ข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยสวัสดิการทนายความ

พ.ศ. 2529

----------

     อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 27 (3) มาตรา 73 และด้วยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษ

แห่งสภาทนายความ ตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528  คณะกรรมการสภา

ทนายความออกข้อบังคับว่าด้วยสวัสดิการทนายความ ไว้ดังต่อไปนี้

     ข้อ 1 ข้อบังคับนี้เรียกว่า  `ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยสวัสดิการทนายความ พ.ศ. 2529'

     ข้อ 2 ข้อบังคับนี้ให้ใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

     ข้อ 3 ในข้อบังคับนี้

          `ประธานอนุกรรมการ ' หมายถึง ประธานอนุกรรมการสวัสดิการสภาทนายความ

          `อนุกรรมการ' หมายถึง อนุกรรมการสวัสดิการสภาทนายความ

          `อนุกรรมการสวัสดิ์การประจำจังหวัด' หมายถึง อนุกรรมการสวัสดิการประจำจังหวัดของ

สภาทนายความ

          `อนุกรรมการสวัสดิการประจำจังหวัด' หมายถึง อนุกรรมการสวัสดิการประจำจังหวัดของ

สภาทนายความ

          `อนุกรรมการสวัสดิการประจำศาลจังหวัด' หมายถึง อนุกรรมการสวัสดิการประจำศาล

จังหวัดของสภาทนายความ

                                  หมวด 1

                      คณะอนุกรรมการสวัสดิ์การสภาทนายความ

     ข้อ 4 ให้มีคณะอนุกรรมการสวัสดิการสภาทนายความคณะหนึ่งเรียกว่า  `คณะอนุกรรมการ

สวัสดิการสภาทนายความ' ประกอบด้วยกรรมการสวัสดิการสภาทนายความเป็น ประธานอนุกรรมการโดย

ตำแหน่งและอนุกรรมการอื่นที่คณะกรรมการสภาทนายความแต่งตั้งตามความเหมาะสม

     ในกรณีมีความจำเป็น  คณะกรรมการสภาทนายความจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสวัสดิการประจำ

จังหวัด หรือประจำศาลจังหวัด อีกก็ได้ตามความเหมาะสม

     ข้อ 5 ให้คณะอนุกรรมการสวัสดิการมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการพิจารณาและออกข้อกำหนดต่าง ๆ อัน

เกี่ยวกับสวัสดิการทนายความ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสภาทนายความ

     ให้คณะอนุกรรมการสวัสดิการประจำจังหวัดประจำศาลจังหวัด มีอำนาจหน้าที่ตามความในวรรคแรก

ในเขตจังหวัดหรือเขตศาลจังหวัดที่ตนรับผิดชอบอยู่

     ในเขตจังหวัดหรือเขตศาลจังหวัดใดไม่มีคณะอนุกรรมการสวัสดิการประจำจังหวัดหรือประจำศาล

จังหวัด ให้คณะอนุกรรมการทนายความประจำจังหวัดหรือประจำศาลจังหวัดในเขตนั้น ปฏิบัติหน้าที่เป็นคณะ

อนุกรรมการสวัสดิการประจำจังหวัด หรือประจำศาลจังหวัด ด้วยแล้วแต่กรณี

                                  หมวด 2

                                การสงเคราะห์

     ข้อ 6 ทนายความที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเจ็บป่วย  และทายาทของทนายความที่ได้รับความ

เดือดร้อนเนื่องจากทนายความถึงแก่ความตาย มีสิทธิขอรับการสงเคราะห์จากเงินกองทุนสวัสดิการทนาย

ความ หรือเงินทดแทนจากบริษัทประกันซึ่งคณะกรรมการสภาทนายความได้จัดสรรทำประกันไว้ให้ โดยยื่น

คำขอต่อกรรมการสวัสดิการสภาทนายความหรือต่ออนุกรรมการสวัสดิการประจำจังหวัดหรือประจำศาล

