ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก

และเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย

พ.ศ. 2536

-----------

 

          โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข

การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราช

อิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยิ่งมงกุฎไทยเพื่อให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

          อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6)(8) และ (9) แห่งพระราชบัญญัติ

ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นของคณะรัฐมนตรี

จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

          ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า `ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราช

ทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมี

เกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย พ.ศ. 2536<'

          ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

               (1) ระเบียบว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่

ชาวต่างประเทศ พ.ศ. 2495

               (2) ระเบียบว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

พ.ศ. 2511

               (3) ระเบียบว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่

ข้าราชการฝ่ายทหาร พ.ศ. 2528

               (4) ระเบียบว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2532

          บรรดามติคณะรัฐมนตรี คำสั่ง หรือหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

          ข้อ 4 ในระเบียบนี้

               `เครื่องอิสริยาภรณ์' หมายความว่า เครื่องอิสริยาภรณ์อันเป็นที่

เชิดชูยิ่งช้างเผือก ตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องราชอิสริยาภรณ์ช้างเผือก หรือเครื่องราช

อิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องราชอิศริยาภรณ์มงกุฎไทย

แล้วแต่กรณี

               `ข้าราชการการเมือง' หมายความว่า บุคคลซึ่งเป็นหรือถือว่าเป็น

ข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยข้าราชการการเมืองหรือกฎหมายอื่น

               `ข้าราชการ' หมายความว่า ข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วย

ระเบียบข้าราชการพลเรือน ข้าราชการครูตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครู

ข้าราชการฝ่ายตุลาการ ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ ข้าราชการ

ฝ่ายอัยการตามกฎหมาว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ ข้าราชการพลเรือนใน

มหาวิทยาลัยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยข้าราชการฝ่าย

รัฐบาลตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา ข้าราชการตำรวจตามกฎหมาย

ว่าด้วยระเบียบข้าราชการตำรวจ  ข้าราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการ

ฝ่ายทหาร ข้าราชการกรุงเทพมหานครตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการกรุงเทพ

มหานคร และข้าราชการพนักงานส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายอื่นเกี่ยวกับการปกครองส่วนป้องถิ่น

ในส่วนที่เกี่ยวข้อง

          ข้อ 5 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับแก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงาน หรือ

องค์การของรัฐ รวมทั้งบุคคลที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ยกเว้นการขอพระราชทานเครื่องราช

อิสริยาภรณ์ตามมติคณะรัฐมนตรี และตามที่ทรงพระราชดำริเห็นสมควร

 

                             หมวด 1

                             บททั่วไป

          ข้อ 7 เครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศ ซึ่งพระมหากษัตริย์

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานแก่ผู้กระทำความดีความชอบเป็นประโยชน์แก่

ราชการหรือสาธารณชน โดยการพิจารณาเสนอขอพระราชทานของรัฐบาล เพื่อเป็นบำเหน็จ

ความชอบและเครื่องหมายเชิดชูเกียรติยศอย่างสูงแก่ผู้ได้รับพระราชทาน

          ข้อ 8 ในการพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์แก่บุคคลใด

ให้พิจารณาโดยรอบคอบว่า บุคคลนั้นได้กระทำความดีความชอบเป็นประโยชน์แก่ราชการหรือ

สาธารณชนจนถึงขนาดควรได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยมิใช้พิจารณาเพียง

ตำแหน่ง ระดับ ชั้น ชั้นยศ หรือครบกำหนดระยะเวลาที่จะขอพระราชทานเครื่องราช

อิสริยาภรณ์ได้เท่านั้น  ทั้งนี้ เพื่อให้บุคคลที่ได้รับพระราชทานรู้สึกภาคภูมิใจในเครื่องราช

อิสริยาภรณ์ที่ได้รับพระราชทาน อย่างแท้จริง และเพื่อให้แสดงเครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็น

เครื่องเชิดชูเกียรติยศอย่างสูงด้วย

          การเสนอของพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ใด ชั้นตราใด แก่บุคคลใด

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในบัญชีท้ายระเบียบนี้

 

                             หมวด 2

                       การเสนอขอพระราชทาน

          ข้อ 9 การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้เริ่มจากเครื่องราช

อิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย และเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่ง

ช้างเผือกสลับกัน โดยเลื่อนชั้นตราตามลำดับจากชั้นล่างสุดจนถึงสูงสุดตามลำดับ ดังนี้

