ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข

ว่าด้วยการช่วยเหลือในการรักษาพยาบาล

พ.ศ. ๒๕๔๓

----------------

                        โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุง ระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการช่วยเหลือ

ในการรักษาพยาบาลให้เหมาะสมยิ่งขึ้น กระทรวงสาธารณสุขจึงออกระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

                        ข้อ ๑  ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการช่วยเหลือในการ

รักษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๓"

                        ข้อ ๒  ระเบียนนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

                        ข้อ ๓  ให้ยกเลิก ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการช่วยเหลือในการรักษา

พยาบาล พ.ศ. ๒๕๓๗

                        บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือข้อกำหนดอื่นที่มีบัญญัติไว้แล้วในระเบียบนี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

                        ข้อ ๔  ในระเบียบนี้

                        "ค่ารักษาพยาบาล" หมายความว่า เงินที่หน่วยบริการเรียกเก็บในการรักษาพยาบาล

ดังนี้

                        (๑) ค่ายา ค่าเลือด และส่วนประกอบของเลือดหรือสารทดแทน ค่าน้ำยาหรืออาหาร

ทางเส้นเลือด ค่าออกซิเจน และอื่น ๆ ทำนองเดียวกัน ที่ใช้ในการบำบัดรักษาโรค

                        (๒) ค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบำบัดรักษาโรค รวมทั้งค่าซ่อมแซม

                        (๓) ค่าบริการทางการแพทย์ ค่าตรวจ ค่าวิเคราะห์โรค แต่ไม่รวมถึงค่าจ้างพยาบาล

พิเศษ ค่าธรรมเนียมพิเศษ และค่าบริการอื่นทำนองเดียวกันที่มีลักษณะเป็นเงินตอบแทนพิเศษ

                        (๔) ค่าตรวจสุขภาพประจำปีตามที่กระทรวงการคลังกำหนดให้เบิกได้ตามกฎหมาย

ว่าด้วยเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล และให้หมายความรวมถึงค่าห้องและค่าอาหารตลอด

เวลาที่เข้ารักษาพยาบาล ยกเว้น ค่าอาหารพิเศษและค่าห้องพิเศษ

                        "หน่วยบริการ" หมายความว่า

                        (๑) โรงพยาบาล สถานีอนามัย หรือที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่นแต่ปฏิบัติในลักษณะ

เดียวกัน

                        (๒) หน่วยงานอื่นใดในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งดำเนินการเพื่อการสาธารณสุข

ที่เป็นสถานอำนวยบริการอันเป็นสาธารณประโยชน์

                        "การสาธารณสุข" หมายความว่า การส่งเสริมสุขภาพ การฟื้นฟูสมรรถภาพ การรักษา

พยาบาล การควบคุมป้องกันและกำจัดโรค การศึกษาวิจัยค้นคว้า การชันสูตรและการวิเคราะห์

ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ การคุ้มครองผู้บริโภคทางด้านสาธารณสุขตลอดจนการจัดฝึกอบรม

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

                        "บุคคลในครอบครัว" หมายความว่า

                        (๑) บุตรชอบด้วยกฎหมายซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ หรือบรรลุนิติภาวะแล้วแต่เป็น

คนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ ซึ่งอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของบิดาหรือมารดา

ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือในการรักษาพยาบาลตามระเบียบนี้แต่ ทั้งนี้ ไม่รวมถึงบุตร

บุญธรรมหรือบุตรซึ่งได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่นแล้ว

                        (๒) คู่สมรสของผู้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือในการรักษาพยาบาลตามระเบียบนี้

                        (๓) บิดาหรือมารดาของผู้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือในการรักษาพยาบาลตาม

ระเบียบนี้

                        ข้อ ๕  ผู้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือในการรักษาพยาบาลมี ๔ ประเภทได้แก่บุคคลและ

ตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ใน ข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ และข้อ ๙

                        ข้อ ๖  ประเภท ก. ให้หน่วยบริการรักษาพยาบาลโดยไม่คิดมูลค่า แต่ถ้าอยู่ห้อง

พิเศษ ให้เรียกเก็บค่าห้องพิเศษและค่าอาหารพิเศษเพียงร้อยละ ๕๐ ของอัตราที่กำหนดไว้

                        ผู้มีสิทธิตามประเภท ก. ซึ่งได้รับการช่วยเหลือรวมถึงบุคคลในครอบครัวด้วยได้แก่

บุคคลดังต่อไปนี้

                        (๑) ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญงานพระราชสงครามในทวีปยุโรป

