ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

ว่าด้วยการจัดการกองทุนสงเคราะห์ครูใหญ่และครูโรงเรียนเอกชน

พ.ศ. ๒๕๔๑

--------------

                        ด้วยกระทรวงศึกษาธิการเห็นสมควรปรับปรุงระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วย

การจัดการกองทุนสงเคราะห์ครูใหญ่และครูโรงเรียนเอกชนให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

                        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖๖ (๖) มาตรา ๖๗ และมาตรา ๗๒ แห่งพระ

ราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๒๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดยความเห็นชอบ

ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตามหนังสือกระทรวงการคลังที่ กค ๐๕๒๖.๕/๔๔๙๐ ลงวัน

ที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑ จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

                        ข้อ ๑  ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดการกองทุน

สงเคราะห์ครูใหญ่และครูโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๑"

                        ข้อ ๒  ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

                        ข้อ ๓  ให้ยกเลิก

                        (๑) ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดการกองทุนสงเคราะห์ครูใหญ่

และครูโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๒๗

                        (๒) ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดการกองทุนสงเคราะห์ครูใหญ่

และครูโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๐

                        (๓) ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดการกองทุนสงเคราะห์ครูใหญ่

และครูโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๑

                        (๔) ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดการกองทุนสงเคราะห์ครูใหญ่

และครูโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๔

                        บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่บัญญัติไว้แล้วในระเบียบนี้

หรือที่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

                        ข้อ ๔  ในระเบียบนี้

                        "โรงเรียน" หมายความว่า โรงเรียนตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.

๒๕๒๕ ดังนี้

                        (๑) โรงเรียนเอกชนตามมาตรา ๑๕ (๑)

                        (๒) โรงเรียนเอกชนตามมาตรา ๑๕ (๒) แต่ไม่รวมถึงโรงเรียนที่เปิดสอนหลัก

สูตรนานาชาติ หรือหลักสูตรภาษาอังกฤษหรือเฉพาะชาติ

                        (๓) โรงเรียนเอกชนตามมาตรา ๑๕ (๓) ที่จัดการศึกษาตามหลักสูตรของ

กระทรวงศึกษาธิการ

                        "ผู้รับใบอนุญาต" หมายความว่า ผู้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติโรงเรียน

เอกชน พ.ศ. ๒๕๒๕

                        "ครู" หมายความว่า ครูใหญ่หรือครูตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.

๒๕๒๕ แต่ไม่รวมถึงครูใหญ่หรือครูในโรงเรียนที่เปิดสอนหลักสูตรนานาชาติหรือหลักสูตรภาษา

อังกฤษ หรือหลักสูตรเฉพาะชาติ หรือครูพิเศษที่โรงเรียนจ่ายค่าสอนเป็นครั้งคราว หรือจ่ายค่า

สอนเป็นรายชั่วโมง

                        "เลขาธิการ" หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาเอกชน

                        "เจ้าหน้าที่" หมายความว่า เลขาธิการ ผู้อำนวยการกองทุนและสวัสดิการสำนัก

งานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน หรือผู้ที่เลขาธิการมอบหมาย สำหรับกรุงเทพมหานคร ผู้ว่า

ราชการจังหวัด ศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการอำเภอ หรือผู้ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย

สำหรับจังหวัดอื่น

                        "สำนักงาน" หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน

                        "กองทุนสงเคราะห์" หมายความว่า กองทุนสงเคราะห์ตามพระราชบัญญัติ

โรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๒๕

                        "เงินเดือน" หมายความว่า ค่าสอนรายเดือนที่ครูได้รับจากผู้รับใบอนุญาตและ

หรือเงินอุดหนุน

                        "เงินสมทบของครู" หมายความว่า เงินที่ครูออกสมทบในอัตราร้อยละสามของ

เงินเดือนรายเดือนที่ครูแต่ละคนได้รับตามมาตรา ๖๘ (๑) แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน

พ.ศ. ๒๕๒๕

                        "เงินสมทบของผู้รับใบอนุญาต" หมายความว่า เงินที่ผู้รับใบอนุญาตออกสมทบ

เป็นจำนวนเท่ากับเงินสมทบของครูเป็นรายคน ตามมาตรา ๖๘ (๒) แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียน

เอกชน พ.ศ. ๒๕๒๕

                        "เงินสมทบของรัฐบาล" หมายความว่า เงินที่รัฐบาลออกสมทบเป็นจำนวนสอง

เท่าของเงินสมทบครูเป็นรายคน ตามมาตรา ๖๘ (๓) แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.

