ระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการให้ความเห็นชอบมาตรค่าโดยสาร (TAXI METER)

พ.ศ. ๒๕๓๕

-----------

 

                        อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๓ ของกฎกระทรวงฉบับที่ ๑๐ (พ.ศ. ๒๕๓๕)

ออกตามความในพระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ และเพื่อให้การพิจารณาให้ความเห็นชอบ

มาตรค่าโดยสาร (TAXI METER) เป็นไปด้วยความเหมาะสม อธิบดีกรมการขนส่งทางบก

วางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

                        ข้อ ๑  ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธี

การให้ความเห็นชอบมาตรค่าโดยสาร (TAXI METER) พ.ศ. ๒๕๓๕"

                        ข้อ ๒  ให้ใช้ระเบียบนี้ ตั้งแต่วันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๓๕ เป็นต้นไป

                        ข้อ ๓  ผู้ใดประสงค์จะให้กรมการขนส่งทางบกเห็นชอบมาตรค่าโดยสารแบบหรือ

ชนิดใดให้ยื่นคำขอต่อกรมการขนส่งทางบกพร้อมด้วยหลักฐาน ดังต่อไปนี้

                        (๑) รายละเอียดแสดงคุณสมบัติ และชุดคำสั่ง (PROGRAM) แสดงวงจรการทำงาน

ที่สมบูรณ์ของมาตรค่าโดยสารอย่างน้อยจำนวน ๒ ชุด

                        (๒) มาตรค่าโดยสารตัวอย่างอย่างน้อยจำนวน ๒ เครื่อง พร้อมเครื่องมือตรวจสอบ

ความเที่ยงตรงจำนวน ๑ ชุด

                        เอกสารต่าง ๆ รวมทั้งมาตรค่าโดยสารตัวอย่างและเครื่องมือตรวจสอบความ

เที่ยงตรงที่ยื่นเป็นหลักฐานพร้อมคำขอ จะต้องมอบให้เป็นสมบัติของกรมการขนส่งทางบก

                        ข้อ ๔  มาตรค่าโดยสารต้องประกอบด้วยส่วนสำคัญ ๒ ส่วน คือ มิเตอร์

(METER) และเซนเซอร์ (SENSOR) ดังนี้

                        (๑) มิเตอร์เป็นส่วนที่บรรจุวงจรอิเล็คทรอนิค แสดงข้อมูลและอัตราค่าโดยสาร

                        (๒) เซนเซอร์ เป็นตัววัดระยะทางการเคลื่อนที่ของรถแล้วส่งสัญญาณไปยังมิเตอร์

เพื่อคำนวณอัตราค่าโดยสาร

                        ข้อ ๕  มาตรค่าโดยสารที่ขอรับความเห็นชอบต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

                        (๑) วงจรภายในทำงานด้วยไมโครคอมพิวเตอร์ ใช้กระแสไฟจากแบตเตอรี่ของ

รถยนต์ มาตรค่าโดยสารที่บรรจุวงจรไว้ภายในต้องมีลักษณะปิดมิดชิด แต่มีช่องระบายความร้อนได้

และต้องผ่านการประทับเครื่องหมายรับรอง (SEAL) จากกรมการขนส่งทางบกเพียงจุดเดียว

เมื่อผ่านการประทับเครื่องหมายรับรองแล้วไม่สามารถถอดเอาวงจรภายในออกมาได้ โดยไม่ทำลาย

เครื่องหมายรับรอง และตำแหน่งที่ประทับเครื่องหมายรับรองต้องมองเห็นได้ชัดเจนเมื่อติดตั้ง

มาตรค่าโดยสารเข้าไว้ที่ตัวรถแล้ว

                        (๒) คำนวณค่าโดยสารจากระยะทางที่โดยสาร และเวลา (ในกรณีรถไม่สามารถ

เคลื่อนที่หรือเดินรถต่อไปได้เกินกว่า ๖ กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ขณะทำการโดยสารตามอัตราค่าโดยสาร

ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ระยะทางที่โดยสารต้องได้จากการทำงานของเซนเซอร์ และเวลาในการ

