ระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

ว่าด้วยวิธีพิจารณาความผิดวินัยทางงบประมาณและการคลัง

พ.ศ. ๒๕๔๔

----------------

                        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ มาตรา ๑๕ และมาตรา ๒๐ วรรคสาม

 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๔๒

คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

 

                        ข้อ ๑  ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินว่าด้วย

วิธีพิจารณาความผิดวินัยทางงบประมาณและการคลัง พ.ศ. ๒๕๔๔"

 

                        ข้อ ๒  ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

 

                        ข้อ ๓  ในระเบียบนี้

                        "กรรมการไต่สวน" หมายความว่า กรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลัง

ที่ได้รับมอบหมายจากประธานกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลัง เพื่อทำหน้าที่ไต่สวนเรื่อง

ความผิดวินัยทางงบประมาณและการคลัง ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

                        "เลขานุการ" หมายความว่า เลขานุการคณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและ

การคลัง

                        "คู่กรณี" หมายความว่า ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดวินัยทางงบประมาณ

และการคลังในการดำเนินกระบวนพิจารณาตามระเบียบนี้

                        "สำนวน" หมายความว่า เอกสารรายงานข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ในเรื่องที่

กล่าวหาว่ากระทำความผิดวินัยทางงบประมาณและการคลัง และข้อกฎหมาย พร้อมพยาน

หลักฐานต่าง ๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวน

 

                        ข้อ ๔  ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และ

คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินมีอำนาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกิดจากการบังคับใช้

ระเบียบนี้

 

                                                         หมวด ๑

                                                       บททั่วไป

                                                     -------------

 

                        ข้อ ๕  ให้คณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลัง มีอำนาจหน้าที่

พิจารณาและกำหนดโทษปรับทางปกครองเบื้องต้นแก่เจ้าหน้าที่ของหน่วยรับตรวจที่ฝ่าฝืน

มาตรการเกี่ยวกับการควบคุมการเงินของรัฐ ตามระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินว่าด้วย

วินัยทางงบประมาณและการคลัง และตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

 

                        ข้อ ๖  ให้คณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังพิจารณาแต่งตั้ง

เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนจากข้าราชการในสำนักงานวินัยทางงบประมาณและการคลัง โดยให้

ประธานกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังเป็นผู้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้ง เพื่อให้ทำหน้าที่ทำ

สำนวนรวบรวมข้อเท็จจริงและเสนอความเห็นโดยอิสระแก่คณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและ

การคลัง ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

                        ให้ผู้อำนวยการสำนักงานวินัยทางงบประมาณและการคลัง สำนักงานการตรวจ

เงินแผ่นดิน เป็นเลขานุการคณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลัง มีอำนาจมอบหมายให้

เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนที่คณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังแต่งตั้งผู้ใดเป็นผู้รับ

ผิดชอบสำนวนเรื่องความผิดวินัยทางงบประมาณและการคลังเรื่องใดก็ได้

 

                                                      หมวด ๒

                               การคัดค้านเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนและ

                                กรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลัง

                                                 ------------------

 

                        ข้อ ๗  เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวน หรือกรรมการวินัยทางงบประมาณและ

การคลัง อาจถูกคัดค้านได้เพราะเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้

                        (๑) เป็นผู้มีส่วนได้เสียในเรื่องที่รับผิดชอบหรือพิจารณา

                        (๒) เป็นคู่หมั้นหรือคู่สมรสของคู่กรณี

                        (๓) เป็นญาติของคู่กรณี หรือเป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดานไม่ว่าชั้นใด ๆ หรือเป็น

พี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาหรือเป็นลูกพี่ลูกน้องนับได้เพียงสามชั้น หรือเป็นญาติเกี่ยวพันทาง

แต่งงานนับได้เพียงสองชั้น

                        (๔) เป็นหรือเคยเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้พิทักษ์หรือผู้แทนหรือตัวแทนของ

คู่กรณี

                        (๕) เป็นเจ้าหนี้หรือลูกหนี้ของคู่กรณี

                        (๖) กรณีอื่นตามที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเห็นสมควร

 

                        ข้อ ๘  การคัดค้านกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังในชั้นไต่สวน

ให้ประธานกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังเป็นผู้พิจารณาและมีคำวินิจฉัย หากเห็นว่า

คำคัดค้านฟังได้ก็ให้เปลี่ยนตัวกรรมการไต่สวน

                        การคัดค้านประธานกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังในชั้นไต่สวน

