ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

ว่าด้วยการจัดการศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน พุทธศักราช ๒๕๔๑

พ.ศ. ๒๕๔๒

-----------

                        โดยที่กระทรวงศึกษาธิการ มีคำสั่งให้ใช้หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง

พุทธศักราช ๒๕๔๑ จึงสมควรออกระเบียบว่าด้วยการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกัน

                        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ และมาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียน

เอกชน พ.ศ. ๒๕๒๕ กระทรวงศึกษาธิการจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

                        ข้อ ๑  ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการจัดการศึกษา

ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน พุทธศักราช

๒๕๔๑ พ.ศ. ๒๕๔๒"

                        ข้อ ๒  ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๔๑ เป็นต้นไป

                        ข้อ ๓  ตั้งแต่วันที่ใช้ระเบียบนี้ให้ยกเลิกบรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่ง

อื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ หรือที่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ และให้ใช้ระเบียบนี้แทน

                        ข้อ ๔  ให้ใช้ระเบียบนี้บังคับแก่สถานศึกษาที่จัดการศึกษาตามหลักสูตร

ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน พุทธศักราช ๒๕๔๑

                        ข้อ ๕  ในระเบียบนี้

                        "ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง" หมายความว่า การศึกษาตามหลักสูตร

ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ไม่น้อยกว่า ๘๐ หน่วยกิต หลังจากสำเร็จหลักสูตรประกาศนียบัตร

วิชาชีพ (ปวช.) หรือหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม. ๖) หรือเทียบเท่า เรียกชื่อย่อว่า "ปวส."

                        "ผู้เข้าเรียน" หมายความว่า ผู้มาสมัครเข้าเรียนในสถานศึกษาที่ยังไม่ได้ขึ้น

ทะเบียนเป็นนักศึกษา

                        "นักศึกษา" หมายความว่า ผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา ตามหลักสูตร

ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ในสถานศึกษาตามระเบียบนี้

                        "ภาคการศึกษา" หมายความว่า ภาคเรียนปกติ

                        "การศึกษาภาคฤดูร้อน" หมายความว่า ช่วงเวลาที่จัดให้เรียนตามระเบียบ

กระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการเปิดภาคเรียนฤดูร้อนในสถานศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ

                        "ผู้ปกครอง" หมายความว่า บิดา มารดา หรือบุคคลอื่นที่ทำหน้าที่ปกครองดูแล

และให้ความอุปการะแก่นักศึกษา และให้คำรับรองแก่สถานศึกษาว่าจะปกครองดูแลความ

ประพฤติของนักศึกษา ในระหว่างที่เรียนอยู่ในสถานศึกษา

                        "สถานศึกษา" หมายความว่า โรงเรียนเอกชนอาชีวศึกษา หรือสถานศึกษาอื่น ๆ

ที่จัดการศึกษาตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ

                        "หัวหน้าสถานศึกษา" หมายความว่า ผู้รับใบอนุญาต อาจารย์ใหญ่ ครูใหญ่

ผู้อำนวยการ หรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเป็นหัวหน้าสถานศึกษา

                        "กรมเจ้าสังกัด" หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนรวมถึง

ส่วนราชการซึ่งมีฐานะเป็นกรมที่มีสถานศึกษาที่จัดการศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ

ชั้นสูงอยู่ในสังกัด หรือในความควบคุมดูแล

                        "สถานฝึกอาชีพ" หมายความถึง สถานประกอบการ สถานประกอบอาชีพอิสระ

และแหล่งวิทยาการ ซึ่งรับนักศึกษาเข้าเรียนวิชาอาชีพหรือเข้าฝึกงาน

                        "สถานประกอบการ" หมายความถึง สถานประกอบการ สถานประกอบอาชีพ

อิสระ และแหล่งวิทยาการที่จัดการฝึกอาชีพหรือที่เข้าร่วมโครงการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี

                        "ผู้ควบคุมการฝึก" หมายความถึง ผู้ที่สถานประกอบการมอบหมายให้ทำหน้าที่

ควบคุมการฝึกและประสานงานกับสถานศึกษาในการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี และรับผิดชอบ

ดูแลการฝึกอาชีพของนักศึกษาในสถานประกอบการ

                        "ครูฝึก" หมายความถึง ผู้ทำหน้าที่ สอน ฝึก อบรมในสถานประกอบการ

                        "การฝึกอาชีพ" หมายความถึง การเรียนหรือฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการ

                        ข้อ ๖  ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ และให้มี

อำนาจตีความ วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

 

                                                                หมวด ๑

                                                            สภาพนักศึกษา

                                                                ----------

                                                                ส่วนที่ ๑

                                          พื้นความรู้และคุณสมบัติของผู้เข้าเรียน

                                                                ----------

                        ข้อ ๗  ผู้เข้าเรียน ต้องมีพื้นความรู้ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือ

มัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๖) ตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่า

                        ผู้เข้าเรียนจะเข้าเรียนในประเภทวิชา หรือสาขาวิชาใด ต้องสำเร็จหลักสูตร

ประกาศนียบัตรวิชาชีพในประเภทวิชาและสาขาวิชาตามที่หลักสูตรกำหนด ผู้เข้าเรียนที่ไม่ได้

สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพในประเภทวิชา และสาขาวิชาที่กำหนด ต้อง

ผ่านการเรียนรายวิชาปรับพื้นฐานวิชาให้ครบตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแต่ละประเภทวิชาและ

สาขาวิชา

                        ความข้อนี้ไม่ใช้บังคับสำหรับผู้ที่เรียนเป็นบางเวลาหรือบางรายวิชา หรือบางตอน

ของรายวิชา โดยไม่นับจำนวนหน่วยกิตมารวมเพื่อตัดสินการจบหลักสูตรและรับประกาศนียบัตร

วิชาชีพชั้นสูง แต่สถานศึกษาอาจพิจารณาทดสอบขั้นความรู้ความสามารถเป็นราย ๆ ไปก็ได้

                        ข้อ ๘  ผู้เข้าเรียนต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

                        (๑) มีความประพฤติเรียบร้อย

                        (๒) มีร่างกายแข็งแรงและเหมาะสมในการเรียนวิชาชีพนั้น ๆ

                        (๓) ไม่เป็นโรคติดต่อที่สังคมรังเกียจ หรือติดสารเสพติดประเภทร้ายแรง

                        (๔) เป็นผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจากสถานศึกษาให้เข้าเรียนได้

                        (๕) ในกรณีที่นักศึกษายังไม่บรรลุนิติภาวะ ให้ผู้ปกครองมาให้คำรับรอง

                        (๖) มีภูมิลำเนาเป็นหลักแหล่ง

                        (๗) มีความเคารพ เลื่อมใส ศรัทธาต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

                        (๘) มีเจตคติที่ดีต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์

เป็นประมุข

                        คุณสมบัติตามข้อ ๘ (๕) ไม่ใช้บังคับสำหรับผู้ที่เรียนเป็นบางเวลา หรือบางราย

วิชา หรือบางตอนของรายวิชา หรือการศึกษาภาคฤดูร้อน แต่สถานศึกษาอาจให้มีผู้ปกครองมาให้

คำรับรอง และทำใบมอบตัว สำหรับผู้เข้าเรียนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะก็ได้

 

                                                                ส่วนที่ ๒

                                                         การรับผู้เข้าเรียน

                                                               -----------

                        ข้อ ๙  สถานศึกษาจะรับผู้เข้าเรียนในประเภทวิชา สาขาวิชา จำนวนเท่าไร ให้

เป็นไปตามที่กรมเจ้าสังกัดอนุญาต

                        ข้อ ๑๐  สถานศึกษาใด จะใช้การคัดเลือกด้วยวิธีใด จะต้องประกาศให้ทราบ

ทั่วกันอย่างชัดเจน และแจ้งให้กรมเจ้าสังกัดทราบ

 

