พระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ (ฉบับที่ ๕)

พ.ศ. ๒๕๓๕

----------

                                               ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

                                ให้ไว้ ณ วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๕

                                        เป็นปีที่ ๔๗ ในรัชกาลปัจจุบัน

                        พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ

โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า

                        โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการ

ฝ่ายอัยการ

                        จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ

และยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้

 

                        มาตรา ๑  พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ

ฝ่ายอัยการ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๕"

 

                         มาตรา ๒*  พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๕

เป็นต้นไป

                        *[รก.๒๕๓๕/๓๕/๓๐/๓ เมษายน ๒๕๓๕]

 

                        มาตรา ๓  ให้ยกเลิกความในมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ

ฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ

(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                        "มาตรา ๖  อัตราเงินเดือนข้าราชการอัยการให้แบ่งเป็น ๘ ชั้น แต่ละชั้นมีขั้นไม่

เกินจำนวนขั้นที่กำหนดดังต่อไปนี้

                        ชั้น ๑  มี    ๕ ขั้น

                        ชั้น ๒  มี ๑๓ ขั้น

                        ชั้น ๓  มี ๑๓ ขั้น

                        ชั้น ๔  มี ๑๒ ขั้น

                        ชั้น ๕  มี ๑๔ ขั้น

                        ชั้น ๖  มี ๑๓ ขั้น

                        ชั้น ๗  มี ๑๒ ขั้น

                        ชั้น ๘  มี    ๘ ขั้น

                        อัตราเงินเดือนและอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการอัยการให้เป็นไปตาม

บัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้

                        ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการ

อัยการหมายเลข ๑ และบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการอัยการ หมายเลข ๑ และให้

เปลี่ยนไปใช้บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการอัยการ หมายเลข ๒ และบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่ง

ข้าราชการอัยการ หมายเลข ๒ บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการอัยการ หมายเลข ๓ และบัญชีอัตรา

เงินประจำตำแหน่งข้าราชการอัยการ หมายเลข ๓ บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการอัยการ หมายเลข

๔ และบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการอัยการ หมายเลข ๔ หรือบัญชีอัตราเงินเดือน

ข้าราชการอัยการ หมายเลข ๕ ตามความเหมาะสมโดยเปลี่ยนไปใช้บัญชีอัตราเงินเดือนและบัญชี

อัตราเงินประจำตำแหน่งในลำดับถัดไปลำดับใดก็ได้ ตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

                        การปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการอัยการให้เข้าชั้นและขั้นเงินเดือนตามบัญชี

อัตราเงินเดือนข้าราชการอัยการท้ายพระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นไปตามบัญชีกำหนดการปรับอัตรา

เงินเดือนข้าราชการอัยการที่คณะรัฐมนตรีกำหนด และให้มีผลเป็นการปรับขั้นเงินเดือนข้าราชการ

อัยการที่ได้รับอยู่ตามไปด้วย

                        เงินประจำตำแหน่งตามมาตรานี้ไม่ถือเป็นเงินเดือนเพื่อเป็นเกณฑ์ในการ

คำนวณบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

                        อัตราเงินเดือนและอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการธุรการให้เป็นไปตาม

บัญชีอัตราเงินเดือนและบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการพลเรือนที่กำหนดไว้ในกฎหมาย

ว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน"

 

                        มาตรา ๔  ให้ยกเลิกบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการอัยการ ท้ายพระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ

ฝ่ายอัยการ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๑ และให้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการอัยการ หมายเลข ๑

และบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการอัยการ หมายเลข ๑ บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการ

อัยการ หมายเลข ๒ และบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการอัยการ หมายเลข ๒ บัญชีอัตรา

เงินเดือนข้าราชการอัยการ หมายเลข ๓ และบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการอัยการ

หมายเลข ๓ บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการอัยการ หมายเลข ๔ และบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่ง

ข้าราชการอัยการ หมายเลข ๔ บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการอัยการ หมายเลข ๕ ท้ายพระราช

