ระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยการแปลงสภาพแอลกอฮอล์

พ.ศ.2540

---------

 

          โดยที่ได้ที่พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมสรรพสามิต กระทรวง

การคลัง พ.ศ.2538 ปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการกรมสรรพสามิต ฉะนั้น เพื่อให้

การปฏิบัติราชการกรมสรรพสามิตเป็นไปด้วยความถูกต้อง เหมาะสมกับสภาวะการณ์

ปัจจุบันและมีประสิทธิ์ภาพมากยิ่งขึ้น กรมสรรพสามิตจึงวางระเบียบการแปลงสภาพ

แอลกอฮอล์ไว้ ดังต่อไปนี้

          ข้อ 1  ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการ

แปลงสภาพแอลกอฮอล์ พ.ศ.2540

          ข้อ 2  ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

          ข้อ 3  ให้ยกเลิก ระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการแปลงสภาพ

แอลกอฮอล์ พ.ศ.2537 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม พงศ.2537

          ข้อ 4  บรรดาข้อบังคับและคำสั่งอื่นใดซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้

ใช้ระเบียบนี้แทน

          ข้อ 5  ในระเบียบนี้

                แอลกอฮอล์ หมายความว่า สุราสามทับหรือสุรากลั่นที่มีแรง

แอลกอฮอล์ตั้งแต่แปดสิบดีกรีขึ้นไป

                โรงงานสุราองค์การสุรา หมายความว่า โรงงานสุราของ

กรมสรรพสามิต ซึ่งกรมสรรพสามิตมอบให้องค์การสุราดำเนินการผลิตแอลกอฮอล์

                โรงงานสุรากรมสรรพสามิต หมายความว่า โรงงานสุราที่

เป็นของกรมสรรพสามิต

                โรงงานสุราอื่น ๆ หมายความว่า โรงงาสุราที่มิใช่โรงงาน

สุราองค์การสุราหรือโรงงานสุรากรมสรรพสามิตตามระเบียบนี้

                ผู้ควบคุมโรงงานสุรา หมายความว่า เจ้าหน้าที่บริหารงาน

สรรพสามิตประจำโรงงานสุรา

          ข้อ 6  ให้อธิบดีกรมสรรพสามิตเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

         

                             หมวด 1

                   การขออนุญาตแปลงสภาพแอลกอฮอล์

 

          ข้อ 7  ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้แปลงสภาพแอลกอฮอล์ได้ ต้องเป็นผู้ได้รับ

ใบอนุญาตให้ทำสุรากลั่นจากกรมสรรพสามิต

          ข้อ 8  ผู้ประสงค์จะแปลงสภาพแอลกอฮอล์ ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีกรม

สรรพสามิต หรือสรรพสามิตจังหวัดที่ตั้งโรงงานสุรา ตามท้ายระเบียบนี้

         

                             หมวด 2

                จำนวนแอลกอฮอล์ที่จะอนุญาตให้แปลงสภาพ

 

          ข้อ 9  โรงงานสุราองค์การสุราและโรงงานสุราอื่น ๆ จะแปลงสภาพ

แอลกอฮอล์ได้จำนวนเท่าใดให้อธิบดีกรมสรรพสามิต เป็นผู้พิจารณาอนุญาต

          ข้อ 10 โรงงานสุรากรมสรรพสามิต จะได้รับอนุญาตให้แปลงสภาพ

แอลกอฮอล์ได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของจำนวนแอลกอฮอล์ที่ผลิตได้ทั้งหมดในโรงงาน

สุราแห่งนั้น โดยให้สรรพสามิตจังหวัดเป็นผู้รับรองบัญชีแสดงรายละเอียดของ วัน

เดือน ปี ที่ต้มกลั่นสุราจำนวนแอลกอฮอล์ที่กลั่นได้ จำนวนแอลกอฮอล์หัว - หางที่

ใช้ทำสุราไม่ได้ และจำนวนแอลกอฮอล์ที่จะขอแปลงสภาพเสนอกรมสรรพสามิต

พิจารณาและเมื่อได้รับอนุญาตจากกรมสรรพสามิตแล้วจึงจะทำการแปลงสภาพได้

          ในกรณีที่โรงงานสุรากรมสรรพสามิต มีแอลกอฮอล์ที่มีคุณภาพไม่

เหมาะสมแก่การทำสุราออกจำหน่ายเกินกว่าร้อยละ 10 และประสงค์จะขอแปลง

สภาพแอลกอฮอล์จำนวนที่เกินนั้นด้วย ให้สรรพสามิตจังหวัดขอให้กรมสรรพสามิต

แต่งตั้งกรรมการไปตรวจสอบแอลกอฮอล์จำนวนที่เกินเพื่อพิจารณาอนุญาตตามความ

จำเป็นได้เป็นราย ๆ ไป

 