               (1) ชั้นที่ 7 เหรียญเงินมงกุฎไทย

               (2) ชั้นที่ 7 เหรียญเงินช้างเผือก

               (3) ชั้นที่ 6 เหรียญทองมงกุฎไทย

               (4) ชั้นที่ 6 เหรียญทองช้างเผือก

               (5) ชั้นที่ 5 เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย

               (6) ชั้นที่ 5 เบญจมาภรณ์ช้างเผือก

               (7) ชั้นที่ 4 จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

               (8) ชั้นที่ 4 จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก

               (9) ชั้นที่ 3 ตริตาภรณ์มงกุฎไทย

              (10) ชั้นที่ 3 ตริตาภรณ์ช้างเผือก

              (11) ชั้นที่ 2 ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย

              (12) ชั้นที่ 2 ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก

              (13) ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์มงกุฎไทย

              (14) ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์ช้างเผือก

              (15) ชั้นสูงสุด มหาวชิรมงกุฎ และ

              (16) ชั้นสูงสุด มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก

โดยให้พิจารณาถึงตำแหน่ง ระดับ ชั้น ชั้นยศ กำหนดระยะเวลา และความดีความชอบ

เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในระเบียบนี้

          ข้อ 10 บุคคลที่พึงได้รับการพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราช

อิสริยาภรณ์ จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

               (1) เป็นผู้มีสัญชาติไทย

               (2) เป็นผู้ประพฤติดีและปฏิบัติงานราชการหรือปฏิบัติงานที่เป็น

ประโยชน์ต่อสาธารณชนด้วยความอุตสาหะ ซื่อสัตว์ และเอาใจใส่ต่อหน้าที่อย่างดียิ่ง และ

               (3) เป็นผู้ไม่เคยมีพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

หรือต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความรับที่ได้

กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

          ข้อ 11 การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จะเสนอปีติดกันมิได้

เว้นแต่กรณีดังนี้

               (1) เป็นการขอพระราชทานตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในบัญชีท้าย

ระเบียบนี้ต่างบัญชีกัน

               (2) เป็นการขอพระราชทานตามที่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นใน

ระเบียบนี้

               (3) เป็นการขอพระราชทานแก่ผู้กระทำความดีความชอบดีเด่น

กล่าวคือ ปฏิบัติหน้าที่ฝ่าฝืนอันตรายหรือปฏิบัติงานนอกเหนือหน้าที่เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งเป็น

งานที่สำคัญยิ่งและเป็นผลดีแก่ราชการหรือสาธารณชน หรือคิดค้นสิ่งหรือวิธีการอันเป็น

ประโยชน์อย่างยิ่งแก่ประเทศชาติได้เป็นผลสำเร็จ โดยให้ระบุความดีความชอบให้เห็น

เด่นชัดว่า ได้กระทำความดีความชอบอันเป็นประโยชน์ยิ่งประการใด เมื่อใดและได้ผลดี

อย่างไร

          ข้อ 12การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จะเสนอเลื่อนชั้นตรา

ก่อนครบกำหนดระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้มิได้ เว้นแต่เป็นกรณีตามข้อ 11(3)

          ข้อ 13 การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จะเสนอข้ามชั้นตรา

มิได้ เว้นแต่เป็นกรณีตามข้อ 11(3)

          ข้อ 14 การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประจำปีให้ขอ

พระราชทานในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา เว้นแต่การเสนอขอพระราชทาน

กรณีที่มีความจำเป็นรีบด่วนตามข้อ 28 การเสนอขอพระราชทานสำหรับชาวต่างประเทศ

ตามข้อ 29 และการเสนอขอพระราชทานสำหรับผู้วายชนม์ตามข้อ 30 โดยให้เสนอขอ

พระราชทานได้ตามคราวแห่งความชอบและตามเหตุการณ์เป็นกรณี ๆ ไป

          ข้อ 15 ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกำหนดรายการและจำนวนเอกสาร

ประกอบการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ แล้วแจ้งเวียนให้กระทรวง ทบวง

กรม หรือบุคคลตามข้อ 16 ทราบและถือปฏิบัติ

          ให้กระทรวง ทบวง กรม หรือบุคคลตามข้อ 16 จัดทำเอกสารดังกล่าวตาม

รายการและจำนวนที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกำหนด โดยแยกเอกสารเป็นการเสนอ

