ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ว่าด้วยวิธีพิจารณาการคัดค้านการเลือกตั้ง

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา

พ.ศ. 2542

-------------

            อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 10 (7) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ

ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2541 และมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติประกอบ

รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2541

คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

            ข้อ 1  ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีพิจารณา

การคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2542"

            ข้อ 2  ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

            ข้อ 3  ในระเบียบนี้

            "เลือกตั้ง" หมายความว่า เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา

แล้วแต่กรณี

            "ผู้คัดค้าน" หมายความว่า ผู้มีสิทธิคัดค้านการเลือกตั้งตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ

ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา

            "ผู้ถูกคัดค้าน" หมายความว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา แล้วแต่กรณี

ซึ่งถูกคัดค้านการเลือกตั้ง

            "คำร้องคัดค้าน" หมายความว่า คำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

หรือสมาชิกวุฒิสภา แล้วแต่กรณี

            "เรื่องคัดค้านการเลือกตั้ง" หมายความว่า เรื่องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

และสมาชิกวุฒิสภา แล้วแต่กรณี

            "คณะอนุกรรมการ" หมายความว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาการคัดค้านการเลือกตั้ง

            "พนักงาน" หมายความว่า พนักงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

            "เลขาธิการ" หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง

            ข้อ 4  ในการปฏิบัติหน้าที่ของเลขาธิการตามระเบียบนี้ เลขาธิการอาจมอบหมายให้

รองเลขาธิการ ซึ่งรับผิดชอบงานด้านการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย หรือพนักงานตำแหน่ง

ระดับ 10 ขึ้นไป เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนก็ได้

            ข้อ 5  ให้เลขาธิการมีอำนาจออกระเบียบโดยความเห็นชอบของสำนักงานคณะกรรมการ

การเลือกตั้งเกี่ยวกับการปฏิบัติงานระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งและสำนักงาน

คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน และพนักงานตามระเบียบนี้

 

                                                                หมวด 1

                                                                บททั่วไป

                                                             ----------------

            ข้อ 6  การคัดค้านการเลือกตั้งตามมาตรา 94  แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ

ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2541 ให้เป็นไปตาม

หลักเกณฑ์และวิธีการให้กำหนดไว้ในระเบียบนี้

            ในกรณีจำเป็น คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจเร่งรัดขั้นตอนการพิจารณาเรื่องคัดค้าน

การเลือกตั้งหรือนำเรื่องคัดค้านการเลือกตั้งมาพิจารณาเองก็ได้

            ข้อ 7  เรื่องคัดค้านการเลือกตั้งดังต่อไปนี้ คณะอนุกรรมการจะรับหรือยกขึ้นพิจารณา

ไม่ได้

            (1) เรื่องที่มิได้ยื่นคำร้องคัดค้านภายในสามสิบวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง

            (2) เรื่องที่มิได้ยื่นคำร้องคัดค้านเพราะเหตุตามมาตรา 41 หรือมาตรา 43 แห่งพระราช

บัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา

พ.ศ. 2541 ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง

            (3) เรื่องที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว

            ข้อ 8  เรื่องคัดค้านการเลือกตั้งซึ่งไม่ระบุพยานหลักฐานชัดแจ้งเพียงพอหรือเป็นเรื่องที่

มีลักษณะเป็นบัตรสนเท่ห์ซึ่งไม่ระบุพยนหลักฐานชัดแจ้งเพียงพอที่จะสามารถดำเนินการต่อไปได้

หรือเป็นเรื่องซึ่งคำร้องคัดค้านไม่เข้าลักษณะตามข้อ 16 คณะอนุกรรมการอาจไม่รับหรือไม่ยกขึ้น

พิจารณาก็ได้

                                                               หมวด 2

                                คณะอนุกรรมการพิจารณาการคัดค้านการเลือกตั้ง

                                                           ----------------

            ข้อ 9  ให้มีคณะอนุกรรมการ เรียกว่า "คณะอนุกรรมการพิจารณาการคัดค้านการเลือกตั้ง"

ประกอบด้วยประธานอนุกรรมการ และอนุกรรมการอื่นซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง แต่งตั้งจาก

ผู้ทรงคุณวุฒิด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ การสืบสวนสอบสวน การบัญชี หรือการตรวจ

สอบภายใน

            คณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่ง ให้มีจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินเจ็ดคน และอาจมี

หลายคณะก็ได้

            ให้เลขาธิการแต่งตั้งพนักงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งคนหนึ่งเป็น

