ระเบียบกระทรวงมหาดไทย

ว่าด้วยการพัสดุขององค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ๓)

พ.ศ. ๒๕๔๔

-----------

 

                        โดยที่เห็นสมควรแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการพัสดุของ

องค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๘ ให้เหมาสมยิ่งขึ้น

                        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๘๘ แห่งพระราชบัญญัติสภา

ตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงออก

ระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

                        ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการพัสดุของ

องค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๔"

                        ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคังตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

                        ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในข้อ ๔ แห่งระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการพัสดุ

ขององค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                        "ข้อ ๔ ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามระเบียบนี้"

                        ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความในข้อ ๘ แห่งระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการพัสดุ

ขององค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                        "ข้อ ๘ ผู้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการตามระเบียบนี้ หรือผู้หนึ่งผู้ใดกระทำการโดย

จงใจ หรือประมาณเลินเล่อ ไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้ หรือกระทำการโดยมีเจตนาทุจริต หรือกระทำ

การโดยปราศจากอำนาจ หรือนอกเหนืออำนาจหน้าที่ รวมทั้งพฤติกรรมที่ส่อให้มีการสมยอมกันใน

การเสนอราคา ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการหรือตามกฎหมาย

เฉพาะของส่วนราชการนั้น ภายในหลักเกณฑ์ ดังนี้

                        (๑) ถ้าการกระทำโดยประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ทางราชการเสียหายไม่ร้ายแรง

ให้ลงโทษอย่างต่ำตัดเงินเดือน หรือค่าจ้าง

                        (๒) ถ้าการกระทำไม่เป็นเหตุให้ทางราชการเสียหาย ให้ลงโทษภาคทัณฑ์หรือว่า

กล่าวตักเตือน โดยทำคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร

                        การลงโทษทางวินัยตาม (๑) หรือ (๒) ไม่เป็นเหตุให้ผู้กระทำหลุดพ้นจากความ

ผิดของข้าราชการในทางแพ่ง หรือความรับผิดทางอาญา

                        ในกรณีเป็นการกระทำของผู้บริหารท้องถิ่น ให้ถือว่าเป็นการกระทำผิด ตาม

กฎหมายว่าด้วยสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล"

                        ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๓ ข้อ ๑๔ ข้อ ๑๕ ข้อ ๑๖ ข้อ ๑๗ และข้อ ๑๘

แห่งระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการพัสดุขององค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๘ และ

ให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                        "ข้อ ๑๓ การซื้อหรือการจ้าง โดยวิธีตกลงราคา ได้แก่ การซื้อหรือการจ้าง

ครั้งหนึ่ง ซึ่งมีราคาไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท

                        ข้อ ๑๔ การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคา ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่ง

ซึ่งมีราคาเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท

                        ข้อ ๑๕ การซื้อหรือการจ้าง โดยวิธีประกวดราคา ได้แก่ การซื้อหรือการจ้าง

ครั้งหนึ่ง ซึ่งมีราคาเกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป

                        ข้อ ๑๖ การซื้อหรือการจ้างตามข้อ ๑๓ และข้อ ๑๔ ถ้าผู้ซื้อหรือผู้สั่งจ้างเห็น

สมควรจะสั่งให้กระทำโดยวิธีที่กำหนดไว้สำหรับวงเงินที่สูงกว่าก็ได้

                        การแบ่งซื้อหรือแบ่งจ้างโดยลดวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างในครั้งเดียวกันเพื่อให้

วงเงินต่ำกว่าที่กำหนดโดยวิธีหนึ่งวิธีใด เพื่อให้อำนาจสั่งซื้อสั่งจ้างเปลี่ยนไปจะกระทำมิได้

                        เว้นแต่การแบ่งซื้อหรือแบ่งจ้างวัสดุที่ง่ายต่อการเน่าเสีย หรือโดยสภาพไม่อาจ

ดำเนินการซื้อหรือจ้างในครั้งเดียวกันทั้งจำนวนเงิน โดยอนุโลมให้แบ่งซื้อหรือแบ่งจ้างได้ตามที่เห็น

