรรมให้ได้รับการสงเคราะห์ 1 คน  แต่ต้องจดทะเบียนก่อนการเป็นทหารผ่านศึก

     ข้อ 7  ทหารนอกประจำการ  มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์ตลอดระยะเวลาที่เป็นทหารนอกประจำ

การ

                                  หมวด 2

                                บัตรประจำตัว

                                ----------

     ข้อ 8  ผู้มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์ตามหมวด 1  ให้ได้รับบัตรประจำตัว  ดังต่อไปนี้

           8.1  บัตรประจำตัวทหารผ่านศึกนอกประจำการ

           8.2  บัตรประจำตัวครอบครัวทหารผ่านศึก

           8.3  บัตรประจำตัวทหารนอกประจำการ

     ข้อ 9  ผู้ที่จะได้รับบัตรประจำตัวทหารผ่านศึกนอกประจำการต้องมีคุณสมบัติ  ดังต่อไปนี้

           9.1  เป็นทหารผ่านศึกนอกประจำการ

           9.2  ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ทหารผ่านศึก

                9.2.1  ไม่ถูกปลดออกจากทหารกองประจำการเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ 2

เพราะกระทำความผิด

                9.2.2  ไม่กระทำความผิดฐานหนีราชการ

                9.2.3  ไม่ถูกไล่ออกหรือปลดออกจากราชการ

                9.2.4  ไม่ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาโทษจำคุกเว้นแต่ความผิดอันได้กระทำโดย

ประมาท  หรือความผิดที่เป็นลหุโทษ  หรือความผิดที่มีกำหนดโทษชั้นลหุโทษ

     ข้อ 10  ผู้ที่ได้รับบัตรประจำตัวครอบครัวทหารผ่านศึกที่ถึงแก่ความตายเพราะเหตุปฏิบัติหน้าที่ใน

การสงครามหรือในการรบ  หรือป้องกันหรือปราบปรามการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือความปลอด

ภัยแห่งราชอาณาจักรไม่ว่าภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร หรือในการปราบปรามการจลาจล  ตามที่

กระทรวงกลาโหมหรือสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนด

     ข้อ 11  ผู้ที่จะได้รับบัตรประจำตัวทหารนอกประจำการ  จะต้องมีคุณสมบัติ  ดังต่อไปนี้

            11.1  เป็นทหารนอกประจำการ

            11.2  ไม่เคยถูกปลดออกจากทหารกองประจำการเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ 2 เพราะ

กระทำความผิด

            11.3  ไม่เคยกระทำความผิดฐานหนีราชการ

            11.4  ไม่เคยถูกไล่ออกหรือปลดออกจากราชการ

            11.5  ไม่เคยถูกจำคุกโดยคำพิพากษาโทษจำคุก  เว้นแต่ความผิดอันได้กระทำโดย

ประมาท  หรือความผิดที่เป็นลหุโทษหรือความผิดที่มีกำหนดโทษชั้นลหุโทษ

     ข้อ 12  บัตรประจำตัวทหารผ่านศึกนอกประจำการและบัตรประจำตัวครอบครัวทหารผ่านศึก  ทำ

ด้วยกระดาษแข็ง  รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีขนาด 6 x 9.5  เซนติเมตร  ตามแบบท้ายข้อบังคับนี้  แบ่งออก

เป็นประเภทและลักษณะ  ดังต่อไปนี้

            12.1  บัตรชั้นที่ 1  สีขาวคาดแถบสีเหลือง  ออกให้แก่

                  12.1.1  ทหารผ่านศึกนอกประจำการ   ที่ได้รับพระราชทานเหรียญรามมา

ลา  เข็มกล้ากลางสมร  เหรียญกล้าหาญ  เหรียญดุษฎีมาลาเข็มกล้าหาญ  หรือเหรียญอื่นที่เทียบเท่า

                  12.1.2  ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการสงครามหรือในการรบ     หรือป้องกันหรือ

ปราบปรามการการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยแห่งราชอาณาจักรไม่ว่าภายในหรือ

ภายนอกราชอาราจักร    หรือในการปราบปรามจลาจล    ตามที่กระทรวงกลาโหมหรือสำนักนายกรัฐ

มนตรีกำหนด  จนถึงการทุพพลภาพ  หรือพิการจนเป็นอุปสรรคสำคัญในการประกอบอาชีพโดยมีคณะกรรม

การเฉพาะกิจขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกที่มีแพทย์ร่วมด้วย  จำนวนไม่น้อยกว่า 3  คนตรวจ

รับรอง

                 12.1.3  ครอบครัวทหารผ่านศึก  ตามข้อ 10

            12.2  บัตรชั้นที่ 2  สีขาวคาดแถบสีแดง  ออกให้แก่ทหารผ่านศึกนอกประจำการที่ได้

รับพระราชทานเหรียญชัยสมรภูมิ  เหรียญพิทักษ์เสรีชนชั้นที่ 1  เหรียญงานพระราชสงครามยุโรป  หรือ

เหรียญอื่นที่เทียบเท่า

            12.3  บัตรชั้นที่ 3  สีขาวคาดแถบสีน้ำเงิน  ออกให้แก่ทหารผ่านศึกนอกประจำการที่ได้

รับพระราชทานเหรียญพิทักษ์รัฐธรรมนูญ  เหรียญช่วยราชการเขตภายใน  เหรียญราชการชายแดง

เหรียญพิทักษ์เสรีชนชั้นที่ 2  หรือเหรียญอื่นที่เทียบเท่า

            12.4  บัตรชั้นที่ 4  สีขาว  ออกให้แก่ทหารผ่านศึกนอกประจำการที่ไม่ได้กำหนดไว้ใน

12.1  12.2  และ 12.3

     ข้อ 13  บัตรประจำตัวทหารนอกประจำการ  ให้ใช้หนังสือสำคัญประจำตัวทหารกองหนุนมาแสดง

และให้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกประทับตราและสลักหลังรับรองใช้เป็นบัตรประจำตัวได้

          ทหารนอกประจำการที่ไม่มีหนังสือสำคัญประจำตัวทหารกองหนุน  ให้นำสำเนาคำสั่งให้ออก

จากราชการหรือเอกสารรับรองการรับราชการของต้นสังกัดมาแสดง  และให้องค์การสงเคราะห์ทหาร

ผ่านศึกประทับตราและสลักหลังรับรองใช้เป็นบัตรประจำตัวได้

     ข้อ  14  การขอบัตรประจำตัวทหารผ่านศึกนอกประจำการ  และบัตรประจำตัวครอบครัวทหาร

ผ่านศึก  ให้บุคคลซึ่งมีสิทธิยื่นคำร้องด้วยตนเองตามแบบที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกกำหนดพร้อมด้วย

รูปถ่ายขาวดำ 2 รูป  ขนาด 3 x 4  เซนติเมตร  ครึ่งตัว  หน้าตรง  ไม่สวมหมวกแต่งกายเรียบร้อย

สำหรับผู้ที่ได้รับพระราชทานเหรียญหรือเข็มให้ประดับด้วย

     ข้อ 15  บัตรประจำตัวตามข้อบังคับนี้ให้ใช้ได้ตลอดไปนับตั้งแต่วันออกบัตร

     ข้อ 16  ในกรณีที่

            16.1  บัตรชำรุดหรือสูญหาย

            16.2  เลื่อนชั้นบัตร

            16.3  เปลี่ยนชื่อตัว  ชื่อสกุล

            16.4  เมื่อผู้ได้รับบัตรประจำตัวร้องขอ  และองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเห็นเป็น

การสมควร

            ให้ผู้ถือบัตรประจำตัวยื่นคำร้องขอบัตรประจำตัวใหม่ได้และผู้ที่ได้รับบัตรประจำตัวฉบับ

ใหม่แล้วต้องคืนบัตรประจำตัวฉบับเก่าถ้าสูญหายต้องไปแจ้งความต่อพนักงานฝ่ายปกครอง  หรือตำรวจ

และแนบหลักฐานมากับคำร้องขอบัตรด้วย

     ข้อ 17  ผู้ได้รับบัตรประจำตัวตามข้อบังคับนี้ขาดคุณสมบัติ  ตามข้อ 5  หรือข้อ 6  หรือข้อ 9

หรือถูกงดการสงเคราะห์ตามหมวด 5  ให้ส่งบัตรประจำตัวคืนองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกโดยเร็ว

     ข้อ 18  ทหารผ่านศึกนอกประจำการ  ครอบครัวทหารผ่านศึกตามข้อ 10  หรือทหารนอกประจำ

การที่ได้รับการสงเคราะห์  ต้องมีบัตรประจำตัวที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเป็นผู้ออกให้  และยัง