                                                                ส่วนที่ ๓

                                           การเป็นนักศึกษาและการพ้นสภาพ

                                                               -----------

                        ข้อ ๑๑  การเป็นนักศึกษาและการพ้นสภาพเป็นนักศึกษา ให้สถานศึกษากำหนด

เป็นแนวปฏิบัติ และประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ทั้งนี้ จะต้องไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบกระทรวง

ศึกษาธิการว่าด้วยการประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สำนักงาน

คณะกรรมการการศึกษาเอกชน พุทธศักราช ๒๕๔๑ พ.ศ. ๒๕๔๒ และผู้เข้าเรียนจะมีสภาพการ

เป็นนักศึกษา เมื่อได้ขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาของสถานศึกษา

                        การขึ้นทะเบียนต้องกระทำด้วยตนเองพร้อมทั้งแสดงหลักฐานการสำเร็จการ

ศึกษาตามวันและเวลาที่สถานศึกษากำหนด และให้ส่งสำเนาการขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาให้กรม

เจ้าสังกัดทราบภายใน ๓๐ วัน หลังจากการขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา

 

                                                               หมวด ๒

                                                               การเรียน

                                                               ----------

                                                                ส่วนที่ ๑

                                                      การลงทะเบียนรายวิชา

                                                               -----------

                        ข้อ ๑๒  สถานศึกษาต้องจัดให้นักศึกษาลงทะเบียนรายวิชาต่าง ๆ ให้เสร็จก่อน

วันเปิดภาคการศึกษา โดยให้สถานศึกษากำหนดวันสิ้นสุดการลงทะเบียนตามที่เห็นสมควร แต่

ต้องไม่เกิน ๑๕ วัน นับแต่วันเปิดภาคการศึกษา หรือไม่เกิน ๕ วัน นับแต่วันเปิดการศึกษาภาค

ฤดูร้อน

                        การลงทะเบียนรายวิชา ต้องได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษา

                        ข้อ ๑๓  นักศึกษาที่มิได้ลงทะเบียนภายในเวลาที่สถานศึกษากำหนดถ้าประสงค์

จะรักษาสภาพนักศึกษา ต้องติดต่อลาพักการเรียน ภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันถัดจากวันปิดการลง

ทะเบียน พร้อมทั้งชำระเงินค่าธรรมเนียม

                        ข้อ ๑๔  รายวิชาที่ต้องเรียนต่อเนื่องกันเป็นลำดับ ตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตร

นักศึกษาต้องเรียนรายวิชาต้นก่อน จึงจะมีสิทธิ์ลงทะเบียนรายวิชาถัดไป แต่ถ้านักศึกษาสอบตก

รายวิชาต้นถึง ๒ รายวิชา จะลงทะเบียนรายวิชาที่ถัดไปได้ ถ้าสถานศึกษาพิจารณาเห็นสมควร

                        ข้อ ๑๕  นักศึกษาอาจลงทะเบียนเพื่อเทียบประสบการณ์หรือเทียบความรู้

ตามข้อ ๒๗ แห่งระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการประเมินผลการเรียนตามหลักสูตร

ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน พุทธศักราช ๒๕๔๑ เมื่อ

รวมแล้วไม่เกิน ๒ ใน ๓ ของจำนวนหน่วยกิตรวมทั้งหมดของแต่ละสาขาวิชา และต้องมีเวลาเรียน

อยู่ในสถานศึกษาไม่น้อยกว่า ๒ ภาคการศึกษา

 

                                                                ส่วนที่ ๒

                                         การเปลี่ยน การเพิ่ม และการถอนรายวิชา

                                                               -----------

                        ข้อ ๑๖  นักศึกษาจะขอเปลี่ยนรายวิชาที่ได้ลงทะเบียนไว้แล้ว หรือขอเพิ่มรายวิชา

ต้องกระทำภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันเปิดภาคการศึกษา หรือภายใน ๕ วัน นับแต่วันเปิดการศึกษา