หรือชั้นพิจารณาและการคัดค้านกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังในชั้นพิจารณา ให้

ประธานกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังเรียกประชุมคณะกรรมการวินัยทางงบ

ประมาณและการคลัง เพื่อพิจารณาเหตุคัดค้านนั้น ในการประชุมดังกล่าว กรรมการผู้ถูกคัดค้าน

เมื่อได้ชี้แจงข้อเท็จจริงและตอบข้อซักถามแล้วต้องออกจากที่ประชุม โดยให้ถือว่าคณะกรรมการ

วินัยทางงบประมาณและการคลังประกอบด้วยกรรมการทุกคนที่ไม่ถูกคัดค้าน ถ้าที่ประชุมมีมติให้

กรรมการผู้ถูกคัดค้านปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของกรรมการที่ไม่

ถูกคัดค้าน ก็ให้กรรมการผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ มติดังกล่าวให้กระทำโดยวิธีลงคะแนนลับ และ

ให้เป็นที่สุด

                        การคัดค้านประธานกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลัง หรือกรรมการ

วินัยทางงบประมาณและการคลัง ให้คู่กรณีทำคำคัดค้านเป็นหนังสือพร้อมทั้งแสดงหลักฐานยื่นต่อ

ประธานกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลัง และให้คำวินิจฉัยการคัดค้านทุกกรณีเป็นที่สุด

                        การคัดค้านเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนให้คู่กรณีทำคำคัดค้านเป็นหนังสือ

พร้อมทั้งแสดงหลักฐานยื่นต่อเลขานุการเพื่อเสนอคณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลัง

พิจารณา หากเห็นว่าคำคัดค้านฟังได้ก็ให้เปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวน

 

                        ข้อ ๙  เมื่อมีการลงมติในเรื่องความผิดวินัยทางงบประมาณและการคลังไปแล้ว

หากมีการคัดค้านภายหลังว่าประธานกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลัง หรือกรรมการ

วินัยทางงบประมาณและการคลังผู้ใด มีเหตุตามข้อ ๗ มตินั้นย่อมไม่เป็นอันเสียไปเพราะเหตุ

ดังกล่าว เว้นแต่คณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังจะเห็นสมควรดำเนินการอย่างหนึ่ง

อย่างใดเสียใหม่ก็ได้

                        ความในข้อ ๗ และข้อ ๘ ไม่ให้นำมาใช้บังคับกับกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน

หากปล่อยให้ล่าช้าไปจะเสียหายต่อทางราชการหรือประโยชน์สาธารณะ

 

                        ข้อ ๑๐  ประธานกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลัง หรือกรรมการวินัย

ทางงบประมาณและการคลัง ผู้ใดเห็นว่าตนมีเหตุที่อาจถูกคัดค้านได้ตามข้อ ๗ หรือเห็นว่ามีเหตุอื่น

ที่อาจจะมีการกล่าวอ้างในภายหลังได้ว่าตนไม่อยู่ในฐานะที่จะทำการไต่สวนหรือพิจารณาได้โดย

เที่ยงธรรม และประสงค์จะขอถอนตัวออกจากการไต่สวนหรือพิจารณาให้ทำหนังสือเสนอให้

ประธานกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังเพื่อพิจารณาหรือนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ

วินัยทางงบประมาณและการคลังพิจารณา แล้วแต่กรณี

                        เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนอาจถอนตัวจากการปฏิบัติหน้าที่ได้ เพราะมีเหตุที่

อาจถูกคัดค้านตามข้อ ๗ โดยแจ้งให้เลขานุการทราบ เพื่อเสนอคณะกรรมการวินัยทางงบประมาณ

และการคลังพิจารณาเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนต่อไป

 

                                                      หมวด ๓

                                        วิธีพิจารณาชั้นสั่งรับพิจารณา

                                                  ------------------

 

                        ข้อ ๑๑  ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือเจ้าหน้าที่ตรวจสอบโดยอนุมัติ

ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน มีสิทธิเสนอเรื่องความผิดวินัยทางงบประมาณและการคลังให้คณะ

กรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังพิจารณา โดยให้สำนักงานวินัยทางงบประมาณและ

การคลัง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินลงทะเบียนรับเรื่องไว้เพื่อเสนอเรื่องให้เลขานุการมอบหมาย

เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนเพื่อตรวจเรื่องแล้วเสนอคณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการ

