ระเบียบกระทรวงการคลัง
ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน
พ.ศ. ๒๕๓๘
                


                โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาของผู้ประสบภัยพิบัติในกรณีฉุกเฉินให้มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ

                อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑ (๕) แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ

พ.ศ. ๒๕๐๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงวางระเบียบไว้
ดังต่อไปนี้


                ข้อ ๑  ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อ
ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๓๘

                ข้อ ๒  ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

                
ข้อ ๓  ให้ยกเลิก
                (๑) ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ่ายเงินเพื่อบรรเทาภัยธรรมชาติในกรณี
ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๒๔
                (๒) ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ่ายเงินเพื่อบรรเทาภัยธรรมชาติในกรณี
ฉุกเฉิน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๓
                (๓) ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ่ายเงินช่วยเหลือราษฎรผู้ได้รับความเสียหาย
เนื่องจากการปฏิบัติการของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์หรือกองกำลังจากภายนอกประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๔
                (๔) ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือราษฎร
ที่ประสบภัยธรรมชาติ พ.ศ. ๒๕๓๖
                บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี หลักเกณฑ์ และคำสั่งอื่นใดที่กำหนดไว้แล้ว
ในระเบียบนี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

                ข้อ ๔  ระเบียบนี้ไม่ใช้บังคับแก่การจ่ายเงินทดรองราชการตามระเบียบ
กระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อใช้จ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นในการรักษาความมั่นคง

ของประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๒ และระเบียบเงินทดรององทางราชการ


                ข้อ ๕  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

หมวด ๑
ข้อความทั่วไป
                


                ข้อ ๖  ในระเบียบนี้

                ภัยพิบัติ หมายความว่า สาธารณภัยอันได้แก่ อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ภัยแล้ง ภาวะ
ฝนแล้ง ฝนทิ้งช่วง ฟ้าผ่า ภัยจากลูกเห็บ ภัยอันเกิดจากไฟป่า ภัยจากโรคหรือการระบาดของแมลงหรือ
ศัตรูพืชทุกชนิด อากาศหนาวจัดจนสัตว์ต้องสูญเสียชีวิต ภัยสงครามและภัยอันเนื่องมาจากการกระทำ

ของผู้ก่อการร้าย กองกำลังจากนอกประเทศหรือจากการปราบปรามของเจ้าหน้าที่ของทางราชการ

ตลอดจนภัยอื่น ๆ อันมีมาเป็นสาธารณะไม่ว่าเกิดจากธรรมชาติ หรือมีผู้ทำให้เกิดขึ้น ซึ่งก่อให้เกิด
อันตรายแก่ชีวิตร่างกายของประชาชน หรือความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนหรือรัฐ
                ฉุกเฉิน หมายความว่า เกิดขึ้นโดยปัจจุบันทันด่วน หรือเป็นที่คาดหมายว่าจะเกิดขึ้น
ในเวลาอันใกล้ และจะต้องรีบแก้ไขโดยฉับพลัน
                ผู้ประสบภัยพิบัติ หมายความว่า บุคคลผู้ได้รับภัยพิบัติฉุกเฉิน และรวมถึงหน่วยงาน
ของทางราชการที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินในเขตพื้นที่นั้นด้วย

                ข้อ ๗  เมื่อเกิดภัยพิบัติฉุกเฉิน ให้ส่วนราชการดำเนินการบริหารการเงินและการพัสดุ
เพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาของผู้ประสบภัยพิบัติตามที่กำหนดในระเบียบนี้จนกว่าจะสามารถปฏิบัติ
ตามระเบียบปกติได้

                ข้อ ๘  ให้ส่วนราชการดังต่อไปนี้มีเงินทดรองราชการโดยให้เบิกเงินจากคลังเป็นเงิน
ทดรองราชการตามข้อ ๑๗ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ หรือสนับสนุนการช่วยเหลือในระหว่างที่ยัง
ไม่ได้รับเงินงบประมาณสำหรับการช่วยเหลือ