                        (๒) ทหารและเจ้าหน้าที่ผู้ซึ่งไปร่วมรบกับสหประชาชาติ ณ ประเทศเกาหลีหรือ

ไปทำการรบ ณ สาธารณรัฐเวียดนาม

                        (๓) อาสาสมัครมาลาเรีย ตามโครงการของกระทรวงสาธารณสุข

                        (๔) ช่างสุขภัณฑ์หมู่บ้านตามโครงการของกรมอนามัย

                        (๕) ผู้บริจาคเงิน ที่ดิน หรือทรัพย์สินอื่นใดให้กับกระทรวงสาธารณสุขซึ่งคำนวณ

เป็นเงินแล้ว ไม่น้อยกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สองล้านบาทถ้วน)

                        (๖) ผู้บริหารโรงเรียนและครูของโรงเรียนเอกชนที่สอนศาสนาอิสลามควบคู่กับวิชา

สามัญ หรือวิชาชีพ ในเขตจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช

ระนอง กระบี่ พังงา และภูเก็ต

                        ผู้มีสิทธิประเภท ก. ซึ่งได้รับการช่วยเหลือเฉพาะตัว ได้แก่บุคคลดังต่อไปนี้

                        (๑) ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญราชการชายแดน

                        (๒) ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชน

                        (๓) ทหารและเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการปราบปรามผู้ก่อการร้าย

                        (๔) บุคคลผู้ได้รับบาดเจ็บจากการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามผู้กระทำผิด

                        (๕) บุคคลผู้ถูกโจรทำร้ายร่างกาย

                        (๖) สมาชิกผู้บริจาคโลหิตของสภากาชาดไทย ซึ่งมีหนังสือรับรองจากสภากาชาด

ไทยว่าได้บริจาคโลหิตตั้งแต่ ๒๔ ครั้ง ขึ้นไป

                        (๗) หมออาสาหมู่บ้านตามโครงการของกระทรวงกลาโหม

                        (๘) ผู้บริจาคเงิน ที่ดิน หรือทรัพย์สินอื่นใดให้กับกระทรวงสาธารณสุขซึ่งคำนวณ

เป็นเงินแล้วไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน)

                        ข้อ ๗  ประเภท ข. ให้หน่วยบริการช่วยเหลือโดยเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลเพียง

ร้อยละ ๕๐ ของอัตราที่กำหนดไว้ แต่ถ้าอยู่ห้องพิเศษให้เรียกเก็บค่าห้องพิเศษและค่าอาหารพิเศษ

เพียงร้อยละ ๕๐ ของอัตราที่กำหนดไว้

                        ผู้มีสิทธิตามประเภท ข. ซึ่งได้รับการช่วยเหลือเฉพาะตัว ได้แก่บุคคลดังต่อไปนี้

                        (๑) สมาชิกผู้บริจาคโลหิตของสภากาชาดไทยซึ่งมีหนังสือรับรองจากสภากาชาดไทย

ว่าได้บริจาคโลหิตตั้ง ๑๘ ครั้งขึ้นไป

                        (๒) อาสาสมัครคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม

                        ข้อ ๘  ประเภท ค. ให้หน่วยบริการช่วยเหลือเฉพาะค่าห้องพิเศษและค่าอาหารพิเศษ

โดยให้เรียกเก็บตามอัตราที่กำหนดไว้ แต่ต้องไม่เกินสิทธิอันพึงเบิกได้จากหน่วยงานต้นสังกัดก่อน

ส่วนที่เกินสิทธิให้เรียกเก็บเพียงร้อยละ ๕๐ สำหรับผู้ไม่มีสิทธิดังกล่าว ให้หน่วยบริการช่วยเหลือโดย

เรียกเก็บเพียงร้อยละ ๕๐ ของอัตราที่กำหนดไว้

                        ผู้มีสิทธิตามประเภท ค. ซึ่งได้รับการช่วยเหลือรวมถึงบุคคลในครอบครัวด้วยได้แก่

บุคคลดังต่อไปนี้

                        (๑) ข้าราชการประจำ

                        (๒) ข้าราชการบำนาญ

                        (๓) ลูกจ้างประจำ

                        (๔) พนักงานของรัฐสังกัดกระทรวงสาธารณสุข

                        (๕) เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างขององค์การมหาชน ตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน

                        (๖) ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานสังกัดองค์กรอิสระตามรัฐธรรม

นูญ

                        (๗) สมาชิกวุฒิสภา

                        (๘) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

                        (๙) สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร

                        (๑๐) สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด

                        (๑๑) สมาชิกสภาเทศบาล

                        (๑๒) สมาชิกสภาเมืองพัทยา

                        (๑๓) สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล

                        (๑๔) สมาชิกสภากาชาด

                        (๑๕) สมาชิกเหล่ากาชาด

                        (๑๖) พนักงานสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

                        (๑๗) พนักงานสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

                        (๑๘) พนักงานองค์การเภสัชกรรม

                        ผู้มีสิทธิประเภท ค. ซึ่งได้รับการช่วยเหลือเฉพาะตัว ได้แก่บุคคลดังต่อไปนี้

                        (๑) สมาชิกผู้บริจาคโลหิตของสภากาชาดไทย ซึ่งมีหนังสือรับรองจากสภากาชาด

ไทย ว่าได้บริจาคโลหิตตั้งแต่ ๗ ครั้งขึ้นไป

                        (๒) สมาชิกไทยอาสาป้องกันชาติ ซึ่งจัดตั้งตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย

ไทยอาสาป้องกันชาติ

                        ข้อ ๙  ประเภท ง. ให้หน่วยงานบริการช่วยเหลือเฉพาะค่าห้องพิเศษและค่าอาหาร

พิเศษ โดยให้เรียกเก็บเพียงร้อยละ ๗๕ ของอัตราที่กำหนดไว้

                        ผู้มีสิทธิประเภท ง. ซึ่งได้รับการช่วยเหลือรวมถึงบุคคลในครอบครัวด้วยได้แก่บุคคล

ดังต่อไปนี้

                        (๑) สมาชิกคุรุสภา

                        ผู้มีสิทธิตามประเภท ง. ซึ่งได้รับการช่วยเหลือเฉพาะตัว ได้แก่บุคคลต่อไปนี้

                        (๑) ลูกเสือชาวบ้าน

                        ข้อ ๑๐  ผู้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือตามระเบียบนี้ที่มาขอรับบริการ ต้องแสดง

บัตรประจำตัว และหรือหนังสือรับรองของผู้บังคับบัญชาแก่เจ้าหน้าที่เพื่อเป็นหลักฐานต่อหน่วย

บริการก่อนหรือในขณะขอเข้ารับบริการ

                        ข้อ ๑๑  ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยบริการ ให้ความอนุเคราะห์แก่ผู้มีสิทธิได้รับ

การช่วยเหลือในการรักษาพยาบาลทุกประเภท สำหรับกรณีผู้ป่วยหรือผู้นำส่งผู้ป่วยที่ยังไม่อาจแสดง

หลักฐานต่อเจ้าหน้าที่ได้และมีความจำเป็นอันรีบด่วนที่จะต้องเข้ารับการรักษา ให้ผู้นั้นนำหลักฐาน

มาแสดงในวันรุ่งขึ้นหรือภายในเวลาอันเร็ววันได้

                        ข้อ ๑๒  ในกรณีที่มีเหตุผลสมควรที่จะให้มีการลดหย่อน หรือไม่เรียกเก็บเงินค่า

รักษาพยาบาลและค่าบริการอื่น ๆ จากผู้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือตามระเบียบนี้หรือจากบุคคลอื่นใด

ให้ผู้อำนวยการหรือหัวหน้าหน่วยบริการพิจารณาอนุญาตเป็นการเฉพาะราย ทั้งนี้ ผู้อำนวยการ หรือ

หัวหน้าหน่วยบริการจะมอบหมายเป็นหนังสือให้ผู้ดำรงตำแหน่งใดเป็นผู้พิจารณาอนุญาตแทนก็ได้

โดยให้คำนึงถึงระดับตำแหน่ง หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้ที่จะได้รับมอบหมายเป็นสำคัญ

                        ข้อ ๑๓  ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้และให้มีอำนาจ

วินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

 

                                                                        ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

                                                                                                กร  ทัพพะรังสี

                                                                               รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

 

[รก.๒๕๔๓/พ๑๓๒ง/๑๑/๒๗ ธันวาคม ๒๕๔๓]

                                                                                                            อัมพิกา/แก้ไข

                                                                                                            ๑๗/๙/๔๔