มิได้ถูกเพิกถอนหรือเรียกคืน

            ผู้มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์ที่ยังไม่มีบัตรประจำตัวหากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก

เห็นว่ามีเหตุผลอันสมควร  ก็ให้การสงเคราะห์ได้

                                  หมวด 3

                          หลักเกณฑ์และวิธีการสงเคราะห์

                          -----------------------

     ข้อ 19  การสงเคราะห์ตามข้อบังคับนี้มี 6  ประเภท  คือ

            19.1  การเกษตร

            19.2  การอาชีพ

            19.3  การสวัสดิการและการศึกษา

            19.4  การรักษาพยาบาล

            19.5  การให้สินเชื่อ

            19.6  การส่งเสริมสิทธิและเกียรติ

                                  ส่วนที่ 1

                                 การเกษตร

                                 --------

     ข้อ 20  การสงเคราะห์ด้านการเกษตร  ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ  ดังต่อไปนี้

            20.1  ประเภทการสงเคราะห์

                   20.1.1  เข้าประกอบพิธีในนิคมเกษตร  หรือนิคมประมงขององค์การ

สงเคราะห์ทหารผ่านศึก

                   20.1.2  ฝากเข้าทำกินในนิคมเกษตร  นิคมส่วนป่า  หรือนิคมสหกรณ์ของส่วน

ราชการอื่น ๆ  ตลอดจนของเอกชน

                   20.1.3  ให้คำแนะนำในการเพาะปลูก  เลี้ยงสัตว์  การประมงและการใช้

เครื่องมือทุ่นแรง

                   20.1.4  ติดต่อประสานงานกับส่วนราชการและเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มี

ที่ดินหรือแหล่งน้ำทำกิน  ตลอดจนให้ได้รับความสะดวกในการประกอบอาชีพนั้น ๆ

            20.2  ผู้ที่ประสงค์จะขอรับการสงเคราะห์ด้านการเกษตร  จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

                  20.2.1  มีสัญชาติไทย

                  20.2.2  บรรลุนิติภาวะแล้ว  แต่อายุไม่เกิน 50 ปี  หรือมีอายเกิน 50 ปี

แต่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกพิจารณาเห็นเป็นการสมควร

                  20.2.3  มีร่างกายสมบูรณ์  ไม่พิการทุพพลภาพหรือวิกลจริต  หรือมีจิตฟั่นเฟื่อน

ไม่สมประกอบ  หรือเป็นโรคติดต่ออันน่ารังเกียจ

                         ในกรณีพิการทุพพลภาพ  องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกอาจพิจารณา

ยกเว้นได้ตามที่เห็นสมควร

                   20.2.5  ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีหรือมีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือมีพฤติการณ์

ที่อาจเป็นภัยต่อสังคม

                   20.2.6  ไม่มีที่ดินของตนเอง  หรือมีแต่จำนวนน้อยไม่พอประกอบอาชีพ

                   20.2.7  ไม่เป็นสมาชิกของนิคมอื่นใด

            20.3  ผู้ที่ได้รับการสงเคราะห์ให้เข้าประกอบอาชีพในนิคมเกษตร  หรือนิคมประมง

เรียกว่า  `สมาชิก'  และจะได้รับการจัดสรรที่ดินโดยการให้ซื้อ  เช่า  เช่าซื้อ  ให้สิทธิครอบครอง

หรือวิธีอื่นใดตามที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเห็นสมควร

            20.4  การจัดตั้งนิคมเกษตร  หรือนิคมประมงนั้นองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกจะ

พิจารณาช่วยเหลือในเรื่อง  ดังต่อไปนี้

                  20.4.1  การคมนาคม  การชลประทาน  ไฟฟ้า  ประปา  การจัดตั้งหมู่บ้าน

โรงเรียน  ร้านค้า  ที่ประชุม  และสถานพยาบาล  เป็นต้น

                  20.4.2  เงินยืม

                  20.4.3  พันธุ์พืช  พันธุ์สัตว์

                  20.4.4  การหาตลาด

                  20.4.5  การขนส่ง

                  20.4.6  เครื่องมือทุ่นแรง

                  20.4.7  การแนะนำประกอบอาชีพ  โดยวิธีการสหกรณ์  และการร่วมแรงกัน

ทำงาน

                  20.4.8  แนะนำให้รู้จักปกครองกันเอง

                  20.4.9  เงินค่าพาหนะเดินทางเข้านิคมเท่าที่จำเป็น

                  20.4.10  กรณีอื่น ๆ ที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเห็นเป็นการสมควร

          20.5    การสงเคราะห์ในนิคมเกษตรหรือนิคมประมงให้เป็นไปตามโครงการและงบ

ประมาณที่ได้รับอนุมัติจากสภาทหารผ่านศึก

          20.6  บุคคลที่ได้รับอนุญาตให้เป็นสมาชิกเข้าอยู่ในนิคมตามข้อบังคับนี้ให้มีหน้าที่  ดังต่อไปนี้

                  20.6.1   ยินยอมเข้ารับการฝึกอบรมเป็นครั้งคราว   เพื่อเป็นกำลังเกี่ยว

กับการป้องกันหรือปราบปรามการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยแห่งราชอาณาจักร  ตาม

คำสั่งขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก

                  20.1.2  ประพฤติและปฏิบัติตนให้เรียบร้อยมีวัฒนธรรมและศีลธรรมอันดี

                  20.6.3  สร้างบ้านพักอาศัยตามแบบและแผนผังที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่าน

ศึกกำหนด

                  20.6.4  ปฏิบัติตามคำแนะนำของหัวหน้านิคมเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย

การประกอบอาชีพ  การศึกษา  การป้องกันรักษาโรค  การสุขาภิบาล  และอื่น ๆ

                  20.6.5  ช่วยเหลือร่วมแรงการทำปรับปรุงบำรุงที่ดินหรือปฏิบัติงานอื่น ๆ  อัน

จำเป็นเพื่อประโยชน์แก่สังคม

                  20.6.6  ไม่รับบุคคลผู้มีความประพฤติอันน่าจะก่อกวนความสงบเข้ามาอยู่ใน

ที่ดินที่รับมอบ

                  20.6.8  ต้องมีความขยันขันแข็งในการประกอบอาชีพ  ไม่ปล่อยให้ที่ดินรกร้าง

ว่างเปล่า  ทรุดโทรม  โดยไม่ได้ทำประโยชน์ตามสมควร

                  20.6.9  ต้องสามัคคี  เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และเสียสละ  เพื่อประโยชน์ซึ่งกันและ

กัน

                  20.6.10 ไม่มอบหรือโอนการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินหรือบ้านพักอาศัยที่ได้

รับมอบให้แก่ผู้อื่น  เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก  หรือละเลยให้

บุคคลอื่นเข้ามาใช้ที่ดินที่ได้รับมอบ

                  20.6.11  ถ้ามีหนี้สินเกี่ยวกับกิจการของนิคมจะต้องชำระภายในระยะเวลาที่

กำหนด  เว้นแต่จะได้รับการผ่อนผันจากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก

                  20.6.12  ไม่กระทำการใด ๆ  จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่นิคมหรือ

เสียหายแก่ประโยชน์ส่วนรวมของสมาชิก

                  20.6.13  ไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นการชักจูงหรือโน้มน้าวประชาชนจะโดย

ตรงหรือโดยอ้อมก็ตาม  เพื่อก่อกวนความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนทำลายความมั่นคงหรือความปลอดภัยแห่ง

ราชอาณาจักร

                  20.6.14  ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับสภาทหารผ่านศึก  หรือระเบียบ  หรือคำสั่ง

องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก

            20.7  สมาชิกหมดสิทธิการเป็นสมาชิกในกรณีอย่างหนึ่งอย่างใด  ดังต่อไปนี้

                  20.7.1  ตาย

                  20.7.2  ลาออก

                  20.7.3  ถูกถอนสิทธิการเป็นสมาชิก

            20.8  ถ้าสมาชิกคนใดตาย  ให้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกคัดเลือกทายาทโดย

ธรรมเข้าเป็นสมาชิกแทน

                  ในกรณีที่ทายาทโดยธรรมเป็นผู้เยาว์  ให้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกพิจารณา

ดำเนินการตามควรแก่กรณี  เพื่อประโยชน์แก่ผู้เยาว์เกี่ยวกับที่ดินนั้น

                   ในกรณีที่ไม่มีทายาทโดยธรรม  หรือมีแต่ไม่ยอมรับที่ดินตามเงื่อนไขใน 20.6

ให้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกพิจารณาทหารผ่านศึก  ครอบครัวทหารผ่านศึก  หรือทหารนอกประจำ