ขอพระราชทานให้แก่ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในปัจจุบันและผู้ที่ต้องพ้นจากหน้าที่เพราะเกษียณอายุและ

ให้เป็นไปตามลำดับชั้นตราเครื่องราชอิสริยาภรณ์ คือ

               (1) ชั้นต่ำกว่าสายสะพาย และ

               (2) ชั้นวายสะพาย

          ในการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประจำปี ให้กระทรวง

ทบวง กรม หรือ บุคคลตามข้อ 16 ส่งเอกสารไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีก่อนวัน

พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาไม่น้อยกว่า 90 วัน

          ภายหลังจากที่ได้ส่งออกการเสนอของพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ประจำปีไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้ว หากกระทรวง ทบวง กรม หรือบุคคล

ตามข้อ 16 เห็นว่ามีบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ระดับ ชั้น ชั้นยศ สูงขึ้นและ

มีคุณสมบัติอื่นครบตามหลักเกณฑ์ที่จะขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย

ประจำปี ก็ให้ส่งเอกสารเพิ่มเติมไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีก่อนวันพระราชพิธี

เฉลิมพระชนมพรรษาได้แต่ต้องไม่น้อยกว่า 60 วัน

          ข้อ 16 ให้บุคคลดังต่อไปนี้เป็นผู้เสนอรายชื่อผู้ที่สมควรขอพระราชทาน

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

               (1) นายกรัฐมนตรี สำหรับรัฐมนตรี

               (2) ประธานสภาผู้แทนราษฎร สำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองประจำสภาผู้แทนราษฎร

               (3) ประธานวุฒิสภา สำหรับสมาชิกสภาและข้าราชการรัฐสภา

ฝ่ายการเมืองประจำวุฒิสภา

               (4) รัฐมนตรีเจ้าสังกัด สำหรับข้าราชการการเมืองในสังกัด

               (5) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สำหรับข้าราชการการเมือง

และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในกรุงเทพมหานคร

               (6) ปลัดกระทรวง ปลัดกระทรวง ปลัดกรุงเทพมหานคร

เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและเลขาธิการวุฒิสภา สำหรับ

                    (ก) ข้าราชการ ลูกจ้างประจำของส่วนราชการ

ดะโต๊ะยุติธรรม ผู้พิพากษาสมทบพนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานองค์การของรัฐ

หรือพนักงานหน่วยงานของรัฐที่มีลักษณะอย่างเดียวกันในสังกัดแล้วแต่กรณี

                    (ข) คู่สมรสของบุคคลที่มีสิทธิได้รับพระราชทาน

               (7) ปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือปลัดกรุงเทพมหานคร สำหรับผู้

ปฏิบัติงานในหน่วยงานตามกฎหมายเกี่ยวกับการปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ปฏิบัติงานตาม

กฎหมายว่าด้วยการปกครองท้องที่แล้วแต่กรณี

               (8) หัวหน้าหน่วยงานอื่นนอกจาก (6) สำหรับบุคคลหรือพนักงานใน

สังกัด

               (9) คณะกรรมการตามข้อ 23 หรือข้อ 24 แล้วแต่กรณี สำหรับบุคคล

ตาม (1) ถึง (8) ข้างต้นและบุคคลอื่นตามที่เห็นสมควร

          ข้อ 17 ให้หัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม ผู้บังคับบัญชา หรือผู้ดำรง

ตำแหน่งบริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ องค์การของรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐที่มีลักษณะ

อย่างเดียวกัน ซึ่งประสงค์จะเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่บุคคลตาม

ข้อ 16 (6)(ก) แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง ทำหน้าที่รวบรวมและตรวจสอบรายชื่อ

เอกสาร และหลักฐานต่าง ๆ แล้วพิจารณาคุณสมบัติและกลั่นกรองความดีความชอบที่กำหนด

ในระเบียบนี้ พร้อมทั้งรับรองว่าเป็นบุคคลที่สมควรเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ได้

          ให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง ทบวง ยกเว้นปลัดกรุงเทพมหานคร

และหัวหน้า ส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นอีกคณะหนึ่ง

เพื่อทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองและรับรองอีกชั้นหนึ่ง ก่อนเสนอไปยังบุคคลตามข้อ 16 (6)

          สำหรับการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่บุคคลตาม

ข้อ 16 (8) ให้นำความในวรรคหนึ่งและวรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