๒๕๒๕

                        "ธนาคาร" หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์ที่เป็นรัฐวิสาหกิจหรือธนาคารพาณิชย์อื่น

                        "กองทุน" หมายความว่า กองทุนสงเคราะห์ตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน

พ.ศ. ๒๕๒๕ ในบัญชีเงินฝากส่วนที่ได้รับเงินสมทบเพื่อเป็นทุนจ่ายให้แก่ครูใหญ่และครูตาม

ระเบียบนี้

                        ข้อ ๕  ให้เลขาธิการรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

 

                                                                หมวด ๑

                                               กองทุนและการจัดการกองทุน

                                                            ----------------

                        ข้อ ๖  ครูที่ไม่มีสัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ ไม่ต้องส่งเงินสมทบกองทุน

                        ข้อ ๗  ให้ผู้รับใบอนุญาตมีหน้าที่หักและรวบรวมเงินสมทบของครูไว้ทุกคราวที่มี

การจ่ายเงินเดือนตามอัตราที่ครูต้องออกสำหรับเดือนที่แล้วมา และให้นำเงินสมทบดังกล่าวพร้อม

ทั้งเงินสมทบของผู้รับใบอนุญาตตามอัตราที่ต้องออกส่งเข้าบัญชีกองทุน ณ ธนาคารที่กำหนดใน

ข้อ ๑๒  ซึ่งสำนักงานเปิดบัญชีเงินฝากกองทุนไว้ภายในวันที่สิบของเดือนถัดไปทุกเดือนแล้วส่ง

หลักฐานการส่งเงินให้เจ้าหน้าที่ทราบ

                        ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่อาจจะนำส่งเงินสมทบตามกำหนดเวลาในวรรคหนึ่งและ

ได้ร้องขอผ่อนผันการนำส่งต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการ

กระทรวงศึกษาธิการมอบหมาย เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการ

กระทรวงศึกษาธิการมอบหมาย เห็นสมควรจะผ่อนผันเลื่อนกำหนดเวลาการนำส่งเงินสมทบออก

ไปก็ได้

                        ข้อ ๘  สำหรับโรงเรียนที่ได้รับเงินอุดหนุนตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ

ว่าด้วยการอุดหนุนโรงเรียนเอกชน ให้เจ้าหน้าที่หักเงินอุดหนุนไว้ส่วนหนึ่งเท่ากับเงินสมทบของ

ครูและเงินสมทบของผู้รับใบอนุญาตนำส่งเข้ากองทุนทันทีและให้จ่ายเงินอุดหนุนที่เหลือให้กับ

โรงเรียน

                        ในกรณีที่เงินอุดหนุนมีจำนวนน้อยกว่าเงินสมทบของครูและเงินสมทบของผู้รับ

ใบอนุญาตให้ผู้รับใบอนุญาตนำเงินส่งเพิ่มจนครบจำนวนในวันที่มารับเงินอุดหนุน

                        ในกรณีที่เห็นสมควร เจ้าหน้าที่อาจผ่อนผันให้ผู้รับใบอนุญาตนำเงินสมทบของ

ครูและเงินสมทบของผู้รับใบอนุญาตส่งเข้าบัญชีกองทุน ณ ธนาคารเช่นเดียวกับ ข้อ ๗ วรรคหนึ่ง

แทนการหักเงินอุดหนุนไว้ก็ได้

                        ข้อ ๙  ผู้รับใบอนุญาตซึ่งไม่นำส่งเงินสมทบ หรือส่งไม่ครบจำนวนในคราวใด

ภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือภายในระยะเวลาที่ได้รับการผ่อนผันตามข้อ ๗ วรรคสองต้องจ่าย

เงินเพิ่มอีกในอัตราร้อยละสองต่อเดือนของจำนวนเงินสมทบที่ไม่นำส่งหรือส่งไม่ครบในคราวนั้น

                        การคำนวณเงินเพิ่มตามวรรคหนึ่ง เศษของเดือนให้นับเป็นหนึ่งเดือน

                        ข้อ ๑๐  ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตนำส่งหรือนำฝากเงินสมทบไม่ครบถ้วนและ