เลขานุการและจะให้มีผู้ช่วยเลขานุการคนหนึ่งหรือหลายคนก็ได้

            ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้เลขานุการสามารถเสนอความเห็นต่อที่ประชุมคณะอนุกรรมการ

            ข้อ 10  ผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการจะต้องไม่เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่ง

ในทางการเมือง สมาชิกสภาส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น กรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่

รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง หรือดำรงตำแหน่งใด ๆ ในพรรคการเมือง

            ข้อ 11  คณะอนุกรรมการมีอำนาจหน้าที่พิจารณาและเสนอความเห็นในการพิจารณา

เรื่องคัดค้านการเลือกตั้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ

การเลือกตั้งมอบหมาย

            ข้อ 12  ในการปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบนี้ ให้คณะอนุกรรมการมีอำนาจดังต่อไปนี้

            (1) ให้หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือราชการส่วนท้องถิ่น มีหนังสือ

ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือให้ความเห็นในการปฏิบัติงานหรือส่งเอกสาร หลักฐาน หรือพยานหลักฐาน

อื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณา

            (2) ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานตาม (1) เจ้าหน้าที่ของรัฐ พนักงานอัยการ พนักงาน

สอบสวน หรือบุคคลใด มีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง หรือมาให้ถ้อยคำ หรือส่งเอกสาร หลักฐาน

หรือพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณา

            ข้อ 13  ในการประชุมของคณะอนุกรรมการต้องมีอนุกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่า

กึ่งหนึ่งของคณะอนุกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม เว้นแต่กรณีที่เป็นการพิจารณาทำ

ความเห็นหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการคัดค้านการเลือกตั้งต้องมีอนุกรรมการมาประชุมไม่น้อย

กว่าสามในห้าของคณะอนุกรรมการทั้งหมด

            ให้ประธานอนุกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ในกรณีที่ประธานอนุกรรมการไม่

สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อนุกรรมการที่มาประชุมดำเนินการประชุมโดยเลือกอนุกรรมการ

คนหนึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม

            ข้อ 14  การลงมติของคณะอนุกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก

            อนุกรรมการคนหนึ่งให้มีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้

ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

            เรื่องใดถ้าไม่มีผู้คัดค้าน ให้ประธานในที่ประชุมถามที่ประชุมว่ามีผู้เห็นเป็นอย่างอื่น

หรือไม่ เมื่อไม่มีผู้เห็นเป็นอย่างอื่น ให้ถือว่าที่ประชุมลงมติเห็นชอบในเรื่องนั้น

 

                                                              หมวด 3

                        วิธีพิจารณาการคัดค้านการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นในราชอาณาจักร

                                                          ----------------

                                                               ส่วนที่ 1

                                                      การยื่นคำร้องคัดค้าน

                                                           ----------------

            ข้อ 15  ผู้คัดค้านต้องยื่นคำร้องคัดค้านด้วยตนเอง ในกรณีที่เป็นการยื่นคำร้องคัดค้าน

ของพรรคการเมืองให้หัวหน้าพรรคการเมืองหรือกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ได้รับมอบหมาย

เป็นหนังสือโดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง เป็นผู้ยื่นคำร้องคัดค้าน

            ข้อ 16  คำร้องคัดค้านต้องทำเป็นหนังสือ ใช้ถ้อยคำสุภาพ และอย่างน้อยต้องมี

            (1) ชื่อและที่อยู่ของผู้คัดค้าน

            (2) ระบุเรื่องอันเป็นเหตุให้คัดค้านการเลือกตั้ง พร้อมทั้งข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ตาม

สมควรเกี่ยวกับเรื่องที่คัดค้านการเลือกตั้ง

            (3) ลงลายมือชื่อของผู้ยื่นคำร้องคัดค้านหรือผู้มีอำนาจกระทำการแทน ในกรณีที่พรรค

การเมืองเป็นผู้ยื่นคำร้องคัดค้าน ให้หัวหน้าพรรคการเมืองหรือกรรมการบริหารพรรคการเมือง

ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำร้องคัดค้าน

            ข้อ 17  คำร้องคัดค้านให้ยื่น ณ  สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด

ที่เหตุแห่งการร้องคัดค้านให้เกิดขึ้นในเขตเลือกตั้งภายในจังหวัดนั้น หรือจะยื่น ณ สำนักงาน