สมควร

                        การซื้อหรือการจ้างซึ่งดำเนินการด้วยเงินกู้หรือเงินช่วยเหลือ ผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่ง

จ้างจะสั่งให้กระทำตามวงเงินที่สัญญาเงินกู้หรือสัญญาเงินช่วยเหลือกำหนดก็ได้

                        ข้อ ๑๗ การซื้อโยวิธีพิเศษ ได้แก่ การซื้อครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท

ให้กระทำได้เฉพาะกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้

                                   (๑) เป็นพัสดุที่จะขายทอดตลาดโดยส่วนราชการ หน่วยงานตาม

กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะ

เป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การระหว่างประเทศ หรือหน่วยงานของต่าง

ประเทศ

                                   (๒) เป็นพัสดุที่ต้องซื้อเร่งด่วน หากล้าช้าจะเสียหายแก่องค์การบริหาร

ส่วนตำบล

                                   (๓) เป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อโดยตรงจากต่างประเทศ หรือดำเนินการ

โดยผ่านองค์การระหว่างประเทศ

                                   (๔) เป็นพัสดุที่โดยลักษณะของการใช้งานหรือมีข้อจำกัดทางเทคนิคที่

จำเป็นต้องระบุยี่ห้อเป็นการเฉพาะ ซึ่งหมายความรวมถึงอะไหล่ของรถประจำตำแหน่ง

                                   (๕) เป็นพัสดุที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างซึ่งจำเป็นต้องซื้อเฉพาะแห่ง

                                   (๖) เป็นพัสดุที่ได้ดำเนินการซื้อ โดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดี"

                        "ข้อ ๑๘ การจ้างโดยวิธีพิเศษ ได้แก่ การจ้างครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน ๑๐๐,๐๐๐

บาท ให้กระทำได้เฉพาะกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้

                                   (๑) เป็นการที่ต้องจ้างช่างผู้มีฝีมือโดยเฉพาะหรือผู้มีความชำนาญเป็น

พิเศษ

                                   (๒) เป็นงานจ้างซ่อมพัสดุที่จำเป็นต้องถอดตรวจให้ทราบความชำรุดเสีย

หายเสียก่อนจึงจะประมาณค่าซ่อมได้ เช่น งานจ้างซ้อมเครื่องจักร เครื่องมือกล เครื่องยนต์ เครื่อง

ไฟฟ้า หรือเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

                                   (๓) เป็นงานที่ต้องกระทำโดยเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่องค์

การบริหารส่วนตำบล

                                   (๔) เป็นงานที่ได้ดำเนินการจ้างโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดี"

                        ข้อ ๖ ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๖ และข้อ ๒๗ แห่งระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่า

ด้วยการพัสดุขององค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                        "ข้อ ๒๖ ให้ประธานกรรมการบริหารประกาศสอบราคา และให้เจ้าหน้าที่พัสดุ

จัดทำเอกสารสอบราคา โดยอย่างน้อยให้แสดงรายการตามตัวอย่างที่อธิบดีกำหนด หรือตามแบบ

ที่ผ่านการตรวจพิจารณาของอัยการจังหวัดแล้ว

                        การจัดทำเอกสารสอบราคารายใดจำเป็นต้องมีข้อความหรือรายการ แตกต่าง

จากที่อธิบดีกำหนดหรือแบบที่ผ่านการตรวจพิจารณาของอัยการจังหวัด โดยมีสาระสำคัญตามที่

กำหนดไว้ในตัวอย่างหรือแบบดังกล่าว และไม่ทำให้ทางราชการเสียเปรียบก็ให้กระทำได้ เว้นแต่

ประธานกรรมการบริหาร เห็นว่าจะมีปัญหาในทางเสียเปรียบหรือไม่รัดกุมพอ ก็ให้ส่งเอกสารสอบ