โดยสารต้องได้จากการทำงานของวงจรที่อยู่ภายในมิเตอร์

                        (๓) สามารถแสดงข้อมูลให้ผู้โดยสารทราบ ดังต่อไปนี้

                              (ก) ระยะทางในการโดยสาร มีหน่วยเป็นกิโลเมตรมีทศนิยม ๑ ตำแหน่ง

(๑๐๐ เมตร) ระยะทางในการโดยสารสูงสุดต้องแสดงได้อย่างน้อย ๙๙.๙ กิโลเมตร โดยแสดงเป็น

ตัวเลขขนาดสูงไม่น้อยกว่า ๐.๓ นิ้ว

                              (ข) เวลาในการโดยสารมีหน่วยเป็นชั่วโมงและนาที เวลาในการโดยสารสูงสุด

ต้องแสดงได้อย่างน้อย ๙ ชั่วโมง ๕๙ นาที โดยแสดงเป็นตัวเลขขนาดสูงไม่น้อยกว่า ๐.๓ นิ้ว

                              (ค) ค่าโดยสารมีหน่วยเป็นบาท สามารถแสดงอัตราค่าโดยสารเริ่มต้นและ

การเปลี่ยนแปลงค่าโดยสารที่คำนวณจากระยะทางและเวลา (ในกรณีรถไม่สามารถเคลื่อนที่หรือ

เดินรถต่อไปได้เกินกว่า ๖ กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ตลอดเวลาของการโดยสาร โดยเมื่อจำนวนค่าโดยสาร

ครบ ๒ บาทให้แสดงการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งเป็นตัวเลขขนาดสูงไม่น้อยกว่า ๐.๕ นิ้ว

                        การแสดงผลตาม (ก) และ (ข) ต้องปรากฏให้เห็นได้ตลอดเวลา หรือเปิดเมื่อ

ผู้โดยสารต้องการทราบ ส่วนการแสดงผลตาม (ค) ต้องปรากฏอยู่ตลอดเวลาของการโดยสาร ตัวเลข

ที่แสดงผลต้องมีแสงสว่างที่ตัวเลข และสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

                        (๔) ด้านการมีสวิทช์ใช้กดเมื่อเริ่มการเดินทาง และสวิทช์สำหรับกดเมื่อสิ้นสุด

การเดินทาง การคำนวณค่าโดยสารจะเริ่มเมื่อกดสวิทช์เริ่มการเดินทางและสิ้นสุดการคำนวณ

ค่าโดยสารเมื่อกดสวิทช์สำหรับสิ้นสุดการเดินทาง

                        (๕) บนหน้าปัทม์มีข้อความอธิบายสวิทช์ และช่องตัวเลขแสดงผลเป็นภาษาไทย

และมีภาษาอังกฤษกำกับทุกแห่ง

                        (๖) การแก้ไขอัตราค่าโดยสาร กระทำได้โดยการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเฉพาะ

หน่วยความจำของไมโครคอมพิวเตอร์เท่านั้น

                        (๗) ตัวมิเตอร์และเซนเซอร์สามารถทำงานได้ปกติแม้รถจะวิ่งด้วยความเร็วเกินกว่า

๑๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง และในที่ซึ่งมีอุณหภูมิเกินกว่า ๖๐ องศาเซนติเกรด

                        (๘) ไม่สามารถปรับแต่งวงจรภายในตัวมาตรค่าโดยสารได้จากภายนอกด้วยวิธีการ

ใด ๆ ทั้งสิ้น

                        (๙) มีหมายเลขประจำแต่ละเครื่องเก็บอยู่ในชุดคำสั่ง (PROGRAM) และสามารถ

แสดงออกมาทางส่วนแสดงผลได้ เมื่อต้องการทราบ

                        (๑๐) มี CONNECTOR สำหรับต่อสายไฟจากมิเตอร์ไปยังเครื่องหมายซึ่งแสดง

ข้อความว่า "ว่าง" เมื่อไม่มีผู้โดยสาร ตัวอักษรคำว่าว่างบนเครื่องหมายดังกล่าว จะต้องมีความสูง