คณะกรรมการการเลือกตั้งก็ได้

            ข้อ 18  เมื่อได้รับคำร้องคัดค้านแล้ว ให้ผู้รับคำร้องคัดค้านออกใบรับคำร้องคัดค้านให้แก่

ผู้ร้องคัดค้านไว้เป็นหลักฐาน

            ใบรับคำร้องคัดค้านจะต้องมีข้อความแสดงถึงวัน เดือน ปี เลขที่รับคำร้องคัดค้าน

สถานที่ที่รับคำร้องคัดค้านและลงลายมือชื่อของผู้รับ

            ข้อ 19  คำร้องคัดค้านที่ไดรับไว้แล้ว ให้เลขาธิการหรือผู้อำนวยการการเลือกตั้ง

ประจำจังหวัด แล้วแต่กรณี จัดให้มีการบันทึกการรับคำร้องคัดค้านไว้ในสมุดบันทึกการรับ

คำร้องคัดค้านโดยพลัน

            สมุดบันทึกการรับคำร้องคัดค้านอย่างน้อยต้องระบุวัน เดือน ปี เลขที่รับคำร้องคัดค้าน

ชื่อและที่อยู่ของผู้ร้องคัดค้าน และลายมือชื่อของพนักงานผู้บันทึก

            ข้อ 20  ในกรณีที่เป็นการยื่นคำร้องคัดค้าน ณ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ประจำจังหวัดให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดส่งคำร้องคัดค้านไปยังสำนักงาน

คณะกรรมการการเลือกตั้งโดยพลัน และแจ้งการร้องคัดค้านทางโทรสารไปยังสำนักงาน

คณะกรรมการการเลือกตั้ง อย่างช้าต้องไม่เกินยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่ได้รับคำร้องคัดค้านดังกล่าว

            ข้อ 21  คำร้องคัดค้านที่ได้ยื่นไว้แล้ว ผู้คัดค้านจะถอนคำร้องคัดค้านเสียเวลาใด

ก่อนที่คณะอนุกรรมการจะมีข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งตามข้อ 29 ก็ได้

คณะอนุกรรมการจะมีคำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ถอนคำร้องคัดค้านก็ได้

            เมื่อคณะอนุกรรมการการอนุญาตให้ถอนคำร้องคัดค้านนั้นแล้ว ให้เลขาธิการสั่ง

จำหน่ายคำร้องคัดค้านนั้นและแจ้งให้ผู้คัดค้าน ผู้ถูกคัดค้าน และคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ

            ในกรณีที่คณะอนุกรรมการอนุญาตให้ถอนคำร้องคัดค้านนั้นแล้ว หากเห็นว่าการเลือกตั้ง

ในเขตเลือกตั้งนั้นมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นไปโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย

คณะอนุกรรมการอาจดำเนินการต่อไปก็ได้

 

                                                               ส่วนที่ 2

                                               การรับหรือไม่รับคำร้องคัดค้าน

                                                             ------------

            ข้อ 22  การพิจารณารับหรือไม่รับคำร้องคัดค้านตามระเบียบนี้ ให้นำส่วนที่ 1 เรื่อง

การรับหรือไม่รับเรื่องร้องเรียน หมวด 3 การสืบสวนสอบสวนและการพิจารณาวินิจฉัยของ

คณะอนุกรรมการการวินิจฉัยเรื่องร้องเรียนและปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ของระเบียบ

คณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวนสอบสวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2542

มาใช้บังคับโดยอนุโลม

 

                                                               ส่วนที่ 3

                                                   การสอบสวนเรื่องคัดค้าน

                                                             ------------

            ข้อ 23  เรื่องคัดค้านการเลือกตั้งใดที่ได้รับไว้พิจารณาแล้ว ให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน

ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้รับผิดชอบเรื่องดังกล่าวดำเนินการสอบสวนเรื่องคัดค้านการเลือกตั้งนั้น

โดยเร็ว แต่ในกรณีที่เลขาธิการเห็นว่าเรื่องนั้นไม่มีความจำเป็นต้องสอบสวนต่อไป ให้เลขาธิการ

จัดทำความเห็นหรือข้อสังเกตตามหลักเกณฑ์ในข้อ 24 ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และเสนอให้

คณะอนุกรรมการพิจารณาต่อไป

            หากเลขาธิการเห็นว่าการส่งเรื่องคัดค้านการเลือกตั้งใดไปให้สำนักงานคณะกรรมการ

การเลือกตั้งประจำจังหวัดดำเนินการสอบสวนเรื่องคัดค้านการเลือกตั้ง จะเกิดความสะดวกใน

