ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข

ว่าด้วยการรับสมัครบุคคลเพื่อรับทุนเข้าศึกษาหลักสูตรต่าง ๆ

ของกระทรวงสาธารณสุข

พ.ศ. ๒๕๔๑

----------------------

                        เพื่อให้การดำเนินการรับสมัครบุคคลเพื่อรับทุนเข้าศึกษาหลักสูตรต่าง ๆ ของ

กระทรวงสาธารณสุข เป็นไปด้วยความถูกต้องและเหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน กระทรวง

สาธารณสุขจึงออกระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

 

                        ข้อ ๑  ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการรับสมัคร

บุคคลเพื่อรับทุนเข้าศึกษาหลักสูตรต่าง ๆ ของกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๔๑"

 

                        ข้อ ๒  ให้ใช้ระเบียบนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

 

                        ข้อ ๓  ให้ยกเลิก

                        ๓.๑ ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาใน

หลักสูตรวิชาต่าง ๆ ในสถานศึกษาของกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๒๖

                        ๓.๒ ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาใน

หลักสูตรวิชาต่าง ๆ ในสถานศึกษาของกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๐

                        ๓.๓ ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการรับสมัครบุคคลเข้าศึกษา

ในหลักสูตรวิชาต่าง ๆ ในสถานศึกษาของกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๔

 

                        ข้อ ๔  ในระเบียบนี้

                        "ทุนการศึกษา" หมายถึง เงินค่าใช้จ่ายทุกประเภทที่ทางราชการจ่ายหรือจ่าย

ให้เพื่อการศึกษา ฝึกอบรมหรือดูงานในสังกัดหรือนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และให้

หมายความรวมถึงการได้รับสิทธิให้เข้ารับการศึกษาด้วย

                        "ส่วนราชการ" หมายถึง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะ

เป็นกรมตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

                        "หน่วยงาน" หมายถึง กองหรือหน่วยงานที่เรียกซื่ออย่างอื่น และมีฐานะเป็น

กองในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เฉพาะที่มีสถานศึกษาสังกัดอยู่

                        "สถานศึกษา" หมายถึง วิทยาลัย โรงเรียน หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นในสังกัด

กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจัดการศึกษาหลักสูตรต่าง ๆ ตามระเบียบนี้

                        "คณะกรรมการ" หมายถึง คณะกรรมการทุนการศึกษาตามระเบียบนี้

 

                        ข้อ ๕  ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับสำหรับการรับสมัครบุคคล เพื่อรับทุนเข้าศึกษาใน

หลักสูตรต่าง ๆ ตามที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด

                        การยกเลิกหรือการกำหนดหลักสูตรต่าง ๆ ระยะเวลาการศึกษาหรือสถานศึกษา

ให้เป็นไปตามที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด

 

                        ข้อ ๖  ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า "คณะกรรมการทุนการศึกษา"

ประกอบด้วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรม

ต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าสำนักตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ผู้อำนวยการ

สถาบันพระบรมราชชนก ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนสาธารณสุข ผู้อำนวยการกอง

สาธารณสุขภูมิภาค ผู้อำนวยการกองโรงพยาบาลภูมิภาค ผู้อำนวยการกองนิติการ เป็นกรรมการ

และผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ เป็นกรรมการและเลขานุการ

 

                        ข้อ ๗  ให้คณะกรรมการมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

                        (๑) กำหนดประเภทและจำนวนที่จะจัดสรรตามความต้องการของส่วนราชการ

ต่าง ๆ โดยคำนึงความรีบด่วนและความจำเป็นของโครงการหรือแผนงานที่ทางราชการกำหนดไว้

                        (๒) พิจารณาจัดสรรทุนการศึกษาให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

                        (๓) พิจารณาและมีความเห็นเกี่ยวกับหลักสูตรต่าง ๆ ระยะเวลาการศึกษาหรือ

สถานศึกษา

                        (๔) หน้าที่อื่น ๆ ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ หรือตามที่ปลัดกระทรวง

สาธารณสุขมอบหมาย

 