                             หมวด 3

                 กำหนดเวลาที่จะขอแปลงสภาพแอลกอฮอล์

 

          ข้อ 11 โรงงานสุราองค์การสุรา จะได้รับอนุญาตให้แปลงสภาพ

แอลกอฮอล์ได้เมื่อใด ให้อธิบดีกรมสรรพสามิตเป็นผู้พิจารณาตามความจำเป็น

          ข้อ 12 โรงงานสุรากรมสรรพสามิตและโรงงานสุราอื่น ๆ ให้ขอ

อนุญาตแปลงสภาพแอลกอฮอล์ได้สองเดือนต่อหนึ่งครั้ง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นเกี่ยวกับ

การค้าหรือเหตุจำเป็นอย่างอื่น เมื่อกรมสรรพสามิตได้พิจารณาแล้ว จะขออนุญาต

ให้แปลงสภาพแอลกอฮอล์เกินกำหนดนั้นก็ได้

 

                             หมวด 4

         ภาชนะที่ใช้บรรจุแอลกอฮอล์แปลงสภาพและฉลากปิดภาชนะบรรจุ

 

          ข้อ 13 ภาชนะที่ใช้บรรจุแอลกอฮอล์แปลงสภาพที่จะนำออกจากโรงงาน

สุราให้บรรจุภาชนะขนาด 18 ลิตร หรือขนาด 200 ลิตร หากจะบรรจุภาชนะขนาด

อื่นจะต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมสรรพสามิตก่อน และเมื่อได้ทำการบรรจุแล้ว

ให้ปิดฉลากให้แน่นสนิทไม่สามารถแกะลอกออกได้

          ข้อ 14 ฉลากที่จะใช้ปิดภาชนะบรรจุแอลกอฮอล์แปลงสภาพ ให้โรงงาน

สุราผู้ดำเนินการแปลงสภาพแอลกอฮอล์จัดทำขึ้นเองและต้องได้รับอนุญาตจากกรม

สรรพสามิตให้ใช้ได้ ทั้งนี้ จะต้องมีข้อความบนฉลากดังต่อไปนี้

               (1) ชื่อโรงงานสุราที่ทำการแปลงสภาพ

               (2) สูตรส่วนผสมที่ใช้แปลงสภาพ โดยมีชื่อสินค้าควบคู่กันไป

ก็ได้

               (3) วัน เดือน ปี ที่บรรจุภาชนะ

               (4) ปริมาตรสุทธิ

               (5) เลขลำดับที่ของภาชนะที่ใช้บรรจุแอลกอฮอล์แปลงสภาพใน

แต่ละปีปฏิทิน

               (6) ข้อความ อันตรายห้ามบริโภคเด็ดขาด

 

                             หมวด 5

                  การควบคุมการแปลงสภาพแอลกอฮอล์

 

          ข้อ 15 ให้เรียกเก็บภาษีสุราสำหรับแอลกอฮอล์ตามจำนวนที่ได้รับ

อนุญาตก่อนทำการแปลงสภาพตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวงซึ่งใช้บังคับในเวลา

นั้น

          ข้อ 16 ให้ใช้สูตรส่วนผสมตามประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง กำหนด

วิธีการแปลงสภาพแอลกอฮอล์ในการแปลงสภาพแอลกอฮอล์ของแต่ละโรงงาน

          ข้อ 17 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดังต่อไปนี้

                (1) ผู้อำนวยการกองวิเคราะห์สินค้าและของกลางหรือผู้แทน

                (2) ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาค หรือผู้แทน

                (3) สรรพสามิตจังหวัด หรือผู้แทน

                (4) ผู้ควบคุมโรงงานสุรา

เป็นผู้ตรวจสอบควบคุมการแปลงสภาพแอลกอฮอล์และเก็บตัวอย่างแอลกอฮอล์แปลง

สภาพบรรจุภาชนะขนาด 0.750 ลิตร จำนวน 3 ขวด ส่งกรมสรรพสามิตเพื่อตรวจ

วิเคราะห์พร้อมทั้งบันทึกการตรวจสอบและควบคุมการแปลงสภาพตามแบบท้าย

ระเบียบนี้

 