                ๘.๑ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี                        ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐  บาท
                ๘.๒ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย                          ๕๐,๐๐๐,๐๐๐  บาท
                ๘.๓ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข                          ๑๐,๐๐๐,๐๐๐  บาท
                ๘.๔ กรมการปกครอง                                          ๒๐,๐๐๐,๐๐๐  บาท
                ๘.๕ กรมประชาสงเคราะห์                                  ๑๐,๐๐๐,๐๐๐  บาท
                ๘.๖ กรมส่งเสริมการเกษตร                                    ๕,๐๐๐,๐๐๐  บาท
                ๘.๗ กรมประมง                                                    ๓,๐๐๐,๐๐๐  บาท
                ๘.๘ กรมปศุสัตว์                                            ๓,๐๐๐,๐๐๐  บาท
                ๘.๙ ที่ทำการปกครองจังหวัด                                  ๑๐,๐๐๐,๐๐๐  บาท
                ๘.๑๐ สำนักงานประชาสงเคราะห์จังหวัด                            ๓,๐๐๐,๐๐๐  บาท
                ๘.๑๑ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด                            ๒,๐๐๐,๐๐๐  บาท
                ๘.๑๒ สำนักงานเกษตรจังหวัด                                    ๒,๐๐๐,๐๐๐  บาท
                ๘.๑๓ สำนักงานประมงจังหวัด                                    ๑,๐๐๐,๐๐๐  บาท

                ๘.๑๔ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด                                    ๑,๐๐๐,๐๐๐  บาท

                ๘.๑๕ ที่ทำการปกครองอำเภอหรือกิ่งอำเภอ                       ๕๐๐,๐๐๐  บาท

                ข้อ ๙  การอนุมัติจ่ายเงินทดรองราชการ ตามข้อ ๘ ให้เป็นอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่ง
ดังต่อไปนี้
                ๙.๑ นายกรัฐมนตรีสำหรับเงินทดรองราชการ ตามข้อ ๘.๑
                ๙.๒ ปลัดกระทรวงมหาดไทยสำหรับเงินทดรองราชการ ตามข้อ ๘.๒
                ๙.๓ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขสำหรับเงินทดรองราชการ ตามข้อ ๘.๓
                ๙.๔ อธิบดีกรมการปกครองสำหรับเงินทดรองราชการ ตามข้อ ๘.๔
                ๙.๕ อธิบดีกรมประชาสงเคราะห์สำหรับเงินทดรองราชการ ตามข้อ ๘.๕
                ๙.๖ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรสำหรับเงินทดรองราชการ ตามข้อ ๘.๖

                ๙.๗ อธิบดีกรมประมงสำหรับเงินทดรองราชการ ตามข้อ ๘.๗
                ๙.๘ อธิบดีกรมปศุสัตว์สำหรับเงินทดรองราชการ ตามข้อ ๘.๘
                ๙.๙ ผู้ว่าราชการจังหวัดสำหรับเงินทดรองราชการ ตามข้อ ๘.๙ ถึงข้อ ๘.๑๔
                ๙.๑๐ นายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ สำหรับเงินทดรอง

ราชการตามข้อ ๘.๑๕ แล้วแต่กรณี


                ข้อ ๑๐  ผู้มีอำนาจดำเนินการตามข้อ ๙ แห่งระเบียบนี้ จะมอบอำนาจเป็นหนังสือให้แก่
ผู้ดำรงตำแหน่งใดก็ได้ โดยให้คำนึงถึงระดับของตำแหน่งหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ที่จะได้รับ
มอบอำนาจเป็นสำคัญ

                ข้อ ๑๑  การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ นอกจากที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ให้อยู่

ในดุลพินิจของนายกรัฐมนตรี ที่จะพิจารณาใช้จ่ายเงินตามข้อ ๘.๑ ได้ตามความเหมาะสมและจำเป็น
เป็นคราว ๆ ไป