คลัง พิจารณาสั่งรับหรือไม่รับพิจารณา

                        เรื่องความผิดวินัยทางงบประมาณและการคลังที่ลงทะเบียนรับเรื่องไว้ในวันใด

ให้ถือเป็นวันเริ่มต้นการดำเนินกระบวนการพิจารณาของเรื่องนั้น

                        การดำเนินกระบวนการพิจารณาตามระเบียบนี้ให้เป็นอันระงับ เมื่อปรากฏกรณี

อย่างใดอย่างหนึ่งตามข้อ ๑๓

 

                        ข้อ ๑๒  เรื่องที่คณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังจะรับไว้

พิจารณาได้ ต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้

                        (๑) ระบุชื่อ ตำแหน่ง และหน่วยงานที่สังกัดของคู่กรณีในขณะกระทำความผิด

                        (๒) ระบุข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ที่กล่าวหาว่ากระทำความผิดวินัยทาง

งบประมาณและการคลังตามสมควร พร้อมพยานหลักฐานอ้างอิง

 

                        ข้อ ๑๓  ห้ามมิให้คณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังรับเรื่องที่มี

ลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ไว้พิจารณา

                        (๑) คู่กรณีได้ถึงแก่ความตายไปก่อนแล้ว

                        (๒) คู่กรณีเป็นบุคคลล้มละลาย

                        (๓) คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเคยมีคำวินิจฉัยในเรื่องนั้นมาแล้วโดยอาศัย

ข้อเท็จจริงอย่างเดียวกัน เว้นแต่เป็นกรณีที่มีพยานหลักฐานใหม่อันทำให้ข้อเท็จจริงที่เคยวินิจฉัยมา

แล้วนั้นเปลี่ยนแปลงไป

                        (๔) ขาดอายุความในความผิดวินัยทางงบประมาณและการคลัง

 

                        ข้อ ๑๔  เมื่อคณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังสั่งรับพิจารณา

เรื่องใดแล้ว ให้ประธานกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังส่งเรื่องให้เลขานุการ เพื่อให้

เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนที่ได้รับมอบหมายจากเลขานุการตามข้อ ๑๑ รวมรวมข้อเท็จจริงและ

พยานหลักฐาน บันทึกสรุปเรื่องเบื้องต้นเพื่อดำเนินการตามระเบียบนี้ต่อไป

 

                                                       หมวด ๔

                                    วิธีพิจารณาชั้นสอบสวนหาข้อเท็จจริง

                                                   ----------------

 

                        ข้อ ๑๕  เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนได้รับเรื่องตามข้อ ๑๔ แล้ว ให้ดำเนิน

การพิจารณาเรื่องเพื่อกำหนดประเด็นข้อกล่าวหาของเรื่องตามระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่น

ดินว่าด้วยวินัยทางงบประมาณและการคลัง และทำการสอบสวนรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลัก

ฐาน แล้วบันทึกสรุปเรื่องเบื้องต้นเพื่อเสนอให้คณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลัง

พิจารณาดำเนินการตามระเบียบนี้

                        การสอบสวนรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าหน้าที่

ผู้รับผิดชอบสำนวนทำหนังสือไปยังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ คู่กรณี เจ้าหน้าที่ของหน่วยรับตรวจ ผู้รับ

ตรวจหรือหน่วยรับตรวจผู้เชี่ยวชาญ พยาน หรือบุคคลใด เพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริงหรือความเห็นตาม

ประเด็นที่กำหนดและในกรณีที่ต้องการข้อเท็จจริง ความเห็น หรือพยานหลักฐานเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่

ผู้รับผิดชอบสำนวนจะกำหนดประเด็นให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบดำเนินการตรวจสอบตามอำนาจ

หน้าที่ให้ก็ได้

                        ในการสอบสวนรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานตามที่กำหนดในวรรค

สอง หากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนเห็นเป็นการจำเป็นต้องใช้อำนาจของคณะกรรมการตรวจ

เงินแผ่นดินตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน

พ.ศ. ๒๕๔๒ ก็ให้ทำเป็นหนังสือหรือคำสั่งเสนอประธานกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลัง

เพื่อพิจารณา และลงนามในหนังสือหรือคำสั่งดังกล่าวได้

                        หลักเกณฑ์และวิธีการสอบสวนรวบรวมข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ

สำนวนให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินกำหนด

 

                        ข้อ ๑๖  เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนได้พิจารณาเรื่องบันทึกชี้แจง และ

พยานหลักฐานทั้งหมดแล้ว ให้รวบรวมไว้ในสำนวนและหากเห็นว่าได้รวบรวมเป็นข้อเท็จจริงและ