หรือไม่นำส่งหรือนำฝากภายในกำหนดเวลา ให้เจ้าหน้าที่คอยเร่งรัดและรายงานให้สำนักงานทราบ

ถ้าปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตไม่นำส่งหรือนำฝากเงินสมทบหรือเงินเพิ่ม หรือนำฝากไม่ครบเป็น

ระยะเวลาเกินหนึ่งปี ให้เจ้าหน้าที่รายงานตามลำดับ จนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามมาตรา ๗๑ แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๒๕

                        ข้อ ๑๑  ให้สำนักงานเบิกเงินสมทบของรัฐบาลตามวงเงินที่รัฐบาลต้องจ่ายสมทบ

แต่ละเดือนเป็นรายเดือน นำส่งเข้ากองทุนภายในวงเงินงบประมาณที่ได้รับแต่ละปี

                        เมื่อสิ้นปีงบประมาณ ให้สำนักงานคำนวณจำนวนเงินสมทบที่รัฐบาลต้องออก

ตลอดปีที่แล้วมา ถ้าจำนวนเงินที่ได้เบิกไปแล้วตามวรรคแรกเกินกว่าจำนวนเงินสมทบที่รัฐบาล

ต้องออก ให้สำนักงานถอนเงินส่วนที่เกินนำส่งคืนคลังทันทีแต่ถ้างบประมาณที่ได้รับน้อยกว่า

จำนวนเงินสมทบที่รัฐบาลต้องออก ก็ให้ตั้งงบประมาณเพิ่มเติมในปีถัดไป

                        ข้อ ๑๒  ให้นำเงินกองทุนไปหาดอกผลได้ดังนี้

                        (๑) ฝากประจำในธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ

                        (๒) ซื้อพันธบัตรของรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจ

                        ข้อ ๑๓  ให้สำนักงานเปิดบัญชีเงินฝากกองทุนสงเคราะห์ไว้ที่ธนาคารซึ่งเป็น

รัฐวิสาหกิจทั้งประเภทประจำ ประเภทสะสมทรัพย์ และหรือประเภทกระแสรายวันตามวงเงินที่

สำนักงานเห็นสมควร

                        ห้ามมิให้นำเงินที่มิใช่ของกองทุนฝากไว้ในบัญชีเงินฝากของกองทุน

                        ข้อ ๑๔  การสั่งจ่ายเงินจากบัญชีเงินฝาก ให้เลขาธิการหรือผู้ที่เลขาธิการมอบ

หมายฝ่ายหนึ่ง กับผู้อำนวยการกองกองทุนและสวัสดิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน

หรือผู้ที่ผู้อำนวยการกองกองทุนและสวัสดิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนมอบหมาย

อีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ลงนามร่วมกันอย่างน้อยฝ่ายละหนึ่งคนสำหรับกรุงเทพมหานคร

                        ส่วนภูมิภาคให้ศึกษาธิการจังหวัดหรือผู้ที่ศึกษาธิการจังหวัดมอบหมายฝ่ายหนึ่ง

กับฝ่ายการเงินและบัญชีของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดอีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ลงนามร่วมกันอย่าง

น้อยฝ่ายละหนึ่งคน

                        การจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิ ให้จ่ายเป็นเช็คในนามของผู้มีสิทธิรับเงินโดยขีดฆ่าคำ

ว่า "หรือตามคำสั่ง" หรือ "ผู้ถือ" ออก และจะขีดฆ่าคร่อมหรือไม่ก็ได้ หรือจ่ายเข้าบัญชีเงินฝาก

ในธนาคารของผู้มีสิทธิรับเงิน

                        ข้อ ๑๕  เงินกองทุนให้นำไปจ่ายได้ตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการหรือมติ

คณะรัฐมนตรี

                        ข้อ ๑๖  ในกรณีที่มีการโอนเงินกองทุนไปจ่ายแก่ครูในจังหวัดอื่น ให้ทำได้โดย

โอนผ่านธนาคารที่เปิดบัญชีเงินฝาก และให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดทำบัญชีรับจ่ายเงินให้

เรียบร้อย และรวบรวมหลักฐานการรับจ่ายเงินให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบ

                        ให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดทำรายงานรับจ่ายเงินกองทุน ให้สำนักงานทราบ