การเข้าเป็นสมาชิกแทน

            20.9  ผู้เข้าเป็นสมาชิกแทนตาม 20.8  จะต้องให้คำยินยอมเป็นหนังสือยอมรับใช้หนี้สิน

ของสมาชิกที่ตนแทนเกี่ยวกับกิจการของนิคมทั้งสิ้น

            20.10  องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกอาจถอนสิทธิการเป็นสมาชิกและให้ออกจากที่

ดินด้วยเหตุหนึ่งเหตุใด  ดังต่อไปนี้

                    20.10.1  ขาดคุณสมบัติของสมาชิกตาม 20.2  ยกเว้นทายาทที่เข้าเป็น

สมาชิก  ตาม 20.8

                    20.10.2  ไม่ปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกใน 20.6  ข้อหนึ่งข้อใด

                    20.10.3  ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงตามที่กำหนดไว้ในระเบียบองค์การ

สงเคราะห์ทหารผ่านศึก  หรือถูกจำคุกโดยคำพิพากษาจำคุก  เว้นแต่ความผิดอันได้กระทำโดยประมาท

หรือความผิดที่เป็นลหุโทษ  หรือความผิดที่มีกำหนดโทษชั้นลหุโทษ

                                  ส่วนที่ 2

                                  การอาชีพ

                                  -------

     ข้อ 21  การสงเคราะห์ด้านอาชีพ  ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ  ดังต่อไปนี้

            21.1  ประเภทการสงเคราะห์

                  21.1.1  การแนะแนวอาชีพ

                  21.1.2  การส่งเสริมอาชีพ

                  21.1.3  การจัดหางาน

                  21.1.4  การค้ำประกันเข้าทำงาน

                  21.1.5  การจัดตั้งโรงเรียนฝึกอาชีพและโรงงานในอารักษ์

                  21.1.6  การฝึกอาชีพ

                  21.1.7  การศึกษาวิชาชีพระยะสั้น

             21.2  สงเคราะห์ด้านแนะแนวอาชีพแก่ผู้แก่ผู้มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์  โดยสำรวจ

ความต้องการในการขอรับฝึกอาชีพ  ให้คำปรึกษาหารือ  และแนะแนวอาชีพ

             21.3  สงเคราะห์ด้านส่งเสริมอาชีพแก่ผู้มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์  โดยสนับสนุนให้

จัดตั้งสหกรณ์  ร้านค้า  โรงงาน  หรือสถานประกอบอาชีพพร้อมทั้งจัดหาตลาด  และส่งเสริมอาชีพอื่น ๆ

             21.4  สงเคราะห์ด้านจัดหางานแก่ผู้มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์  ดังต่อไปนี้

                    21.4.1  ฝากเข้าทำงาน

                    21.4.2  ขอสิทธิพิเศษในการเข้าทำงานในหน่วยราชการ   รัฐวิสาหกิจ

และเอกชน

                    21.4.3  แก้ไขปัญหาระหว่างผู้ที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกฝากเข้าทำ

งานกับนายจ้าง

                    21.4.4  จัดประชุมสัมนานายจ้าง  ขอความร่วมมือในการฝากเข้าทำงาน

            21.5  สงเคราะห์การค้ำประกันเข้าทำงานแก่ทหารผ่านศึกนอกประจำการ  โดยออก

หนังสือค้ำประกันในวงเงินรายละไม่เกิน 5,000 บาท

            21.6  จัดตั้งโรงเรียนฝึกอาชีพและจัดตั้งโรงงานในอารักษ์  เพื่อสงเคราะห์แก่ผู้มีสิทธิ

ได้รับการสงเคราะห์  ดังต่อไปนี้

                    21.6.1  จัดตั้งโรงเรียนฝึกอาชีพสาขาต่าง ๆ  ตามที่องค์การสงเคราะห์

ทหารผ่านศึกเห็นสมควร

                    21.6.2  จัดตั้งองค์การในอารักษ์เพื่อให้ผู้มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์เข้าทำ

งานโดยให้ค่าตอบแทนจากงานที่ทำตามที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเห็นสมควร

                    21.6.3  จัดส่งหน่วยฝึกอาชีพเคลื่อนที่ออกทำการฝึกอาชีพสาขาต่าง ๆ  ใน

ส่วนภูมิภาค

                    21.6.4  ในกรณีที่ผู้รับฝึกจัดตั้งเป็นกลุ่มตั้งแต่ 25  คนขึ้นไป  จะให้การ

สงเคราะห์ในด้านพันธุ์พืช  พันธุ์สัตว์  หรืออุปกรณ์การฝึกแต่ละกลุ่มตามที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก

เห็นสมควร

            21.7   ผู้เข้ารับการฝึกอาชีพในโรงเรียนขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกจะได้รับ

การสงเคราะห์เพิ่มเติม  ดังต่อไปนี้

                    21.7.1   ผู้มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์ที่พิการทุพพลภาพหรือพิการ   จะได้

รับการสงเคราะห์เป็นค่าอาหารจัดเลี้ยงคนละวันละไม่กิน   15   บาท   เสื้อผ้าและเครื่องใช้ในการ

กินอยู่หลับนอนตามความจำเป็น

                    21.7.2  ทหารผ่านศึกนอกประจำการทุกชั้นบัตร  และครอบครัวทหารผ่านศึก

ผู้ได้รับบัตรชั้นที่ 1  ในกรณีจำเป็นจะจ่ายเงินเป็นค่าอาหารเฉพาะวันที่เช้าเรียนคนละวันละ 10 บาท

            21.8  สงเคราะห์การศึกษาวิชาชีพระยะสั้นในสถานศึกษาของทางราชการหรือเอกชน

ตามที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเห็นสมควร  ดังต่อไปนี้

                    21.8.1  จ่ายเงินสงเคราะห์ค่าเล่าเรียน  ค่าธรรมเนียม  ค่าบำรุง  ค่า

อุปกรณ์การศึกษา  และอื่น ๆ ที่จำเป็นแก่ทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่ 1  บุตรของทหารผ่านศึก

นอกประจำการบัตรชั้นที่ 1  สามีหรือภริยาผู้ได้รับบัตรประจำตัวครอบครัวทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่ 1  บุตร

ผู้ได้รับบัตรประจำตัวครอบครัวทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่ 1  และบุตรของทหารผ่านศึกที่มีสิทธิจะได้รับบัตร

ประจำตัวทหารผ่านศึกนอกปะจำการบัตรชั้นที่ 1  แต่ยังไม่ได้รับ

                    21.8.2  จ่ายเงินสงเคราะห์ช่วยค่าเล่าเรียน  ค่าธรรมเนียม  ค่าบำรุง

ค่าอุปกรณ์การศึกษา  ค่าอุปกรณ์การศึกษา  และอื่น ๆ  ที่จำเป็นแก่ทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้น

ที่ 2  บัตรชั้นที่ 3  และบัตรชั้นที่ 4  รายละไม่เกิน 2,000  บาท

                    21.8.3   จ่ายเงินสงเคราะห์ช่วยค่าเล่าเรียน   ค่าธรรมเนียม   ค่า

บำรุง  ค่าอุปกรณ์การศึกษา  และอื่น ๆ ที่จำเป็นแก่บุตรของทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่ 2  บัตร

ชั้นที่ 3  และบัตรชั้นที่ 4  ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะครอบครัวละไม่เกิน 1,00 0  บาท

                                  ส่วนที่ 3

                           การสวัสดิการและการศึกษา

                           --------------------

                           ประเภทที่  1  การสวัสดิการ

                           ----------------------

     ข้อ 22  การสงเคราะห์ด้านสวัสดิการ  ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้

            22.1  ประเภทการสงเคราะห์

                  22.1.1  ประสบภัยพิบัติ

                  22.1.2  พิการทุพพลภาพหรือพิการ

                  22.1.3  ตาย

                  22.1.4  อรรถคดี

                  22.1.5  จ่ายเงินช่วยเหลือครั้งคราว

                  22.1.6  เยี่ยมเยียนช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วย

                  22.1.7  เยี่ยมเยียนช่วยเหลือทหารผ่านศึกและครอบครัวเป็นครั้งคราว

                  22.1.8  จัดที่ดินหรืออาคาร

                  22.1.9  สวัสดิการอื่น ๆ

            22.2  การสงเคราะห์กรณีประสบภัยพิบัติ

                  22.2.1  ที่อยู่อาศัยประสบภัยพิบัติอย่างร้ายแรงและฉับพลัน

                          22.2.1.1  ทหารผ่านศึกที่กำลังกระทำหน้าที่ในการสงครามหรือใน

การรบ  หรือป้องกันหรือปราบปรามการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยแห่งราชอาณา