          ข้อ 18 ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและปลัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งประสงค์จะเสนอ

ขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่ผู้ปฏิบัติงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหาร

ส่วนท้องถิ่น และผู้ปฏิบัติงานตามกฎหมายว่าด้วยการปกครองท้องที่ในเขตจังหวัดของตน

แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งทำหน้าที่รวบรวมตรวจสอบรายช่อ เอกสาร และหลักฐาน

ต่าง ๆ แล้วพิจารณาคุณสมบัติและกลั่นกรองความดีความชอบ ตามที่กำหนดในระเบียบนี้

พร้อมทั้งรับรองว่าเป็นบุคคลที่สมควรเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ได้ แล้ว

เสนอไปยังปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้วแต่กรณี

          ข้อ 19 การเสนอของพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้เป็นไปตาม

กำหนดระยะเวลาดังต่อไปนี้

               (1) ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง สมาชิกรัฐสภา หรือ

ข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง ต้องมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งติดต่อ

กันมาแล้วไม่น้อยกว่า 120 วัน นับตั้งแต่วันที่ดำรงตำแหน่งหลักจากวันพระราชพิธีเฉลิม

พระชนมพรรษาของปีที่ผ่านมา จนถึงวันก่อนวันพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาของปีที่จะขอ

พระราชทาน

               (2) ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง สมาชิกรัฐสภา

หรือข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง ต้องมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง

หลายตำแหน่งรวมกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 วัน นับตั้งแต่วันที่ดำรงตำแหน่งหลังจากวัน

พระราชพิธีเฉลิมของปีที่ผ่านมา จนถึงวันก่อนวันพระราชพิธีเฉลิมพระชนพรรษาของปีที่จะขอ

พระราชทาน

               (3) ข้าราชการต้องมีระยะเวลารับราชการติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า

5 ปีบริบูรณ์ นับตั้งแต่วันเริ่มเข้ารับราชการ จนถึงวันก่อนวันพระราชพิธีเฉลิม

พระชนมพรรษาของปีที่จะขอพระราชทานไม่น้อยกว่า 60 วัน ส่วนผู้สำเร็จการศึกษาจาก

โรงเรียนตำรวจให้นับเวลาราชการตั้งแต่วันขึ้นทะเบียนทหารกองประจำการ หรือวันเริ่ม

เข้ารับราชการตำรวจ แล้วแต่กรณี ในระหว่างที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียน

               (4) ลูกจ้างประจำของส่วนราชการ ต้องปฏิบัติงานติดต่อกันมาเป็น

ระยะเวลาไม่น้อยกว่า  8 ปีบริบูรณ์ นับตั้งแต่วันเริ่มจ้างจนถึงสันก่อนวันพระราชพิธีเฉลิม

พระชนมพรรษาของปีที่จะขอพระราชทานไม่น้อยกว่า 60 วัน

               (5) ดะโต๊ะยุติธรรม หรือผู้พิพากษาสมทบ ต้องดำรงตำแหน่งติดต่อกัน

มาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปีบริบูรณ์ หรือดำรงตำแหน่งมีเวลารวมกันไม่น้อยกว่า 4 ปีบริบูรณ์

แล้วแต่กรณี นับตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ดำรงตำแหน่งจนถึงวันก่อนวัน

พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาของปีที่จะขอพระราชทานไม่น้อยกว่า 60 วัน

               (6) พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานองค์การของรัฐ หรือพนักงานหน่วย

งานของรัฐที่มีลักษณะอย่างเดียวกัน และบุคคลหรือพนักงานอื่น ต้องปฏิบัติงานติดต่อกันมาเป็น

เวลาไม่น้อยกว่า 8 ปีบริบูรณ์ หรือไม่น้อยกว่า 5 ปีบริบูรณ์ แล้วแต่กรณี นับตั้งแต่เริ่มจ้าง

จนถึงวันก่อนวันพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาของปีที่จะขอพระราชทาน

ไม่น้อยกว่า 60 วัน

               (7) ผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานตามกฎหมายเกี่ยวกับการปกครองส่วน

ท้องถิ่น และผู้ปฏิบัติงานตามกฎหมายว่าด้วยการปกครองท้องที่  ต้องดำรงตำแหน่งใด

ตำแหน่งหนึ่ง หรือหลายตำแหน่งติดต่อกันมาไม่น้อยกว่า 3 ปีบริบูรณ์ หรือได้ดำรงตำแหน่งใด