                             หมวด 6

                 การเก็บและการขนแอลกอฮอล์แปลงสภาพ

 

          ข้อ 18 ให้เก็บแอลกอฮอล์แปลงสภาพที่ยังไม่ได้นำออกจากโรงงาน

สุราไว้ในสถานที่ซึ่งเป็นสัดส่วน ไม่ให้ปะปนกับแอลกอฮอล์บริสุทธิ์หรือสุราชนิดอื่น

และให้ผู้ควบคุมโรงงานสุราทำบัญชีรับ - จ่าย คงเหลือแอลกอฮอล์แปลงสภาพ เพื่อ

เป็นหลักฐานในการตรวจสอบ

          ข้อ 19 ในการขนแอลกอฮอล์แปลงสภาพออกจากโรงงานสุราไม่ว่า

จะเป็นการขนย้าย หรือขนไปจำหน่าย ให้สรรพสามิตจังหวัดที่ตั้งโรงงานสุราออก

หนังสือสำคัญตามแบบท้ายระเบียบนี้กำกับการขน

          ข้อ 20 ให้ผู้มีความประสงค์จะซื้อแอลกอฮอล์แปลงสภาพเพื่อทำสินค้า

ยื่นคำขออนุญาตตามแบบท้ายระเบียบนี้ และต้องยินยอมปฏิบัติตามข้อตกลงและสัญญา

ที่กำหนดไว้ในคำขอนั้นด้วย โดยยื่นคำขอดังนี้

          ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นต่อสำนักบริหารการจัดเก็บภาษี 1

กรมสรรพสามิต

          ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นต่อสำนักงานสรรพสามิต

จังหวัด ซึ่งสถานที่ที่ใช้แอลกอฮอล์แปลงสภาพทำสินค้าตั้งอยู่ พร้อมด้วยหลักฐาน

ดังนี้

             (1) สูตร ส่วนผสมการแปลงสภาพแอลกอฮอล์ที่ต้องการเพื่อใช้

ทำสินค้า

             (2) บัญชีรายการสินค้าที่จะทำและกรรมวิธีการใช้แอลกอฮอล์

แปลงสภาพเพื่อทำสินค้า พร้อมสำเนาใบอนุญาตให้ทำสินค้าซึ่งส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

ออกให้ (ถ้ามี)

             (3) จำนวนแอลกอฮอล์แปลงสภาพเพื่อทำสินค้าในปีที่ขออนุญาต

และจำนวนสินค้าที่จะทำในระหว่างปี

          ข้อ 21 ในการพิจารณาอนุญาตให้ซื้อแอลกอฮอล์แปลงสภาพเพื่อทำสินค้า

ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิต สำนักบริหารการจัดเก็บภาษี 1 กรมสรรพสามิตหรือ

เจ้าพนักงานสรรพสามิต สำนักงานสรรพสามิตจังหวัด ที่ตั้งสถานที่ที่ใช้แอลกอฮอล์

แปลงสภาพ เพื่อทำสินค้า พิจารณาเสนอกรมสรรพสามิต ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

             (1) ผู้ขออนุญาตต้องไม่อยู่ระหว่างถูกสั่งงดไม่ขายแอลกอฮอล์

แปลงสภาพให้ เว้นแต่การสั่งงดนั้นได้พ้นกำหนด 1 ปีไปแล้ว นับแต่วันที่ถูกสั่งงด

             (2) สถานที่ที่ใช้แอลกอฮอล์แปลงสภาพทำสินค้าตามที่ได้ระบุไว้

ในคำขออนุญาตต้องไม่เคยเป็นสถานที่ถูกสั่งงดไม่ขายแอลกอฮอล์แปลงสภาพให้เว้นแต่

การถูกสั่งงดนั้นได้ผ่านพ้น 1 ปีไปแล้ว นับแต่วันที่ถูกสั่งงด

             (3) เมื่ออธิบดีกรมสรรพสามิตพิจารณาอนุญาตให้ซื้อแอลกอฮอล์ 

แปลงสภาพตามเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดแล้ว ผู้ขออนุญาตจึงดำเนินการซื้อได้

 

                ประกาศ ณ วันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2540

                           สมชัย  ฤชุพันธุ์

                         อธิบดีกรมสรรพสามิต