จักรไม่ว่าภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร  หรือในการปราบปรามการจลาจลตามที่กระทรวงกลาโหม

หรือสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนด  และครอบครัวทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่ 1  และบัตรชั้นที่ 2

กับครอบครัวทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่  1   ถ้าได้รับความเสียหารเกินกว่า  10,000   บาท   จะได้รับ

การสงเคราะห์ 1,200  บาท ถ้าได้รับความเสียหายต่ำกว่า 10,000  บาท  จะได้รับการสงเคราะห์

ร้อยละ 12  ข้อค่าเสียหาร  แต่ไม่น้อยกว่า 300  บาท

                         22.2.1.2  ทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่ 3  และบัตรขั้นที่ 4

ถ้าได้รับความเสียหายเกินกว่า 10,000 บาท  จะได้รับการสงเคราะห์ 1,000  บาท  ถ้าได้รับความ

เสียหายต่ำกว่า 10,000  บาท  จะได้รับการสงเคราะห์ร้อยละ 10  ของค่าเสียหายแต่ไม่น้อยกว่า

200  บาท

                         22.2.1.3  กรณีประสบภัยพิบัติจนสิ้นเนื้อประดาตัว    จะได้รับ

การสงเคราะห์เป็นสองเท่าของจำนวนเงินที่ได้กำหนดไว้ใน 22.2.3.1.1  และ 22.2.1.2

                    22.2.2   พืชผลทางการเกษตร  สัตว์เลี้ยงอาคารสถานที่  หรือเครื่องมือ

สำหรับประกอบอาชีพตามที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกกำหนด  ประสบภัยพิบัติ

                         22.2.2.1  ทหารผ่านศึกที่กำลังทำหน้าที่ในการสงครามหรือในการรบ

หรือป้องกันหรือปราบปรามการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยแห่งราชอาณาจักรไม่ว่าภาย

ในหรือภายนอกราชอาณาจักร  หรือในการปราบปรามการจลาจลตามที่กระทรวงกลาโหมหรือสำนักนายก

รัฐมนตรีกำหนด  และครอบครัวทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่ 1  และบัตรชั้นที่ 2  กับครอบครัว

ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่ 1  จะได้รับการสงเคราะห์รายละไม่เกิน 400  บาท

                         22.2.2.2  ทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรขั้นที่ 3  และบัตรขั้นที่ 4

จะได้รับการสงเคราะห์รายละไม่เกิน 300  บาท

               การสงเคราะห์  ตาม 22.2  ต้องยื่นคำร้องภายในระยะเวลา 120  วัน  นับแต่

วันประสบภัยพิบัติ

          22.3  การสงเคราะห์กรณีพิการทุพพลภาพหรือพิการ

                    22.3.1  ทหารผ่านศึกนอกประจำการที่พิการทุพพลภาพหรือพิการจนเป็น

อุปสรรคสำคัญในการประกอบอาชีพจากการกระทำหน้าที่ในการสงครามหรือในการรบหรือป้องกันหรือปราบ

ปรามการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยแห่งราชอาณาจักรไม่ว่าภายในหรือภายนอกราช

อาณาจักร  หรือในการปราบปรามการจลาจลตามที่กระทรวงกลาโหมหรือสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนด  จะ

ได้รับการสงเคราะห์เงินเลี้ยงชีพรายเดือนในกรณีดังต่อไปนี้

                             22.3.1.1  ทหารผ่านศึกนอกประจำการ  ซึ่งได้บำนาญพิเศษ

ไม่ถึงเดือนละ 1,200  บาท  จะได้รับการสงเคราะห์เงินเลี้ยงชีพรายเดือนเพิ่มจากบำนาญพิเศษที่ได้

รับจนครบเดือนละ 1,200  บาท

                              22.3.1.2  ทหารผ่านศึกนอกประจำการ  ซึ่งได้รับเงินตอบ

แทนจากทางราชการไปแล้ว  แต่ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือรายเดือน  จะได้รับการสงเคราะห์เงินเลี้ยงชีพ

รายเดือนเดือนละไม่เกิน 600  บาท

                    22.3.2  ทหารผ่านศึกนอกประจำการที่พิการทุกพลภาพหรือพิการจนเป็น

อุปสรรคสำคัญในการประกอบอาชีพจากการกระทำหน้าที่ในการสงครามหรือในการรบหรือป้องกันหรือปราบ

ปรามการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยแห่งราชอาณาจักรไม่ว่าภายในหรือภายนอกราช

อาณาจักร  หรือในการปราบปรามการจลาจลตามที่กระทรวงกลาโหมหรือสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนด  ที่

ขาดผู้ดูแลหรือผู้อุปการะ  และไม่ได้รับการสงเคราะห์ตาม 22.3.1  จะได้รับการสงเคราะห์ให้เข้าอยู่

อาศัยในสถานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกนอกประจำการผู้พิการทุกพลภาพ  และจะได้รับการสงเคราะห์

เพิ่มเติม  ดังต่อไปนี้

                              22.3.2.1  ค่าอาหารคนละวันละไม่เกิน 15  บาท

                              22.3.2.2  ค่าใช้จ่ายประจำตัวคนละเดือนละไม่เกิน 50 บาท

                              22.3.2.3  เสื้อผ้าและเครื่องใช้ในการกินอยู่หลับนอนตาม

ความจำเป็น

                    22.3.3  ทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่ 2  บัตรชั้นที่ 3  และบัตรชั้น

ที่ 4  ที่พิการทุพพลภาพหรือพิการจนเป็นอุปสรรคสำคัญในการประกอบอาชีพจากเหตุอื่นและอัตคัดขัดสนขาด

ผู้อุปการะ  จะได้รับการสงเคราะห์เงินเลี้ยงชีพรายเดือนเดือนละไม่เกิน 300  บาท

                    22.3.4  ทหารผ่านศึกที่ได้รับเงินเลี้ยงชีพรายเดือนถึงแก่ความตาย   ให้

จ่ายเงินเลี้ยงชีพรายเดือนเต็มเดือนสำหรับเดือนนั้น

                    22.3.5  ทหารผ่านศึกผู้พิการทุพพลภาพหรือพิการ  ซึ่งถึงแก่ความตายใน

ระหว่างพำนักอยู่ในสถานสงเคราะห์ขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก  จะได้รับการสงเคราะห์ในการจัด

การศพในวงเงินคนละไม่เกิน 1,000  บาท

               22.4  สงเคราะห์ในกรณีถึงแก่ความตายจะจ่ายให้เพียงครั้งเดียว  ดังต่อไปนี้

                    22.4.1  ทหารผ่านศึกที่กำลังกระทำหน้าที่ในการสงครามหรือในการรบหรือ

ป้องกันหรือปราบปรามการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยแห่งราชอาณาจักร  ไม่ว่าภาย

ในหรือภายนอกราชอาณาจักร  หรือในการปราบปรามการจลาจล  ตามที่กระทรวงกลาโหมหรือสำนัก

นายกรัฐมนตรีกำหนด  ทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่ 1  และบัตรชั้นที่ 2  คนละ 1,000  บาท

                    22.4.2  ครอบครัวของทหารผ่านศึกที่กำลังกระทำหน้าที่ในการสงครามหรือ

ในการรบ  หรือป้องกันหรือปราบปรามการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยแห่งราชอาณา

จักรไม่ว่าภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร      หรือในการปราบปรามการจลาจลตามที่กระทรวง

กลาโหมหรือสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนด  ครอบครัวทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่ 1  ทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตร

ชั้นที่ 3  และบัตรชั้นที่ 4  คนละ 600  บาท  สำหรับบุตรจะต้องมีอายุตั้งแต่ 3 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

                    การสงเคราะห์ประเภทนี้ต้องยื่นคำร้องภายในระยะเวลา 1 ปี  นับตั้งแต่วันถึง

แก่ความตาย  หรือวันที่ทายาทหรือผู้จัดการศพทราบการถึงแก่ความตาย

               22.5  การสงเคราะห์ในทางอรรถคดี

                     22.5.1  ให้คำแนะนำปรึกษา

                     22.5.2  ในกรณีที่จำเป็นและเห็นสมควรองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก

อาจทดรองจ่ายหรือจ่ายเงินช่วยค่าฤชาธรรมเนียมในการดำเนินคดีให้ด้วยก็ได้

               22.6  เงินจ่ายช่วยเหลือครั้งคราวแก่ทหารผ่านศึกนอกประจำการทุกชั้นบัตรและ

ครอบครัวทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่ 1  ที่ยากจนขัดสน  ซึ่งมีเหตุจำเป็นและมีความเดือดร้อนเฉพาะหน้าคนละ