ราคาไปให้อัยการจังหวัดตรวจพิจารณาก่อน

                        การเผยแพร่เอกสารสอบราคาให้จัดทำเป็นประกาศ และมีสาระสำคัญดังนี้

                        (๑) รายการพัสดุที่ต้องการซื้อ หรืองานที่ต้องการจ้าง

                        (๒) คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้าสอบราคา

                        (๓) กำหนดวัน เวลารับซอง เวลาปิดการรับซอง และเวลาเปิดซองสอบราคา ณ

ศูนย์รวมข้อมูลข่าวสารการซื้อหรือการจ้างขององค์การบริหารส่วนตำบลระดับอำเภอ

                        (๔) สถานที่และระยะเวลาในการขอรับหรือขอซื้อเอกสารสอบราคา และราคา

ของเอกสาร

                        ข้อ ๒๗ การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคา ให้ดำเนินการดังนี้

                                   (๑) ก่อนวันเปิดซองสอบราคาไม่น้อยกว่าสิบวันทำการ ให้เจ้าหน้าที่

พัสดุส่งประกาศเผยแพร่การสอบราคาและเอกสารสอบราคาไปยังผู้มีอาชีพขายหรือรับจ้างทำงาน

นั้นโดยตรง หรือโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ด่วนพิเศษให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ทั้งนี้

ไม่น้อยกว่าห้าราย กับให้ปิดประกาศเผยแพร่การสอบราคาไว้โดยเปิดเผย ณ ที่ทำการองค์การ

บริหารส่วนตำบล และศูนย์รวมข้อมูลข่าวสารการซื้อการจ้างขององค์การบริหารส่วนตำบลระดับ

อำเภอแล้วแจ้งให้นายอำเภอทราบ

                                   (๒) ในการยื่นซองสอบราคา ผู้เสนอราคาจะต้องผนึกซองจ่าหน้าถึง

ประธานคณะกรรมการเปิดซองสอบราคาการซื้อหรือการจ้างครั้งนั้น โดยยื่นต่อเจ้าหน้าที่รับซอง

ตามวัน เวลา ณ ศูนย์รวมข้อมูลข่าวสารการซื้อหรือการจ้างขององค์การบริหารส่วนตำบลระดับ

อำเภอในวันเดียวกัน

                                   (๓) ให้เจ้าหน้าที่ลงรับโดยไม่เปิดซองพร้อมระบุวันและเวลาที่รับซองไว้

ด้วย และให้ออกใบรับให้แก่ผู้ยื่นซอง และส่งมอบต่อหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุทันที

                                   (๔) ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุเก็บรักษาซองเสนอราคาทุกรายโดยไม่เปิด

ซองและเมื่อถึงกำหนดเวลาเปิดซองสอบราคาแล้ว ให้ส่งมอบซองเสนอราคาพร้อมทั้งรายงานผล

การรับซองต่อคณะกรรมการเปิดซองสอบราคา

                        การให้หรือขายเอกสารสอบราคาในการสอบราคา ซึ่งรวมทั้งคุณลักษณะเฉพาะ

หรือรายละเอียดให้ถือปฏิบัติตามการให้หรือขายเอกสารของวิธีการประกวดราคาโดยอนุโลม แต่ทั้ง

นี้ให้เริ่มดำเนินการให้หรือขายเอกสารสอบราคาตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศสอบราคาจนถึงวันก่อน

วันเปิดซองสอบราคา"

                        ข้อ ๗ ให้ยกเลิกความในข้อ ๓๐ และข้อ ๓๑ แห่งระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่า

ด้วยการพัสดุขององค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                        "ข้อ ๓๐ ให้ประธานกรรมการบริหารประกาศประกวดราคา และให้เจ้าหน้าที่