ข้อกฎหมายอย่างเพียงพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหาแก่คู่กรณีได้แล้ว หรือเห็นควรยุติเรื่องได้ ให้ทำบันทึก

สรุปเรื่องเบื้องต้นเสนอต่อเลขานุการ

                        บันทึกสรุปเรื่องเบื้องต้นตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

                        (๑) ข้อเท็จจริง

                        (๒) ข้อกฎหมาย

                        (๓) ความเห็นในแต่ละประเด็น ถ้ามี

 

                        ข้อ ๑๗  เมื่อเลขานุการได้รับบันทึกสรุปเรื่องเบื้องต้นจากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ

สำนวนแล้วให้เสนอบันทึกสรุปเรื่องเบื้องต้นนั้นแก่ประธานกรรมการวินัยทางงบประมาณและการ

คลังเพื่อพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาแก่คู่กรณี และมอบหมายกรรมการวินัยทางงบประมาณและการ

คลังไม่น้อยกว่า ๒ คน เป็นกรรมการไต่สวน เว้นแต่ในกรณีที่เลขานุการเห็นว่าบันทึกสรุปเรื่องเบื้อง

ต้นของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนดังกล่าว มีข้อบกพร่องในประเด็นสำคัญอันสมควรดำเนินการ

ให้ได้ข้อเท็จจริงหรือมีการเสนอความเห็นในข้อกฎหมายเพิ่มเติม ก่อนที่จะส่งเรื่องไปยังประธาน

กรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลัง เลขานุการจะสั่งให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนดำเนิน

การให้ครบถ้วนสมบูรณ์ก่อนก็ได้แต่ต้องดำเนินการภายใน ๑๕ วันทำการ นับแต่วันที่มีคำสั่ง

ดังกล่าว หากไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้เลขานุการเสนอ

ประธานกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังพิจารณา

                        ในกรณีที่บันทึกสรุปเรื่องเบื้องต้นมีความเห็นควรยุติเรื่อง ให้ประธานกรรมการ

วินัยทางงบประมาณและการคลังเสนอสำนวนและบันทึกสรุปเรื่องเบื้องต้นนั้นต่อคณะกรรมการ

วินัยทางงบประมาณและการคลังเพื่อพิจารณาและมีมติ

 

                        ข้อ ๑๘  เมื่อประธานกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังได้พิจารณา

บันทึกสรุปเรื่องเบื้องต้นและเห็นควรแจ้งข้อกล่าวหาได้ ก็ให้ทำหนังสือให้คู่กรณีได้ทราบถึงข้อ

กล่าวหาโดยระบุข้อเท็จจริง และพฤติการณ์ในการกระทำความผิดวินัยทางงบประมาณและการ

คลังตามพยานหลักฐานเพียงเท่าที่จะทำให้คู่กรณีเข้าใจข้อกล่าวหาได้ดีไปด้วย เพื่อให้คู่กรณีทำ

บันทึกชี้แจงพร้อมทั้งแสดงพยานหลักฐานของฝ่ายตน เพื่อพิสูจน์ยืนยัน หักล้าง หรือแก้ข้อกล่าวหา

ทั้งในข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ต้องกำหนดไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน

ทำการ เว้นแต่คู่กรณีมีเหตุผลและความจำเป็น ประธานกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลัง

อาจขยายระยะเวลาให้อีกไม่เกิน ๑๕ วันทำการ

 

                        ข้อ ๑๙  เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนได้รับบันทึกชี้แจงพร้อมพยาน

หลักฐานของคู่กรณีหรือเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามข้อ ๑๘ แล้ว ให้สำเนาสำนวนเสนอกรรมการ

ไต่สวนที่ได้รับมอบหมายจากประธานกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังตามข้อ ๑๗ เพื่อ

กำหนดวันนัดให้คู่กรณีมาชี้แจงแถลงด้วยวาจาเพื่อแก้ข้อกล่าวหาต่อหน้ากรรมการไต่สวน ซึ่งต้องมี

เวลาแจ้งให้คู่กรณีทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๕ วันทำการ

 

                                                      หมวด ๕

                                  วิธีพิจารณาชั้นไต่สวนและสรุปจำนวน

                                                 -----------------

 

                        ข้อ ๒๐  การไต่สวนเรื่องความผิดวินัยทางงบประมาณและการคลัง ต้องดำเนิน

การให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็ว แต่ต้องเปิดโอกาสให้คู่กรณีชี้แจงและแสดงพยานหลักฐานประกอบคำ