ไม่เกิน 300  บาทต่อไป

               22.7  จ่ายเงินเยี่ยมเยียนช่วยเหลือทหารผ่านศึกที่ได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยจาก

การกระทำหน้าที่ในการสงครามหรือในการรบ  หรือป้องกันหรือปราบปรามการกระทำอันเป็นภัยต่อความ

มั่นคงหรือความปลอดภัยแห่งราชอาณาจักร  ไม่ว่าภายในหรือภายนอกราชอาณาจักรหรือในการปราบปราม

การจลาจลตามที่กระทรวงกลาโหมหรือสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนด  ที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลคนละ

200  บาท

               22.8  เยี่ยมเยียนช่วยเหลือทหารผ่านศึก  ครอบครัวทหารผ่านศึก  หรือทหารนอก

ประจำการเป็นครั้งคราว  ในการนี้จะพิจารณาจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคให้ตามที่องค์การสงเคราะห์ทหาร

ผ่านศึกเห็นสมควร  ในวงเงินคนละไม่เกิน 100  บาทก็ได้

               22.9  จัดที่ดินหรืออาคารให้ซื้อ  เช่า  เช่าซื้อ  หรืออาศัย

               22.10   การสวัสดิการอื่น    ได้แก่  แนะนำแก้ไขปัญหาในการครองชีพ  และ

ปัญหาครอบครัว  ตลอดจนปัญหาอื่น ๆ

                            ประเภทที่  2  การศึกษา

                            -------------------

     ข้อ 23  การสงเคราะห์ด้านการศึกษา  ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ  ดังต่อไปนี้

               23.1  ประเภทการสงเคราะห์

                     23.1.1  การศึกษาจนจบระดับปริญญาตรีทั้งในและนอกประเทศ

                     23.1.2  ทุนการศึกษา

               23.3  สงเคราะห์ค่าใช้จ่ายในการศึกษาจนจบระดับปริญญาตรีในประเทศแก่ทหาร

ผ่านศึกประจำการบัตรชั้นที่ 1  บุตรของทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่ 1  สามีหรือภริยาผู้ได้รับ

บัตรประจำตัวครอบครัวทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่ 1  บุตรผู้ได้รับบัตรประจำตัวครอบครัวทหารผ่านศึกบัตรชั้น

ที่ 1  และบุตรของทหารผ่านศึกที่มีสิทธิจะได้รับบัตรประจำตัวทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่ 1 แต่

ยังไม่ได้รับตามหลักเกณฑ์  ดังต่อไปนี้

                    23.2.1  จ่ายเงินสงเคราะห์ค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียม  คำบำรุง  ค่า

อุปกรณ์การศึกษาและอื่น ๆ ที่จำเป็นเท่าที่จ่ายไปจริง  หรือเห็นเป็นการสมควร

                    23.2.2   นักเรียนที่เข้าอยู่ในโรงเรียนประจำจะได้รับการสงเคราะห์เพิ่ม

เติมจาก 23.2.1  ดังต่อไปนี้

                              23.2.2.1  ระดับก่อนประถมศึกษาหรือเทียบเท่า  คนละปีละ

ไม่เกิน  1,300  บาท

                              23.2.2.2   ระดับประถมศึกษาหรือเทียบเท่า  คนละปีละไม่

เกิน  1,400  บาท

                              23.2.2.3  ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบเท่า  คนละปีละ

ไม่เกิน  1,500  บาท

                              23.2.2.4  ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายขึ้นไปหรือเทียบเท่า

คนละปีละไม่เกิน 2,000  บาท

                     23.2.3   นักเรียนจะไปกลับจะได้รับการสงเคราะห์เพิ่มเติมจาก

23.2.1  ดังต่อไปนี้

                              23.2.3.1  ค่าเครื่องแต่งกาย  ตามแบบที่โรงเรียนกำหนดคน

ละปีละไม่เกิน 400  บาท

                              23.2.3.2  ค่าอาหารเฉพาะวันที่เข้าเรียนดังต่อไปนี้

                                        23.2.3.2.1  ระดับก่อนประถมศึกษาหรือเทียบ

เท่า  คนละวันละ  5  บาท

                                        23.2.3.2.2  ระดับประถมศึกษาหรือเทียบเท่า

คนละวันละ  6  บาท

                                        23.2.3.2.3  ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบ

เท่า  คนละวันละ  8  บาท

                                        23.2.3.2.4  ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายขึ้นไป

หรือเทียบเท่า  คนละวันละ  10  บาท

                    23.3  จ่ายเงินสงเคราะห์ค่าเล่าเรียน  ค่าธรรมเนียม  คำบำรุง  ค่า

อุปกรณ์การศึกษาและอื่น ๆ  ในการศึกษาจนจบระดับปริญญาตรีนอกประเทศแก่ทหารผ่านศึกนอกประจำการ

บัตรชั้นที่ 1  คนละไม่เกิน 6,000  บาท  โดยแบ่งจ่ายเป็นรายปี  ปีละ 1,500  บาท

                    23.4  จ่ายเงินสงเคราะห์ค่าเล่าเรียน  ค่าธรรมเนียม  คำบำรุง  ค่า

อุปกรณ์การศึกษาและอื่น ๆ  ในการศึกษาจนจบระดับปริญญาตรีทั้งในและนอกประเทศแก่ทหารผ่านศึกนอก

ประจำการบัตรชั้นที่ 2  บัตรชั้นที่ 3  และบัตรชั้นที่ 4  คนละไม่เกิน 4,000  บาท  แบ่งจ่ายเป็นรายปี

ปีละ 1,000  บาท

                    23.5  จ่ายเงินสงเคราะห์ค่าธรรมเนียมการเรียนในสถานศึกษาของเอกชน

ซึ่งได้รับอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการ    ในหลักสูตรไม่สูงกว่าระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบ

เท่าแก่บุตรของทหารผ่านศึกที่กำลังกระทำหน้าที่ในการสงครามหรือมนการรบ         หรือป้องกันหรือ

ปราบปรามการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยแห่งราชอาณาจักร  ไม่ว่าภายในหรือภาย

นอกราชอาณาจักร  หรือในการปราบปรามจลาจล  ตามที่กระทรวงกลาโหมหรือสำนักนายกรัฐมนตรี

กำหนด  ซึ่งมีอายุไม่เกิน  20  ปีบริบูรณ์  โดยจ่ายเงินช่วยเหลือให้ในกรณีที่ทางราชการไม่ช่วยเหลือตาม

อัตราที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด

                    23.6  ผู้ขอรับการสงเคราะห์ด้านการศึกษา  จะต้องเข้ารับการศึกษาในสถาน

ศึกษา   และศึกษาวิชาที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเห็นสมควร   หากมีการเปลี่ยนสถานศึกษาหรือ

วิชาใหม่  ต้องได้รับความเห็นชอบจากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเสียก่อน

                    23.7  สงเคราะห์เป็นทุนการศึกษาแก่บุตรทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตร

ชั้นที่ 2  บัตรชั้นที่ 3  และบัตรชั้นที่ 4  เพื่อศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า  จนจบ

ระดับปริญญาตรีในประเทศคนละ  3,000  บาทต่อปีการศึกษา

                    จำนวนทุนแต่ละปีและคุณสมบัติของผู้รับทุน  ให้เป็นไปตามระเบียบที่องค์การ

สงเคราะห์ทหารผ่านศึกกำหนด

                    23.8  บุคคลผู้มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์ด้านการศึกษานี้  จะต้องมีความ

ประพฤติเรียบร้อยและตั้งใจศึกษา  ถ้าถูกให้ออกจากสถานศึกษา  หรือสอบตกซ้ำชั้น 2  ครั้งติดต่อกัน  องค์

การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกจะงดการสงเคราะห์ด้านการศึกษาก็ได้

                                  ส่วนที่ 4

                               การรักษาพยาบาล

                               --------------

     ข้อ 24  การสงเคราะห์ด้านการรักษาพยาบาล  ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ  ดังต่อไปนี้

               24.1  ประเภทการสงเคราะห์

                     24.1.1  การรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลหรือในสถานพยาบาลขององค์

การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก

                     24.1.2  การสงเคราะห์ค่ารักษาพยาบาล

                     24.1.3  การสงเคราะห์ผู้พิการ  ทุพพลภาพหรือพิการ

                     24.1.4  การสงเคราะห์ค่าคลอดบุตร

               24.2  การรักษาพยาบาลในโรงพยาบาล   หรือในสถานพยาบาลขององค์การ

สงเคราะห์ทหารผ่านศึก  จะให้การสงเคราะห์  ดังต่อไปนี้

                     24.2.1  ประเภทผู้ป่วยภายนอก

                              24.2.1.1  ทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่ 1  และ

ครอบครัว  ครอบครัวละปีละไม่เกิน 600  บาท  ครอบครัวทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่ 1  คนละปีละไม่เกิน

600  บาท

               24.2.1.2  ทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่ 2  และครอบครัว ครอบครัว

ละปีละไม่เกิน 500 บาท

               25.2.1.3  ทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่ 3  และบัตรชั้นที่ 4  และครอบ

ครัว  ครอบครัวละปีละไม่เกิน 400 บาท

          24.2.2  ประเภทผู้ป่วยภายใน

               24.2.2.1  ผู้ป่วยห้องสามัญ  ทหารผ่านศึกที่กำลังกระทำหน้าที่ในการสงครามหรือ

ในการรบ  หรือป้องกันหรือปราบปรามการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยแห่งราชอาณา

จักร  ไม่ว่าภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร  หรือในการปราบปรามการจลาจลตามที่กระทรวงกลาโหม

หรือสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนด  และครอบครัวทหารผ่านศึกนอกประจำการทุกชั้นบัตรและครอบครัว  และ

ครอบครัวทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่ 1  จะได้รับการรักษาพยาบาลโดยไม่คิดมูลค่าและจัดอาหารเลี้ยงในอัตรา

คนละวันละไม่เกิน 15 บาท

               24.2.2.2  ผู้ป่วยห้องพิเศษ  จะได้รับการรักษาพยาบาลตามระเบียบที่องค์การ

สงเคราะห์ทหารผ่านศึกกำหนด  โดยมีส่วนลดค่าห้องพัก  ดังต่อไปนี้

                    24.2.2.2.1  ทหารผ่านศึกที่กำลังกระทำหน้าที่ในการสงครามหรือในการ

รบ  หรือป้องกันหรือปราบปรามการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยแห่งราชอาณาจักร

ไม่ว่าภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร  หรือในการปราบปรามจลาจลตามที่กระทรวงกลาโหมหรือสำนัก

นายกรัฐมนตรีกำหนด  และครอบครัวทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่ 1  และครอบครัว  ครอบครัว

ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่ 1  จะได้รับส่วนลดร้อยละ 50

                    24.2.2.2.2  ทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่ 2  และครอบครัว  จะ

ได้รับส่วนลดร้อยละ 40

                    24.2.2.2.3  ทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่ 3  และบัตรชั้นที่ 4

และครอบครัว  จะได้รับส่วนลดร้อยละ 30

          24.3  ผู้มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์  ตาม 3.1 3.2 และ 3.3  ถ้าเจ็บป่วยและไม่

สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาล  หรือในสถานพยาบาลขององค์การสงเคราะห์ทหาร

ผ่านศึกหรือในกรณีที่โรงพยาบาล  หรือสถานพยาบาลขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก  ไม่สามารถ

ให้การรักษาพยาบาลได้  ต้องส่งไปรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของทางราชการอื่น  ให้นำหลักฐาน

ค่ารักษาพยาบาลมาเบิกเงินจากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกได้ตามวงเงินที่กำหนดไว้ใน 24.2.1

          24.4  ในกรณีจำเป็นและเห็นสมควร  องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกอาจพิจารณาให้

การสงเคราะห์เพิ่มเติมจาก 24.2  และ 24.3  ก็ได้

          24.5  การเจ็บป่วยในกรณีจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของเอก

ชน   ให้นำหลักฐานค่ารักษาพยาบาลมาเบิกเงินจากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกได้   ตามวงเงินที่

กำหนดไว้ใน 24.2.1

          24.6  ทหารผ่านศึกที่กำลังกระทำหน้าที่ในการสงครามหรือในการรบ  หรือป้องกันหรือ

ปราบปรามการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยแห่งราชอาณาจักร  ไม่ว่าภายในหรือ

ภายนอกราชอาณาจักร  หรือในการปราบปรามการจลาจล  ตามที่กระทรวงกลาโหมหรือสำนักนายกรัฐ

มนตรีกำหนด  และครอบครัว  ถ้าเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของทางราชการอื่น  ทั้ง

ประเภทผู้ป่วยภายนอกและผู้ป่วยภายใน  จะให้การสงเคราะห์ค่ารักษาพยาบาลเฉพาะผู้ที่ไม่มีสิทธิเบิก

จากทางราชการโดยให้เบิกได้ตามหลักเกณฑ์ของพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการ

รักษาพยาบาล

          24.7  ทหารผ่านศึกนอกประจำการ  ครอบครัวทหารผ่านศึกนอกประจำการ  และทหาร

นอกประจำการ  จะได้รับการสงเคราะห์ในด้านการตรวจร่างกายตามปกติ  การทำหมัน  การให้บริการ

ทางการแพทย์ตามที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึกเห็นสมควร  การออกเอกสารใบรับรองหรือใบความเห็นของ

แพทย์  โดยไม่คิดมูลค่า

          24.8  ผู้พิการทุพพลภาพหรือพิการจะได้รับการสงเคราะห์  ดังต่อไปนี้

               24.8.1  ทหารผ่านศึกนอกประจำการทุกชั้นบัตร  หรือครอบครัวทหารผ่านศึกบัตร

ชั้นที่ 1  จะได้รับการสงเคราะห์จัดหาอุปกรณ์เพื่อช่วยให้ร่างกายส่วนที่พิการทุพพลภาพหรือพิการนั้นได้

กลับใช้ประโยชน์ได้  หรืออุปกรณ์ที่จะช่วยผ่อนคลายสภาพพิการทุพพลภาพหรือพิการ  เช่น  แขนเทียม

ขาเทียม  อุปกรณ์ในการฟังเสียง รถเข็น เป็นต้น  หากไม่ได้รับการช่วยเหลือจากทางราชการหรือ

หน่วยงานอื่นใด  ทั้งนี้  ภายใต้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ  และจะได้รับการฟื้นฟูบำบัดตามความ

จำเป็น

                    ในระหว่างการจัดทำหรือเปลี่ยนอวัยวะเทียม  ให้ผู้พิการทุพพลภาพหรือพิการ

เข้าพักในโรงพยาบาลทหารผ่านศึกได้โดยไม่คิดมูลค่า  และจัดอาหารเลี้ยงในอัตราคนละวันละไม่เกิน

15 บาท

               24.8.2   ทหารผ่านศึกนอกประจำการที่พิการทุพพลภาพหรือพิการจากการกระทำ

หน้าที่ในการสงครามหรือในการรบ  หรือป้องกันหรือปราบปรามการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือ

ความปลอดภัยแห่งราชอาณาจักรไม่ว่าภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร  หรือในการปราบปรามการ

จลาจล  ตามที่กระทรวงกลาโหมหรือสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนด  จะได้รับการสงเคราะห์ด้านการรักษา

และฟื้นฟูบำบัดในโรงพยาบาลทหารผ่านศึก  จนกว่าจะช่วยเหลือตัวเองได้

               24.8.3  ทหารผ่านศึกนอกประจำการทุกชั้นบัตรหรือครอบครัวทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่

1  ซึ่งผ่านการฟื้นฟูบำบัดทางร่างกายแล้ว  อาจได้รับการฝึกอาชีวบำบัดตามระยะเวลาที่เหมาะสม

ระหว่างที่รับการฝึกจะได้รับการสงเคราะห์  ดังต่อไปนี้

                         24.8.3.1  จัดอาหารเลี้ยงในอัตราคนละวันละไม่เกิน 15 บาท

                         24.8.3.2  เสื้อผ้าและเครื่องใช้ในการกินอยู่หลับนอกตามความจำ

เป็น  

          24.9  ทหารผ่านศึกหญิงหรือภริยาของทหารผ่านศึกที่กำลังกระทำหน้าที่ในการสงครามหรือ

ในการรบ  หรือป้องกันหรือปราบรามการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยแห่งราชอาณา

จักร   ไม่ว่าภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร   หรือในการปราบปรามการจลาจล   ตามที่กระทรวง

กลาโหมหรือสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนด  จะได้รับการสงเคราะห์ค่าคลอดบุตรคราวละ 500 บาท  ทั้งนี้

ต้องยื่นคำร้องภายในระยะเวลา 6 เดือนนับแต่วันคลอด

                                  ส่วนที่ 5

                                การให้สินเชื่อ

                                ----------

     ข้อ 25  การสงเคราะห์ด้านการให้สินเชื่อ  ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้