พัสดุจัดทำเอกสารประกวดราคาตามตัวอย่างที่อธิบดีกำหนด หรือตามแบบที่ผ่านการตรวจ

พิจารณาของอัยการจังหวัดแล้ว

                        การจัดทำเอกสารสอบราคารายใดจำเป็นต้องมีข้อความหรือรายการแตกต่าง

จากที่อธิบดีกำหนด หรือแบบที่ผ่านการตรวจพิจารณาของอัยการจังหวัด โดยมีสาระสำคัญตามที่

กำหนดไว้ในตัวอย่างหรือแบบดังกล่าว และไม่ทำให้องค์การบริหารส่วนตำบลเสียเปรียบก็ให้

กระทำได้ เว้นแต่ประธานกรรมการบริหาร เห็นว่าจะมีปัญหาในทางเสียเปรียบหรือไม่รัดกุมพอ ก็ให้

ส่งร่างเอกสารประกวดราคาไปให้อัยการจังหวัดตรวจพิจารณาก่อน

                        การเผยแพร่เอกสารประกวดราคาให้จัดทำเป็นประกาศ และมีสาระสำคัญดังนี้

                        (๑) รายการพัสดุที่ต้องการซื้อ หรืองานที่ต้องการจ้าง

                        (๒) คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้าสอบราคา

                        (๓) กำหนดวัน เวลารับซอง เวลาปิดการรับซอง และเวลาเปิดซองประกวดราคา

ณ ศูนย์รวมข้อมูลข่าวสารการซื้อหรือการจ้างขององค์การบริหารส่วนตำบลระดับอำเภอ

                        (๔) สถานที่และระยะเวลาในการขอรับหรือขอซื้อเอกสารการประกวดราคา และ

ราคาของเอกสาร

                        ข้อ ๓๑ การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีประกวดราคา ให้เจ้าหน้าที่พัสดุปิดประกาศ

ประกวดราคาโดยเปิดเผย ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล ส่งให้นายอำเภอทราบปิดประกาศ

เผยแพร่การประกวดราคา ณ ศูนย์รวมข้อมูลข่าวสารการซื้อหรือการจ้างขององค์การบริหารส่วน

ตำบลระดับอำเภอ ที่ว่าการอำเภอและที่ศาลากลางจังหวัดนั้น และส่งไปประกาศทางสถานีวิทยุ

กระจายเสียงในท้องถิ่นของจังหวัดนั้น กรมประชาสัมพันธ์ องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย

ศูนย์รวมข่าวประกวดราคา และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาค

แล้วแต่กรณี และหากเห็นควรส่งประกาศไปยังผู้มีอาชีพขายหรือรับจ้างทำงานนั้นโดยตรง หรือจะ

โฆษณาโดยวิธีอื่นอีกด้วยก็ได้

                        การส่งประกาศประกวดราคาให้ศูนย์รวมข่าวประกวดราคา และสำนักงานตรวจ

เงินแผ่นดินหรือสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาค ที่ว่าการอำเภอ และศาลากลางจังหวัดให้ส่ง

เอกสารประกวดราคาไปพร้อมกัน

                        การดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ต้องกระทำก่อนวันรับซองประกวด

ราคาไม่น้อยกว่ายี่สิบวันทำการ"

                        ข้อ ๘ ให้ยกเลิกความในข้อ ๔๔ และข้อ ๔๕ แห่งระเบียบกระทรวงมหาดไทย

ว่าด้วยการพัสดุขององค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                        "ข้อ ๔๔ การสั่งซื้อหรือสั่งจ่ายครั้งหนึ่ง นอกจากวิธีพิเศษและวิธีกรณีพิเศษจาก

เงินอุดหนุน เงินกู้ภายในประเทศ หรือเงินช่วยเหลือ หรือเงินกู้ทั้งหมดหรือบางส่วนให้เป็นอำนาจ