หมวด ๒
การให้ความช่วยเหลือ
                


                ข้อ ๑๒  เมื่อเกิดภัยพิบัติฉุกเฉินขึ้นในท้องที่ใด ให้ส่วนราชการที่มีหน้าที่ตามกฎหมาย
ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติหรือมีหน้าที่สนับสนุนการช่วยเหลือ ดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัย
พิบัติทันทีโดยพิจารณาช่วยเหลือเพื่อแก้ไขปัญหาตามความเหมาะสมและจำเป็นของแต่ละราย เพื่อให้
ผู้ประสบภัยพิบัติสามารถผ่อนคลายความเดือนร้อนเฉพาะหน้าลง มิใช่เป็นการชดใช้ความเสียหาย

ตามระเบียบนี้

                ข้อ ๑๓  การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ให้ดำเนินการดังนี้

                ๑๓.๑ กรณีการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในอำเภอหรือกิ่งอำเภอ

ให้นายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอจ่ายเงินทดรองราชการตามข้อ ๘.๑๕ เพื่อให้

ความช่วยเหลืองานในหน้าที่ของที่ทำการปกครองจังหวัดสำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานประมง
จังหวัด สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และสำนักงานประชาสงเคราะห์จังหวัด
                การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินตามวรรคหนึ่ง ซึ่งจะต้องช่วยเหลือผู้ประสบภัย
พิบัติมากกว่าจำนวนเงินที่อยู่ในอำนาจอนุมัติของนายอำเภอ หรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำ

กิ่งอำเภอ ให้อำเภอหรือกิ่งอำเภอดำเนินการขอความสนับสนุนโดยตรงต่อที่ทำการปกครองจังหวัด

สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานประมงจังหวัด สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

และสำนักงานประชาสงเคราะห์จังหวัดแล้วแต่กรณี

                ๑๓.๒ กรณีการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินของที่ทำการปกครองจังหวัด
สำนักงานประชาสงเคราะห์จังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงาน
ประมงจังหวัด สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด ซึ่งจะต้องใช้เงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติมากกว่าจำนวน
เงินที่อยู่ในอำนาจอนุมัติจ่ายของผู้ว่าราชการจังหวัด และประสงค์จะขอรับความช่วยเหลือสนับสนุนจากส่วนกลาง ให้จังหวัดดำเนินการขอความสนับสนุนโดยตรงต่อกรมการปกครอง กรมประชาสงเคราะห์
สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ แล้วแต่กรณี
                กรณีการช่วยเหลืออันเป็นงานในหน้าที่ของที่ทำการปกครองจังหวัด หากจำนวนเงิน
ที่ขอความช่วยเหลือตามวรรคหนึ่งเกินอำนาจอนุมัติจ่ายของอธิบดีกรมการปกครอง ให้กรมการปกครอง

รายงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณาอนุมัติสั่งใช้เงินทดรองราชการตามข้อ ๙.๒ ตามที่
ห็นสมควร

                การโอนเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามวรรคหนึ่งและสอง ให้ดำเนินการโดยวิธีการโอน
เงินขายบิลตามข้อบังคับว่าด้วยเงินขายบิล พ.ศ. ๒๔๙๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

                ๑๓.๓ กรณีการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในกรุงเทพมหานคร
ให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรมประชาสงเคราะห์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์
จ่ายเงินทดรองราชการตามข้อ ๘.๓ ข้อ ๘.๕ ข้อ ๘.๖ และข้อ ๘.๘ แล้วแต่กรณี เพื่อให้ความช่วยเหลือ
ในด้านที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ได้โดยตรง

                ข้อ ๑๔  การขอความสนับสนุนตามข้อ ๑๓.๑ ถึงข้อ ๑๓.๒ หากดำเนินการโดย
เครื่องมือสื่อสารให้ยืนยันเป็นหนังสือตามไปโดยด่วนที่สุด และสำหรับรายงานขอความสนับสนุนดังกล่าว
อย่างน้อยให้มีรายการดังต่อไปนี้
                ๑๔.๑ ประเภทของภัย
                ๑๔.๒ วัน เดือน ปี ที่เหตุเกิดขึ้น
                ๑๔.๓ สถานที่เกิดเหตุ (ให้ระบุชื่อถนน หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ)
                ๑๔.๔ จำนวนผู้ประสบภัยพิบัติโดยประมาณ