การสอบสวนเรื่องคัดค้านกรรเลือกตั้ง ให้เลขาธิการส่งเรื่องคัดค้านการเลือกตั้งนั้นให้ผู้อำนวยการ

การเลือกตั้งประจำจังหวัด เพื่อสั่งการให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนของสำนักงานคระกรรมการ

การเลือกตั้งประจำจังหวัดดำเนินการและเมื่อเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนของสำนักงาน

คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดได้รวบรวมพยานหลักฐานเสร็จแล้ว ให้เจ้าหน้าที่สืบสวน

สอบสวนของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทำรายงานการสอบสวน โดยสรุป

ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานพร้อมทั้งความเห็นของตน เพื่อประกอบสำนวนการสืบสวน

สอบสวนเสนอต่อเลขาธิการผ่านผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจังหวัด

            ในการสอบสวนของเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ประจำจังหวัดตามวรรคสอง เลขาธิการอาจสอบหมายให้พนักงานคนใดคนหนึ่งหรือหลายคน

เข้าไปกำกับดูแลกากรสอบสวนของเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนของสำนักงานคณะกรรมการ

การเลือกตั้งประจำจังหวัดและให้พนักงานผู้ได้รับมอบหมายมีอำนาจสั่งให้มีการสอบสวนพยาน

หลักฐานที่จำเป็นหรือเร่งรัดการสอบสวนก็ได้

            ข้อ 24  การสอบสวนของเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนและการจัดทำความเห็นหรือ

ข้อเสนอของเลขาธิการเพื่อเสนอต่อคณะอนุกรรมการตามระเบียบนี้ ให้นำส่วนที่ 3 การสืบสวน

สอบสวนเรื่องร้องเรียน ของหมวด 3 การสืบสวนสอบสวนและการพิจารณาวินิจฉัยของ

คณะอนุกรรมการวินิจฉัยเรื่องร้องเรียนและปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ของระเบียบคณะกรรมการ

การเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวนสอบสวนและการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2542 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

 

                                                              หมวด 4

                              การสอบสวนเรื่องคัดค้านที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร

                                                           --------------

            ข้อ 25  ในกรณีที่มีการคัดค้านการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร การสอบสวนและ

วินิจฉัยเรื่องคัดค้านการเลือกตั้งดังกล่าว ให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการที่ยื่นคำร้องเรียนและการ

สืบสวนสอบสวนเรื่องคัดค้านการเลือกตั้งในส่วนที่ 4 การสืบสวนสอบสวนเรื่องร้องเรียนที่เกิดขึ้น

นอกราชอาณาจักร ของหมวด 3 การสืบสวนและการพิจารณาวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการวินิจฉัย

เรื่องร้องเรียนและปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน

สอบสวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2542 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

 

                                                                หมวด 5

                                                      การพิจารณาและคำสั่ง

                                                            ----------------

            ข้อ 26  การพิจารณาเรื่องร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ให้กระทำด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่อง

และเป็นธรรม

            ข้อ 27  เมื่อได้รับสำนวนการสอบสวนจากเลขาธิการแล้ว คณะอนุกรรมการอาจกำหนด

วันให้ผู้คัดค้านและผู้ถูกคัดค้านมาให้ถ้อยคำชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงหลักฐาน โดยจะต้องแจ้ง

ให้ทราบอย่างน้อยเจ็ดวัน เว้นแต่กรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน จะแจ้งกำหนดวันพิจารณาให้ทราบ

น้อยกว่าเจ็ดวันก็ได้ ในการให้ถ้อยคำ ผู้คัดค้านและผู้ถูกคัดค้านจะทำคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร

ประกอบการให้ถ้อยคำด้วยก็ได้

            ในกรณีที่การพิจารณาไม่อาจดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ในวันเดียว ให้คณะอนุกรรมการ

กำหนดวันประชุมเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาเรื่องนั้นต่อเนื่องกันจนกว่าการพิจารณาจะเสร็จสิ้น

            ข้อ 28  ในการพิจารณาคณะอนุกรรมการอาจมีหนังสือเรียกบุคคลมาให้ถ้อยคำในฐานะ

พยานหรือพยานผู้เชี่ยวชาญ หรือตรวจสอบข้อมูล เอกสาร วัตถุหรือสถานที่ก็ได้

            ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง คณะอนุกรรมการอาจมอบหมายให้เจ้าหน้าที่สืบสวน

