ระเบียบกระทรวงมหาดไทย

ว่าด้วยการจ่ายเงินบำเหน็จลูกจ้างของหน่วยบริหารราชการ

ส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๐๓

------------------

 

                        เพื่ออนุวรรตตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ่ายเงินบำเหน็จแก่ลูกจ้าง

กระทรวงมหาดไทยจึงเห็นเป็นการสมควรที่จะวางระเบียบว่าด้วยการจ่ายเงินบำเหน็จลูกจ้างของ

หน่วยบริหารราชการส่วนท้องถิ่นทุกประเภท เพื่อให้สอดคล้องต้องกันกับระเบียบของทาง

ราชการ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วน

จังหวัด พ.ศ. ๒๔๙๘ ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๑๒ พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ มาตรา ๖๙ พระราช

บัญญัติสุขาภิบาล พ.ศ. ๒๔๙๕ มาตรา ๓๒ และพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนตำบล

พ.ศ. ๒๔๙๘ มาตรา ๕๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจึงวางระเบียบว่าด้วยการจ่ายเงิน

บำเหน็จแก่ลูกจ้างของหน่วยบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ไว้ดังต่อไปนี้

 

                                                            หมวด ๑

                                                      ข้อความทั่วไป

                                                     -----------------

 

                        ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจ่ายเงินบำเหน็จ

ลูกจ้างของหน่วยบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๐๓"

                        ข้อ ๒ ให้ใช้ระเบียบนี้ตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

                        ข้อ ๓ ให้ยกเลิกบรรดาระเบียบ คำสั่งต่างๆ ที่เกี่ยวกับการจ่ายเงินบำเหน็จลูกจ้าง

ของหน่วยบริหารราชการส่วนท้องถิ่นเสียทั้งสิ้น และให้ใช้ระเบียบต่อไปนี้แทน

                        ข้อ ๔ "บำเหน็จ" หมายความว่า เงินตอบแทนความชอบที่ได้รับราชการมาซึ่ง

จ่ายครั้งเดียว

                                "ลูกจ้าง" หมายความว่า ลูกจ้างประจำซึ่งได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือนหรือ

รายวันจากงบประมาณค่าใช้สอยประเภทค่าจ้างชั่วคราวของหน่วยบริหารราชการส่วนท้องถิ่น

                               "ราชการส่วนท้องถิ่น" หมายความว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล

สุขาภิบาล และองค์การบริหารส่วนตำบลตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

                              "ค่าจ้างเดือนสุดท้าย" หมายความว่า ค่าจ้างรวมทั้งเงินเพิ่มพิเศษประจำ

เดือนชั่วคราว (พ) ที่ลูกจ้างได้รับครั้งสุดท้ายก่อนออกจากราชการมาครบ ๑๒ เดือน

                                   

                                                            หมวด ๒

                                                        เงินบำเหน็จ

                                                          ----------

 

                        ข้อ ๕ ลูกจ้างคนใดได้ทำงานมาด้วยความเรียบร้อยเป็นเวลาต่อเนื่องกันจะได้รับ

บำเหน็จตามระเบียบนี้ ถ้าต้องออกเพราะ

                        ก.มีอายุครบ ๖๐ ปีบริบูรณ์และทำงานมาไม่น้อยกว่า ๕ ปีบริบูรณ์ (แต่ผู้มีคุณวุฒิ

พิเศษซึ่งผู้บังคับบัญชาเห็นสมควรให้ทำงานต่อไป จะให้ทำงานต่อไปได้คราวละ ๑ ปีจนถึงอายุ

ครบ ๖๕ ปีก็ได้)

                        ข. หย่อนความสามารถซึ่งผู้บังคับบัญชาเห็นสมควรให้ออก และได้ทำงานมาแล้ว

ไม่น้อยกว่า ๑ ปีบริบูรณ์

                        ค. เจ็บป่วยโดยมีใบรับรองแพทย์ซึ่งทางราชการรับรอง และทำงานมาแล้วไม่

น้อยกว่า ๑ ปีบริบูรณ์

                        ง. ถึงแก่กรรมและการถึงแก่กรรมนั้น มิได้เกิดจากการประพฤติชั่วอย่างร้าย

แรงของตนเองในระหว่างที่เป็นลูกจ้างของราชการส่วนท้องถิ่นอยู่ และทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่า