ของผู้ดำรงตำแหน่งและภายในวงเงินดังต่อไปนี้

                                   (๑) ประธานกรรมการบริหาร ไม่เกิน ๕๐ ล้านบาท

                                   (๒) คณะกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล เกิน ๕๐ ล้านบาท

แต่ไม่เกิน ๑๐๐ ล้านบาท

                                   (๓) นายอำเภอ เกิน ๑๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐๐ ล้านบาท

                                   (๔) ผู้ว่าราชการจังหวัด เกิน ๒๐๐ ล้านบาท ขึ้นไป

                        ข้อ ๔๕ การสั่งซื้อหรือสั่งจ่ายโดยวิธีพิเศษครั้งหนึ่ง จากเงินอุดหนหุน เงินกู้

ภายในประเทศหรือเงินช่วยเหลือ หรือเงินกู้ทั้งหมดหรือบางส่วน ให้เป็นอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่ง

และภายในวงเงิน ดังต่อไปนี้

                                   (๑) ประธานกรรมการบริหาร ไม่เกิน ๕ ล้านบาท

                                   (๒) คณะกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล เกิน ๕ ล้านบาท แต่

ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท

                                   (๓) นายอำเภอ เกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท

                                   (๔) ผู้ว่าราชการจังหวัด เกิน ๒๐ ล้านบาท ขึ้นไป"

                        ข้อ ๙ ให้ยกเลิกความในข้อ ๕๗ แห่งระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการ

พัสดุขององค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                        "ข้อ ๕๗ ให้ประธานกรรมการบริหารส่งสำเนาสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ

ซึ่งมีมูลค่าตั้งแต่หนึ่งล้านบาทขึ้นไป ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน

ภูมิภาค แล้วแต่กรณี และสรรพากรจังหวัดภายในสามสิบวัน นับแต่วันทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็น

หนังสือ

                        ให้องค์การบริหารส่วนตำบล ปิดประกาศสำเนาสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ

ณ ศูนย์รวมข้อมูลข่าวสารการซื้อหรือการจ้างขององค์การบริหารส่วนตำบลระดับอำเภอ ภายใน

ห้าวันนับแต่วันทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ"

                        ข้อ ๑๐ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด ๓ คณะกรรมการ และศูนย์รวมข้อมูล

การซื้อการจ้าง ข้อ ๘๒/๑ ข้อ ๘๒/๒ และข้อ ๘๒/๓ แห่งระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการ

พัสดุขององค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๘

 

                                                       หมวด ๓

                                คณะกรรมการ และศูนย์รวมข้อมูลการซื้อการจ้าง

                                                       ----------

                        "ข้อ ๘๒/๑ คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุขององค์การบริหารส่วนตำบลเรียก

โดยว่าว่า "กวพ.อบต." ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานกรรมการ อธิบดี

กรมการปกครอง ที่ปรึกษากฎหมายกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย

หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทน

สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ผู้แทนองค์การบริหารส่วนตำบลไม่เกินสี่คน และผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกิน

สองคน ผู้อำนวยการกองราชการส่วนตำบล กรมการปกครอง เป็นเลขานุการ

                        ผู้แทนองค์การบริหารส่วนตำบล คัดเลือกให้มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี

แล้วคัดเลือกผู้แทนคนใหม่ ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งปลัดกระทรวงมหาดไทย แต่งตั้งให้มีวาระตำแหน่งคราว

ละสองปี ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้

                        เมื่อผู้แทนองค์การบริหารส่วนตำบล หรือผู้ทรงคุณวุฒิ ว่างลงเพราะเหตุอื่นใด

นอกจากถึงคราวออกตามวาระให้มีการคัดเลือก หรือแต่งตั้งขึ้นแทนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่

ตำแหน่งนั้นว่างลง และให้ผู้ไดรับการคัดเลือก หรือผู้ได้รับการแต่งตั้งนั้นอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่า

ที่วาระของผู้แทนองค์การบริหารส่วนตำบลและผู้ทรงคุณวุฒิที่เหลืออยู่ เว้นแต่วาระการดำรง