ภาคฤดูร้อน ส่วนการขอถอนรายวิชา ต้องกระทำภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันเปิดภาคการศึกษา หรือ

ภายใน ๑๐ วัน นับแต่วันเปิดการศึกษาภาคฤดูร้อน

                        การถอนรายวิชาภายหลังกำหนดตามวรรคหนึ่งอาจกระทำได้ ถ้าสถานศึกษา

พิจารณาเห็นว่ามีเหตุผลสมควร

                        การขอเปลี่ยน ขอถอน หรือขอเพิ่มรายวิชา ต้องได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์

ผู้สอน และอาจารย์ที่ปรึกษา และให้หัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ได้รับมอบหมายเป็นผู้อนุมัติ

                        ข้อ ๑๗  การถอนรายวิชาภายในกำหนด ตามข้อ ๑๖ ให้ลงอักษร "W" ใน

ระเบียนแสดงผลการเรียน

                        การถอนรายวิชาภายหลังกำหนด ตามข้อ ๑๖ และสถานศึกษาพิจารณาเห็นว่ามี

เหตุผลอันควรก็ให้ลงอักษร "W" ในระเบียนแสดงผลการเรียนเช่นเดียวกัน แต่ถ้าสถานศึกษา

พิจารณาเห็นว่า ไม่มีเหตุผลสมควรก็ให้ลงอักษร "FW"

 

                                                                ส่วนที่ ๓

                            การเรียนโดยไม่นับจำนวนหน่วยกิตมารวมเป็นผลการเรียน

                                                               -----------

                        ข้อ ๑๘  สถานศึกษาอาจอนุญาตให้นักศึกษาลงทะเบียนเรียนรายวิชาใดวิชาหนึ่ง

เพื่อเป็นการเสริมความรู้ โดยไม่นับจำนวนหน่วยกิตของรายวิชานั้นมารวมเพื่อการจบหลักสูตร

                        ข้อ ๑๙  การเรียนรายวิชา โดยไม่นับจำนวนหน่วยกิตมารวมเพื่อการจบหลักสูตร

ต้องปฏิบัติเช่นเดียวกับการเรียนรายวิชาที่เรียนปกติทุกประการ

                        ข้อ ๒๐  เมื่อได้ทำการวัดผลและประเมินผลการเรียนแล้วได้ระดับผลการเรียน

ตั้งแต่ D ขึ้นไป ก็ให้บันทึก "S" ลงในระเบียนแสดงผลการเรียนช่อง "ผลการเรียน" แต่ถ้าได้

ระดับผลการเรียนเป็น F หรือไม่ได้ทำการประเมินผลการเรียน หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม ให้

บันทึก "U" ลงในระเบียนแสดงผลการเรียน และให้ถือว่าเป็นการสิ้นสุดสำหรับการเรียน โดยไม่

นับจำนวนหน่วยกิตมารวมเพื่อการจบหลักสูตร

 

                                                                ส่วนที่ ๔

                                                การนับเวลาเรียนเพื่อสิทธิในการสอบ

                                                               ------------

                        ข้อ ๒๑  ในภาคการศึกษาหนึ่ง ๆ นักศึกษาต้องมีเวลาเรียนในแต่ละรายวิชา

ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเปิดเรียนเต็มสำหรับราชวิชานั้น จึงจะมีสิทธิเข้าสอบปลายภาคการ

ศึกษา

                        ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นอันสุดวิสัย สถานศึกษาอาจพิจารณาผ่อนผันได้เป็นราย ๆ

ไป นักศึกษาที่ไม่มีสิทธิ์เข้าสอบจะขอเทียบประสบการณ์หรือเทียบความรู้ตามข้อ ๒๗ แห่ง

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ

ชั้นสูง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน พุทธศักราช ๒๕๔๑ พ.ศ. ๒๕๔๒ ในภาคการ