๑ ปีบริบูรณ์

                        จ. ลาออกเองโดยไม่มีความผิดใดๆ และได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาแล้ว

และทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี บริบูรณ์

                        ข้อ ๖ เงินบำเหน็จนั้น จะได้รับเท่ากับค่าจ้างเดือนสุดท้ายคูณด้วยจำนวนปีเวลา

ทำงาน เศษของปีถ้าเกินหกเดือนให้นับเป็นหนึ่งปี ในกรณีที่ค่าจ้างมีเงินเพิ่มพิเศษ (พ) ให้รวม

เงินเพิ่มพิเศษ (พ) กับค่าจ้างเพื่อคำนวณเงินบำเหน็จตามเกณฑ์นี้ด้วย

                        ข้อ ๗ ลูกจ้างผู้ใดทำงานมาแล้วด้วยความเรียบร้อยเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี

ถ้าต้องออกเพราะยุบเลิกหรือตัดทอนงานให้ได้รับเงินบำเหน็จเท่ากับค่าจ้างเดือนสุดท้าย ๓ เดือน

แต่ถ้าวันทำงานต่อเนื่องกันเกินกว่า ๓ ปี ให้ถือเกณฑ์การจ่ายเงินบำเหน็จตามข้อ ๖

                        ข้อ ๘ ลูกจ้างที่ต้องออกเพราะได้กระทำผิดอย่างร้ายแรงถึงต้องไล่ออก ปลดออก

หรือเลิกจ้างแล้ว มิให้จ่ายเงินบำเหน็จ

                        ข้อ ๙ ในกรณีต่อไปนี้ ให้คิดเป็นเวลาต่อเนื่องกัน คือ

                        ก. การลาอุปสมบทครั้งแรก ๑๒๐ วัน

                        ข. การลาคลอดบุตร ๙๐ วัน (ทุกครั้ง)

                        ค. การลาไปรับราชการทหารหรือระดมเท่าวันที่ทางราชการทหารต้องการ

                        ง. การลากิจ  ๔๕ วัน (ใน ๑ ปี)

                        จ. การลาป่วย ๙๐ วัน (ใน ๑ ปี)

                        ๑ ปีในข้อนี้ ให้ถือตามปีปฏิทินในราชการ

                        ข้อ ๑๐ ในกรณีลูกจ้างถึงแก่กรรม เงินบำเหน็จนั้นให้ตกเป็นของทายาท คือ บุตร

สามีหรือภริยา บิดา มารดา หรือผู้อยู่ในความอุปการะของผู้ตาย โดยความเห็น

ชอบของคณะกรรมการซึ่งหน่วยบริหารราชการส่วนท้องถิ่นนั้นๆ ตั้งขึ้น

                        ข้อ ๑๑  เงินบำเหน็จที่จะจ่ายตามระเบียบนี้นั้น ให้หน่วยบริหารราชการส่วนท้อง

ถิ่นจ่ายเงินงบประมาณ ประเภทค่าจ้างชั่วคราวของหน่วยบริหารราชการส่วนท้องถิ่นนั้นๆ

                        ข้อ ๑๒ การขอรับเงินบำเหน็จตามระเบียบนี้ ให้ผู้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จยื่นเรื่อง

ราวต่อผู้บังคับบัญชาภายในกำหนด  ๙๐ วัน นับแต่วันที่พ้นจากงาน หากยื่นพ้นกำหนดนี้ไม่มี

สิทธิได้รับเงินบำเหน็จ

 

                                                ประกาศ ณ วันที่ ๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๓

                                                             พลเอก ป. จารุเสถียร

                                                    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

 

[รก.๒๕๐๓/๓๐/๓๑๖/๑๒ เมษายน ๒๕๐๓]

 

                                                                                                                         พรพิมล/แก้ไข

                                                                                                                        ๑๑ ก.ค ๒๕๔๔