ตำแหน่งจะเหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

                        ข้อ ๘๒/๒ ให้ กวพ.อบต. มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

                                       (๑) ตีความและวินิจฉัยปัญหา

                                       (๒) กำหนดหลักเกณฑ์ แนวทางและวิธีปฏิบัติ

                                       (๓) พิจารณาการอนุมัติยกเว้น หรือผ่อนผันการไม่ปฏิบัติตามระเบียบ

                                       (๔) เสนอแนะการแก้ไข หรือปรับปรุงระเบียบต่อรัฐมนตรีว่าการ

กระทรวงมหาดไทย

                                       (๕) เสนอความเห็นต่อผู้รักษาการตามระเบียบ ในการพิจารณาและ

สั่งให้ผู้ประกอบการเป็นผู้ทิ้งงาน

                                       (๖) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อทำหน้าที่ตามที่คณะกรรมการ

มอบหมาย

                        ข้อ ๘๒/๓ ในอำเภอหนึ่ง ให้องค์การบริหารส่วนตำบลร่วมกันจัดตั้งศูนย์รวม

ข้อมูลข่าวสารการซื้อหรือการจ้างขององค์การบริหารส่วนตำบลระดับอำเภอ ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือ

ณ สถานที่ที่นายอำเภอเห็นสมควร โดยให้นายอำเภอรับผิดชอบดูแลการดำเนินงานของศูนย์รวม

ข้อมูลข่าวสารการซื้อหรือการจ้างขององค์การบริหารส่วนตำบลระดับอำเภอแทนองค์การบริหาร

ส่วนตำบล เพื่อทำหน้าที่เป็นสื่อกลางประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการ

จัดซื้อหรือการจ้างทุกขั้นตอน ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

                        ให้องค์การบริหารส่วนตำบลปิดประกาศสอบราคาและเอกสารสอบราคาและ

ประกาศประกวดราคา และเอกสารประกวดราคา ผลการพิจารณาการสอบราคา ผลการพิจารณา

การประกวดราคา ผลการพิจารณาการซื้อหรือจ้างโดยวิธีพิเศษ สัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ

และผลการดำเนินงานตามสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ ณ ศูนย์รวมข้อมูลข่าวสารการซื้อหรือ

การจ้างขององค์การบริหารส่วนตำบลระดับอำเภอ

                        ให้องค์การบริหารส่วนตำบลทำการรับซองสอบราคา เปิดซองสอบราคา

พิจารณาผลการสอบราคา รับและเปิดซองประกวดราคา พิจารณาผลการประกวดราคาและ

พิจารณาผลการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษ ณ ศูนย์รวมข้อมูลข่าวสารการซื้อหรือการจ้างขององค์

การบริหารส่วนตำบลระดับอำเภอ

                        โดยให้องค์การบริหารส่วนตำบลร่วมกันรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการอำนวยการ

ของศูนย์รวมข้อมูลข่าวสารการซื้อหรือการจ้างขององค์การบริหารส่วนตำบลระดับอำเภอและอาจ

จัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยทำหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและสังเกตการณ์

ตามที่เห็นสมควร"

                        ข้อ ๑๑ การพัสดุใดที่อยู่ในระหว่างดำเนินการยังไม่แล้วเสร็จในวันที่ระเบียบนี้ใช้

บังคับให้ดำเนินการต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ

                        ข้อ ๑๒ ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามระเบียบนี้

 

                                                            ประกาศ ณ วันที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๔

                                                                        สรอรรถ  กลิ่นประทุม

                                                            รัฐมนตรีช่วยว่าการ ฯ รักษาราชการแทน

                                                                 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

 

[รก.๒๕๔๔/๙๘ง/๑/๘ ตุลาคม ๒๕๔๔]

 

 

                                                                                                ภคินี/แก้ไข

                                                                                                ๗/๕/๒๕๔๕

                                                                                                         A