          25.1  ประเภทการสงเคราะห์

               25.1.1  สินเชื่อเพื่อการเกษตรระยะสั้น

               25.1.2  สินเชื่อเพื่อการเกษตรระยะปานกลาง

               25.1.3  สินเชื่อเพื่อการประกอบอาชีพทั่วไป

               25.1.4  สินเชื่อเพื่อการสวัสดิการ

          25.2  สินเชื่อเพื่อการเกษตรระยะสั้น  ได้แก่สินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ

ผลิตทางการเกษตรช่วงฤดูการผลิต  โดยให้กู้ยืมเงินแก่สมาชิกกลุ่มเกษตรกรทหารผ่านศึกกำหนดวงเงิน

ให้กู้ยืมคนละไม่เกิน 7,000 บาท  โดยสมาชิกกลุ่มเกษตรกรทหารผ่านศึกทุกคนจะต้องค้ำประกันรับผิด

ชอบร่วมกันในฐานะลูกหนี้ร่วม    และจะต้องชำระหนี้คืนภายหลังการจำหน่ายผลิตผลแต่ต้องไม่เกิน  12

เดือน  

          25.3  สินเชื่อเพื่อการเกษตรระยะปานกลาง  ได้แก่สินเชื่อเพื่อเป็นทุนประกอบอาชีการ

เกษตรโดยให้กู้ยืมเงินเป็นรายบุคคลและมีที่ดินจำนองเป็นประกันหนี้  กำหนดระยะเวลากู้ยืมไม่เกิน 5

ปี  จะต้องผ่อนชำระหนี้คืนเป็นรายปี  กำหนดวงเงินให้กู้ยืม  ดังต่อไปนี้

               25.3.1  ทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่ 1  และครอบครัว  บัตรชั้นที่ 1

คนละไม่เกิน 15,000 บาท

               25.3.2  ทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่ 2  คนละไม่เกิน 14,000 บาท

               25.3.3  ทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่ 3  และบัตรชั้นที่ 4  คนละไม่

เกิน 13,000 บาท

          25.4  สินเชื่อเพื่อการประกอบอาชีพทั่วไป  ได้แก่สินเชื่อเพื่อเป็นทุนประกอบอาชีพอื่น ๆ

นอกเหนือการเกษตร  โดยมีที่ดินจำนอง  หรือเงินเบี้ยหวัด  บำนาญ  เป็นประกันหนี้หรือให้หักเงิน

เลี้ยงชีพผ่อนชำระหนี้  ดังต่อไปนี้

               25.4.1  โดยมีที่ดินจำนองเป็นประกันหนี้  กำหนดระยะเวลากู้ยืมไม่เกิน 3 ปี

จะต้องผ่อนชำระหนี้คืนเป็นรายเดือน  หรือรายงวด  มีกำหนดวงเงินให้กู้ตาม 25.3

               25.4.2  โดยมีเงินเบี้ยหวัด  บำนาญ  หรือเงินประเภทอื่นที่มีลักษณะเช่นเดียว

กับเงินเบี้ยหวัด  บำนาญ  เป็นประกันหนี้  ผู้ขอกู้ยืมต้องเป็นทหารผ่านศึกนอกประจำการทุกชั้นบัตรหรือ

ครอบครัวทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่ 1  มีกำหนดระยะเวลากู้ยืมไม่เกิน 1 ปี  จะต้องผ่อนชำระหนี้คืนเป็น

รายเดือน  กำหนดวงเงินให้กู้ยืมคนละไม่เกินเบี้ยหวัด  หรือบำนาญหรือเงินประเภทอื่นที่มีลักษณะเช่น

เดียวกับเงินเบี้ยหวัดบำนาญ  ที่จะได้รับทั้งหมดในรอบปีที่ขอกู้ยืม  แต่ต้องไม่เกินวงเงินกู้ยืมตาม 25.3

และจะต้องมีบุคคลที่เชื่อถือได้ค้ำประกัน

               25.4.3  โดยใช้เงินเลี้ยงชีพรายเดือนที่ได้รับจากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก

เป็นประกันหนี้  ผู้ขอกู้ยืมต้องเป็นทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่ 1  ซึ่งได้รับการเลี้ยงชีพรายเดือน

จากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก  กำหนดวงเงินให้กู้ยืมได้คนละไม่เกินเงินเลี้ยงชีพที่ได้รับทั้งหมด

ในรอบ 3 ปี  แต่ต้องไม่เกินวงเงิน 12,000 บาท  โดยผู้กู้ยืมต้องยินยอมให้องค์การสงเคราะห์ทหาร

ผ่านศึกหักเงินเลี้ยงชีพผ่อนชำระเป็นรายเดือนและต้องมีบุคคลที่เชื่อได้ค้ำประกัน

          25.5  สินเชื่อเพื่อการสวัสดิการ  ได้แก่  สินเชื่อเพื่อการสวัสดิการในด้านต่าง ๆ มี

2 ประเภท คือ

               25.5.1  โดยใช้เงินเบี้ยหวัด  บำนาญหรือเงินประเภทอื่นที่มีลักษณะเช่นเดียวกับ

เงินเบี้ยหวัด     บำนาญ    เป็นประกันหนี้กำหนดระยะเวลากู้ยืมและวิธีการเช่นเดียวกับหลักเกณฑ์ใน

25.4.2  

               25.5.2  เงินยืมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในการครองชีพระหว่างรอรับเงิน

บำเหน็จ  บำนาญพิเศษ  เงินค่าทดแทน  หรือเงินค่าทำขวัญจากทางราชการ  ทหารที่พิการทุพพลภาพ

หรือพิการหรือครอบครัวของทหารผ่านศึกที่เสียชีวิตจากการกระทำหน้าที่ในการสงครามหรือในการรบ

หรือป้องกันหรือปราบปรามการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยแห่งราชอาณาจักรไม่ว่า

ภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร  หรือในการปราบปรามการจลาจล  ตามที่กระทรวงกลาโหมหรือ

สำนักนายกรัฐมนตรีกำหนด  จะยืมได้คนละ  หรือครอบครัวละเดือนละไม่เกิน 1,000 บาท  โดยต้อง

ยินยอมให้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกหักเงินชดใช้คืนเมื่อได้รับเงินบำเหน็จ  บำนาญพิเศษ  เงินค่า

ทดแทน  เงินค่าทำขวัญ  หรือเงินรายได้อื่น ๆ จากทางราชการ  และจะต้องมีบุคคลที่เชื่อถือได้คำ

ประกัน

          25.6  การกู้ยืมเงินทุกประเภท  ยกเว้น 25.5.2  ผู้กู้ยืมเงินจะต้องเสียดอกเบี้ยในอัตรา

ร้อยละ 8  ต่อปีของยอดเงินกู้ยืม  การชำระเงินต้นและดอกเบี้ยแต่ละประเภทให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่

องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกกำหนด

                                  ส่วนที่ 6

                           การส่งเสริมสิทธิและเกียรติ

                           --------------------

     ข้อ 26  การสงเคราะห์ด้านการส่งเสริมสิทธิและเกียรติ  ได้แก่การดำเนินการให้ได้รับสิทธิและ

เกียรติจากทางราชการ  รัฐวิสาหกิจและสังคม  ดังต่อไปนี้

          26.1  ช่วยขอสิทธิพิเศษในกิจการของเอกชนผู้มีจิตศรัทธา  ดังต่อไปนี้

               26.1.1  ช่วยขอสิทธิพิเศษในกิจการขนส่งของเอกชนผู้มีจิตศรัทธาให้ลดค่าโดยสาร

บางส่วน

               26.1.2  ขอความร่วมมือจากทนายความให้ช่วยเหลือด้านอรรถคดีโดยไม่คิดค่าว่า

ความ  หรือคิดราคาพอสมควร

          26.2  ช่วยขอสิทธิพิเศษในกิจการของทางราชการและรัฐวิสาหกิจ  ดังต่อไปนี้

               26.2.1  ขอที่ดินที่ทางราชการจัดสรรให้เข้าอยู่อาศัยและทำกิน

               26.2.2  ขอความร่วมมือในเรื่องที่อยู่อาศัย

               26.2.3  ขอลดหย่อนค่าธรรมเนียมการเช่าที่ดิน  การเช่าอาคาร

               26.2.4  ขอพันธุ์พืช  พันธุ์สัตว์  เอกสารคำแนะนำอื่น ๆ

               26.2.5  ขอความร่วมมือในการรับทหารผ่านศึกประจำการ  ครอบครัวทหารผ่านศึก

และทหารนอกประจำการเข้าฝึกงานอาชีพในโรงงานหรือขอวิทยาการเพื่อทำการฝึกอบรมอาชีพหรือสาธิต