บัญญัตินี้แทน

 

                        มาตรา ๕  ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ

ข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๒๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                        "มาตรา ๒๓  ตำแหน่งข้าราชการอัยการมีดังนี้ อัยการสูงสุด รองอัยการสูงสุด

อัยการพิเศษฝ่ายปรึกษา อัยการพิเศษฝ่ายคดี อัยการพิเศษฝ่ายวิชาการ อัยการพิเศษประจำเขต

อัยการพิเศษประจำกรม อัยการจังหวัดประจำกรม อัยการจังหวัด อัยการประจำกรม รองอัยการ

จังหวัด อัยการประจำกอง อัยการจังหวัดผู้ช่วย และอัยการผู้ช่วย

                        นอกจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง อาจให้มีตำแหน่งข้าราชการอัยการที่เรียกชื่อ

อย่างอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงได้ ตำแหน่งดังกล่าวจะเทียบกับตำแหน่งใดตามวรรคหนึ่ง ให้

กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนั้นด้วยความเห็นชอบของ ก.อ."

 

                        มาตรา ๖  ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราช

การฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๒๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                        "มาตรา ๒๔  ข้าราชการอัยการให้ได้รับเงินเดือนตามตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้ง

ดังต่อไปนี้

                        (๑) อัยการสูงสุด ให้ได้รับเงินเดือน ชั้น ๘

                        (๒) รองอัยการสูงสุด ให้ได้รับเงินเดือน ชั้น ๗

                        (๓) อัยการพิเศษฝ่ายปรึกษา อัยการพิเศษฝ่ายคดี อัยการพิเศษฝ่ายวิชาการ

และอัยการพิเศษประจำเขต ให้ได้รับเงินเดือน ชั้น ๖

                        (๔) อัยการพิเศษประจำกรม ให้ได้รับเงินเดือน ชั้น ๕

                        (๕) อัยการจังหวัดประจำกรม และอัยการจังหวัด ให้ได้รับเงินเดือน ชั้น ๔

                        (๖) อัยการประจำกรม และรองอัยการจังหวัด ให้ได้รับเงินเดือน ชั้น ๓

                        (๗) อัยการประจำกอง และอัยการจังหวัดผู้ช่วย ให้ได้รับเงินเดือน ชั้น ๒

                        (๘) อัยการผู้ช่วย ให้ได้รับเงินเดือน ชั้น ๑

                        สำหรับข้าราชการอัยการซึ่งดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น เมื่อเทียบกับ

ตำแหน่งใดก็ให้ได้รับเงินเดือนตามตำแหน่งนั้น

                        ในกรณีข้าราชการอัยการได้เลื่อนตำแหน่ง ให้รับเงินเดือนในชั้นที่สูงขึ้นตาม

ตำแหน่ง และให้ได้รับเงินเดือนในอัตราขั้นต่ำของชั้นนั้น แต่ถ้าผู้นั้นได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำของ

ชั้นที่เลื่อนขึ้น ก็ให้ได้รับเงินเดือนในขั้นของชั้นนั้น ซึ่งมีจำนวนเท่ากับเงินเดือนที่ได้รับอยู่ ในกรณีที่

เงินเดือนในขั้นของชั้นที่เลื่อนขึ้นไม่มีจำนวนที่เท่ากับเงินเดือนที่ได้รับอยู่ก็ให้ได้รับเงินเดือนในขั้นซึ่ง

มีจำนวนสูงมากกว่าเงินเดือนที่ได้รับอยู่น้อยที่สุด"

 

                        มาตรา ๗  ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๒๔ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ

ข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๒๑

                        "มาตรา ๒๔ ทวิ  ให้ข้าราชการอัยการได้รับเงินประจำตำแหน่งตามตำแหน่งที่ได้

รับแต่งตั้ง ดังต่อไปนี้

                        (๑) อัยการสูงสุด ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่ง ชั้น ๘

                        (๒) รองอัยการสูงสุด ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่ง ชั้น ๗