ไม่น้อยกว่า ๒ นิ้ว และสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากภายนอกทั้งเวลากลางวันและกลางคืน

                        (๑๑) ระบบเซนเซอร์ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

                               (ก) เป็นแบบใช้ใบพัดตัดลำแสงอินฟาเรดที่ส่งออกจากตัวส่งและรับโดยตัวรับ

ใบพัดต่ออยู่ระหว่างสายวัดความเร็วกับเครื่องวัดความเร็วของรถ

                               (ข) ไม่มีวงจรอิเล็คทรอนิคอื่นใด นอกจากตัวส่งแสง และตัวรับแสง

                               (ค) ระหว่างเซนเซอร์และมิเตอร์มีสายไฟได้เพียง ๓ เส้น เท่านั้น ๒ เส้น

สำหรับเป็นกระแสไฟเลี้ยงและสายดิน (GROUND) ของตัวส่งแสงและรับแสง ส่วนอีก ๑ เส้น

สำหรับส่งสัญญาณกลับไปยังมิเตอร์

                               (ง) เมื่อสายวัดความเร็วหมุนไป ๑ รอบ ใบพัดซึ่งมีเพียง ๑ ช่อง จะทำให้มี

สัญญาณส่งกลับไปยังมิเตอร์เพียง ๑ พัลซ์ (PULSK) เท่านั้น

                        ข้อ ๖  ให้คณะกรรมการพิจารณาการให้ความเห็นชอบมาตรค่าโดยสาร (TAXI

METER) เป็นผู้พิจารณาตรวจสอบลักษณะและคุณสมบัติของมาตรค่าโดยสารที่ขอรับความเห็นชอบ

หากเห็นว่ามาตรค่าโดยสารแบบหรือชนิดใดมีคุณสมบัติเหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการใช้งาน

ได้ดี ให้เสนออธิบดีกรมการขนส่งทางบกเพื่อเห็นชอบต่อไป

                        กรณีคณะกรรมการมีข้อสงสัยเกี่ยวกับมาตรค่าโดยสารที่ขอรับความเห็นชอบ

ผู้ขอรับความเห็นชอบจะต้องจัดส่งเอกสารหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีความรู้ความสามารถให้คำชี้แจงหรือ

ทดสอบการทำงานให้คณะกรรมการดูจนเป็นที่พอใจ

                        ข้อ ๗  มาตรค่าโดยสารแบบหรือชนิดใดที่กรมการขนส่งทางบกเห็นชอบไปแล้ว

มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงวงจร ชุดคำสั่ง (PROGRAM) ตลอดจนคุณสมบัติอื่นให้ผิดไปจากเดิม

จะต้องยื่นขอรับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบกก่อน

                        ข้อ ๘  มาตรค่าโดยสารแบบหรือชนิดใดที่กรมการขนส่งทางบกเห็นชอบไปแล้ว

มีความบกพร่อง คลาดเคลื่อน หรือมีลักษณะและประสิทธิภาพการทำงานแตกต่างไปจากมาตร

ค่าโดยสารตัวอย่างที่มอบให้กับกรมการขนส่งทางบก ให้คณะกรรมการพิจารณาการให้ความ

เห็นชอบมาตรค่าโดยสาร (TAXI METER) เรียกผู้ขอรับความเห็นชอบนำมาตรค่าโดยสาร

แบบหรือชนิดดังกล่าวมาทดสอบเป็นการเพิ่มเติมหรือเสนออธิบดีกรมการขนส่งทางบกเพื่อยกเลิก

การให้ความเห็นชอบมาตรค่าโดยสารแบบหรือชนิดดังกล่าวได้

                        ข้อ ๙  ให้รองอธิบดี (ฝ่ายปฏิบัติการ) กรมการขนส่งทางบก รักษาการ

ตามระเบียบนี้

 

                                                            ให้ไว้ ณ วันที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๕

                                                                         บรรเทิง  วัฒนศิริธรรม

                                                                     อธิบดีกรมการขนส่งทางบก

 

[รก.๒๕๓๕/๑๑๔/๑๐/๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๓๕]

 

                                                                                                            สุรินทร์ / แก้ไข ๒๑/๐๘/๒๕๔๔