ศึกษานั้นมิได้

                        ข้อ ๒๒  การนับเวลาเรียนให้ปฏิบัติดังนี้

                        (๑) เวลาเปิดเรียนเต็มตามปกติ ไม่น้อยกว่าภาคการศึกษาละ ๑๘ สัปดาห์

                        (๒) นักศึกษาที่ย้ายสถานศึกษาระหว่างภาคการศึกษา ให้นำเวลาเรียนจากสถาน

ศึกษาทั้งสองแห่งมารวมกัน

                        (๓) นักศึกษาที่ลาออกแล้วและได้รับอนุญาตให้กลับเข้าเรียนในภาคการศึกษา

เดียวกัน ให้นับเวลาเรียนที่เรียนแล้วมารวมกัน

                        (๔) นักศึกษาที่ลาพักการเรียนหรือถูกสั่งให้พักการเรียนในภาคการศึกษาใดให้

นับเวลาเรียนก่อนและหลังการลาพักการเรียน หรือถูกสั่งให้พักการเรียนในภาคการศึกษานั้นมา

รวมกัน

                        (๕) รายวิชาที่มีผู้สอนตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป และแยกกันสอน ให้นำเวลาเรียนที่

เรียนกับผู้สอนทุกคนมารวมกัน

                        (๖) ถ้ามีการเปลี่ยน หรือเพิ่มรายวิชา ให้นับเวลาเรียนตั้งแต่เริ่มเรียนรายวิชา

ใหม่

 

                                                                ส่วนที่ ๕

                                                   การขออนุญาตเลื่อนการสอบ

                                                               -----------

                        ข้อ ๒๓  นักศึกษาที่ไม่สามารถเข้าสอบตามวันและเวลาที่สถานศึกษากำหนดอาจ

ขออนุญาตเลื่อนการสอบได้ ในกรณีมีความจำเป็นอย่างแท้จริง และนักศึกษาที่ประสงค์จะขอ

อนุญาตเลื่อนการสอบต้องยื่นคำร้องพร้อมทั้งหลักฐานประกอบต่อสถานศึกษาก่อนการสอบไม่

น้อยกว่า ๓ วัน ทั้งนี้ อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษา

                        การอนุญาตให้เลื่อนการสอบให้สถานศึกษาทำเป็นลายลักษณ์อักษรมอบให้นัก

ศึกษา

                        ข้อ ๒๔  นักศึกษาจะขออนุญาตเลื่อนการสอบออกไปได้ไม่เกินวันกำหนดการ

สอบปลายภาคการศึกษา ของภาคการศึกษาถัดไป

 

                                                                ส่วนที่ ๖

                                                             การเปิดเรียน

                                                                ----------

                        ข้อ ๒๕  สถานศึกษาใดจะกำหนดเปิดปิดภาคการศึกษาแตกต่างไปจากคำสั่ง

กระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กำหนดวันเปิดปิดภาคการศึกษา ให้สถานศึกษาขออนุญาตต่อกรม

เจ้าสังกัด

                        ข้อ ๒๖  สถานศึกษาที่เปิดการศึกษาภาคฤดูร้อน ให้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวง

ศึกษาธิการ ว่าด้วยการเปิดภาคเรียนฤดูร้อนในสถานศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ

 

                                                                ส่วนที่ ๗

                                                    การประเมินผลการเรียน

                                                                ----------

                        ข้อ ๒๗  การประเมินผลการเรียน ให้สถานศึกษาปฏิบัติตาม "ระเบียบกระทรวง

ศึกษาธิการ ว่าด้วยการประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สำนักงาน

คณะกรรมการการศึกษาเอกชน พุทธศักราช ๒๕๔๑ พ.ศ. ๒๕๔๒"

 

                                                                        ประกาศ ณ วันที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๒

                                                                                            ปัญจะ  เกสรทอง

                                                                               รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

 

[รก.๒๕๔๒/๖๗ง/๗๒/๒๔ สิงหาคม ๒๕๔๒]

 

                                                                                                             อัมพิกา/แก้ไข

                                                                                                            ๒ ส.ค  ๒๕๔๔