                        (๓) อัยการพิเศษฝ่ายปรึกษา อัยการพิเศษฝ่ายคดี อัยการพิเศษฝ่ายวิชาการ

และอัยการพิเศษประจำเขต ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่ง ชั้น ๖

                        (๔) อัยการพิเศษประจำกรม ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่ง ชั้น ๕

                        (๕) อัยการจังหวัดประจำกรมและอัยการจังหวัด ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่ง

ชั้น ๔

                        (๖) อัยการประจำกรมและรองอัยการจังหวัด ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่ง ชั้น ๓

                        (๗) อัยการประจำกองและอัยการจังหวัดผู้ช่วย ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่ง

ชั้น ๒

                        สำหรับข้าราชการอัยการซึ่งดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น เมื่อเทียบกับ

ตำแหน่งใดก็ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งนั้น"

 

                        มาตรา ๘  เพื่อประโยชน์ในการบรรจุบุคคลซึ่งเคยเป็นข้าราชการอัยการตาม

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๒๑ และออกจากราชการไปก่อนวันที่บัญชี

อัตราเงินเดือนข้าราชการอัยการตามพระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับกลับเข้ารับราชการให้ปรับ

อัตราเงินเดือนที่ผู้นั้นได้รับอยู่ก่อนออกจากราชการให้เข้าชั้น และขั้นเงินเดือนตามที่คณะรัฐมนตรี

กำหนดตามมาตรา ๓ และให้นำมาตรา ๗๔ วรรคสองและวรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ

ข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๒๑ และมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่าย

อัยการ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลมด้วย

 

                        มาตรา ๙  ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

         อานันท์ ปันยารชุน

            นายกรัฐมนตรี

 

                        บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการอัยการ หมายเลข ๑

                        [ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

 

                        บัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการอัยการ หมายเลข ๑

                        [ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

 

                        บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการอัยการ หมายเลข ๒

                        [ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

 

                        บัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการอัยการ หมายเลข ๒

                        [ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

 

                        บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการอัยการ หมายเลข ๓

                        [ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

                        บัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการอัยการ หมายเลข ๓

                        [ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

 

                        บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการอัยการ หมายเลข ๔

                        [ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

 

                        บัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการอัยการ หมายเลข ๔

                        [ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

 

                        บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการอัยการ หมายเลข ๕

                        [ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------

หมายเหตุ :-  เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากการกำหนดตำแหน่ง

และชั้นเงินเดือนของข้าราชการอัยการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ

พ.ศ. ๒๕๒๑ ยังไม่เหมาะสม และอัตราเงินเดือนข้าราชการอัยการในบัญชีอัตราเงินเดือนท้าย

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการอัยการ พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๑ ไม่สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของดัชนีราคา

ผู้บริโภค และยังไม่สอดคล้องกับอัตราค่าจ้างในกลุ่มวิชาชีพต่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่ข้าราชการอัยการเป็นผู้

ประกอบวิชาชีพในทางกฎหมายมีหน้าที่บริหารงานกระบวนการยุติธรรม ให้ความเป็นธรรมแก่

ประชาชนและรักษาผลประโยชน์ของรัฐ ซึ่งนับว่าเป็นอำนาจหน้าที่ที่มีความสำคัญยิ่ง ประกอบกับ

ขณะนี้ได้มีการปรับปรุงโครงสร้างอัตราเงินเดือนข้าราชการฝ่ายอื่น ๆ ให้เหมาะสม จึงเห็นสมควร

ปรับปรุงกำหนดจำนวนชั้นและขั้นอัตราเงินเดือนของข้าราชการอัยการเสียใหม่ และเห็นควรกำหนด

ให้มีเงินประจำตำแหน่งข้าราชการอัยการด้วย เพื่อความเหมาะสมกับสภาวะค่าครองชีพในปัจจุบัน 

จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

 

                                                                                                ภคินี/แก้ไข

                                                                                                ๒๒/๒/๒๕๔๕

                                                                                                    A+B(C)