                        ข้อ ๘  ให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีสถานศึกษาสังกัดอยู่

ดำเนินการดังนี้

                        (๑) กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการขอรับทุนการศึกษา

                        (๒) แต่งตั้งกรรมการเพื่อดำเนินการรับสมัครและสอบคัดเลือก

                        (๓) ดำเนินการสอบคัดเลือกและประกาศผลการสอบคัดเลือก

 

                        ข้อ ๙  การรับทุนการศึกษา ให้ดำเนินการโดยการสอบคัดเลือก

                        วิธีการดำเนินการเกี่ยวกับการสอบคัดเลือก ตลอดจนเกณฑ์การตัดสินการ

สอบคัดเลือก และการยกเลิกบัญชีผู้สอบคัดเลือกได้ ให้เป็นไปตามกระทรวงสาธารณสุขประกาศ

กำหนด

                        กระทรวงสาธารณสุขอาจมอบหมายให้ทบวงมหาวิทยาลัยดำเนินการสอบ

คัดเลือกแทนก็ได้

 

                        ข้อ ๑๐  ผู้สมัครสอบคัดเลือกเข้ารับทุนการศึกษาในหลักสูตรต่าง  ๆ ต้องมี

                        ๑๐.๑ คุณสมบัติทั่วไปเช่นเดียวกับผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือน

                        ๑๐.๒ คุณสมบัติเฉพาะสำหรับหลักสูตรนั้น  ๆ ตามที่กระทรวงสาธารณสุข

ประกาศกำหนด

                        ๑๐.๓ ภูมิลำเนาในจังหวัดหรือท้องถิ่นซึ่งส่วนราชการหรือหน่วยงานที่ได้รับ

จัดสรรทุนตั้งอยู่ อย่างน้อย ๑ ปี โดยนับถึงวันปิดรับสมัคร แต่ถ้าผู้สมัครย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ที่

อื่นเพื่อการศึกษา ต้องมีหลักฐานของบิดา มารดา หรือผู้ปกครองแสดงว่ามีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัด

ที่สมัครไม่น้อยกว่า ๕ ปี ยกเว้นการสมัครสอบที่ราชการบริหารส่วนกลาง ผู้สมัครจะมีภูมิลำเนา

ที่ใดก็ได้ หรือตามที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด

 

                        ข้อ ๑๑  ในกรณีที่มีทุนประเภทเดียวกันหลายแห่งในจังหวัดเดียวกัน ผู้สมัคร

มีสิทธิสมัครได้เพียงแห่งเดียว

 

                        ข้อ ๑๒  ผู้ได้รับทุนเข้าศึกษาจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการศึกษา และอาจได้รับ

การอุดหนุนการศึกษาในเรื่องต่าง ๆ ตามที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด

 

                        ข้อ ๑๓  ผู้ได้รับทุนเข้าศึกษา ต้องทำสัญญาเข้าศึกษา รวมทั้งจัดหาผู้ค้ำประกัน

มาทำสัญญาค้ำประกันตามแบบแนบท้ายระเบียบนี้

 

                        ข้อ ๑๔  ผู้รับสัญญา ได้แก่ ส่วนราชการซึ่งเป็นเจ้าของทุนการศึกษา ถ้าเป็น

ทุนการศึกษาที่จัดสรรให้ราชการบริหารส่วนราชการ ให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมหรือผู้ที่ได้รับ

มอบหมายเป็นผู้ลงนามรับสัญญา ถ้าเป็นทุนการศึกษาที่จัดสรรให้จังหวัดต่าง ๆ ให้นายแพทย์

สาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ เป็นผู้ลงนามรับสัญญาแทน

 

                        ข้อ ๑๕  ถ้าผู้เข้ารับทุนการศึกษาต้องออกจากสถานศึกษาเนื่องจากลาออกหรือ

ถูกให้ออกด้วยประการใดก็ตาม จะต้องชดใช้ค่าเสียหาย เงินค่าปรับและดอกเบี้ยแก่ทางราชการ

ตามจำนวนที่ระบุไว้ในสัญญา เว้นแต่ตายหรือเหตุสุดวิสัย

 