จังหวัดแล้วแต่กรณี

     ข้อ 7 คำขอเพื่อรับการสงเคราะห์ ให้ระบุรายละเอียดดังนี้

          (1) ชื่อทนายความ และกรณีจำเป็นให้ระบุชื่อทายาทของทนายความด้วย

          (2) สถานที่อยู่

          (3) ฐานะความเป็นอยู่

          (4) สาเหตุการเจ็บป่วยหรือตาย

          (5) ใบรับรองแพทย์หรือใบมรณบัตร

     ข้อ  8 เมื่อได้รับคำขอจากทนายความหรือทายาทของทนายความแล้ว ให้กรรมการสวัสดิการสภา

ทนายความ หรืออนุกรรมการสวัสดิการประจำจังหวัดหรือประจำศาลจังหวัดแล้วแต่กรณี ส่งคำขอให้คณะ

อนุกรรมการสวัสดิการดำเนินการสอบข้อเท็จจริงตามคำขอ หากจำเป็นต้องเรียกหลักฐานเพิ่มเติม ก็ให้แจ้ง

ให้ทนายความหรือทายาทของทนายความจัดส่งให้คณะกรรมการสวัสดิการ หลังจากสอบข้อเท็จจริงแล้ว

ให้ทำความเห็นเสนอไปยังประธานอนุกรรมการ เพื่อนำเข้าพิจารณาในการประชุมคณะอนุกรรมการ

สวัสดิการ เมื่อคณะอนุกรรมการสวัสดิการพิจารณาแล้ว  ให้รวบรวมเสนอคณะกรรมการสภาทนายความเพื่อให้

ความเห็นชอบ

     ข้อ 9 ในกรณีที่ทนายความได้รับความเดือดร้อน โดยมิใช่สาเหตุการเจ็บป่วย ให้พิจารณาจ่ายเงิน

สงเคราะห์ตามความเดือดร้อนที่เป็นจริงแต่ไม่เกินครั้งละ 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาท)

     ข้อ 10 ในกรณีที่ทนายความได้รับความเดือดร้อน โดยมีสาเหตุจากการเจ็บป่วย ให้พิจารณาจ่าย

เงินสงเคราะห์ได้ดังนี้

          (1) เจ็บป่วยไม่สาหัส ให้พิจารณาจ่ายเงินสงเคราะห์ได้ครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท (หนึ่ง

พันบาท)

          (2) เจ็บป่วยสาหัส ให้พิจารณาจ่ายเงินสงเคราะห์ได้ครั้งละไม่เกิน 5,000 บาท (ห้าพัน

บาท)

          (3) เจ็บป่วยเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายเป็นปกติให้พิจารณาจ่ายเงินสงเคราะห์ได้ไม่

เกิน 20,000 บาท (สองหมื่นบาท)

          (4) เจ็บป่วยทุพพลภาพเสียแขน หรือเท้า หรือสายตาเพียงข้างเดียว ให้พิจารณาจ่ายเงิน

สงเคราะห์ได้ไม่เกิน 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาท)

          (5) เจ็บป่วยทุพพลภาพ เสียแขนหรือเท้า หรือสายตาทั้ง 2 ข้าง หรือแขนและเท้า รวม

2 อย่าง หรือ เสียแขนหรือเท้าข้างหนึ่ง  และสายตาอีกข้างหนึ่ง  ให้พิจารณาจ่ายเงินสงเคราะห์ได้ไม่

เกิน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาท)

          (6) เจ็บป่วยทุพพลภาพถาวรบางส่วน ให้พิจารณาจ่ายเงินสงเคราะห์ได้ไม่เกิน 50,000

บาท (ห้าหมื่นบาท)

          (7) เจ็บป่วยทุพพลภาพถาวรโดยสิ้นเชิง ให้พิจารณาจ่ายเงินสงเคราะห์ได้ไม่เกิน

100,000 บาท (หนึ่งแสนบาท)

     ข้อ 11 ในกรณีที่ทนายความถึงแก่ความตาย และทายาทของทนายความที่ถึงแก่ความตายได้รับความ

เดือดร้อน  ให้พิจารณาจ่ายเงินสงเคราะห์ได้ไม่เกิน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาท)