                ๑๔.๕ ความเสียหายโดยประมาณ เช่น จำนวนบ้านเรือนที่เสียหาย ทรัพย์สินที่เสียหาย
รวมทั้งมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยประมาณ จำนวนผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต เป็นต้น

                ๑๔.๖ การช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าของจังหวัดที่ได้ดำเนินการ
ไปแล้ว
                ๑๔.๗ ความต้องการของจังหวัดในการขอความช่วยเหลือสนับสนุน

                ข้อ ๑๕  หน่วยงานของทางราชการที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติฉุกเฉินและ
จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือโดยด่วน ให้หัวหน้าหน่วยงานนั้นยื่นขอความช่วยเหลือต่อผู้ว่าราชการ
จังหวัด นายอำเภอ ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ แล้วแต่กรณี

                ข้อ ๑๖  การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ให้ส่วนราชการประสานงานระหว่างส่วนราชการด้วยกันและกับเอกชนและองค์การกุศลที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือทั่วถึง
ไม่ซ้ำซ้อนกัน


หมวด ๓
การเงิน
                


                ข้อ ๑๗  ในกรณีที่เกิดภัยพิบัติฉุกเฉินแต่ละครั้ง หรือแต่ละเหตุการณ์ และมีความ
จำเป็นต้องจ่ายเงินเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ หรือเพื่อเป็นการป้องกันอุทกภัย
เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ให้ส่วนราชการตามข้อ ๘.๑ ถึงข้อ ๘.๑๔ เบิกเงินจากคลังเป็นเงิน
ทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เพื่อสำรองจ่ายไปพลางก่อนได้ ส่วนการเบิก
เงินทดรองราชการของส่วนราชการตามข้อ ๘.๑๕ ให้ปฏิบัติตามวิธีเบิกจ่ายเงินสำหรับหน่วยงานย่อย

                ข้อ ๑๘  การจ่ายเงินทดรองราชการตามระเบียบนี้ ให้จ่ายได้ตามหลักเกณฑ์การ
ช่วยเหลือและอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด
                หากมีความจำเป็นต้องจ่ายนอกเหนือหลักเกณฑ์และอัตราดังกล่าว ต้องได้รับอนุมัติ

จากกระทรวงการคลังก่อน เว้นแต่การจ่ายเงินทดรองราชการตามข้อ ๘.๑ ให้อยู่ในดุลพินิจของ
นายกรัฐมนตรีที่จะพิจารณาตามความเหมาะสมและจำเป็นเป็นคราว ๆ ไป


                ข้อ ๑๙  การจ่ายเงินรายใดซึ่งผู้รับมิได้ออกใบเสร็จรับเงินให้ไว้เป็นหลักฐาน หรือมิได้
ลงลายมือชื่อไว้ในสมุดทะเบียนที่ใช้เป็นหลักฐานการจ่ายเงินของทางราชการ ให้ผู้รับเงินทำใบสำคัญ
รับเงินตามระเบียบของทางราชการ

                ข้อ ๒๐  เมื่อได้จ่ายเงินทดรองราชการไปแล้ว ให้รีบดำเนินการดังต่อไปนี้
                (๑) ในกรณีที่ยังไม่ได้จัดสรรเงินงบประมาณ ให้ขอเงินงบประมาณเพื่อชดใช้เงิน
ทดรองราชการและหรือได้รับเงินงบประมาณรายจ่ายแล้ว ให้เบิกเงินงบประมาณเพื่อชดใช้เงินทดรอง
ราชการ

                (๒) สำหรับการจ่ายเงินทดรองราชการของส่วนราชการ ตามข้อ ๘.๙ ถึงข้อ ๘.๑๕ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรายงานกรมการปกครอง กรมประชาสงเคราะห์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง หรือกรมปศุสัตว์ แล้วแต่กรณี เพื่อให้รับดำเนินการโอนเงิน
งบประมาณเพื่อชดใช้เงินทดรองราชการ เมื่อส่วนราชการได้รีบจัดสรรเงินประจำงวดแล้ว ให้ดำเนินการ
เบิกหักผลักส่งเพื่อชดใช้เงินทดรองราชการที่ได้จ่ายไปแล้วโดยเร็ว