                        ข้อ ๑๖  ถ้าผู้เข้ารับทุนการศึกษาต้องเรียนซ้ำชั้นไม่ว่ากรณีใด ๆ นอกจากเหตุ

สุดวิสัย จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการศึกษา และจะไม่ได้รับเงินอุดหนุนใด ๆ จากทางราชการ (ถ้ามี)

ตลอดปีที่ต้องเรียกซ้ำชั้น

 

                        ข้อ ๑๗  ผู้เข้ารับการศึกษา เมื่อสำเร็จการศึกษาจะต้องเข้ารับราชการเป็น

ข้าราชการหรือลูกจ้างตามตำแหน่งและระดับเงินเดือนที่ ก.พ. กำหนดในส่วนราชการที่ได้รับการ

จัดสรรทุนการศึกษา หรือส่วนราชการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข สุดแต่ทางราชการจะบรรจุหรือ

สั่งให้ประจำ ณ ที่ใด โดยไม่ขอย้ายภายใน ๒ ปี นับแต่วันทราบคำสั่งดังกล่าว และรวมเวลาปฏิบัติ

ราชการอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า ๒ เท่าของเวลาที่ใช้ในการศึกษา เว้นแต่

                        (๑) ผู้ได้รับทุนการศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ ให้รับราชการเท่ากับระยะ

เวลาที่ใช้ในการศึกษา แต่ต้องไม่น้อยกว่า ๔ ปี

                        (๒) ผู้ได้รับทุนการศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ ระดับต้น ซึ่งได้รับทุน

เข้าศึกษาต่อเนื่องในหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ (ต่อเนื่อง ๒ ปี เทียบเท่าปริญญาตรี) ยังไม่ต้อง

รับราชการชดใช้ทุนตามสัญญาที่ทำไว้เดิม แต่หลังจากสำเร็จการศึกษาแล้วให้รับราชการชดใช้

ทุนรวมสองสัญญาเท่ากับระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษา แต่ต้องไม่น้อยกว่า ๖ ปี กล่าวคือ

                               (๒.๑) ปฏิบัติราชการชดใช้ทุนตามสัญญาในหลักสูตรพยาบาลศาสตร์

ระดับต้น ไม่น้อยกวาสองเท่าของเวลาที่ใช้ในการศึกษาคือ ๔ ปี

                               (๒.๒) ปฏิบัติราชการชดใช้ทุนตามสัญญาในหลักสูตรพยาบาลศาสตร์

(ต่อเนื่อง ๒ ปี เทียบเท่าปริญญาตรี) ไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของเวลาที่ใช้ในการศึกษาคือ ๒ ปี

                        การที่ผู้รับทุนการศึกษาไปเข้ารับราชการหรือปฏิบัติราชการในส่วนราชการหรือ

หน่วยงานอื่น ถ้าผู้รับสัญญามิได้ให้ความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร แม้ส่วนราชการหรือหน่วย

งานนั้นได้รับไว้ก็ตาม ก็ไม่ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของทางราชการตามความมุ่งหมาย

แห่งสัญญานี้

 

                        ข้อ ๑๘  ผู้เข้ารับทุนการศึกษาเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วไม่ปฏิบัติราชการตาม

สัญญา จะต้องชดใช้เงินค่าเสียหาย เงินค่าปรับและดอกเบี้ย ตามจำนวนที่ระบุไว้ในสัญญา

 

                        ข้อ ๑๙  ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และให้

มีอำนาจออกประกาศ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามระเบียบและเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดปัญหาในการ

ปฏิบัติตามระเบียบนี้

 

                                                            ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๑

                                                                              รักเกียรติ  สุขธนะ

                                                                 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

 

[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

 

[รก. ๒๕๔๑/พ๘๒ง/๒๖/๑๖ กันยายน ๒๕๔๑]

 

                                                                                                พรพิมล/พิมพ์/แก้ไข

                                                                                                ๒๓ ก.ค ๒๕๔๕

                                                                                                A+B (C )