                                  หมวด 3

                         การเก็บรักษาเงินและเบิกจ่ายเงิน

     ข้อ 12 การเก็บรักษาเงินและเบิกจ่ายเงินกองทุนสวัสดิการทนายความ ให้นำข้อบังคับและระเบียบ

ว่าด้วยการเก็บรักษาเงินและการเบิกจ่ายเงินของสภาทนายความมาใช้บังคับโดยอนุโลม

                                  หมวด 4

                                บทเฉพาะกาล

     ข้อ 13 การพิจารณาคำขอรับการสงเคราะห์จากเงินกองทุนสวัสดิการทนายความที่ได้ยื่นก่อนข้อ

บังคับ และคณะกรรมการสภาทนายความยังมิได้มีมติให้จ่ายเงินสงเคราะห์จากเงินกองทุนสวัสดิการทนาย

ความ  ให้นำข้อบังคับนี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม

     สำหรับการจ่ายเงินสงเคราะห์จากเงินกองทุนสวัสดิการทนายความที่คณะกรรมการสภาทนายความ

ได้มีมติอนุมัติให้จ่ายก่อนข้อบังคับนี้มีผลบังคับ ให้ถือว่าใช้ได้ตามข้อบังคับนี้

                              ประกาศ ณ วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2529

                                        คำนวณ ชโลปถัมภ์

                                       นายกสภาทนายความ

 

 

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้ข้อบังคับฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528

มาตรา 73 ได้บัญญัติให้มีกองทุนสวัสดิการทนายความ เพื่อให้การสงเคราะห์แก่ทนายความที่ได้รับความ

เดือดร้อนหรือทายาทของทนายความที่ถึงแก่ความตายซึ่งได้รับความเดือดร้อน และการกำหนดหลักเกณฑ์

และวิธีการในการสงเคราะห์ การเก็บรักษา และการจ่ายเงินสวัสดิการทนายความตามมาตรา 73 วรรค

สาม ได้บัญญัติให้กำหนดขึ้นไว้เป็นข้อบังคับ สภาทนายความจึงจำเป็นต้องออกข้อบังคับว่าด้วยสวัสดิการ

ทนายความ พ.ศ. 2529 นี้ขึ้นไว้

 

 

                                  คำชี้แจง

                        ประกอบร่างข้อบังคับสภาทนายความ

                      ว่าด้วยสวัสดิการทนายความ พ.ศ. 2529

                 ออกตามความในพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528

                                ----------

 

วัตถุประสงค์

--------

     เพื่อจัดสวัสดิการให้แก่สมาชิกสภาทนายความ  ซึ่งมีสิทธิได้รับการสงเคราะห์จากเงินกองทุน

สวัสดิการทนายความ ตามมาตรา 73  แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528

สาระสำคัญ

--------

     กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการสงเคราะห์ การเก็บรักษา และการจ่ายเงินสวัสดิการทนาย

ความ ให้แก่สมาชิกสภาทนายความ

ความจำเป็น

---------

     โดยที่การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการสงเคราะห์  การเก็บรักษาและการจ่ายเงินสวัสดิการ

ทนายความ  จากเงินกองทุนสวัสดิการทนายความพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 มาตรา 73

วรรคสาม ได้บัญญัติให้ออกเป็นข้อบังคับ คณะกรรมการสภาทนายความจึงได้มีมติในการประชุม ครั้งที่

4/2529 เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2529 , ครั้งที่ 5/2529 เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2529 และครั้งที่

6/2529 และครั้งที่ 6/2529 เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2529 ออกข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยสวัสดิการ

ทนายความ ฉบับนี้ขึ้น

ผลดี

--

     ทำให้สะดวกต่อการพิจารณาในการให้การสงเคราะห์ การจ่ายเงินสวัสดิการทนายความ รวมทั้ง

การเก็บรักษาเงินกองทุนสวัสดิการทนายความ ได้เป็นไปตามระเบียบแบบแผนอันถูกต้อง และเป็นไปตาม

วัตถุประสงค์แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528