สอบสวนกระทำการแทนแล้วรายงานให้ทราบก็ได้

            ข้อ 29  เมื่อการพิจารณาเรื่องคัดค้านการเลือกตั้งเสร็จสิ้น ให้คณะอนุกรรมการมีความเห็น

หรือข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง

            ความเห็นหรือข้อเสนอแนะของคณะอนุกรรมการจะต้องระบุข้อเท็จจริงและเหตุผล

ประกอบด้วยอนุกรรมการทุกคนที่วินิจฉัยเรื่องนั้นต้องลงลายมือชื่อในความเห็นหรือข้อเสนอแนะ

นั้นด้วย

            อนุกรรมการที่ไม่เห็นด้วยกับความเห็นหรือข้อเสนอแนะมีสิทธิทำความเห็นแย้งของตน

รวมไว้ในความเห็นหรือข้อเสนอแนะได้

            ในกรณีที่คณะอนุกรรมการเห็นว่า มีการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติที่มีโทษทางอาญาตามกฎหมาย

ในการเลือกตั้งที่ถูกคัดค้านนั้น ให้คณะอนุกรรมการเสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อให้มี

การดำเนินคดีแก่ผู้กระทำความผิดไปพร้อมกันด้วย

            ข้อ 30  เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับความเห็นหรือข้อเสนอแนะของ

คณะอนุกรรมการแล้ว ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาและมีคำสั่งโดยพลัน

            การลงมติของคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับความเห็นหรือข้อเสนอแนะของ

คณะอนุกรรมการแล้ว ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาและมีคำสั่งโดยพลัน

            การลงมติของคณะกรรมการการเลือกตั้งตามวรรคหนึ่งให้ใช้คะแนนเสียงเอกฉันท์

            คำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ต้องระบุข้อเท็จจริงและเหตุผลประกอบการมีคำสั่ง

และกรรมการการเลือกตั้งที่ลงมติตามวรรคสองทุกคนต้องลงลายมือชื่อในคำสั่งนั้นด้วย

            ข้อ 31  เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำสั่งตามข้อ 30 แล้ว ให้ส่งเรื่องให้เลขาธิการ

เพื่อแจ้งให้ผู้คัดค้าน ผู้ถูกคัดค้านทราบ

            ในกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ให้ประธานกรรมการ

การเลือกตั้งแจ้งให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือประธานวุฒิสภาซึ่งผู้ถูกคัดค้านเป็นสมาชิกอยู่

แล้วแต่กรณี ทราบโดยไม่ชักช้า

            คำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ให้มีการนับคะแนนใหม่หรือให้มีการเลือกตั้งใหม่

ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

 

                                                               หมวด 6

                                                       การดำเนินคดีอาญา

                                                            -------------

            ข้อ 32  ในระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน หรือในระหว่างการ

พิจารณาเรื่อคัดค้านการเลือกตั้งของคณะอนุกรรมการ หากปรากฏว่ามีการกระทำความผิดอาญา

อย่างชัดแจ้งให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนหรือคณะอนุกรรมการแจ้งต่อเลขาธิการเพื่อมอบหมาย

ให้พนักงานคนใดคนหนึ่งร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนที่มีเขตอำนาจตาม

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเพื่อดำเนินคดีต่อไป แล้วแจ้งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง

ทราบ

            ข้อ 33  เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำสั่งในเรื่องคัดค้านการเลือกตั้งใดแล้ว ปรากฏว่า

มีการกระทำอันน่าจะเป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติอันมีโทษทางอาญาตามกฎหมายประกอบ

รัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา หรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย

พรรคการเมือง คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจมอบหมายให้เลขาธิการหรือพนักงานคนใดคนหนึ่ง

ดำเนินการร้องทุกข์ หรือกล่าวโทษแทนคณะกรรมการการเลือกตั้งต่อพนักงานสอบสวนที่มีเขต

อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเพื่อดำเนินคดีต่อไป

            ข้อ 34  การสอบสวนและการพิจารณามีคำสั่งตามระเบียบนี้ ไม่กระทบกระเทือนถึงอำนาจ

หน้าที่ในการดำเนินคดีอาญาของพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการตามประมวลกฎหมาย

วิธีพิจารณาความอาญา

 

                                                                 ประกาศ ณ วันที่ 7  ตุลาคม พ.ศ. 2542

                                                                                           ธีรศักดิ์  กรรณสูต

                                                                                 ประธานกรรมการการเลือกตั้ง