การผลิตสินค้า

               26.2.6  ฝากเข้าทำงาน

               26.2.7  ช่วยเร่งรัดเรื่องบำนาญพิเศษหรือเงินรายได้จากทางราชการ

               26.2.8  ขอใช้สถานที่จำหน่ายผลิตผลการเกษตร  ผลิตภัณฑ์หัตถกรรม  และเครื่อง

อุปโภคบริโภค

               26.2.9  ขอเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องอุปโภคบริโภค

               26.2.10  ขอสิทธิพิเศษในกิจการขนส่งให้ลดค่าโดยสารและค่าขนส่งตามที่เห็น

สมควร

               26.2.11  ขอให้สถานพยาบาลต่าง ๆ  ลดค่ารักษาพยาบาล  ค่ายา  และค่า

บริการต่าง ๆ ให้

          26.3  จัดให้มีการบำเพ็ญกุศลทางศาสนาในวาระอันเป็นที่ระลึกของทหารผ่านศึกนอก

ประจำการที่นับถือศาสนาต่าง ๆ  ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

          26.4  ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลทางศาสนา  แก่ผู้ถึงแก่ความตายในสงครามหรือใน

การรบ  หรือป้องกันหรือปราบปรามการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยแห่งราชอาณา

จักรไม่ว่าภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร  หรือในการปราบปรามการจลาจล  ตามที่กระทรวงกลาโหม

หรือสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนด  คราวละไม่เกิน 1,000 บาท

     ในกรณีที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลทางศาสนา  ให้การสงเคราะห์

คราวละไม่เกิน 5,000 บาท

                                  หมวด 4

                             วิธีขอรับการสงเคราะห์

                             -----------------

     ข้อ 27  เพื่อให้การสงเคราะห์เป็นไปตามข้อบังคับนี้  ให้ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหาร

ผ่านศึกมีอำนาจวางระเบียบหรือออกคำสั่งกำหนดรายละเอียด  วิธีปฏิบัติ  ตลอดจนหลักฐานประกอบการ

พิจารณาได้ตามที่เห็นสมควร

     ข้อ 28  การสงเคราะห์ในด้านบริการแก่ผู้มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์  ให้กระทำได้ตามความ

เหมาะสม  การสงเคราะห์ทางการเงิน  จะกระทำได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้  หากมี

กรณีจำเป็นหรือมีการจัดตั้งโครงการช่วยเหลือเฉพาะเรื่องจะกระทำได้โดยอนุมัติของสภาทหารผ่านศึก

     ข้อ 29  ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกมีอำนาจให้การสงเคราะห์แก่ผู้มีสิทธิได้รับ

การสงเคราะห์ทุกประเภทตามหลักเกณฑ์  และวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้  ในกรณีที่มีความจำเป็น

เกี่ยวกับงบประมาณ  ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกอาจสั่งระงับการสงเคราะห์บาง

ประเภทไว้  หรือแบ่งเฉลี่ยการสงเคราะห์เพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์ในเขตต่าง ๆ

ก็ได้  แล้วรายงานให้สภาทหารผ่านศึกทราบ

     ข้อ 30  ผู้มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์จะต้องขอรับการสงเคราะห์ด้วยตนเองโดยแสดงบัตรประจำ

ตัวหรือหลักฐานที่ทางราชการรับรองต่อพนักงานทุกครั้ง  เว้นแต่ในกรณีจำเป็นไม่สามารถจะกระทำด้วย

ตนเองได้  ต้องมอบอำนาจเป็นหนังสือให้ผู้อื่นกระทำการแทนได้  ตามที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่าน

ศึกเห็นสมควร  และต้องยื่นคำร้องหรือให้ถ้อยคำต่อพนักงานด้วยความจริงทั้งต้องปฏิบัติตามข้อบังคับสภา

ทหารผ่านศึกและระเบียบหรือคำสั่งขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก

          ในกรณีที่ผู้มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์เป็นผู้พิการทุพพลภาพหรือพิการจนไม่สามารถช่วยตน

เองได้  ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกอาจสั่งให้การสงเคราะห์ได้ตามที่เห็นสมควร

     ข้อ 31  ผู้มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์จะต้องประพฤติตนให้เหมาะสม  ไม่กระทำให้ทหารผ่านศึก

หรือองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเสื่อมเสียชื่อเสียงได้รับความเสียหาย

                                  หมวด 5

                             การงดการสงเคราะห์

                             ----------------

     ข้อ 32  ผู้มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์ที่ขาดสิทธิตามหมวด 1  ให้หมดสิทธิได้รับการสงเคราะห์

ตามข้อบังคับนี้

     ข้อ 33  ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก  จะสั่งงดการสงเคราะห์แก่ผู้ขอรับการ

สงเคราะห์ได้  ดังต่อไป

          33.1  ให้ถ้อยคำเป็นเท็จ  หรือใช้เอกสารปลอมเพื่อขอรับการสงเคราะห์แล้วได้รับการ

สงเคราะห์ไป  องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกตรวจพบภายหลัง  ให้งดการสงเคราะห์ประเภทนั้นมี

กำหนดไม่เกิน 5 ปี

          33.2  กระทำผิดตาม 33.1  แต่ยังไม่บรรลุผลองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกตรวจพบ

ก่อน  ให้งดการสงเคราะห์มีกำหนดไม่เกิน 2 ปี

          33.3  ประพฤติตนไม่สมควร  ทำให้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเสียหาย  ให้งดการ

สงเคราะห์มีกำหนดไม่เกิน 2 ปี

          33.4  เจตนาไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับสภาทหารผ่านศึกหรือระเบียบหรือคำสั่งองค์การ

สงเคราะห์ทหารผ่านศึก  ให้งดการสงเคราะห์มีกำหนดไม่เกิน 2 ปี

          33.5  ประพฤติตนไม่สมควร  เป็นการเสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของทหารผ่านศึก

ให้งดการสงเคราะห์มีกำหนดไม่เกิน 1 ปี

          33.6  ประพฤติตนไม่สมควรในการเข้าพักอาศัยในสถานที่ขององค์การสงเคราะห์ทหาร

ผ่านศึก  ครั้งที่ 1  ให้ว่ากล่าวตักเตือนครั้งที่ 2  ให้ทำทัณฑ์บนเป็นหนังสือไว้  ครั้งที่ 3  ให้ออกจาก

ที่พักอาศัยและงดการสงเคราะห์ประเภทนี้

     ข้อ 34  ผู้ถูกสั่งงดการสงเคราะห์  ตามข้อ 33  เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาที่ถูกสั่งงดการ

สงเคราะห์แล้ว  จะขอรับการสงเคราะห์ใหม่ได้

     ข้อ 35  ผู้ที่กระทำความผิดและถูกงดการสงเคราะห์ไปแล้ว  ต่อมาได้กระทำความผิดอีก  ให้งด

การสงเคราะห์มีกำหนดเวลาเป็นทวีคูณในความผิดครั้งหลัง

     ข้อ 36  ผู้ถูกสั่งงดการสงเคราะห์เป็นทหารผ่านศึก  ครอบครัวของทหารผ่านศึกผู้นั้นย่อมขาดสิทธิ

เช่นเดียวกับผู้ถูกงดการสงเคราะห์  แต่ถ้าครอบครัวทหารผ่านศึกถูกสั่งงดการสงเคราะห์ย่อมไม่กระทบ

กระเทือนถึงสิทธิของทหารผ่านศึกผู้นั้นด้วย

     ข้อ 37  ให้ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกแต่งตั้งกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง  จำนวนไม่

น้อยกว่า 3 คน  มีหน้าที่พิจารณาเสนอการงดการสงเคราะห์ตามหมวดนี้

     ข้อ 38  ให้ใช้ข้อบังคับนี้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

                      ประกาศ ณ วันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2522

                          พลเอก เกรียงศักดิ์  ชมะนันทน์

                             นายกสภาทหารผ่านศึก

 

 

หมายเหตุ:-   เหตุผลในการประกาศใช้ข้อบังคับฉบับนี้   คือ  ก็เพื่อปรับปรุง  แก้ไขกำหนดหลักเกณฑ์

และวิธีการในการให้การสงเคราะห์แก่ทหารผ่านศึกษา  ครอบครัวทหารผ่านศึก  และทหารนอกประจำ

การให้เหมาะสมกับกาลสมัยและสถานการณ์ในปัจจุบัน  และให้เป็นไปตามความในมาตรา 11  แห่งพระ

ราชบัญญัติองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก  พุทธศักราช 2510