ชี้แจงของตนตามควรแก่กรณี

                        การไต่สวนให้ทำเป็นองค์คณะ ซึ่งจะต้องมีกรรมการวินัยทางงบประมาณและ

การคลังที่ได้รับมอบหมายจากประธานกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังตามข้อ ๑๗ ไม่

น้อยกว่า ๒ คน เป็นกรรมการไต่สวน โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนร่วมไต่สวนรับฟังข้อเท็จ

จริง และรวบรวมเอกสารหลักฐานด้วย

 

                        ข้อ ๒๑  ในวันไต่สวนครั้งแรก ให้คู่กรณีมาชี้แจงแถลงด้วยวาจาต่อหน้า

กรรมการไต่สวนโดยให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนเป็นผู้แถลงประกอบบันทึกสรุปเรื่องเบื้องต้น

ของตนก่อนแล้วจึงให้คู่กรณีแถลงตอบ

                        เมื่อเสร็จสิ้นการชี้แจงแถลงด้วยวาจาของคู่กรณี กรรมการไต่สวนหรือเจ้าหน้าที่

ผู้รับผิดชอบสำนวนจะซักถามข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอีกก็ได้ หรือจะซักถามในระหว่างการชี้แจงแถลง

ด้วยวาจาก็ได้

                        ในการชี้แจงแถลงด้วยวาจา คู่กรณีสามารถนำทนายความหรือบุคคลที่ไว้วางใจ

เข้าฟังการชี้แจงหรือการแถลงด้วยวาจาของตนได้ตามจำนวนที่กรรมการไต่สวนเห็นสมควร แต่

ทนายความหรือบุคคลที่คู่กรณีไว้วางใจดังกล่าวต้องมิใช่พยานในเรื่องที่กล่าวหานั้น

                        ในกรณีที่คู่กรณีไม่มาชี้แจงแถลงด้วยวาจาต่อหน้ากรรมการไต่ส่วน ให้ถือว่า

คู่กรณีไม่ประสงค์ที่จะชี้แจงและแสดงพยานหลักฐานเพิ่มเติม และให้กรรมการไต่สวนพิจารณา

ดำเนินการตามระเบียบนี้ต่อไป เว้นแต่คู่กรณีต้องการมาชี้แจงแถลงด้วยวาจาแต่ไม่อาจมาได้ด้วย

เหตุสุดวิสัย เมื่อคู่กรณีมีคำขอ กรรมการไต่สวนอาจพิจารณาให้มีการเลื่อนวันไต่สวนครั้งแรกออก

ไปก็ได้ และหากการไต่สวนครั้งแรกไม่อาจเสร็จสิ้นได้ภายในวันเดียวให้เลื่อนไปไต่สวนต่อในคราว

หน้า แต่มิให้ถือเป็นวันไต่สวนครั้งแรก

 

                        ข้อ ๒๒ ในการไต่สวนคู่กรณีมีสิทธิขอตรวจดูพยานหลักฐานในเรื่อง เว้นแต่กรณี

มีกฎหมายคุ้มครองให้ไม่ต้องเปิดเผย หรือกรรมการไต่สวนเห็นว่าจำเป็นต้องไม่เปิดเผย เพื่อมิให้

เกิดความเสียหายแก่การดำเนินงานของรัฐหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ

 

                        ข้อ ๒๓  นอกจากการไต่ส่วนเพื่อรับฟังคำชี้แจงแถลงด้วยวาจาของคู่กรณีแล้ว

กรรมการไต่สวนมีอำนาจทำการไต่สวนพยานอื่นเพื่อรับฟังข้อเท็จจริง คำชี้แจง หรือความเห็นของ

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ของหน่วยรับตรวจ ผู้เชี่ยวชาญ หรือบุคคลใดที่เกี่ยวข้องได้เท่าที่

จำเป็น โดยแจ้งให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนดำเนินการเรียกพยานนั้นมาอยู่ต่อหน้าในวันนัด

ไต่สวนครั้งต่อไป

 

                        ข้อ ๒๔  การไต่สวนบุคคลใด เมื่อบุคคลนั้นได้ชี้แจงแถลงด้วยวาจาให้มีการจด

บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรและเมื่อได้ชี้แจงแถลงด้วยวาจาเสร็จสิ้นแล้ว ก็ให้บุคคลนั้นลงลายมือ

ชื่อในบันทึกไว้เป็นหลักฐานด้วย แต่หากบุคคลนั้นไม่ยอมลงลายมือชื่อ ก็ให้กรรมการไต่สวนบันทึก