เป็นประจำทุกเดือน

                        ข้อ ๑๗  ในกรณีที่ได้มีการเบิกจ่ายและหรือโอนเงินกองทุนไปเพื่อจ่ายแล้วแต่ผู้มี

สิทธิไม่ได้รับเงินโดยมิใช่เกิดจากการกระทำของบุคคลนั้น ให้สำนักงานโดยอนุมัติของคณะ

อนุกรรมการกองทุนสงเคราะห์เบิกจ่ายและหรือโอนเงินกองทุนสงเคราะห์ไปทดรองจ่ายให้ก่อนได้

และให้ดำเนินการสอบสวนหาผู้รับผิดในทางแพ่งโดยถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติความรับผิด

ทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ อย่างเคร่งครัด

                        ข้อ ๑๘  ให้สำนักงานจัดทำบัญชีเพื่อบันทึกรายการรับจ่ายเงิน ทรัพย์สินและหนี้

สิน ของกองทุนให้ถูกต้องตามสภาพที่เป็นจริง และให้จัดทำรายงานการเงินให้สำนักงานตรวจเงิน

แผ่นดินทราบภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ

 

                                                                หมวด ๒

                                             คณะอนุกรรมการบริหารกองทุน

                                                            --------------

                        ข้อ ๑๙  ให้คณะกรรมการการศึกษาเอกชนแต่งตั้งคณะอนุกรรมการกองทุน

สงเคราะห์คณะหนึ่งประกอบด้วย เลขาธิการเป็นประธานคณะอนุกรรมการ รองเลขาธิการที่กำกับดู

แลกองทุนและสวัสดิการเป็นรองประธาน ผู้อำนวยการกองและหัวหน้ากองที่เกี่ยวข้องเป็น

อนุกรรมการ ผู้อำนวยการกองกองทุนและสวัสดิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน เป็น

อนุกรรมการและเลขานุการ หัวหน้าฝ่ายกองทุนสงเคราะห์ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน

เป็นอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ และอนุกรรมการอื่นอีกไม่เกิน ๑๒ คน ในจำนวนนี้ให้มีผู้รับใบ

อนุญาต ๓ คน ครู ๖ คน และผู้ทรงคุณวุฒิทางกฎหมาย ทางการคลังหรือทางงบประมาณอีก ๓ คน

                        อนุกรรมการที่คณะกรรมการการศึกษาเอกชนแต่งตั้ง อยู่ในตำแหน่งคราวละสอง

ปี อนุกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งอีกก็ได้

                        ข้อ ๒๐  นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามข้อ ๑๙ วรรคสอง อนุกรรมการ

ซึ่งคณะกรรมการการศึกษาเอกชนแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

                        (๑) ตาย

                        (๒) ลาออก

                        (๓) คณะกรรมการการศึกษาเอกชนให้ออก

                        (๔) ขาดคุณสมบัติการเป็นผู้รับใบอนุญาตหรือครู

                        เมื่ออนุกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ คณะกรรมการการศึกษาเอกชนอาจ

แต่งตั้งผู้อื่นให้เป็นกรรมการแทนได้ ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งแทนให้อยู่ในตำแหน่งตามวาระของผู้ซึ่งตน

แทน

                        ข้อ ๒๑  คณะอนุกรรมการกองทุนสงเคราะห์มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้

                        (๑) พิจารณาให้ความเห็นในเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับระเบียบและวิธีปฏิบัติงานของ

กองทุนสงเคราะห์ รวมทั้งสวัสดิการและส่งเสริมความมั่นคงในอาชีพของครู

                        (๒) ควบคุมและตรวจสอบให้การดำเนินงานของกองทุนสงเคราะห์เป็นไปตาม

ระเบียบ

                        (๓) ให้ความเห็นหรือคำแนะนำเรื่องอื่น ๆ ตามที่สำนักงานร้องขอ

                        (๔) ประสานงานกับโรงเรียนและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ของกอง

ทุนสงเคราะห์

 

                                                                หมวด ๓

                            การส่งเงินสมทบของโรงเรียนตามมาตรา ๑๕ (๑) และ (๓)

                                                            ---------------

                        ข้อ ๒๒  โรงเรียนตามหมวดนี้ ต้องนำส่งเงินสมทบตามระเบียบนี้ ได้แก่

                        (๑) โรงเรียนเอกชนตามมาตรา ๑๕ (๑)