                ข้อ ๒๑  ในกรณีที่มีภัยพิบัติฉุกเฉินขึ้นในเดือนสุดท้ายของปีงบประมาณและได้จ่ายเงิน
ทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติไปแล้ว แต่ไม่สามารถจัดหางบประมาณสนับสนุนเพื่อโอน
ไปชดใช้เงินทดรองราชการในปีนั้นได้ทัน ให้นำค่าใช้จ่ายดังกล่าวไปเบิกในปีงบประมาณถัดไป ดย

ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ได้รับอนุมัติให้ก่อหนี้ผูกพันเกินงบประมาณที่ได้รับ


                ข้อ ๒๒  วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการเงินในเรื่องใดที่มิได้กำหนดไว้ในหมวดนี้ให้ถือปฏิบัติ
ตามระเบียบปกติของทางราชการ

หมวด ๔
การจัดหา และการควบคุมพัสดุ
                


                ข้อ ๒๓  การจัดหาพัสดุเพื่อดำเนินการตามระเบียบนี้ ให้ผู้มีอำนาจตามข้อ ๙ แต่งตั้ง
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งหรือหลายคนตามความจำเป็น มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดหาเจรจาต่อรองและตกลง
ราคากับผู้มีอาชีพขายหรือรับจ้างทำงานนั้นโดยตรงในราคาซึ่งไม่สูงกว่าราคาตลาดของท้องที่ในช่วงเวลา
ที่ภัยนั้นเกิดขึ้น แล้วรายงานให้ผู้มีอำนาจสั่งการพิจารณาอนุมัติและออกใบสั่งซื้อหรือใบสั่งจ้าง

                หากการดำเนินการตามวรรคหนึ่งจะไม่ทันต่อเหตุการณ์ ให้เจ้าหน้าที่ผู้ได้รับการแต่งตั้ง
ตามวรรคหนึ่งพิจารณาดำเนินการจัดซื้อหรือจัดจ้างไปก่อนได้ภายในวงเงินไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท
แล้วรีบรายงานขอความเห็นชอบต่อผู้มีอำนาจสั่งการในโอกาสแรกที่ทำได้

                ข้อ ๒๔  ให้ผู้มีอำนาจสั่งการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คนหนึ่งหรือหลายคนตามความจำเป็น

ทำหน้าที่ตรวจรับพัสดุที่จัดหาแล้วตามข้อ ๒๓ เว้นแต่กรณีจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องแจกจ่ายโดยเร็ว
ให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในการจัดหาพัสดุ ทำหน้าที่ตรวจรับพัสดุที่จัดหานั้นด้วยก็ได้


                ข้อ ๒๕  ให้ผู้มีอำนาจสั่งการมอบหมายให้เจ้าหน้าที่คนหนึ่งหรือหลายคนทำหน้าที่จัดทำ
บัญชีรับจ่ายพัสดุ โดยแสดงรายการและจำนวนพัสดุ พร้อมกับรายชื่อหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ผู้รับมอบ
พัสดุ
                เมื่อเหตุการณ์ฉุกเฉินสิ้นสุดลงและสามารถปฏิบัติตามระเบียบปกติได้แล้วให้ดำเนินการ
สำรวจพัสดุที่คงเหลืออยู่ทั้งหมด และให้นำพัสดุคงเหลือไปลงบัญชีวัสดุหรือทะเบียนครุภัณฑ์ ตาม
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ แล้วแต่กรณี ต่อไป


                                                        ประกาศ ณ วันที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๘
                                                                
ธารินทร์  นิมมานเหมินท์
                                                                (นายธารินทร์  นิมมานเหมินท์)
                                                               รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง


















                                                                                                
๑ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