เหตุนั้นไว้และให้ถือว่าบันทึกนั้นเป็นคำชี้แจงแถลงด้วยวาจาของบุคคลดังกล่าว

 

                        ข้อ ๒๕  เมื่อกรรมการไต่สวนเห็นว่า การไต่สวนเสร็จสิ้นแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับ

ผิดชอบสำนวนดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และพยานหลักฐานจากทุกฝ่ายทั้งหมด

แล้วทำสำนวนเสนอพร้อมบันทึกสรุปสำนวนเป็นความเห็นโดยอิสระแก่คณะกรรมการวินัยทาง

งบประมาณและการคลัง

                        บันทึกสรุปสำนวนตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

                        (๑) ชื่อ ตำแหน่ง หน่วยงานที่สังกัดของคู่กรณี ในขณะกระทำความผิดและใน

ปัจจุบัน

                        (๒) ข้อเท็จจริง

                        (๓) ข้อกฎหมาย

                        (๔) ความเห็นพร้อมด้วยเหตุผลและข้อเสนอแนะของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ

สำนวนในแต่ละประเด็น หรือที่คณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังควรพิจารณา

เกี่ยวกับความผิดวินัยทางงบประมาณและการคลัง ความเสียหายที่เกิดขึ้น หรือมีข้อเสนอต่อ

คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินอันเป็นประโยชน์แก่การบริหารราชการแผ่นดิน หรือการตรวจเงิน

แผ่นดิน

                        สำนวนและบันทึกสรุปสำนวนให้เสนอต่อเลขานุการภายในกำหนด ๑๕ วันทำ

การ นับแแต่วันเสร็จสิ้นการไต่สวนและให้เลขานุการนำเสนอประธานกรรมการวินัยทางงบประมาณ

และการคลัง เพื่อให้คณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังพิจารณาและมีมติต่อไป

                        หลักเกณฑ์และวิธีการทำสำนวนของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนให้เป็นไปตาม

ที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินกำหนด

 

                                                      หมวด ๖

                 วิธีพิจารณาชั้นคณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลัง

                                                ----------------------

 

                        ข้อ ๒๖  เมื่อประธานกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังได้รับสำนวน

และบันทึกสรุปเรื่องเบื้องต้นตามข้อ ๑๗ วรรคสอง หรือบันทึกสรุปสำนวนจากเลขานุการแล้ว ให้นัด

ประชุมคณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังเพื่อพิจารณาโดยเร็ว และให้เลขานุการส่ง

สำเนาบันทึกสรุปเรื่องเบื้องต้นหรือบันทึกสรุปสำนวนแก่คณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและ

การคลังล่วงหน้าก่อนวันประชุมพิจารณาไม่น้อยกว่า ๓ วันทำการ

                        ในการพิจารณาของคณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลัง ให้เจ้าหน้า

ที่ผู้รับผิดชอบสำนวนเป็นผู้ชี้แจงแถลงข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และความเห็นตามสำนวนและบันทึก

สรุปเรื่องเบื้องต้นหรือบันทึกสรุปสำนวนต่อคณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลัง และให้

คณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังพิจารณาความผิดวินัยทางงบประมาณและการ

คลังตามระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินว่าด้วยวินัยทางงบประมาณและการคลัง

                        ในกรณีที่ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในสำนวนไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะรับ

ฟังได้ว่ามีการกระทำความผิดตามข้อกล่าวหา หรือข้อเท็จจริงไม่อาจปรับได้กับข้อกฎหมาย ให้

คณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังมีมติเห็นควรยุติเรื่องใด

 

                        ข้อ ๒๗  การประชุมพิจารณาของคณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการ

คลังให้เป็นไปตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน

พ.ศ. ๒๕๔๒ และต้องมีกรรมการไต่สวนที่ได้ทำการไต่สวนในวันไต่สวนครั้งแรกในเรื่องที่ประชุม

พิจารณาอย่างน้อยคนหนึ่งร่วมพิจารณาด้วย เพื่อสรุปข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และเสนอความเห็น

แก่คณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังในการมีมติ ถ้ากรรมการวินัยทางงบประมาณ

และการคลังคนใดมีความเห็นแย้งให้ทำความเห็นแย้งไว้ในรายงานการพิจารณาด้วย

 

                        ข้อ ๒๘  รายงานการพิจารณาความผิดวินัยทางงบประมาณและการคลังของ

คณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลัง ต้องประกอบด้วยสาระสำคัญดังต่อไปนี้