                        (๒) โรงเรียนเอกชนตามมาตรา ๑๕ (๓) ที่จัดการศึกษาตามหลักสูตรของ

กระทรวงศึกษาธิการ

                        สำหรับโรงเรียนที่สำนักพระราชวังเป็นผู้รับใบอนุญาต โรงเรียนสงเคราะห์เด็ก

ยากจนตามพระราชประสงค์ หรือโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือพระราชูปถัมภ์ที่จัดการ

ศึกษาเพื่อการกุศลซึ่งมีการจัดสวัสดิการให้แก่ครูแล้ว รัฐมนตรีอาจยกเว้นให้ไม่ต้องนำส่งเงิน

สมทบกองทุนก็ได้

                        ข้อ ๒๓  เงินสมทบที่โรงเรียนตามหมวดนี้นำส่ง ให้นำฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงิน

สมทบเฉพาะโรงเรียนตามหมวดนี้ ห้ามนำเงินสมทบจากโรงเรียนลักษณะอื่นเข้าฝากไว้ในบัญชีนี้

                        เงินฝากหรือดอกผลให้นำไปใช้จ่ายเพื่อประโยนช์ของโรงเรียนตามหมวดนี้เท่านั้น

 

                                                                หมวด ๔

                                    การส่งเงินสมทบของโรงเรียนตามมาตรา ๑๕ (๒)

                                                            ----------------

                        ข้อ ๒๔  โรงเรียนตามหมวดนี้ ที่ต้องนำส่งเงินสมทบตามระเบียบนี้ ได้แก่

โรงเรียนเอกชนตามมาตรา ๑๕ (๒) ที่มีลักษณะและคุณสมบัติ ดังนี้

                        (๑) เป็นโรงเรียนที่เปิดสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ หรือหลักสูตรที่

ได้รับอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการ แต่ไม่รวมถึงหลักสูตรนานาชาติ หลักสูตรภาษาอังกฤษ หรือ

หลักสูตรเฉพาะชาติ

                        (๒) ได้รับอนุญาตให้เปิดทำการสอนติดต่อตลอดปี และมีเวลาทำการไม่น้อยกว่า

วันละ ๗ ชั่วโมง

                        (๓) ดำเนินกิจการเป็นประจำต่อเนื่องกันมาแล้วไม่น้อยกว่า ๓ ปี

                        (๔) บรรจุครูเข้าทำการสอนตามอัตราส่วนที่สำนักงานกำหนด

                        ข้อ ๒๕  ครูของโรงเรียนตามหมวดนี้ที่ต้องนำส่งเงินสมทบกองทุน ได้แก่

                        (๑) เป็นครูที่ได้รับอนุญาตให้บรรจุถูกต้อง

                        (๒) ทำการสอนประจำสัปดาห์ละไม่ต่ำกว่า ๑๕ ชั่วโมง

                        (๓) ได้รับเงินค่าตอบแทนเป็นรายเดือน

                        (๔) ทำการสอนติดต่อกันจนถึงปัจจุบันไม่น้อยกว่า ๓ ปี

                        (๕) ไม่เป็นข้าราชการ ลูกจ้างประจำ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ

                        (๖) ต้องมีสัญชาติไทย

                        ข้อ ๒๖  เงินสมทบที่โรงเรียนตามหมวดนี้นำส่ง ให้นำฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงิน

สมทบเฉพาะโรงเรียนตามหมวดนี้ ห้ามนำเงินสมทบจากโรงเรียนลักษณะอื่นเข้าฝากไว้ในบัญชีนี้

                        เงินฝากหรือดอกผลให้นำไปใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ของโรงเรียนตามหมวดนี้เท่านั้น

การให้การสงเคราะห์และการให้สวัสดิการแก่ครูที่ส่งเงินสมทบตามหมวดนี้ ให้ใช้จ่ายจากดอกผล

ของกองทุนที่ฝากในบัญชีเงินฝาก เงินสมทบตามหมวดนี้

 

                                                                        ประกาศ ณ วันที่ ๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๑

                                                                                        ชุมพล  ศิลปอาชา

                                                                             รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

 

[รก.๒๕๔๑/๗๒ง/๓๗/๘ กันยายน ๒๕๔๑]

                                                                                                            อัมพิกา/แก้ไข

                                                                                                            ๓๑/๘/๔๔