ตำแหน่งหนึ่ง หรือหลายตำแหน่งมาแล้ว มีเวลารวมกันไม่น้อยกว่า 5 ปีบริบูรณ์ นับตั้งแต่วัน

ที่ได้ดำรงตำแหน่งจนถึงวันก่อนวันพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาของปีที่จะขอพระราชทาน

ไม่น้อยกว่า 60 วัน

          ในการนับระยะเวลาตาม  (3)(4)  และ  (6) แลการนับระยะเวลาเพื่อ

เสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เลื่อนชั้นตราให้สูงขึ้นตามหลักสูตรตามหลักเกณฑ์

ที่กำหนดในบัญชีท้ายระเบียบนี้ หากผู้ข้อพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ถูกลงโทษทางวินัย

ในปีใด ให้เพิ่มกำหนดระยะเวลาการขอพระราชทานอีก 1 ปี ยกเว้นโทษภาคทัณฑ์

          ข้อ 20 ผู้รับผิดเครื่องราชอิสริยาภรณ์ผู้ใดถูกกล่าวหาว่า

               (1) กระทำความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงและถูกตั้งกรรมการ

สอบสวนแล้ว คือ

               (2) กระทำความผิดทางอาญา และอยู่ระหว่างสอบสวนของพนัก

งานสอบสวนหรืออยู่ระหว่างการดำเนินคดีอาญาในศาล แม้คดียังไม่ถึงที่สุด เว้นแต่ความผิด

ลหุโทษหรือความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียว ก่อนการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณา

เสนอขอพระราชทานในปีใดให้กระทรวง ทบวง กรม หรือบุคคลตามข้อ 16 แจ้งพฤติการณ์

ดังกล่าวให้คณะกรรมการตามข้อ  23  หรือข้อ 24 แล้วแต่กรณี ทราบด้วย และคณะกรรม

การอาจมีมติให้รอการพิจารณาการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับผู้นั้นไว้ก่อน

ก็ได้

          ข้อ 21 การเสนอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้ข้าราชการกลาโหม

พลเรือน ให้ถือตามขั้นเงินเดือนที่ได้รับเทียบกับผู้มียศทหารตามอัตราตำแหน่งที่ดำรงอยู่

          ข้อ 22 ข้าราชการ ลูกจ้างประจำของส่วนราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ

ให้พนักงานองค์การของรัฐ หรือพนักงานหน่วยงานของรัฐที่มีลักษณะอย่างเดียว และบุคคล

หรือพนักงานอื่นที่ต้องพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่เพราะเกษียณอายุในปีใด ให้มีสิทธิได้รับการ

พิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในปีที่พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่นั้นด้วย

 

                             หมวด 3

                  การพิจารณาการเสนอขอพระราชทาน

          ข้อ 23 ให้มีคณะกรรมการพิจารณาการเสนอขอพระราชทานเครื่องราช

อิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพายคณะหนึ่ง ประกอบด้วย

               (1) นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี

                   ที่ได้รับมอบหมาย                      เป็นประธาน

                                                     กรรมการ

               (2) รองนายกรัฐมนตรี                     เป็นกรรมการ

               (3) รัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง จำนวน 5 คน เป็นกรรมการ

               (4) เลขาธิการพระราชวังหรือผู้แทน           เป็นกรรมการ

               (5) เลขาธิการคณะรัฐมนตรี                 เป็นกรรมการ

                                                     และเลขานุการ

               (6) รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรีหรือ

                   ผู้ช่วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

                   ที่เลขานุการคณะรัฐมนตรีมอบหมาย         เป็นกรรมการและ

                                                     ผู้ช่วยเลขานุการ

          ให้คณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง มีอำนาจและหน้าที่ในการพิจารณาเสนอขอ

พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพายทุกชั้นตราแก่บุคคลที่สมควรขอพระราชทาน

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นต่ำกว่าสายสะพายแก่บุคคล

ดังต่อไปนี้อีกด้วย

                    (1) องคมนตรี

                    (2) ข้าราชการการเมือง สมาชิกรัฐสภา และข้าราชการรัฐสภา

ฝ่ายการเมือง

                    (3) ข้าราชการการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใน

กรุงเทพมหานคร ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร

                    (4) คู่สมรสของบุคคลที่มีสิทธิได้รับพระราชทาน

          ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง มีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือ

คณะทำงานเพื่อกลั่นกรอง ตรวจหรือดำเนินการอื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

          ข้อ 24 ให้มีคณะกรรมการพิจารณาการเสนอของพระราชทานเครื่องราช

อิสริยาภรณ์ชั้นต่ำกว่าสายสะพายคณะหนึ่ง ประกอบด้วย

                (1) รองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี

                     ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย          เป็นประธานกรรมการ

                (2) ปลัดกระทรวงหรือปลัดทบวงที่

                    ประธานกรรมการแต่งตั้ง

                    จำนวน 5 คน                   เป็นกรรมการ

                (3) เลขาธิการ ก.พ.                เป็นกรรมการ

                (4) เลขาธิการคณะรัฐมนตรี            เป็นกรรมการ

                (5) รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

                    หรือผู้ช่วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

                    ที่เลขาธิการคณะรัฐมนตรีมอบหมาย    เป็นกรรมการ

                (6) ผู้อำนวยการกองประกาศิต          เป็นกรรมการ

                (7) ข้าราชการในกองประกาศิตที่

                    เลขาธิการคณะรัฐมนตรีมอบหมาย     เป็นกรรมการและ

                                                 ผู้ช่วยเลขานุการ

          ให้คณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง มีอำนาจและหน้าที่ในการพิจารณาเสนอ

ขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นต่ำกว่าสายสะพายทุกชั้นตรา

          ข้อ 25 เมื่อสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้รับเอกสารคำขอพระราชทาน

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แล้ว ให้ตรวจสอบคุณสมบัติ ประวัติการได้รับพระราชทานเครื่องราช

อิสริยาภรณ์ และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่สมควรได้รับตามระเบียบนี้หรือตามหลักเกณฑ์ที่

กำหนดในบัญชีท้ายระเบียบนี้ แล้วเสนอคณะกรรมการตามข้อ 23 หรือข้อ 24 แล้วแต่กรณี

เพื่อพิจารณาตามข้อ 27 ต่อไป

          ข้อ 26 นอกจากอำนาจหน้าที่ตามข้อ 23 และข้อ 24 แล้ว ให้คณะกรรมการ

พิจารณาการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพายหรือชั้นต่ำกว่าสาย

สะพาย แล้วแต่กรณีมีอำนาจหน้าที่ดังนี้

               (1) พิจารณาการยกเว้นคุณสมบัติของผู้เสนอขอพระราชทาน

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามข้อ 10(3)

               (2) พิจารณาการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์กรณี

ขอพระราชทานปีติดต่อกันตามข้อ 11 (3)

               (3) พิจารณาการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์กรณี

ขอพระราชทานเลื่อนชั้นตราก่อนครบกำหนดระยะเวลาตามข้อ 12

               (4) พิจารณาการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์กรณี

ขอพระราชทานข้ามขั้นตราตามข้อ 13

               (5) พิจารณาการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์กรณี

ขอพระราชทานตามข้อ 16 (9) ทั้งนี้ มิให้นำความในข้อ 15 และข้อ 25 มาใช้บังคับ

               (6) พิจารณาการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์กรณี

ผู้ขอพระราชทานถูกกล่าวหาและอยู่ระหว่างการสอบสวนหรือดำเนินคดีตามข้อ 20

               (7) พิจารณาการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้หรือหลักเกณฑ์ที่กำหนดในบัญชีท้ายระเบียบนี้

          ข้อ 27 เมื่อคณะกรรมการตามข้อ 23 หรือข้อ 24 แล้วแต่กรณี พิจารณา

เสร็จแล้ว ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อบุคคลพร้อมทั้งชั้นตราเครื่องราช

อิสริยาภรณ์ ที่สมควรขอพระราชทานให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาเมื่อนายกรัฐมนตรีเห็น

ชอบแล้ว ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อไปยังสำนักราชเลขาธิการเพื่อนำ

ความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หากทรงพระกรุณา

โปรดเกล้า ฯ แล้ว ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

          ข้อ 28 ในกรณีที่มีความจำเป็นรีบด่วนซึ่งไม่อาจเรียกประชุมคณะกรรมการได้

ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อบุคคลผู้สมควรขอพระราชทานที่กำหนดไว้ใน