                        (๑) วัน เดือน ปี ที่พิจารณา

                        (๒) ชื่อ ตำแหน่ง หน่วยงานที่สังกัดของคู่กรณี ในขณะกระทำความผิดและใน

ปัจจุบัน

                        (๓) ชื่อ ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวน

                        (๔) ข้อเท็จจริงแห่งการกระทำความผิด หรือกล่าวหาว่ากระทำความผิดวินัยทาง

งบประมาณและการคลัง

                        (๕) ข้อกฎหมายที่อ้างอิง

                        (๖) มติและเหตุผลของมติ

                        (๗) อัตราโทษปรับทางปกครอง และเงื่อนไขวิธีการชำระค่าปรับ

                        (๘) ข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเพื่อพิจารณาวินิจฉัยต่อไป

                        (๙) ความเห็นแย้ง ถ้ามี

                        รายงานการพิจารณาต้องลงลายมือชื่อของกรรมการวินัยทางงบประมาณและ

การคลังที่ได้ประชุมพิจารณาในเรื่องนั้น ถ้ากรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังคนใดมีเหตุ

จำเป็นไม่อาจลงลายมือชื่อได้ ให้ประธานกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังจดแจ้งเหตุ

ดังกล่าวไว้ในรายงานการพิจารณานั้นด้วย

 

                                                      หมวด ๗

                                           วิธีพิจารณาชั้นวินิจฉัยชี้ขาด

                                                   ----------------

 

                        ข้อ ๒๙  เมื่อคณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังได้พิจารณาความ

ผิดวินัยทางงบประมาณและการคลัง และมีมติในเรื่องใดแล้ว ให้ส่งสำนวน บันทึกสรุปเรื่องเบื้องต้น

หรือบันทึกสรุปสำนวนของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวน และรายงานการพิจารณาของคณะ

กรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังนั้นไปยังคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเพื่อประชุม

พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็ว

 

                        ข้อ ๓๐  การพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดความผิดทางงบประมาณและการคลัง ให้

คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินพิจารณาข้อเท็จจริงจากสำนวน บันทึกสรุปเรื่องเบื้องต้นหรือบันทึก

สรุปสำนวนของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวน และรายงานการพิจารณาของคณะกรรมการวินัยทาง

งบประมาณและการคลังแล้วจึงมีคำวินิจฉัยชี้ขาดตามระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินว่า

ด้วยวินัยทางงบประมาณและการคลัง

                        ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินได้พิจารณาข้อเท็จจริงและพยาน

หลักฐานทั้งหมดแล้วเห็นว่าไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่ามีการกระทำความผิดตามข้อ

กล่าวหา หรือข้อเท็จจริงไม่อาจปรับได้กับข้อกฎหมายก็ให้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดยุติเรื่องได้

 

                        ข้อ ๓๑  คำวินิจฉัยชี้ขาดความผิดวินัยทางงบประมาณและการคลัง ต้อง

ประกอบด้วยสาระสำคัญดังต่อไปนี้

                        (๑) วัน เดือน ปี ที่ทำคำวินิจฉัย

                        (๒) ชื่อ ตำแหน่ง หน่วยงานที่สังกัดของคู่กรณี ในขณะกระทำความผิดและใน

ปัจจุบัน

                        (๓) ข้อเท็จจริงแห่งการกระทำความผิดวินัยทางงบประมาณและการคลัง

                        (๔) คำวินิจฉัยในประเด็นความผิด และความเห็นแย้ง ถ้ามี

                        (๕) มติและเหตุผลของมติ รวมถึงข้อกฎหมายที่อ้างอิง และข้อพิจารณาหรือ

ข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจ

                        (๖) อัตราโทษปรับทางปกครอง และเงื่อนไขวิธีการชำระค่าปรับ

                        (๗) คำบังคับ ถ้ามี โดยให้ระบุหน่วยงาน หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต้องปฏิบัติตาม

คำบังคับไว้ด้วย

                        คำวินิจฉัยชี้ขาดต้องลงลายมือชื่อของกรรมการตรวจเงินแผ่นดินที่ได้ประชุม

พิจารณาและวินิจฉัยชี้ขาดในเรื่องนั้น ถ้ากรรมการตรวจเงินแผ่นดินคนใดมีเหตุจำเป็นไม่อาจลง

ลายมือชื่อได้ ให้ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดินจดแจ้งเหตุดังกล่าวไว้ในคำวินิจฉัยชี้ขาดนั้น

ด้วย

 

                                                        หมวด ๘

                                             การบังคับตามคำวินิจฉัย

                                                   ----------------

 

                        ข้อ ๓๒  เมื่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดในเรื่องใดแล้ว

ให้เป็นที่สุดและให้ถือว่าเป็นวันเริ่มต้นของโทษปรับทางปกครอง และแจ้งคู่กรณีและหน่วยงานที่

สังกัดของคู่กรณีเพื่อดำเนินการตามคำวินิจฉัย

                        คำวินิจฉัยของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ประชาชนสามารถตรวจ

ดูหรือขอคัดสำเนาได้และเพื่อประโยชน์ในการปรามผู้ละเมิดวินัยทางงบประมาณและการคลัง

คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินจะให้นำคำวินิจฉัยที่เป็นความผิดนั้นประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ด้วยก็ได้

 

                        ข้อ ๓๓  การบังคับโทษปรับทางปกครอง อาจใช้วิธีเรียกให้ชำระเป็นเงิน หรือให้

หักจากเงินเดือนโดยคำสั่งของหน่วยงานที่สังกัดของคู่กรณีก็ได้ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามเงื่อนไขและหลัก

เกณฑ์ที่กำหนดไว้ในคำวินิจฉัย หรือตามระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินว่าด้วยวินัยทาง

งบประมาณและการคลัง

                        คำวินิจฉัยของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินที่ให้คู่กรณีต้องรับโทษปรับทาง

ปกครองโดยวิธีเรียกให้ชำระเป็นเงิน ถ้ากรณีคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินไม่มีคำสั่งให้ทุเลาการ

บังคับเมื่อถึงกำหนดแล้วไม่มีการชำระเงินค่าปรับโดยถูกต้องครบถ้วน ให้สำนักงานการตรวจเงิน

แผ่นดินมีหนังสือเตือนให้คู่กรณีนั้นชำระภายในระยะเวลาที่กำหนดแต่ต้องไม่น้อยกว่า ๗ วันทำการ

ถ้าไม่มีการปฏิบัติตามคำเตือนคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินอาจมีคำสั่งให้ใช้มาตรการบังคับตาม

คำวินิจฉัย โดยให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้นั้นและขายทอดตลาด เพื่อชำระเงินให้ครบถ้วน

                        วิธีการยึด การอายัด และการขายทอดตลาดทรัพย์สิน ให้นำบทบัญญัติว่าด้วย

การบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม

                        ในกรณีที่คำวินิจฉัยกำหนดให้หน่วยงานที่สังกัดของคู่กรณีเป็นผู้มีคำสั่งให้

คู่กรณีชำระค่าปรับโดยวิธีหักจากเงินเดือน เมื่อได้ดำเนินการประการใดแล้วให้รายงานคณะ

กรรมการตรวจเงินแผ่นดินทราบภายใน ๗ วันทำการ และให้นำความในวรรคสอง และวรรคสาม

มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม

                        เงินค่าปรับทางปกครองให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินหรือหน่วยงานที่สังกัดของ

คู่กรณีนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน แล้วส่งสำเนาหลักฐานการดำเนินการให้คณะกรรมการตรวจเงิน

แผ่นดินทราบทุกครั้ง

 

                                                      หมวด ๙

                                                 บทกำหนดโทษ

                                                   ----------------

 

                        ข้อ ๓๔  ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหรือคำวินิจฉัย หรือละเมิดอำนาจกรรมการ

ไต่สวนคณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลัง หรือคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินในการ

ดำเนินกระบวนการพิจารณาวินิจฉัยความผิดวินัยทางงบประมาณและการคลังตามระเบียบนี้ ให้

กรรมการไต่สวนประธานกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลัง หรือประธานกรรมการตรวจ

เงินแผ่นดิน แล้วแต่กรณี มีอำนาจดำเนินการดังต่อไปนี้

                        (๑) ตักเตือน

                        (๒) ให้ออกจากบริเวณห้องพิจารณา

                        (๓) รายงานหน่วยงานที่สังกัดให้พิจารณาดำเนินการตามควรแก่กรณี

 

 

                                                            ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๔

                                                                        ปัญญา  ตันติยวรงค์

                                                                  ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

 

[รก.๒๕๔๕/๔ก/๓/๘ มกราคม ๒๕๔๕]

 

                                                                                    ชไมพร/แก้ไข

                                                                                    ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๔๕

                                                                                    (A+B)