ระเบียบนี้ต่อนายกรัฐมนตรี โดยไม่ต้องเสนอคณะกรรมการตามข้อ 23 หรือข้อ 24

          เมื่อนายยกรัฐมนตรีเห็นชอบแล้ว ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอ

รายชื่อไปยังสำนักราชเลขาธิการ เพื่อนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทาน

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ หากทรงพระกรุณาแล้วโปรดเกล้าฯ แล้ว ให้ประกาศในราช

กิจจานุเบกษา และนำความเสนอคณะกรรมการตามข้อ 23 หรือข้อ 24 แล้วแต่กรณีเพื่อทราบต่อไป

 

                             หมวด 4

       การเสนอและการพิจารณาเสนอขอพระราชทานแก่บุคคลบางประเภท

          ข้อ 29 การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับชาวต่างประเทศ

ให้เสนอขอพระราชทานได้เมื่อชาวต่างประเทศนั้นได้กระทำคุณประโยชน์แก่ประเทศไทยเป็น

อย่างยิ่ง โดยให้กระทรวง ทบวง กรม ที่ได้รับประโยชน์หรือเกี่ยวข้องมากที่สุดเป็นผู้พิจารณา

เสนอขอพระราชทาน

          ในการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ข้างต้น ให้กระทรวง ทบวง

กรม ที่เสนอขอพระราชทานแจ้งกระทรวงการต่างประเทศเพื่อพิจารณาความเหมาะสมของ

ชั้นตราเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่เสนอขอพระราชทาน โดยพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดใน

บัญชีท้ายระเบียบนี้

          ภายในบังคับปฏิบัติระหว่างประเทศในการแลกเปลี่ยนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

เมื่อกระทรวงการต่างประเทศพิจารณาเห็นสมควรเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ใดและชั้นตราใดแล้ว ให้กระทรวงการต่างประเทศทาบทามรัฐบาลที่ชาวต่างประเทศนั้นถือ

ว่าสัญชาติว่าจะขัดข้องการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ดังกล่าวหรือไม่ หากไม่ขัด

ข้องให้กระทรวง ทบวง กรม ที่เสนอขอพระราชทานแจ้งผลการพิจารณาให้สำนักเลขาธิการ

คณะรัฐมนตรีทราบ  เพื่อนำเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณาเมื่อนายกรัฐมนตรีเห็นชอบแล้ว

ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อไปยังสำนักราชเลขาธิการเพื่อนำความกราบ

บังคมทูลพระราชกรุณาขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หากทรงพระราชกรุณา

โปรดเกล้าฯ แล้ว ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

          ในกรณีนี้ มิให้นำความในข้อ 10 ข้อ 11 ข้อ 12 ข้อ 13 ข้อ 14 ข้อ 23

ข้อ 24 และข้อ 25 มาใช้บังคับ

          ข้อ 30 การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับผู้วายชนม์ ให้

กระทรวง ทบวง กรม ที่ได้รับประโยชน์หรือเกี่ยวข้องมากที่สุดเสนอขอพระราชทานได้เมื่อ

ผู้วายชนม์ได้เคยกระทำคุณประโยชน์ โดยให้ส่งออกไปยังสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

เพื่อนำความเสนอนายกรัฐมนตรี  เพื่อนำความเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณา  เมื่อนายกรัฐ

มนตรีเห็นชอบแล้ว ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อไปยังสำนักราชเลขาธิการ

เพื่อนำความกราบบังคมทูลพระราชกรุณาของพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หากทรง

พระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แล้วให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

          ในกรณีนี้ มิให้นำความในข้อ 10 ข้อ 11 ข้อ 12 ข้อ 13 ข้อ 14 ข้อ 15

ข้อ 23 ข้อ 24 และข้อ 25 มาใช้บังคับ

          ข้อ 31 ให้คณะกรรมการพิจารณาการเสนอขอพระราชทานเครื่องราช

อิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพายหรือคณะกรรมการพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราช

อิสริยาภรณ์ชั้นต่ำกว่าสายสะพาย แล้วแต่กรณีเป็นผู้พิจารณาปัญหาในทางปฏิบัติตามระเบียบนี้

แล้วชอบนายกรัฐมนตรีเพื่อวินิจฉัย

          คำวินิจฉัยของนายกรัฐมนตรีให้ถือเป็นที่สุด

 

                     ประกาศ ณ วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2536

                                ชวน  หลีกภัย

                                นายกรัฐมนตรี